เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

            เด็กผู้หญิงคนนี้ชื่อว่า ‘ทอรุ้ง’ ตอนนี้เธออายุได้ 18  ปี กำลังจะเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก เธอเป็นลูกสาวเพื่อนของคุณคีรี

“เป็นลูกสาวของเพื่อนคุณพ่อ?” ไรอันทวนคำเหมือนไม่เชื่อ เมื่อคำตอบต่างไปจากที่คาด

“ใช่ครับ...ทีแรกผมเองก็คิดว่าเป็นลูกสาวของคุณท่านที่เกิดกับผู้หญิงอื่น...เอ่อ” ทนายประภาษอึกอักเล็กน้อย 

“ต่อครับ” ไรอันกล่าว สีหน้าเปิดทางให้ทนายประภาษเล่าได้เต็มที่ แววตาของคุณประภาษผ่อนคลายขึ้นมาก ภายหลังจากไวน์แก้วที่สามและสี่ละเลียดลงลำคอ จึงเริ่มเล่าต่อจนสิ้นสงสัยแก่ไรอัน

รุ้งเป็นลูกของ รำเพย ที่เกิดกับพ่อที่ชื่อ วศิน มีฟาร์มเล็กๆอยู่ที่ปากช่อง ฟาร์มที่เป็นมรดกของครอบครัวที่ตกทอดมาถึงวศิน ซึ่งวศินเองก็จำต้องรับเอาไว้ทั้งมรดกและหนี้สินไปพร้อมๆกันในฐานะทายาทของครอบครัว 

แต่ด้วยจำนวนหนี้สินที่มากพอๆกับทรัพย์สิน ทำให้วศินและรำเพยเคียงบ่าเคียงไหล่ ทนแบกภาระหนี้สินกันมาอย่างไม่ย่อท้อ ท่ามกลางผืนดินที่แล้งระแหงเกินกว่าจะเพราะปลูกพืชใดๆได้ แม้กระทั่งมันสัมปะหลังที่ว่าทนแล้งที่สุดชนิดหนึ่ง ก็ให้ผลผลิตด้วยหัวมันที่เล็กลีบจนแทบจะเหลือแต่ราก หรือแม้กระทั่งแก้วมังกรที่ว่าเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย แม้ไม่ยืนต้นตาย…แต่ก็ให้ผลผลิตที่แคะแกรนเกินเหลือเกิน

และสุดท้ายเมื่อไม่มีรายได้พอชดใช้หนี้ที่ไล่หลังอยู่ทุกวี่วัน วศินถึงขั้นเครียดจนเกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตก ทิ้งให้รำเพยและลูกสาวต้องอยู่กันเพียงลำพังด้วยชีวิตที่แทบจะอดมื้อกินมือ

ไรอันส่งสายตาให้สาวใช้ เติมไวน์ลงในแก้วเพิ่งว่างลงของคุณประภาษ เมื่อเห็นคุณประภาษนิ่งไปช่วงหนึ่ง ไรอันเห็นอาการกลืนน้ำลายลงคอเหมือนคนคอแห้ง เพราะเกิดความสะท้อนสะเทือนใจในเรื่องที่กำลังเล่า

“วันหนึ่ง!...ข่าวการตายของวศินก็ถึงหูคุณพ่อของคุณไรอัน คุณพ่อของคุณไรอันได้ยื่นมือเข้าช่วยสองแม่ลูกในทันทีที่รู้ข่าว  คุณคีรีมีโอกาสพบเจอกับรำเพยเพียงช่วงเวลาสั้นๆของชีวิตก่อนที่จะเสียชีวิตลงไม่กี่วัน แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่แสนสั้นที่แสนสุข แอบไปมาหาสู่กันโดยที่คุณแม่ของคุณไรอันไม่เคยล่วงรู้”

“พ่อกับแม่ของเด็กคนนั้นคยหากันแบบชู้สาวใช่ไหมครับไรอันถาม

ทว่าสีหน้าก็ไม่ได้แสดงอาการตกใจ หากทนายสมภพจะตอบว่า “ใช่”

“ในความจริงก็ใช่!...ทว่าสองคนนี้เคยรักกันมาก่อน”

“รักกันมาก่อน?” ไรอันขมวดคิ้ว

“ครับ…ก่อนที่คุณคีรีจะมาแต่งงานกับคุณเดียน่าแม่ของคุณไรอันด้วยซ้ำ รำเพยที่เป็นแม่ของเด็กสาวที่ชื่อทอรุ้งเป็นคนรักแรกของคุณคีรี แต่ระหว่างที่คุณพ่อของคุณไรอันไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ด้วยขาดการติดต่อกันนานจนกลายเป็นความเข้าใจผิดมากมายตามมา เมื่อคนหนึ่งทำผิดสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อกัน เราเพยจึงตัดสินใจแต่งงานกับวศิน เมื่อได้ใคร่ครวญอย่างถึงที่สุดแล้ว ประกอบกับคำทัดทานที่รุมเร้าและเสียดแทงมาจากทุกทิศทุกทางถึงฐานะของรำเพยที่ไม่คู่ควรกับคุณคีรีพ่อของคุณ มิหนำซ้ำในตอนนั้น คุณย่าของคุณก็ยืนกรานด้วยการประกาศออกมาว่าจะไม่มีวันยอมรับสะใภ้จนๆอย่างรำเพยเป็นอันขาด”

ทนายประภาษเล่าเรื่องราวความลับนี้อย่างคนที่รู้จริง เพราะคุณคีรีไว้วางใจทนายประภาษประหนึ่งว่าเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่สามารถระบายปัญหาหัวใจแบบลูกผู้ชายต่อกันได้อย่างหมดเปลือก

“เป็นอย่างนี้นี่เอง...แล้วผู้หญิงที่ชื่อรำเพยยังมีชีวิตอยู่ไหมครับไรอันอยากรู้ 

“รำเพยคือผู้หญิงที่นั่งเคียงข้างมาในรถกับคุณพ่อของคุณ ในวันที่ท่านประสพอุบัติเหตุขับรถชนต้นไม้ในคืนฝนตกเพราะถนนลื่นนั่นแหละครับ แต่เรื่องนี้ได้ถูกปกปิดเอาไว้โดยไม่มีใครล่วงรู้ กระทั่งมันกำลังถูกเปิดเผยจากปากของผมอยู่ในขณะนี้” ทนายประภาษหยุดกลืนน้ำลาย ก่อนจะต่อ

“ก่อนหน้าที่คุณคีรีจะเสียชีวิตเพียงไม่กี่วัน ท่านได้เรียกผมมาพบเพื่อร่างพินัยกรรมตามความประสงค์ของท่าน...ท่านคงอยากชดใช้” คุณทนายนิ่งนาน ไม่ได้ตั้งใจจะเปิดช่องให้ไรอันเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ชดใช้อะไรครับ?”

“ชดใช้ที่ได้ละทิ้งผู้หญิงที่ชื่อรำเพยเพราะ ‘คำสัญญา’ ที่ให้ไว้กับรำเพยว่าจะกลับมาแต่งงานกัน คุณพ่อของคุณเอง…ที่เป็นฝ่ายรักษามันเอาไว้ไม่ได้ ภายหลังจากที่ได้เจอกับคุณแม่ของคุณ เพราะความรู้สึดผิดที่กร่อนกินใจคุณคีรีมาตลอด ท่านคงอยากชดใช้ด้วยการเลี้ยงดูลูกสาวของรำเพย อีกนัยก็คือลูกสาวของผู้หญิงที่คุณท่านรัก” ทนายประภาษกล่าว แอบสังเกตเห็นไรอันลอบถอนหายใจ กับเรื่องราวรันทดที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะต้องมารับรู้

ทนายประภาษหยุดถอนหายใจเป็นช่วงๆเช่นกัน ก่อนจะกล่าวต่อ

“ตอนนี้เด็กสาวที่ชื่อ ทอรุ้ง อาศัยอยู่กับยายซึ่งมีศักดิ์เป็นแม่ของรำเพย ญาติเพียงคนเดียวซึ่งยังมีชีวิตอยู่ ทว่าก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ป่วยกระเสาะกระแสะและมีแนวโน้มว่าจะอยู่ได้ไม่เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง เหตุนี้ผมจึงต้องรีบเปิดพินัยกรรมโดยเร่งด่วน ตามที่คุณคีรีผู้เป็นพ่อของคุณไรอันได้สั่งเสียเอาไว้ ว่าให้เปิดพินัยกรรมทันทีภายหลังจากคุณไรอันเดินทางกลับมาจากประเทศอังกฤษ” 

“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้…ผมรบกวนคุณประภาษช่วยเป็นธุระเรื่องไปรับตัวเด็กผู้หญิงคนนี้ให้ทีนะครับ เพื่อวิญญาณของคุณพ่อจะได้หมดห่วงเสียที ท่านจะได้ไปสู่สุคติภพ” ไรอันไหว้วาน เพราะตนมีงานอื่นที่รอให้สะสางอีกมากมายในวันพรุ่งนี้

“ครับคุณไรอัน” ทนายประภาษรีบรับปาก ก่อนจะอำลาไปพร้อมๆกับกับไวน์ โรมานี กองติ ที่ละเลียดลงคออันแห้งผากไปอย่างง่ายดายหลังจากรู้สึกผ่อนคลาย โล่งอกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ภายหลังจากได้เล่าความลับของคุณรีคีที่หนักอึ้งอยู่ในอกให้กับผู้เป็นลูกชายได้ฟังจนหมดสิ้น ไม่มีสิ่งใดให้อึดอัดและค้างคาใจอีกต่อไป

เช้าวันรุ่งขึ้น คุณประภาษพร้อมกับลุงชิตที่เป็นคนขับรถประจำคฤหาสน์ ได้เดินทางแต่เช้าตรู่เพื่อไปรับเด็กผู้หญิงที่ชื่อทอรุ้งตามที่พินัยกรรมได้รุบุเอาไว้ บ้านที่ทอรุ้งอาศัยอยู่กับยายเป็นเพียงบ้านไม้หลังเล็กๆ อยู่ที่ท้ายฟาร์มซึ่งมีเนื้อที่ไม่กว้างขวางนัก

ความแห้งแล้งยังทิ้งร่อยเอาไว้ให้เห็นในแปลงข้าวโพดข้าวฟ่างที่ยืนต้นตาย ต้นหญ้าที่แลเห็นล้วนเหี่ยวเฉาเพราะดินที่ขาดน้ำ สีน้ำตาลของความแห้งแล้งเข้าจับจองไปทั่วทั้งผืนฟาร์ม ต้นไม้รายรอบฟาร์มเหยียดกิ่งก้านทิ้งใบสี้น้ำตาลร่วงระทับถมอยู่ใต้ลำต้นสูงใหญ่ ก้านกิ่งที่แทบไม่เหลือใบ…มองไกลๆเหมือนคนที่ชูมือตะเกียกตะกายร้องขอความช่วยเหลือ เหมือนต้นไม้เหล่านั้นรู้ดีว่าแม้พยายามหยั่งรากลงไปค้นหาน้ำเพียงน้อยนิดที่อาจจะหลงเหลืออยู่ภายใต้ผืนดิน ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า เช่นเดียวกับความแร้นแค้นในชีวิตของสองยายหลานที่สะท้อนอยู่ในกิ่งก้านของต้นไม้ที่กำลังจะยืนต้นตายไปพร้อมๆกับข้าวโพดข้าวฟ่างที่กลางฟาร์ม

 

“ลุงมาหาเด็กผู้หญิงที่ชื่อทอรุ้ง” ทนายประภาษกล่าว ทันทีที่เมื่อเดินเข้าไปถึงบ้าน

“หนูคือเด็กหญิงที่คุณลุงกำลังถามถึงค่ะ” ทอรุ้งกล่าว  

ไม่ผิดคนแน่! ทนายประภาษคิดในใจ

จ้องมองดวงตากลมโตของเด็กสาวที่ไม่อาจซุกซ่อนประกายเศร้าออกจากความรู้สึก ไม่น่าเชื่อว่าชีวิตในวัย 15 ปีของเด็กสาวบ้านนอกที่ถูกบ่มเพาะมาด้วยไปดินกลิ่นแดดและสายลมกลางทุ่งกลางฟาร์ม จะมีหน้าตาที่งดงามจนน่าตกตะลึง รูปร่างที่เหมือนนางฟ้ากลางป่าเขา เส้นผมสีดำละเอียดยาวประบ่าแผ่ไปด้านข้างของเนินไหล่ลาด ผิวที่ไม่ขาวซีด หากเป็นสีของน้ำผึ้งจาง ผิวพรรณของเด็กสาวดูบอบบาง ละเอียดลออ สะอาดสะอ้านอวบอัดไปทุกสะอางองค์ 

พวงแก้มของเด็กสาวมีสีชมพู่ระเรื่อเหมือนสีชมพูของผลแก้วมังกรที่จะท้อนอาบพวงแก้ม ริมฝีปากเป็นสีชมพูอิ่มเต็มไปทั้งบนล่าง คิ้วที่โค้งเหมือนเมคอัพอาร์ติสฝีมือขั้นเทพบรรจงวาดเอาไว้ กรามนูนโค้งกำลังงาม โค้งได้รูปลงมารับกับคางคอที่ระหง  ดวงตารียาว แลเห็นดวงตาดำขลับภายใต้แพขนตาระยับและหยาดแววแห่งชีวิตชีวาที่วาบวับอยู่ในดวงตา

“พวกคุณเป็นใคร...และมีธุระอะไรกับหนูหรือคะริมฝีปากอิ่มทั้งบนล่าง เอ่ยถาม

แม้จะแสดงออกด้วยกิริยามารยาทอันควร ทว่าเด็กสาวก็ทิ้งระยะห่างอย่างชั่งใจ ไม่ไว้วางใจในความเป็นคนแปลกหน้าของคุณทนายและลุงชิตที่เพิ่งเจอได้ไม่กี่นาที

ธุระอันใดกันหนอที่ทำให้คนพวกนี้ขับรถฝ่าถนนที่เกรอะกรังไปด้วยก้อนหินและดินลูกรังจนรถตู้สีขาวมีฝุ่นสีแดงจับไปทั่วทั้งคัน ทอรุ้งได้แต่เพียงครุ่นคิดอยู่ในใจด้วยแววตาสงสัย 

“เรื่องมันค่อนข้างสลับซับซ้อน ฉันขอเวลาอธิบายสักครู่ เอ่อ...จะเป็นการดีถ้าจะให้ยายของหนูรับรู้ในเรื่องนี้ด้วย” ทนายประภาษแนะ

“ยายป่วยหนัก...อยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ” เด็กสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้า 

คุณประภาษลอบถอนใจเบาๆด้วยความสงสาร ก่อนจะเริ่มอธิบายเรื่องราวที่มีความซับซ้อน

ทอรุ้งนิ่งฟังอยู่พักใหญ่

แม้มีบางช่วงบางตอนที่เด็กสาวรู้สึกไม่เข้าใจว่าเหตุอันใดทำให้คุณคีรีที่เธอเองไม่เคยรู้จัก ต้องแสดงความปรารถนาดีต่อชีวิตของเธอถึงเพียงนี้

ทว่าในวันที่ชีวิตไม่เหลือทางเลือกใดๆเอาไว้ให้กับเธอเลือก  การยื่นมือเข้ามาของคุณประภาษในฐานะตัวแทนของคุณคีรีผู้ล่วงลับ ก็ไม่ต่างอะไรกับการโยนเชือกลงไปในทะเลที่เธอกำลังลอยคอเคว้งคว้างอย่างสิ้นหวัง 

เมื่อชีวิตมีโอกาสจะได้กลับขึ้นไปยืนบนฝั่งอีกครั้ง…เธอจะไม่คว้าเชือกเส้นนั้นเอาไว้เชียวหรือ ในวันที่ชีวิตแทบจะไม่เหลือใคร นอกจากยายคนเดียวที่นอนป่วยหนัก…ด้วยอาการเป็นตายเท่ากันอยู่ที่โรงพยาบาล 

ทอรุ้งรับปากคุณประภาษอย่างไม่เรื่องมาก เมื่อนึกถึงโอกาสทางการศึกษาตามที่คุณทนายได้อธิบายให้ฟังตามที่พินัยกรรมระบุ เพราะทอรุ้งเป็นเด็กที่รักเรียนและมีผลการเรียนที่ดีเยี่ยม ทำให้ได้รับทุนเรียนดีมาโดยตลอด  

แม้จะตัดสินใจไปแล้ว ทว่าเด็กสาวก็อดไม่ได้ที่อยากจะนำเรื่องที่ถือว่าเป็นข่าวดีของชีวิตไปบอกให้ยายรู้ เพราะเธอเชื่อว่าอย่างไรเสีย ยายจะต้องดีใจและอนุญาตอย่างแน่นนอน

ทว่าเมื่อไปถึงโรงพยาบาล เด็กสาวก็ต้องเจอกับความเศร้าและความสูญเสียอีกครั้ง เมื่อพบว่าผู้เป็นยาย ญาติคนเดียวและคนสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่…ได้สิ้นลมหายใจลงแล้ว ก่อนหน้าที่เด็กสาวจะมาถึงเพียงชั่วอึดใจ

เด็กสาวครุ่นคิดทั้งน้ำตา เมื่อวันที่รู้สึกว่าเหลือตัวคนเดียวในโลกก็มาถึงจนได้ ทว่าน้ำเสียงและแววตาของทนายประภาษที่มีแววโอบอ้อมอารีอยู่ในที ก็ทำให้เด็กสาวรู้สึกอุ่นใจและวางใจขึ้นมาบ้าง แม้จะมีความสงสัยในบางประการผุดพรายขึ้นในใจเกี่ยวกับมูลเหตุแห่งพินัยกรรมฉบับนี้

หากตอนนี้ไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่จะมาตั้งข้อสงสัยใดๆ ยังมีเวลาอีกมากมายที่จะไขข้อข้องใจในภายหลัง ทอรุ้งคิดในใจ

มือของทนายประภาษลูบไปที่ศรีษะ บนแพรผมสีดำละเอียดของทอรุ้งเบาๆ ปลุกปลอบตามประสาผู้ใหญ่ที่เข้าใจถึงความสูญเสียของเด็กสาว

“ฉันจะพาเธอไปอยู่บ้านหลังใหม่ ฉันเชื่อว่าเธอจะต้องชอบ และฉันมั่นใจว่าคุณไรอันผู้เป็นทายาทคนเดียวของคฤหาสน์จะทำหน้าที่ผู้ปกครอง ดูแลเธออย่างดี ในฐานะน้องสาวคนหนึ่ง” ทนายประภาษกล่าวด้วยน้ำเสียงและแววตาอ่อนโยน ก่อนจะพาทอรุ้งขึ้นรถตู้เพื่อกลับคฤหาสน์ตามหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายเอาไว้ในพินัยกรรม

‘คุณไรอันคนนี้จะดุไหม? หน้าตาเขาจะเป็นอย่างไร? ทำไมชื่อเป็นฝรั่ง ทอรุ้งครุ่นคิดอยู่ลำพังในใจ ถึงชีวิตใหม่ บ้านหลังใหม่ ผู้ปกครองคนใหม่ ที่รอคอยเธออยู่ข้างหน้า

 

ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM