เรื่อง นิยาย สตอรี่ วิวาห์รักร้าย

เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

ดวงตะวันลาลับขอบฟ้าไปหลายชั่วโมงแล้ว ตอนนี้ทั่วพื้นพิภพถูกครอบครองไปด้วยความมืดจนหมดสิ้น  มีเพียงแสงไฟจากหลอดไฟดวงน้อยกับแสงจันทราเท่านั้นที่ช่วยให้แสงสว่างในยามนี้  สายลมพัดเอื่อยกระทบใบหน้าหวานผมปลิวสยายตามสายลมที่นั่งรับลมอยู่บริเวณระเบียงห้องที่ยื่นออกมา  เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเธอมานั่งตรงนี้นานเท่าไรแล้ว   แต่เธอรู้เพียงว่ามันนานมากหลายชั่วโมงแล้วจากท้องฟ้าสีส้มท่อประกายจนเปลี่ยนเป็นสีดำมืดสนิทไปทั่ว    ลมเย็นยามเย็นเปลี่ยนเป็นลมหนาวยามดึก

           เธอนั่งมองเหม่อที่รั้วบ้านนานแสนนานเพียงเพื่อรอเขาคนนั้นว่าเมื่อไหร่เขาจะกลับ  แต่ก็ไม่มีวี่แวว  ไฟในบ้านต่างถูกดับลงทีละดวงทีละดวงตามห้องต่างๆ  แต่ห้องนอนของเธอก็ยังคงเปิดไฟสว่างไว้อยู่  เพียงเพื่อรอเขาแต่   ถึงแม้ปากเธอจะบอกไม่ให้อภัยเขาและยังโกรธเขาอยู่  แต่เพียงแค่เขามาเคาะประตูขอโทษเธอก็ยอมใจอ่อนให้อภัยเขาจนหมดสิ้นไปตั้งนานแล้ว  แต่แค่เพียงอยากให้เขาง้อนานๆและกลัวว่าถ้าให้อภัยเขาง่ายๆเขาจะกลับไปทำให้เธอผิดหวังอีก  

           เมื่อไม่มีวี่แววเลยว่าเขาจะกลับ ร่างบางจึงต้องถอดใจย่างกรายเข้าห้องไปแต่โดยดี

 

            “คุณดาวค่ะ  อย่าพึ่งทานข้าวค่ะ”

จอยเอ่ยขัดนายสาวขึ้นก่อนที่นายสาวของตนจะตักข้าวเข้าปาก

             “มีอะไรจอย”

มณีดาวเอ่ยถามอย่างหัวเสียนิดๆ

             “คือมีคนมาขอพบคุณดาวค่ะ”

             “งั้นเหรอ...อืมเข้าใจแล้ว”

พูดจบร่างบางก็วางช้อนตักข้าวลงและมุ่งหน้าไปยังหน้าบ้านทันที   เพียงแค่เห็นแต่ไกลๆเธอก็จำได้ดีว่านั่นคือพงศกร

              “กร......คุณมีอะไรรึเปล่า”

กรยิ้มละลายใจส่งไปให้ดาว  พร้อมกับหยิบถุงกระดาษที่ภายในบรรจุบางอย่างไว้อยู่

              “เมื่อวานคุณแม่ผมเขาทำขนมไทยไว้หลายอย่าง   ผมเลยเอามาฝากดาว  จำได้ว่าดาวชอบทาน”

พงศกรจดจำเรื่องราวรายละเอียดทุกอย่างของดาวได้ดี  ไม่ว่าจะเมื่อสองปีก่อนหรือ ณ ขณะนี้เขาก็ยังคงมั่นใจว่าเขารักดาวคนเดียว   และคงจะรักตลอดไป

             “ขอบคุณมากนะ”

ก่อนที่ดาวจะยื่นมือไปรับถุงกระดาษจากมือพงศกร   แต่มีมือหนายื่นมารับไปไว้ก่อน  นั่นสร้างความแปลกใจให้แก่ทั้งกรและดาวเป็นอันมาก

             “ขอบคุณมากนะครับ  ที่อุตส่าห์ลำบากลำบนเอามาให้ภรรยาของผม”

วิทยาโผพูดขึ้นอย่างประชดประชันไปในตัว  ด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีนัก  เพราะเมื่อวานเขาก็ต้องระเห็จตัวเองไปอยู่ที่บริษัทเพื่อระงับความโกรธไม่ให้มันประทุออกมา  แต่พอตอนเช้าเขากลับมาก็ยังต้องเจอชายหนุ่มคนเมื่อวานที่ทำให้เขาโกรธด้วยอารมณ์หึงหวงอีก  เพียงมองตาก็รู้ว่าคนตรงหน้าอยากตีท้ายครัวบ้านของเขาแค่ไหน

            “ไม่เป็นไรครับ”

พงศกรสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่เมื่อเจ้าของตัวจริงของหญิงสาวตรงหน้ามาแสดงตัวขนาดนี้  พร้อมแสดงอาการหึงหวงออกมาอย่างออกนอกหน้า   ถึงเขาจะรักและหวงดาวไม่ได้แพ้ชายหนุ่มร่างใหญ่ตรงหน้าเลยก็ตาม   แต่ในฐานะของเขาตอนนี้ย่อมไม่มีสิทธิอะไรในตัวร่างหวานอยู่แล้ว

            “ผมว่าคุณควรจะกลับได้แล้วนะครับผมกับภรรยาต้องการทานข้าวเช้าด้วยกันแล้ว  หวังว่าคุณคงเข้าใจ”

มณีดาวหันไปค้อนใส่คนตัวสูงข้างกายวงโต  อีกใจก็โกรธที่เขาแสดงอาการเสียมารยาทได้ขนาดนี้ แต่อีกใจก็แอบดีใจที่เขามีอาการหึงหวงออกมาอย่างเห็นได้ชัดขนาดนี้

           “ผมก็ว่าอย่างนั้น   ดาวผมกลับก่อนนะแล้วเย็นนี้ผมจะมาใหม่”

พงศกรก็ยังไม่หยุดที่จะทิ้งท้ายให้ชายตรงหน้ารู้สึกกรุ่นโกรธเพิ่มขึ้นไปอีกพร้อมกระตุกยิ้มมุมปากให้วิทยาอย่างยั้วยุ   ก่อนจะหันหลังกลับไปยังรถยุโรปสีบลอนด์วาวที่จอดอยู่นอกรั้วบ้าน

            “ดีเหลือเกินนะเพื่อนชายของคุณคนเนี่ย  เช้าถึงเย็นถึงเชียว”

วิทยาชักสีหน้าใส่ใบหน้าหวานอย่างโกรธเคือง  ก่อนจะเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าบ้านไปพร้อมโยนถุงกระดาษลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจถึงของภายในถุง

           มณีดาวเองเมื่อเห็นอาการที่มันดูจะมากเกินไปก็อดที่จะโกรธไม่ได้จึงคิดจะตามขึ้นไปต่อว่าเสียหน่อย

             “คุณวิท.....ไอ้สิ่งที่คุณทำเมื่อครู่มันไม่มากไปหน่อยรึไง”

             “อะไรที่ว่ามากไป”

วิทยาหันมาสบตาหวานด้วยดวงตาแน่นิ่งเย็นชาไร้ความรู้สึกก่อนจะแกะเม็ดกระดุมออกทีละเม็ดทีละเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามไปเรื่อยๆ   

             “กะก็  เรื่องเมื่อกี๊ที่คุณเสียมารยาทใส่เพื่อนฉันยังไงล่ะ”

ดาวพูดติดๆขัดๆตัวแข็งทื่อ  เพราะยิ่งเธอคิดจะต่อว่าเขามากเท่าไหร่เขาก็เอาแต่ถอดนั่นถอดนี่ตลอดไม่คิดจะหยุด  จนใบหน้าหวานต้องเสหน้าหนีไปทางอื่นแทน   ด้วยความเขินอาย

            ความโกรธที่มีตอนแรกจางหายไปหมดเหลือไว้แต่เพียงความขวยเขินที่เริ่มจะมากขึ้นๆไปทุกที

              “คุณวิทคุณจะให้ฉันพูดจบก่อนไม่ได้รึยังไง  ไม่ใช่ฉันพูดไปคุณก็ถอดไปแบบนี้  คุณไม่อายแต่ฉันก็อายนะ”

วิทยาแอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อมองเห็นคนน่าดุตอนนี้หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย

              “ก็ผมรีบหนิ”

มณีดาวหันพรึบกลับมาทันควันเมื่อชายหนุ่มเปลือยครึ่งท่อนพูดจบ  อย่างลืมความเขินอาย

              “คุณจะรีบไปไหน”

              “ผมจะไปดูงานที่ต่างจังหวัดสักสองวัน”

             “คุณจำเป็นต้องไปด้วยเหรอ”

หญิงสาวเอ่ยถามด้วยเสียงเศร้า  เธอไม่อยากให้เขาไปไหนไกลจากเธอเลยด้วยซ้ำเพราะเวลาที่ไม่มีเขา  เธอจะรู้สึกว่าชีวิตขาดอะไรไปบางอย่างทันทีอย่างบอกไม่ถูก

             “ใช่.......ผมจำเป็นต้องไป  แต่คงไม่ใช่ประมาณว่าแมวไม่อยู่หนูร่าเริงหรอกนะ”

ดาวปรับสีหน้ามองค้อนวงโตใส่วิทยาทันที  เมื่อพอจะเดาได้ว่าสำนวนเมื่อครู่เขาหมายถึงอะไร

            “ฮึ! มันก็ไม่แน่  ถ้ามีสิ่งเร้าน่าสนใจ”

วิทยากัดฟันกรอดก่อนจะถลาตัวเข้าไปประชิดร่างบางที่ยืนเชิดหน้าอย่างท้าทาย   ทำเอาคนปากเก่งเริ่มกลัวเกรงกับดวงตาดำขลับคมเข้มที่อยู่ห่างจากใบหน้าไม่ถึงคืบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

            “ก็ลองดู  ถ้าหนูกล้าลูบคมแมวขนาดนั้น  ไม่แน่แมวอาจจะกลับมาขย่ำหนูเพื่อเอาคืนก็เป็นได้”

วิทยาเอ่ยอย่างทีเล่นทีจริง   ก่อนจะก้มหน้าฉกจูบริมฝีปากบางฉ่ำตรงหน้าอย่างรวดเร็วและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายทันทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   ตอนนี้คนโดนขโมยจูบหน้าแดงก่ำไม่รู้ว่าโกรธหรืออายกันแน่

             “ผมไม่ชอบเพื่อนของคุณคนนี้  ผมไม่อยากให้คุณไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก”

ร่างใหญ่ก็ยังไม่หยุดที่จะส่งเสียงออกมาจากในห้องน้ำเพื่อแสดงความรู้สึก

             “แล้วทำไมฉันจะยุ่งกับเขาไม่ได้เขาเพื่อนฉันนะ”

             “เพราะผมหึง”

ใบหน้าหวานที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงก่ำเข้าไปอีก  ด้วยคำพูดที่ตรงแสนตรงของคนที่อยู่ในห้องน้ำ 

              คนบ้า  พูดอะไรก็ไม่รู้  อายเป็นเหมือนกันนะ

              “ถือซะว่าเราหายกัน  ผมทำให้คุณโกรธ   ส่วนคุณก็ทำให้ผมหึง   ดังนั้นคุณเลิกโกรธผมได้แล้วนะ”

ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาจากร่างบางมีเพียงรอยยิ้มเปื้อนสุขเพราะความเขินอาย   ก่อนจะเดินออกนอกห้องไปพร้อมรอยยิ้มหวาน  คนอยู่ในห้องน้ำก็แอบเปิดมามองหลังไวไวของคนที่พึ่งเดินออกไปอย่างยิ้มๆ  ถึงเขาจะโกรธมากที่เห็นผู้เป็นภรรยาในนามของเขาไปสนิทชิดเชื้อกับหนุ่มหล่อคนนั้น  แต่เขาก็ต้องพยายามสงบสติอารมณ์ใช้ไม้อ่อนเข้าสู่เพราะเขาเบื่อที่จะต้องทะเลาะกับหล่อนเต็มที  เลือกที่จะคอยมองสถานการณ์ต่อไปคงจะดีเสียกว่า

 

เมื่อวิทยาแต่งตัวเตรียมของเสร็จสิ้นแล้วก็พร้อมที่จะออกเดินทาง  โดยที่มีสาวสวยมาคอยยืนส่งอยู่ข้างกาย

             “ผมไปแล้วนะแล้วอย่าลืมที่ผมสั่งไว้ล่ะ  ผมไม่ได้พูดเล่นนะ”

วิทยาปรับสีหน้าให้ดูจริงจังขึ้นมาเพื่อให้คนฟังได้ตระหนักถึงว่าเขาพูดจริง

ดาวเองก็ส่งยิ้มน้อยๆส่งไปให้  เธอรู้ดีว่าเธอทำไม่ได้  แต่เธอจะพยายามให้มันจบลงให้เร็วที่สุด 

             แต่ก่อนที่ร่างใหญ่จะก้าวขึ้นรถก็แอบเจ้าเล่ห์ดึงร่างบางเข้ามาขโมยหอมแก้มอย่างเอาแต่ใจก่อนจะรีบขึ้นรถและขับออกตัวไปพร้อมรอยยิ้ม  ทำเอาคนถูกหอมหน้าแดงก่ำด้วยความอายขึ้นมาอีกละรอก   สองป้าหลานที่ยืนแอบดูอยู่ข้างเสาใหญ่หน้าบ้านก็อดที่จะเขินอายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตามไม่ได้

               “ป้าพวกคุณๆเขาคงหายโกรธกันแล้วล่ะเนอะ  แหน.....หายเข้าห้องไปแป๊บเดียว  ออกมาดีกันเลยอิอิ”

ป้านวลรีบยกมือขึ้นเขกกะโหลกหลานสาวจอมทะลึ่งของตัวเองทันทีที่ยิ่งนับวันก็ยิ่งแก่แดดแก่ลม

              “ทะลึ่งแล้วนังจอย  แกนี้มันแก่แดดแก่ลมขึ้นทุกวัน เดี๋ยวเถอะๆ”

จอยหน้างอใส่ผู้เป็นป้าอย่างงอนๆพร้อมลูบหัวปรอยๆด้วยความเจ็บ

              “ป้าหรือฉันกันแน่ที่ทะลึ่ง  ฉันหมายถึงเข้าไปเคลียร์ทำความเข้าใจกันในห้อง  ป้าต่างหากคิดไรเนี่ย”

จอยหันไปยิ้มยียวนกวนประสาทใส่หน้าป้านวลอย่างยั่วอารมณ์ก่อนจะวิ่งแจ้นหนีหายไป  เพราะกลัวผู้เป็นป้าจะตามเขกกะโหลกอีก

               “ไอ้หลานคนนี้มันเหลือเกินจริงๆเลย  อย่าให้ข้าจับเอ็งได้นะแม่จะทุบให้กะโหลกร้าวเลย”

 

    ตอนต่อไปกำลังเร่งพิมพ์อยู่ค่ะ พักตาแป็บค่ะรู้สึกปวด ตาขึ้นมาตะหงิดๆ         

          

  

บัวศิลา
นามปากกา บัวศิลา
ชื่อ บัวศิลา
ลายเซ็น
ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM