เรื่อง นิยาย สตอรี่ ไฟแค้นเพลิงพิศวาส


เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

ตอนที่  20  ดินเนอร์แสนหวาน Vol. 2

 

“ฮือ ๆๆๆ”  ศิศิกานต์ร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มเป็นเวลานานจนอิทธิกร ต้องคอยพูดคำขอโทษอยู่ตลอดเวลา

 

“คนใจร้าย  ใจร้ายที่สุด”  ศิศิกานต์ก็ยังพูดคำๆ นี้อยู่ตลอด  เพราะเธอไม่รู้ว่าจะว่าเขาอย่างไร

 

“กานต์ครับคุณหยุดร้องไห้ก่อนนะครับคนดี  ผมมีเรื่องที่จะคุยกับคุณอีกเยอะ” อิทธิกรคลายอ้อมกอดออก  ก่อนที่เขาจะเช็ดคราบน้ำตาที่เปื้อนอยู่บนหน้าเธอออก

 

“ผมรู้ว่าคุณคงไม่ให้อภัยครอบครัวของผมรวมทั้งตัวผมด้วย  แต่ผมขอได้ไหมครับกานต์  ให้โอกาสผมแก้ตัวอีกสักครั้ง” อิทธิกรพูดด้วยน้ำเสียงที่อ้อนวอนพร้อมกับแววตาที่รู้สึกผิด 

 

“คุณจะแก้ตัวยังไงล่ะ” ศิศิกานต์ถามอย่างเย็นชาโดยที่เธอไม่มองหน้าเขาเลยหลังจากที่ถามออกไป

 

“ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันทำให้คุณรู้สึกทรมาน  แต่ขอให้คุณรู้เอาไว้กานต์  ผมก็เจ็บไม่น้อยไปกว่าคุณเลยด้วยซ้ำ  ทุกครั้งที่คุณทุกขืใจผมก็ยิ่งทุกใจกว่าคุณ”

 

“ฮึๆๆๆ  อย่างคุณนี่นะจะมาเจ็บเหมือนกับฉัน  ไม่ใช่ว่าคุณสะใจในสิ่งที่ทำกับฉันเหรอคะ” ศิศิกานต์พูดออกมาอย่างเย็นชา  ตอนนี้ศิศิกานต์เหมือนไม่ใช่เธอคนเดิมสำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว  เขาไม่เคยเห็นเธอโกรธได้มากถึงขนาดนี้เลย

“กานต์ผมขอโทษกับสิ่งที่ผมทำกับคุณ   เรามาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหมครับ   แต่งงานกับผมนะ” อิทธิกรพูดพร้อมกับหยิบแหวนออกมายื่นให้เธอตรงหน้า  แต่เธอก็ไม่ได้มองมันเลยสักนิดเลย 

 

ตอนนี้เธอไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิดที่เขาขอเธอแต่งงานในบรรยากาศแบบนี้  ซึ่งเธอก็วาดฝันเอาไว้ว่าชายในฝันของเธอต้องทำอะไรที่โรแมนติกประทับใจให้เธอแบบเขานี้

 

“อย่าเงียบซิครับกานต์  ได้โปรดหันมามองผมสักนิด  ผมรักคุณจริงๆนะ สิ่งที่ผมพูดออกมาคือความจริงทั้งหมด  ผมได้โกหกเพื่อให้คุณตายใจเลยนะ”

 

“…….”  สิ่งที่ได้คือความเงียบ

 

และตอนนี้เธอกำลังใช้ความคิดว่าสิ่งที่เขาพูดมานั้นเป็นความจริงหรือแค่คำโกหกที่ออกมาจากปากเขาเฉย

 

“……..”

 

“กานต์ครับ  แต่งงานกับผมนะครับ  ผมสัญญาว่าผมจะรักและดูแลคุณคนเดียวตราบชั่วชีวิต  ถึงแม้ว่าคุณอยากจะจากผมไป  ผมก็ไม่ยอม  เพราะคุณเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น  ถ้าคุณเงียบอย่างนี้  คุณช่วยให้คำตอบผมได้ไหมว่าจะต้องให้ผมทำอย่างไงถึงจะไถ่โทษกับสิ่งที่ผมทำกับคุณลงไป   ได้โปรดอย่าเงียบ”

 

“คุณต้องไปขอโทษครอบครัวของฉันและสารภาพกับสิ่งที่คุณทำกับฉันเอาไว้  แค่นี้คุณทำได้หรือเปล่า  ส่วนเรื่องแต่งงานฉันขอคิดก่อนได้ไหม  คือว่า เอ่อ… คือ  ฉันไม่มั่นใจ ” ศิศิกานต์เอ่ยอย่างไม่มั่นใจประโยคหลัง

“คุณยังไม่แน่ใจอะไรอีกครับกานต์  แค่นี้ผมยังทำให้คุณไม่มั่นใจเรื่องอะไรอีกครับกานต์  โปรดบอกผม  อย่าเงียบแบบนี้เลย”

 

“คุณแน่ใจเหรอคะที่จะแต่งงานกับฉัน  คุณแน่ใจเหรอที่จะทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับฉันได้”  ศิศิกานต์ถามชายหนุ่มอย่างลองใจ  แต่เธอมั่นใจแล้วว่าอิทธิกรสามารถดูแลเธอและลูกๆ ที่จะเกิดมาในอนาคตได้

 

“แน่ใจครับ  แน่ใจเป็นที่สุด  เพื่อกานต์ผมทำได้ทุกอย่างเท่าที่ผมจะทำได้  แล้วกานต์ล่ะครับสามารถให้อภัยในสิ่งที่ผมทำในอดีตได้หรือเปล่าและพร้อมที่จะใช้ชีวิตร่วมกับไหม  ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรผมจะยอมรับความจริงเสมอ” อิทธิกรพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัดเจน  จนศิศิกานต์อดที่จะยิ้มไม่ได้ให้กับความเครียดของเขาตอนนี้

 

“คุณยอมรับทุกอย่างที่กานต์จะให้คำตอบคุณใช่ไหมคะ  งั้นคุณช่วยเอ่ยขอคำแต่งงานกับกานต์อีกสักครั้งได้ไหมคะ”  ศิศิกานต์เอ่ยขอร้องอิทธิกรอีกครั้งเพราะครั้งเธอจะให้คำตอบเขาอย่างจริงๆ  โดยที่ไม่มีทิฐิอยู่ใจอีกแล้ว

 

อดีตที่เกิดกับน้องชายของเธอและน้องสาวของเขามันคงย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรอีกไม่ได้แล้ว  ถ้าตอนนั้นน้องสาวเขาไม่วู่วามด่วนคิดไปเองเรื่องแบบนี้มันคงไม่เกิดกับครอบครัวของเราทั้งสอง  เธอไม่ได้โทษว่าเป็นความผิดของใครแต่ทุกคนมีส่วนผิดเท่าๆ กันหมดในเรื่องนี้ 

 

เธอจะไม่ยอมเอาเรื่องความแค้นมาตัดสินปัญหาหัวใจ  เพราะว่ามันเป็นคนละเรื่องกัน  เพราะว่าถ้าเอาความแค้นนี้มาเป็นเครื่องตัดสินชีวิตของเธอคงไม่ได้พบกับความสุขเลยและคงต้องทรมานที่ต้องคิดถึงเขาทุกวัน   สิ่งที่เธอทำลงไปในวันนี้ศิศิกานต์คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด   เพราเธอกำลังใช้หัวใจตัดสินปัญหาไม่ใช่ความแค้นหรือทิฐิที่มีอยู่ในหัวใจ

 

“กานต์ครับ  แต่งงานกับผมนะครับ”  ตอนนี้หัวใจของอิทธิกรเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ  เหมือนกับว่ามันจะหลุดลอยออกมาเต้นข้างนอกอย่างไงอย่างนั้น  ซึ่งตอนนี้เขาก็ลุ้นว่าคำตอบของเธอจะเป็นอย่างไร

 

“……”  ตอนนี้อากาศเริ่มเย็นมากขึ้นลมที่พัดเข้ามาทำให้ศิศิกานต์ต้องห่อตัวเล็กน้อยก่อนที่จะยืดตัวขึ้น  พร้อมกับสูดลมหายเจ้าเข้าปอดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  

 

ส่วนอิทธิกรก็คอยคำตอบที่จะออกมายังปากเรียวบางอย่างตื่นเต้น   การที่เขาขอเธอแต่งงานมันไม่ยากเลยสำหรับเขา   เพียงแค่เขารวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี  แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าชีวิตนับต่อจากนี้ไปขึ้นอยู่กับคำตอบของศิศิกานต์แล้วว่าต่อไปข้างหน้าเขาจะเป็นอย่างไร

 

“กานต์ตกลงที่จะแต่งงานกับคุณค่ะ”  ศิศิกานต์พูดด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มและเหมือนว่าหลังจากนี้ไปเธอจะมีชีวิตที่สดใสขึ้นกว่าเดิมหลังจากนี้ต่อไป  เพราะเธอมีเขาอยู่ข้างกายตลอดเวลาทั้งยามตื่นยามหลับ  แค่คิดหญิงสาวก็รู้สึกดีใจ  ตื่นเต้น  พร้อมกับใบหน้าเริ่มแดงขึ้นเล็กน้อย

 

“จริงเหรอครับกานต์  คุณไม่ได้โกหกผมเล่นใช่ไหมครับ  ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม  มันคือความจริงที่คุณจะแต่งงานกับผม  ไชโย” อิทธิกรเอื้อมมือมาจับมือเธออย่างดีใจแล้วเขาก็ลุกจากเก้าอี้มาอุ้มเธอหมุนไปรอบๆ อย่างเด็กที่ได้ของเล่นที่หมายตามานานแล้ว

 

“คุณปล่อยกานต์ลงก่อนคะ  กานต์เวียนหัวนะ  นี่คุณอิท”  เมื่ออิทธิกรพูดไม่ฟังศิศิกานต์ก็ระดมทุบไปที่ไหล่ของเขาอย่างหนัก  ตอนนี้เธอรู้สึกเวียนหัวจริงๆ เหมือนอยากจะอาเจียนเอาอาหารที่เพิ่งทานไปก่อนหน้านี้ออกมาจากท้องให้หมด

 

 

“ผมขอโทษที่ทำให้คุณเป็นแบบนี้  เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ” อิทธิกรพาเธอมานั่งที่เดิมแล้วถามอาการอย่างเป็นห่วง  เธอเริ่มดีขึ้นมากแล้วหลังจากที่เขาปล่อยเธอลง

 

“ไม่เป็นไรคะ  แค่เวียนหัวเท่านั้นเอง  กานต์ไม่ได้อะไรหรอกคะ  ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ” หญิงสาวหยิกแก้มทั้งสองของเขาเล่นให้เขาอารมณ์ดีขึ้นแล้วเขาก็ยิ้มให้เธออย่างน่ารัก  ศิศิกานต์อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

 

“กานต์ครับผมว่าเราไปยืนตรงระเบียงดูดาวกันดีกว่า”  ศิศิกานต์พยักหน้าแทนคำตอบก่อนที่จะเดินนำเขาออกที่ตรงระเบียง

 

ตอนนี้ท้องฟ้าด้านบนเต็มไปด้วยดาวที่ส่องแสงลงมายังโลก  เพื่อให้คนชมความสวยงามของมัน  แม้บางดวงนั้นแทบจะมองไม่เห็นแสง   แต่ยังไงมันก็สวยถ้ามันมาอยู่รวมกันเยอะๆเป็นกลุ่มๆ

 

อิทธิกรเดินเข้ามาซ้อนอยู่ข้างหลังของเธอก่อนที่จะสวมกอดเธอเอาไว้อย่างหลวมๆ ก่อนที่จะหยิบแหวนเพชรขึ้นมาสวมบนนิ้วเรียวของหญิงสาวอย่างบรรจง

 

“คืนนี้เราจะกลับไร่หรือเปล่าคะ” ศิศิกานต์ถามพลางทิ้งตัวลงบนหน้าอกกว้างที่คุ้นเคยเป็นประจำ  ก่อนที่เธอจะแหงนหน้าไปหาเขาเพื่อรอคำตอบ

 

“คืนนี้เราจะนอนที่นี่และผมต้องลงโทษคุณที่คุณหัวเราะผมวันนี้  คอยดูจะไม่ให้นอนเลยทั้งคืน”

 

“เหรอคะ  กานต์ไม่กลัวคุณหรอก  วันนี้กานต์นึกว่าเราจะกลับไร่กันเสียอีกเรามาค้างข้างนอกแบบนี้โดยไม่ได้บอกคุณพ่อคุณแม่  ท่านจะไม่ว่าเหรอคะ” ศิศิกานต์เอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดีถึงคืนนี้เขาไม่ยอมให้เธอนอนเธอก็ไม่กลัว  เพราะตอนนี้เธอมีความสุขที่สุดที่ไดทั้งตัวและหัวใจของเขา

 

“ฮือ  อย่าร้องขอผมแล้วกันนะ” อิทธิกรทำเสียงขึ้นจมูก  ก่อนที่ให้ศิศิกานต์หันหน้าเข้ามามาตัวเอง  แล้วชายหนุ่มก็จูบเธออย่างอ่อนหวาน   ศิศิกานต์ก็ไม่ยอมแพ้  จูบเขาตอบอย่างที่ไม่ค่อยเป็นประสานัก  ถึงแม้ว่าจะผ่านมากกว่านี้แล้วก็ตามแต่เธอก็งยังพยายามที่จะทำให้เขารู้สึกดีกับจูบของเธอ

 

“สงสัยครูจะสอนไม่ดี  คืนนี้ครูจะสอนให้หมดทุกอย่างถ้านักเรียนหัวไม่ไวก็ต้องถูกครูลงโทษทุกวัน”  อิทธิกรมองเธออย่างเจ้าเล่ห์เพราะยังไงคืนนี้เขาจะสอนให้เธอรู้จักคำว่า “รัก” ให้อย่างลึกซึ้งกว่าทุกวันนี้

 

“คุณอิทจะลงโทษกานต์ทุกวันเลยเหรอคะ  กานต์ไม่ยอมหรอกคนบ้า”  พูดจบก็สะบัดตัวออกจากอ้อมแขน  ใครจะมีแรงทำได้ทุกวัน  เธออดที่จะค่อนคอดเขาอยู่ในใจ  แต่อิทธิกรก็จับมือบางกระชากเข้าหาตัวก่อนที่จะอุ้มเธอตรงไปยังห้องนอนที่เขาเป็นคนเตรียมเอาไว้

 

“อืม  หอมจัง”  ศิศิกานต์หลับตาสูดเอาความหอมของดอกไม้ที่ส่งกลิ่นอบอวลอยู่เต็มห้อง  อิทธิกรเห็นดังนั้นเขาจึงยิ้มให้กับตัวเองที่สามารถทำให้ศิศิกานต์ประทับใจในค่ำคืนนี้  

 

“สวยหรือเปล่าครับ  ผมแต่งเองกับมือเลยนะเนี่ย  สถานที่สวยถูกใจแบบนี้  คุณต้องให้รางวัลกับผมมากๆ หน่อยนะครับคืนนี้  ฮ่าๆๆ”  อิทธิกรพูดด้วยสายตาเจ้าเล่ห์   แต่ตอนนี้ทั้งเธอและเขาได้มานอนอยู่บนเตียงแล้ว

 

 หลังจากนี้ไปคงไม่ต้องบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ  เธอคงไม่รอดเงื้อมือซาตานแน่เลยคืนนี้  ก็เขาเล่นขอรางวัลเธอมากๆ แบบนี้  แต่ยังไงคืนนี้เธอก็ต้องตามใจเขา  เพราะรู้ดีว่าถ้าห้ามยังไงชายหนุ่มที่อยู่เหนือร่างเธอคงไม่ยอมเป็นแน่

 

แล้วอิทธิกรก็เริ่มบรรเลงเพลงรักระหว่างเขาและเธอ  ชายหนุ่มเริ่มจูบเธออย่างอ่อนหวาน ลิ้นอุ่นสอดเข้าไปทักทายกับลิ้นของเธอ หลอกล้อกับมันอยู่นานก่อนที่เขาจะถอนริมฝีปากออก

 

“อื้ม”  เสียงครางของหญิงสาวดังขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อชายหนุ่มพรมจูบไล่ลงมาเรื่อยๆจนถึงลำคอระหง  มือหนาก็ลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายเธอ  ก่อนที่จะสอดมือไปด้านหลังเพื่อรูดซิปของชุดกระโปรงตัวนี้ออกไปจากร่างบาง ซึ่งศิศิกานต์ก็ให้ความร่วมมือกับเขา 

 

หลังจากที่ถอดชุดออกจากร่างบางแล้วชายหนุ่มก็โยนมันไปที่พื้นอย่างไม่สนใจ   อิทธิกรก็เริ่มปลดปราการอีกชั้นออก ทรวงอกอวบขาวผ่องที่ใหญ่เกินตัวที่ถูกซ่อนไว้ในบราเซียลูกไม้สีขาวได้ปรากฎแก่สายตาของเขา  ปลายยอดสีแดงชูชันรอรับสัมผัสจากเขา

 

ตอนนี้มีเพียงชั้นในสีขาวบางๆ ที่ปิดกั้นความเป็นหญิงเอาไว้แต่อีกไม่นานมันก็ต้องถูกถอดด้วยมือของชายหนุ่ม อิทธิกรไม่รอช้ารีบส่งลิ้นอุ่นๆ เข้าครอบครองยอดอกอย่างหิวกระหาย แล้วค่อยละเลียดชิมทีละส่วนไล่ตั้งแต่ฐานอกจนมาถึงเนินอก  ก่อนที่จะขบเม้มเป็นรอยแดงทิ้งไว้ทั่ว  ชายหนุ่มทำสลับกันไปทั้งสองข้างไม่น้อยหน้ากัน

 

“อื้อ  อ๊ะ”  ศิศิกานต์ได้แต่นอนบิดเร้าอยู่บนเตียงอย่างเสียวซ่านกับสัมผัสวาบหวามที่อิทธิกรเป็นคนมอบให้อย่างอ่อนโยน  ส่วนมือหนาก็ลากลงไปลูบไล้ที่เรียวขาสวยเนียน  เพื่อให้เธอมีอารมณ์ร่วมกับเขามากขึ้นกว่าเดิม

 

 ศิศิกานต์เผลอแยกขาออกเอย่างไม่รู้ตัว  เพื่อเปิดทางให้ชายหนุ่มเข้ามาง่ายขึ้น  เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหญิงสาวชายหนุ่มก็ยิ้มให้เธอ  เพราะครั้งนี้เธอให้ความร่วมมือกับเขามากกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา

 

แล้วมือหนาก็เกี่ยวชั้นในตัวบางออกจากขาของศิศิกานต์อย่างรวดเร็ว  แล้วโยนมันไปที่พื้น  เมื่อรู้ว่าบนร่างกายของเธอไม่มีเสื้อผ้าเลยสักชิ้นศิศิกานต์ก็รีบขดตัวอย่างอายๆ   อิทธิกรเห็นแล้วก็ได้แต่สายหัวน้อยๆ ก่อนที่จะพูดแหย่ให้เธออายอีกครั้ง

 

“ยังจะอายอยู่อีกเหรอ เห็นกันมามากกว่านี้แล้ว” ศิศิกานต์ก็เริ่มหน้าแดงขึ้นกับคำพูดของชายหนุ่ม  ก่อนจะพูดเพื่อกลบความอาย

 

“คนบ้า   กานต์ไม่ได้เหมือนคุณนิ” พูดจบหญิงสาวก็เสมองไปอีกข้างหนึ่ง อิทธิกรก็ก้มลงไปจูบปากเธออีกครั้ง  แต่ก็ต้องถอนปากออกมาอย่างเสียดาย  ศิศิกานต์เห็นก็ตกใจว่าทำไมเขาถึงหยุดอย่างไม่มีสาเหตุ 

 

 

ต่อกันเลย

linlalyn
นามปากกา linlalyn
ชื่อ linlalyn
ลายเซ็น
ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM