เรื่อง นิยาย สตอรี่ หนุ่มมาเฟียสุดหล่อปะทะสาวมาเฟียสุดเซ็กซี่

เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

ตอนที่  3

มาเฟียหนุ่มปะทะมาเฟียสาว

 

 

 

            ตอนนี้ฉันกำลังเพลิดเพลินกับการช้อบอย่างสนุกสนาน  เข้าออกร้านโน้นร้านนี่เป็นว่าเล่น  ไม่สนใจใครทั้งนั้นว่าจะหันมาสนใจฉันมากแค่ไหน  ในสมองของฉันรู้สึกแต่ว่าอยากจะช้อปและก็ช้อปเท่านั้น  รอบๆข้างฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

            “กรี๊ดดด  เสื้อตัวนั้นสวยจังเลย”ฉันหันไปสนใจเสื้อตัวหนึ่งซึ่งมองไกลๆก็รู้ดีว่ามันเป็นเสื้อของแบรนด์    ซึ่งมันเป็นแบรนด์ที่ฉันชื่นชอบมากทีเดียวล่ะ แบรนด์ Karen millen  ของอังกฤษเชียวนะ

            “อลิสเธอว่าเสื้อตัวนี้สวยมั้ย”ฉันหันไปถามอลิสเพื่อนสนิทของฉันจะว่าเปรียบเสมือนมือขวาของฉันก็ว่าได้

            “ไม่ค่ะ สไตล์นี้มันไม่เหมาะกับคุณโมสักเท่าไหร่นะค่ะ  เอาตัวนี้ดีกว่า”อลิสไม่เห็นด้วยกับความเห็นของฉัน เธอหยิบเสื้อตัวหนึ่งที่อยู่ถัดไปออกมาแล้วชูมาให้ฉันดู

            “ตัวนี้ตั้งหากที่เหมาะกับคุณโม”

            “งั้นหรอ   อืม...”

            ฉันพิจารณาเสื้อที่อลิสเลือกให้   สวยจริงๆด้วยแฮะ  แบบเสื้อคล้ายชุดเดรส ความยาวแค่ยาวกว่าเอวแค่ 2 คืบสีม่วงสด T_T อลิสเนี่ยตาแหลมไม่เบาแฮะ   ทุกครั้งที่ฉันช้อบก็จะมีอลิสนี่แหละที่ติดตามไปด้วยทุกครั้ง  เธอเป็นเพื่อนช้อบที่ดีมากเชียวล่ะ แนะนำแบบสื้อผ้าให้ฉันได้สวยๆทั้งนั้นเลย 

            “งั้นฉันก็ซื้อเลยแล้วกัน”ฉันหันไปหาพนักงานขายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆฉันแล้วพยักหน้าเชิงบอกว่าฉันจะเอาเสื้อตัวนี้

            “กรุณารอสักครู่นะค่ะ เดี๋ยวฉันจะจัดการให้ค่ะ”พนักงานขายคนนั้นนำเสื้อที่ฉันอยากได้ออกมาจากตัวหุ่นที่โชว์อยู่

            ไม่นานนักพนักงานก็นำเสื้อตัวนั้นใส่ถุงเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้วนำมาให้ฉันและฉันก็จัดการส่งต่อให้กับอลิสถือต่อ ส่วนฉันก็จัดการจ่ายเงินให้กับพนักงานขายคนนั้น แค่ยื่นบัตรเครดิตของฉันให้เค้าแค่นั้นนี้ก็เรียบร้อย

            “อยากจะทานอะไรก่อนมั้ยอลิส”ฉันหันไปถามอลิสเพราะว่ากลัวอลิสจะหิวเอาได้  นี่มันก็เลยเวลาเที่ยงมาตั้งนานแล้ว ฉันเดินช้อปตั้งแต่สิบโมงเช้ากว่าๆจนตอนนี้ก็ปาเข้าไปเกือบจะบ่ายสองแล้ว

            “ห้ามปฎิเสธนะเพราะว่าฉันหิวแล้ว”ฉันพูดขัดอลิสเสียก่อนที่เธอจะพูดคำว่าไม่ค่ะออกมาเสียก่อน เพื่อนของฉันคนนี้มันก็ชักจะยังไง ชอบเกรงใจฉันอยู่เรื่อยเลยฉะนั้นฉันต้องพูดขัดขึ้นเสียก่อน

            อลิสเนี่ยฉันถือว่าเป็นเพื่อนสนิทของฉันก็ว่าได้เพราะว่าฉันรู้จักกับอลิสตั้งแต่ตอนที่ฉันอายุประมาณ 15 ปี ฉันเจอกับอลิสโดยบังเอิญ >>>///<<<  อลิสทำงานเป็นพนักนักงานขายของชำอยู่ที่ร้านแห่งหนึ่ง  เจอกันครั้งแรกก็ทำให้ฉันถูกชะตากับอลิสเสียแล้วฉันก็เลยพยายามตีสนิทกับอลิส  ยิ่งมาพอตอนหลังๆฉันรู้เรื่องครอบครัวของอลิสที่มีปัญหาเรื่องพ่อของอลิสติดการพนัน  ฉันก็ยิ่งสงสารอลิสเข้าไปใหญ่เพราะว่าเธอต้องหาเงินตัวเป็นเกลียวตั้งแต่ยังเล็กๆเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว

            ลำพังแค่อลิสตัวคนเดียวมันก็ไม่เท่าไหร่หรอกแต่นี่ต้องเลี้ยงดูพ่อที่ติดการพนันตัวฉกาจอีกคน  ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างอลิสจะรับมือมันไหวได้อย่างไรกัน ฉันเห็นอย่างนี่นแล้วอดสงสารจับใจไม่ได้จึงยื่นข้อเสนอว่าให้อลิสมาทำงานกับฉันโดยให้เป็นเพื่อนสนิทของฉั  ให้เงินเดือนไม่อั้นตามที่อลิสต้องการแต่มีข้อแม้ว่าต้องมาอยู่มากินกับฉันที่บ้านของฉัน   อลิสลังเลอยู่พักหนึ่งเพราะยังนึกห่วงพ่อของเธอฉันก็เลยยื่นข้อเสนอกบอกว่าเดี๋ยวจะดูแลพ่อของเธอให้เอง

             ฉันให้ลูกน้องของฉันไปจัดการเคลียร์หนี้ทุกอย่างของพ่ออลิสแล้วฉันก็ไปเจรจาตกลงกับพ่อของอลิสอะไรนิดหน่อย   เท่านั้นแหละพ่อของอลิสถึงกลับยอมกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี เลิกเล่นการพนันกลับมาทำงานหาเลี้ยงตัวเอง    ครั้งแรกๆฉันก็ไม่มั่นใจสักเท่าไหร่หรอกว่าพ่อของอลิสจะยอมทำตามข้อตกลงของฉันจึงให้คนของฉันติดตามความเคลื่อนไหวพ่อของอลิสทุกฝีกก้าว    แต่ทุกอย่างก็ไปด้วยดีพ่อของอลิสเลิกทุกอย่างแล้วจริงๆ

           ในที่สุดอลิสก็ยอมตกลงรับข้อเสนอของฉัน และกลายมาเป็นลูกน้องคนสนิทของฉันอย่างที่เห็น  แต่ว่าฉันไม่เคยคิดว่าอลิสเป็นลูกน้องของฉันหรอกนะเพราะในใจของฉันคิดว่าอลิสเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของฉันที่มี

            ฝีมือการต่อสู้ของอลิศก็เก่งเกือบเท่าฉันเชียวล่ะเพราะว่าฉันบังคับให้อลิสเรียนศิลปะการต่อสู้ทุกอย่างตามที่ฉันเรียน   ฉันรู้ดีว่าตัวเองเป็นใครนั่นก็ย่อมรู้ว่าภัยอันตรายรอบข้างมากมายแค่ไหน  ทุกคนที่อยู่รอบตัวฉันต้องมีฝีมือที่เก่งและก็เก่งมากด้วยจึงจะอยู่รอดปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลาย

            “กินอาหารอิตาเลียนดีมั้ย   ฉันไม่กินมานานแล้วรู้สึกอยากกินยังไงก็ไม่รู้”

            “กินอาหารไทยไม่ดีกว่าหรอค่ะคุณโม”อลิสขัดฉันขึ้นมา ฉันลอบหันไปมองนิดนึง นึกตกใจเหมือนกันที่เห็นอลิสกล้าเสนอความคิดเห็นเพราะว่าทุกครั้ง ฉันว่ายังไงอลิสก็จะว่าตามอย่างง่ายดายทุกอย่าง

            “จะเอาอย่างงั้นหรอ”

            “ค่ะ   อาหารไทยอร่อยกว่าไหนๆ”

            ฉันอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้เพราะรู้นิสัยของอลิสดีว่าเรื่องอาหารของคุณเธอนั้นไม่ยอมให้ใครมาออกคำสั่งได้หรอก  เธอเท่านั้นที่จะเป็นคนอออกคำสั่ง

            “ตกลงตามนี้แล้วกันนะค่ะคุณโม   งั้นไปร้านอาหารไทยกันเถอะค่ะ”ว่าแล้วอลิสคนดีของฉันก็เดินจ้ำเพื่อที่จะไปยังร้านอาหารไทย  ไม่สนใจจะรอฉันด้วยซ้ำไป

            “แหม ทีเมื่อกี้นี้ล่ะก็ตั้งท่าจะปฎิเสธเชียวตอนที่ฉันถามว่าอายกจะกินอะไรมั้ย   แล้วทีตอนนี้ล่ะเดินนำหน้าฉันเชียว”

            “ก็ตอนนี้ท้องมันร้องแล้วนี่นา”อลิสหันหน้ามาแก้ตัว

            เอาเถอะ  ฉันยอมให้ก็ได้  มีเรื่องเดียวเท่านั้นแหละที่จะทำให้อลิสยิ้มออกมาได้และอารมณ์ดีขึ้นมา  เวลานอกจากนั้นหมดสิทธิ์

            “อืม... อันนี้เค้าเรียกว่าอะไรนะค่ะคุณโม” อลิสเอ่ยถามฉันขึ้นมาทั้งที่ยังมีอาหารอยู่เต็มปาก

            “เค้าเรียกว่าผัดเผ็ดปลาช่อนจ๊ะ.... แหมค่อยๆกินก็ได้เดี๋ยวก็ติดคอหรอก”ฉันอดที่จะห่วงอลิสไม่ได้จึงเอ่ยทัก

            “ไม่มีทางหรอก   ซี๊ดดด อร่อยที่สุดเลยค่ะ”

            “=_=;;”OO_OO

            ....

            “ขอนั่งด้วยคนได้สิ”

            ขณะที่ฉันกับอลิสกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับการกินอาหารข้างหน้าอย่างเอร็ดอร่อย จู่ๆก็มีเสียงทุ่ม นุ่มน่าฟังเอ่ยแทรกขึ้นมา ฉันส่งสายตาให้กับอลิสอย่างขุ่นเคือง บอกว่าไม่ค่อพอใจสักเท่าไหร่

            ฉันค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับบุคลข้างหลังที่บังอาจมาขัดขวางความสุขในการกินของฉัน  คอยดูนะถ้าไม่ใช่คนที่สนิทสนมมักคุ้นกับฉันดีล่ะก็ แม่จะจับมาหักแขนหักขาเลยคอยดู              

            เมื่อฉันค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองบุคคลข้างหน้าก็พบเข้ากับ

            โอ้ววว  พระเจ้า  นี่มันเรียกว่าอะไรกันเนี่ย  ทำไมถึงหล่ออย่างนี้เนี่ย  เกิดมาก็ไม่เคยพบเคยเห็นผู้ชายที่หล่อลากใส้มากเท่านี้มาก่อนเลย หล่อและก็หล่อเกินหล่อ...

            “หลงเสน่ห์ความหล่อของผมขนาดนั้นเชียวหรอ ถึงมองตาไม่กระพริบอย่างนั้น”

            เค้าเอ่ยออกมาอย่างนั้นทำให้ฉันสะอึก พูดไม่ออกทีเดียวล่ะชักจะหลงตัวเองเกินไปแล้ว >_< ฉันขอถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลย หมอนี่ไม่หล่อสักนิดเดียวเลย หม่ำ โม๊ะโจ๊ะ ยังจะหล่อกว่าเลย

            “ฮึ...”ฉันวางช้อนอาหารลงไว้กับจานเหมือนเดิมแล้วเงยหน้าขึ้นไปพูดกับเค้า

            “โทษทีนะ ฉันมันเป็นคนประเภทที่ไม่ชอบผู้ชายที่มีเสน่ห์มากจนมีผู้หญิงมากมายมารุมล้อม นั่นก็หมายความว่าฉันต้องคอยตามหึงหวงคนอื่นเค้าไปทั่ว  ฉันไม่เอาหรอกนะอย่างนั้นน่ะเหนื่อยเสียปล่าวๆ... ผู้หญิงพวกนั้นก็เหลือเกินรู้ทั้งรู้ว่าเค้ามีผู้หญิงไว้ในฮาเร็มตั้งเยอะแยะแต่ก็ยังเสนอตัวเสนอใจมอบให้เค้า แล้วตัวเองต้องมาน้ำตาเช็ดหัวเข่าทีหลังอย่างงั้นหรอ ฉันไม่อยากเป็นผู้หญิงโง่อย่างงั้นหรอก.... นายว่าจริงมั้ย”

            ฉันสบตากับนายอออต้าด้วยสีหน้าระเรื่อ  อย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่นิดเดียว คำพูดของฉันที่พุดอออกไปหวังว่าเค้าจะตีความหมายออกนะว่าฉันจิกเค้าน่ะ  คนอย่างเค้าความหมายนัยๆแค่นี้ไม่น่าโง่จนตีความหมายไม่อออกหรอกมั้ง

            ใช่แล้ว... ฉันรู้จักเค้าดี  นายออตต้าหนุ่มมาฟัยสุดหล่อที่สาวพากันรุมล้อม แต่ฉุนไม่ใช่หนึ่งในผู้หญิงพวกนั้นจอย่างแน่นอน(แน่ใจหรอ) หมอนี่เป็นมาเฟียอันดับหนึ่งของเอเชียควบคู่กับแดดดี้ของฉันเชียวนะจะบอกให้  แหมอายุก็แค่... เท่าไหร่นะ อ๋อ 26 มั้งถ้าจำไม่ผิดริมาเป็นมาเฟียคู่กับแดดดี้ของฉัน มันคนละระดับกันแล้ว

            ออตต้าที่มาเป็นมาเฟียตั้งแต่ยังหนุ่มยังแน่น ได้ข่าวมาว่าเค้าสืบต่อจากพ่อของเค้ามีหตุเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อ 5 ปีที่แล้วเค้าก็เลยเป็นมาเฟียตั้งแต่ยังหนุ่มไงล่ะ

            ฉันล่ะเกลียดหน้าหมอนี่ที่สุดเลยถึงแม้ว่าตัวจริงของเค้าจะหล่อกว่ารูปที่ฉันเห็นก็ตามทีเถอะ    จ้างให้ฉันก็ไม่มีวันหลงเสน่ห์ของเค้าหรอก ฉันเกลียดคนเจ้าชู้มากที่สุดในโลกเลย (ถ้าเค้าไม่เจ้าชู้ล่ะ จะหลงเสน่ห์ของเค้าหริอปล่าว)>>_<<<

            อออตต้าเป็นผู้ชายที่ร้ายมาก บังอาจมากที่ส่งคนไปติดตามฉันอยู่ที่อเมริกาตลอดเวลา แต่ไม่เป็นไรหรอกฉันจัดการกับแพวกลูกน้องกระจอกๆของหมอนั่นหมดเรียบร้อยแล้วล่ะ  ฉันล่ะนับถือความอดทนของหมอนี่ชิบเป๋งเลย รู้ทั้งรู้อยู่ว่าส่งลูกน้องไปติดตามฉันแค่ไหน ลูกน้องของเค้าต้องกลับมาในสภาพยับเยินทุกรายก็ยังส่งไปอีกนั่นแหละ

            “น่าภุมิใจจังที่เธอรู้จักฉันด้วย  อย่างนี้ก็หมายความว่าเธอก็ติดตามข่าวสารของฉันน่ะสิ” ออตต้าส่งยิ้มหวานกระชากใจสาวๆมาให้ฉัน แต่โทษทีเถอะฉันไม่ได้เป็นหนึ่งในพวกผู้หญิงปัญญาอ่อนพวกนั้นหรอก  ไม่มีอะไรมาทำให้ฉันหลงเสน่ห์ได้ง่ายๆหรอก ต่อให้หล่อลากใส้มากขนาดไหนก็ตาม

            แอ๊ะ... หมอนี่ชักจะกำเริบมากเกินไปแล้วนะ กล้าดียังไงถึงนั่งลงมาเบียดฉันหน้าตาเฉยอย่างนี้ ทำให้ฉันต้องเขยิบหนีแทบไม่ทันแน่ะ ไม่งั้นมีหวังฉันต้องโดนออตต้านั่งบนตักฉันแน่ๆ

            “มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกไม่ใช่หรอที่เราต้องติดตามข่าวสารของไอ้พวกแมลงสาบที่มาคอยกวนใจเราให้รำคาญอยู่ทุกครั้งร่ำไปน่ะหรอ” ฮึ คงจะหน้าเสียล่ะสิที่ตัวเองถูกด่าทางอ้อมน่ะ

            แป่ว~ ผิดคาดค่ะ หมอนี่ไม่มีสีหน้าตกใจหรืออะไรทั้งนั้นกลับหน้านิ่งส่งยิ้มมาให้ฉันได้อย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างงั้นแหละ

            “แมลงสาบเนี่ยไปอยู่ในห้องนอนของเธอได้ใช้มั้ย”

            “ฮะ...”

            “งั้นฉันก็ยินดีเป็นแมลงสาบพื่อที่จะได้ไปอยู่ในห้องนอนของเธอได้  ฉันล่ะช้อบบชอบ จริงมั้ยจ๊ะคนสวย”

            ปุ๊ดดดดด

            ปุ๊ดดดดด

            มันเดือดกาลจวนจะระเบิดอยู่แล้ว  เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นผู้ชายที่ร้ายกาจเท่านี้มาก่อนเลย ขนาดเค้าด่าปาวๆขนาดนี้แล้วยังยิ้มหน้าระเรื่อได้อยู่อีกไม่รู้ร้อนรู้หวานอะไรทั้งนั้น ช่างเป็นคนที่เก็บอาการได้เก่งมาก คุณสมบัติข้อแรกของมาเฟียถือว่าสอบผ่าน

            แต่อย่าถือตัวไป  นี่มันแค่ออเดิร์ฟเฉยๆ เค้ายังไม่เจออาหารจานหลักสักหน่อย เจอเมื่อไหร่เค้าได้กระอักเลือดแน่

            “น่ากินจัง  ฉันขอกินด้วยสิ”

            “ได้ข่าวว่านั่งลงทั้งที่เจ้าของเค้ายังไม่อนุญาตสักคำ ก็คงจะหน้าด้านพอกินทั้งที่เจ้าของเค้าไม่เต็มใจสักนิดได้ล่ะมั้ง” ฉันจิกเค้าอีกทีแล้วส้งยิ้มหวานเยิ้มให้เค้า  เค้าก็ส่งยิ้มหวานตอบกลับมาให้ฉันไม่มีสีหน้าตกใจใดๆทั้งสิ้น

            ด้ายยยย.~ แล้วเรามาดูกันว่าใครมันจะอึดกว่ากัน ฉันล่ะชอบจริงๆไม่ได้คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อขนาดนี้มาก่อนเลย

            “ขอบคุณนะที่ให้ร่วมวงด้วยคน”

            “ไม่เป็นไร  ถ้านายไม่รังเกียจของที่ฉันกินเหลือก็เชิญกินตามสบายเลยเพราะว่าฉันอิ่มพอดีเลย”ฉันเน้นคำว่ากินเหลืออย่างชัดเจน 

            ขอบอกนะว่าปากของฉันคมเสียยิ่งกว่าปากกรรไกรเสียอีกนะ ฉันจะคอยดูว่าจะนิ่งได้อีกสักกี่น้ำ

            “ถ้ามันเป็นของเหลือจากคนสวยๆอย่างเธอ  ฉันก็ยินดีกินเสมอ” ออตต้ายังส่งรอยยิ้มกระชากใจสาวๆมาให้ฉันเหมือนเดิม  มือของเค้าก็ตักอาหารกินต่อหน้าตาเฉย

            ฉันเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมถึงมีสาวๆมาหลงเสน่ห์ของเค้ามากมายขนาดนี้  เค้าหล่อไม่พอคามรมของเค้ายังเป็นที่หนึ่งไม่เป็นรองใครด้วย

            “อลิส เราต้องมีธุระไปทำที่อื่นต่อใช่มั้ย” ฉันหันไปถามอลิส สายตาบอกความนัยให้อลิสรับรู้  ^O^ อลิสเนี่ยก็ช่างเป็นคนที่มีมารยาทที่ดีมาก ไม่พูดอะไรออกมาแทรกระหว่างฉันกับออตต้าที่เปิดศึกคำพูดกันสักคำเดียวแต่กลับนั่งนิ่งเงียบ  ไม่ปริปากออกมาสักคำเดียวช่างเป็นเพื่อนที่ดีมากของฉันเหลือเกินไม่ช่วยฉันสักนิดเดียว

            “ค่ะ  เรามีธุระสำคัญต้องไป” ดีมากอลิสที่สื่อความหมายนัยๆของฉันออก  ไม่งั้นฉันนี่แหละจะเปิดศึกกับอลิสแทนนายออตต้า

            “....” นิ่งครับ  หมอนี่ไม่ขยับตัวไปไหนเลย ขนาดว่าแนยืนขึ้นแล้วนะเนี่ย

            “นี่นาย  ฉันต้องไปทำธุระนะ”ฉันเอ่ยย้ำกับเค้าอีกรอบเพื่อเตือนสติให้กับเค้าได้รู้สึกว่าเค้ากำลังนั่งขวางทางฉันอยู่  ที่ที่ฉันนั่งอยู่มันเป็นโต๊ะติดกับฝาพนัง  จากเดิมฉันนั่งอยู่ด้านนอกสุกสามารถออกไปไหนได้ตามสบายๆ แต่เมื่อครู่ก็มีออตต้ามานั่งแทนที่ของฉันจนฉันต้องจรจลีมานั่งอยู่ด้านในสุด ตอนนี้เลยกลายเป็นฉันไม่มีทางออกถ้าเค้าไม่ขยับตัวเค้าออกมาเสียก่อน ฉันถึงจะสามารถออกไปได้

            แต่เค้ากลับนิ่งเฉยราวกับว่าฉันไม่พูดอะไรออกมาเลย ทั้งที่ฉันบอกว่าฉันต้องทำธุระ

           “ออตต้า...”ฉันเอ่ยชื่อเค้าเสียงเข้ม  ไม่พอใจแล้วนะ

            “จ๋า...”ออตต้าขานเสียงหวาน  มันน่าอ๊วกชิบหาย

            “นายไม่ได้ยินหรอว่าฉันจะไปธุระ”

            “ได้ยิน  ไปก็ไปสิ ฉันไปจับขาของเธอไว้หรอเธอถึงไปไม่ได้นะ”เค้าหันมาพูดกับฉันแล้วไปสนใจกับการกินของเค้าต่อ

            ไม่ไหวแล้วโว๊ย! ใครทนได้ก็ทนไปฉันทนไม่ไหวแล้วเจออาหารจานหลักของทายาทมาเฟียสาวอย่างฉันหน่อยเป็นไร

            “ออตต้า  ฉันมีอะไรจะบอกนายอย่างนึงนะ... ถ้าฉันคิดจะทำอะไรแล้วฉันจะทำเลย ฉันไม่ชอบพูดหรือเอ่ยอะไรออกมาเสียก่อน มันเสียเวลา”

            “หรอ... ดี ฉันก็เป็นคนแบบนั้นเหมือนกัน ดีจังที่เธอบอกข้อมูลเกี่ยวกับเธอให้ฉันรู้ ฉันสัญญาว่าฉันจะจดจำข้อมูลของเธอไว้ในเมมเมอร์รี่สมองของฉันเป็นอย่างดี ....ฉันสัญญา” เค้าย้ำคำสัญญาของเค้าอีกครั้ง  จำไปก็จำไปเถอะย่ะ   ยิ้มได้ก็ยิ้มไปเถอะย่ะ เดี๋ยวอีกหน่อยเค้าจะยิ้มไม่ออก

            “อลิส...” ฉันหันไปสบตากับอลิสแล้วไล่สายตามองที่โต๊ะอาหาร  อลิสสบตากับฉันและเหมือนกับว่าอลิสกำลังจะจัดการกับคำสั่งตามที่ใจของฉันคิด

            “งานนี้ฉันขอ” ฉันเอ่ยเสียงเรียบตาสบตากับออตต้าอย่างแพรวพราว เค้าช่างไม่รู้ว่าตัวเลยจริงๆว่าภัยกำลังจะเยือนตัวเอง ยังมีหน้ายิ้มระรื่นได้อีก

            1...2...3...

            เพล้ง!!!

            โต๊ะอาหารที่อยู่ข้างหน้าของฉันถูกฉันยกโต๊ะขึ้น ของทุกอย่างพังพินาศลงในชั่วพริบตา  ทุกคนหันมามองที่โต๊ะของพวกเราเป็นตาเดียว  ฉันหันไปมองยักไหล่ให้อย่างไม่แคร์กับสายตาของใครสทั้งสิ้น  ก็แค่โต๊ะอาหารโต๊ะเดียวมันจะอะไรกันนักหนา ฉันเคยพังมาทั้งร้านแล้วยังไม่เคยจะสนใจเลย แค่นี้จ๊บเท่าขี้ตาของฉัน

           ฉันหันมามองออตต้าที่ตอนนี้ตัวของเค้าเต็มไปด้วยคราบของอาหารเต็มตัวไปหมด  หมดหล่อกันพอดี O_O ออตต้าหันมามองหน้าฉันอย่างอึ้งๆ ฉันยิ้มชั่วร้ายให้เค้าไม่เหมือนกับรอยยิ้มที่แสนจะหวานเยิ้มให้เค้าที่ผ่านมา คราวนี้มันเป็นรอยยิ้มที่ใครมองก็ต้องสะดุ้งไปเป็นแถบๆ ก็คิดดูเอาเสียว่าขนาดมาเฟียสุดร้ายกาจอย่างออตต้ายังอึ้งได้แล้วคนอื่นล่ะ คิดต่อเอาเองแล้วกัน...

            ในที่สุดเกมนี้ฉันก็ชนะจนได้  ฉันสามารถทำให้ออตต้าอึ้งได้กับวีรกรรมของฉัน  เค้าคงจะไม่คิดว่าฉันจะกล้าทำถึงขนาดนี้

            เค้าประเมินค่าฉันต่ำเกินไปแล้ว TT^TT

            “บอกให้คนของเราจัดการกับค่าเสียหายทั้งหมดด้วยนะอลิส... เรากลับกันเถอะไม่มีอารมณ์ที่จะเที่ยวต่อแล้วล่ะ วันนี้มันมีมารมาผจญ ”ฉันเอ่ยขึ้นกับอลิส  ตอนนี้เราทั้งสองคนเดินออกท่ามกลางฝูงชนที่มองฉันอย่างสนใจแต่ฉันหันไปมองคนเหล่านั้นเป็นต้องหลบสายตาของฉันกันวุ่น  กลัวฉันมากขนาดนั้นเชียว  ฉันอออกจะสวย หวาน ใจดีจะตายไปกลัวฉันทำไมกัน(มันก็ใช่ แต่ตอนที่เธอกลายร่างเป็นแม่มด เธอน่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งใดเสียอีก) OO_OOO

           

            ...เธอทำฉันแสบมากโมเนีย  เราได้เจอกันอีกแน่...

            หนุ่มร่างสูงมองตามร่างบางไปจนลับสายตา  สายตาของเค้าทอดมองตามเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์  เค้าเชื่อแล้วล่ะว่าทำไมลูกน้องของเค้าถึงกลับมาอย่างสะบักสะบอมทุกครั้งเลยที่เค้าสั่งให้ไปติดตามความเคลื่อนไหวของเธอ ขนาดเค้าเป็นถึงขนาดนี้แล้วลูกน้องของเค้าจะเหลือหรอ

            ...อย่างนี้สิ  ฉันชอบนัก...

นามปากกา myplooy
ชื่อ myplooy
ลายเซ็น
ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM