เรื่อง นิยาย สตอรี่ Human/Demon - มนุษย์/ปีศาจ


เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

บทที่14

 

Beelzebub : เบลเซบัพ

 

Richard Soar : ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่สิ่งที่อยู่ข้างนอก ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดก็คือใจของเราเอง

 

 

            ถ้าคิดช่วยคน ก็หยิบดาบขึ้นมา ริชาร์ด โซอาร์พูดขึ้น ก่อนที่จะกลืนหายไปในความมืดมิดราวกับวิญญาณภูติพราย

                อาเธอร์ใช้ดวงตาสีเขียวเรืองรองเหม่อมองไปยังดาบรูปทรงไฮเทคที่ปักอยู่บนพื้นดิน  ลำแสงพลังงานสีฟ้าที่สว่างจ้าออกมาจากสันดาบยาวขึ้นไปถึงปลายแหลมทำให้พื้นดินบริเวณนั้นเริ่มเกิดการหลอมละลาย เสียงกรีดร้องทรมานของหญิงสาวเรียกสติเขากลับมาอีกครั้ง อาเธอร์ไม่รอช้ารีบดึงดาบออกจากพื้นแล้วพุ่งเข้าไปช่วยเธอทันที

                Cut Mode Of เสียงสังเคราะห์คอมพิวเตอร์ดังขึ้นจากตัวดาบ พร้อมกับการสลายไปของพลังแสงสีฟ้าที่สันดาบ

            เปรี้ยง!

อาเธอร์ใช้ดาบกวาดเหล่าผู้ทำพิธีกระเด็นหายไปจำนวนหนึ่ง เขารู้สึกถึงพละกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเมื่ออยู่ในร่างเกราะเหล็กนี้  เหล่าผู้ทำพิธีที่เหลือหยุดการปล่อยหมอกควันสีม่วงแดงทำให้ร่างของหญิงสาวตกลงมากลิ้งกับพื้น  พวกเขาหันมามองทางอาเธอร์ ทุกคนต่างมีของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในดวงตา กล้ามเนื้อทุกส่วนทั่วร่างกายกำลังจะขยายตัวขึ้น ชุดสีดำที่ใส่อยู่เริ่มฉีกขาด

                ร....รีบ จัดการเร็ว......หญิงสาวที่นอนอยู่บนพื้นพยายามร้องบอกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงก่อนจะหมดสติไป ทำให้อาเธอร์มัวแต่ลังเลตัดสินใจว่าจะพาเธอหนีหรือสู้กับพวกมันดี

                ขณะที่มัวแต่ลังเลอยู่ เหล่าผู้ทำพิธีก็พุ่งมากระโดดเกาะตัวเขาอย่างรวดเร็ว จากคนหนึ่งที่เกาะติดไม่ยอมปล่อยเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ อาเธอร์พยายามสะบัดให้หลุดแต่พวกมันกลับใช้กล้ามเนื้อที่แข็งแรงผิดมนุษย์กอดรัดตัวเขาเอาไว้ ดาบในมือขวาของเขาสะบัดฟาดฟันพวกที่พุ่งเข้ามาให้กระเด็นออกไป

ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อแม้แต่คมดาบก็ไม่อาจระคายผิวหนังของมันได้ เขาพยายามใช้ปีกสะบัดโจมตีใส่พวกมัน แต่มันก็สามารถวิ่งกลับเข้ามาจู่โจมใส่เขาได้ทุกครั้ง

            ทันใดนั้นเหล่าผู้ทำพิธีชุดดำก็ปลิวกระเด็นหลุดออกจากร่างเกราะเหล็กของอาเธอร์ เหมือนมีพลังอำนาจบางอย่างผลักพวกมันออกไปอย่างรุนแรง อาเธอร์ตัดสินใจอุ้มร่างหญิงสาวขึ้นมาแล้วบินหนีขึ้นฟ้าไปในทันที เหล่าผู้ทำพิธีต่างกรีดร้องราวกับสัตว์ร้ายถูกแย่งชิงเหยื่อชิ้นสำคัญไป

                เขาไปแล้วค่ะเสียงอ่อนหวานของหญิงสาวดังขึ้นในความมืด บนต้นไม้ที่สูงใหญ่แพทริเซียยืนหอบหายใจในอ้อมอกของริชาร์ด เธอมีท่าทางเหนื่อยล้าจากการใช้อำนาจจิตช่วยเหลืออาเธอร์

                เราจะช่วยพวกเขาได้รึเปล่าริชาร์ดมองไปยังกลุ่มคนชุดดำที่เริ่มกลับคืนสู่สภาพมนุษย์ เสื้อผ้าของพวกเขาฉีกขาดทั้งชายหญิง ต่างคนต่างมีสภาพที่ไม่น่าดู แววตาทุกคนกลับคืนสู่ความหม่นหมองไร้ประกายดังเดิม

                พวกเขาถูกครอบงำโดยสมบูรณ์แล้วค่ะ เราเกือบจะไม่มีวิธีช่วยพวกเขาได้เลย ริชาร์ดหันหน้ามามองหญิงสาวผู้ยืนแอบอิงอยู่ในอ้อมแขนของเขา เธอดูมีอาการอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก

ทันใดนั้นริชาร์ดก็เกิดความรู้สึกตื่นตัวขึ้น เมื่อเขามองลงไปด้านล่างก็ต้องตกตะลึง เมื่อริชาร์ดได้เห็นชายสวมหน้ากากตัวตลกในชุดทักซิโดขาวคนหนึ่งยืนถือหมวกโค้งคำนับให้แก่เขา

            สวัสดีครับ คุณสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรีผู้อยู่เหนือความคาดหมาย

มันสวมหมวกทรงสูงกลับคืนไป ยืนมองดูพวกริชาร์ดอย่างพินิจพิจารณา แม้ว่าภายนอกจะมีท่าทีสุภาพดูเป็นมิตรแต่ในความรู้สึกของคนทั้งคู่ ชายใส่หน้ากากตัวตลกดูน่ากลัวเกินกว่าจะเป็นไปได้

                โอ๊ะโอ๋! คุณไม่ใช่มนุษย์บนโลกนี้นี่ครับ...และก็ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งนะครับ คุณร่างต้นแบบ” ชายสวมหน้ากากพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แพทริเซียจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่ส่องประกายสีม่วงเรืองรอง

เขาไม่ใช่มนุษย์!‘ ทันทีที่ได้ยินริชาร์ดก็รีบสะบัดชุดคลุมขึ้นมาบังทั้งคู่ไว้

                ปัง! ~~~ เสียงปืนดังขึ้น ชายสวมหน้ากากผงะล้มลงตามแรงกระสุนทันที บนหน้ากากตัวตลกเพิ่มรูกระสุนขึ้นที่กลางหน้าผาก เลือดสีเขียวไหลรินไปตามรอยแตกร้าว

                 ‘..........หึหึเสียงหัวเราะดังขึ้นภายใต้หน้ากากตัวตลก ร่างที่ล้มลงนอนอยู่กับพื้นค่อยๆ ลอยขึ้นมายืนดังเดิม เมื่อเขามองกลับขึ้นไปบนต้นไม้อีกครั้งคนทั้งสองก็หายสาบสูญไปแล้ว

                ช่างเป็นบุคคลที่อยู่เหนือความคาดหมายจริงๆ เลยนะครับเนี่ยเขาหยิบหมวกทรงสูงขึ้นสวมอีกครั้งก่อนจะล้วงกระป๋องสเปรย์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วเดินตรงไปยังซากร่างของบาทหลวงปีเตอร์

           

…………………………………………………………

 

การทำสมาธิเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่คุณตั้งใจ และผ่อนคลาย....แล้วคุณจะพบกับความสงบ

 

เสียงเพลง Canon in D และเสียงพูดของสกอต แมคโดนัล เดอแฮมเบิร์ก ดังประสานกันเป็นจังหวะลงตัวอย่างมหัศจรรย์ เบื้องหน้าของเขาเต็มไปด้วยผู้คนนั่งเรียงรายเป็นแถวอย่างมีระเบียบ ทุกคนต่างนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่ภายในศาลาพื้นวงกลมอันกว้างขวาง ด้านนอกศาลามีต้นไม้ต้นหญ้านานาพันธุ์สีสันเขียวขจี ทำให้บรรยากาศดูสบายเป็นธรรมชาติ

                นาตาลีเองก็นั่งอยู่ที่นี่ด้วย วันนี้เธอสวมชุดปกปิดมิดชิดแต่หลวมสบายเพื่อให้การสะดวกแก่การทำสมาธิ ผู้คนมากมายที่นั่งรายรอบเธอดูมีสีหน้าสดใสอิ่มเอิบ

แต่หลังจากที่นั่งสมาธิไปได้พักหนึ่งนาตาลีก็ต้องลืมตาขึ้นมาเพราะมีภาพบางอย่างเข้ามารบกวนจิตใจของเธอ....มันไม่สงบตามที่ชายชราพูดเลย ยิ่งพยายามนั่งหลับตาภาพนิมิตก็ยิ่งไหลเข้ามาในหัว เธอมองเห็นตัวเองวิ่งเล่นอยู่ภายในสวนดอกไม้ มองเห็นต้นไม้พูดได้ แต่ภาพทั้งหมดก็ยังไม่ชัดเจนนัก

 

                คุณนาตาลี มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับสกอตเดินเข้ามาถามนาตาลี หลังจากเห็นเธอนั่งกระสับกระส่ายอยู่เพียงคนเดียว คุณมองเห็นอะไรรึเปล่าครับ อย่างเช่นภาพนิมิตน่ะ

                นาตาลีเงยหน้าขึ้นสบตากับชายชราทันที คุณรู้ได้ยังไง!‘

                สกอต แมคโดนัล เดอแฮมเบิร์ก ยิ้มเล็กน้อย มองนาตาลีด้วยแววตาเป็นประกาย ผมรู้สึกได้ตั้งแต่แรกพบ คุณมีพรสวรรค์ทางด้านนี้นาตาลีเขามองตาเธออย่างลึกซึ้งก่อนจะเดินจากไป

 

…………………………………………………………

 

            มีเรื่องเหลือเชื่อเรื่องหนึ่งที่ผลักดันให้ฟิลิปต้องการตรวจสอบโรงเรียนนี้อีกครั้ง โรงเรียนมัธยมปลายยิ้มแฉ่ง มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นในกล้องวีดิโอวงจรปิดของสถานีรถไฟกลาง จากในภาพเธอน่าจะตายไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เหตุการณ์เพิ่งผ่านไปเพียงไม่กี่วันเธอก็สามารถกลับมาเข้าเรียนได้ตามปกติ

ฟิลิปก้าวเท้าออกจากรถ หยิบแว่นตากันแดดจากกระเป๋าสูทขาวมาใส่ก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในตัวโรงเรียน

ฟิลิป โซอาร์ กองสืบสวนคดีฆาตกรรมพิศวง ขอพบจูดี้ บิกโน๊ส และ บัดดี้ ดูโอ ทวิน ครับ

ฟิลิปบอกจุดประสงค์ในการมาทันทีเมื่อพบหน้าอาจารย์ชายคนหนึ่ง อาจารย์ชายคนนั้นเชิญให้ฟิลิปไปนั่งรออยู่ภายในห้องรับแขก ทำให้ฟิลิปมีเวลานั่งคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา ทั้งเรื่องของนาตาลีที่มาปรากฏตัวอีกครั้งในสถานีรถไฟกลาง พร้อมกับเดมอนอีกตัวที่ดูเหมือนจะพยายามช่วยเหลือฝ่ายมนุษย์มากกว่า และยังมีเรื่องของจูดี้

                ฟิลิปหยิบตุ๊กตาผลึกรูปช้างออกมาจากกระเป๋าด้านในเสื้อสูท...มันตามเขามาอีกแล้ว ไม่ว่าจะเอามันไปทิ้งที่ไหน มันก็สามารถกลับมาหาตัวเขาได้......แล้วทำไมถึงต้องเป็นเฉพาะตัวนี้ด้วย เขาใช้นิ้วชี้ดุนแว่นตากันแดดให้เข้าที่

แกร๊ก

            เสียงลูกบิดประตูดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มหญิงสาวหนึ่งคู่ บัดดี้ ดูโอ ทวิน และจูดี้ บิกโน๊ส เด็กสาวดูมีสีหน้าเรียบเฉยผิดกับที่เขาพบเธอครั้งแรกในวันที่ ผอ.คนเก่าถูกฆาตกรรม ส่วนทางด้านเด็กชายดูมีท่าทางหวาดๆ มองดูจูดี้สลับกับมองดูเขาด้วยทีท่าไม่ชอบมาพากล

                สวัสดีครับผมร้อยตำรวจตรีฟิลิป โซอาร์ ที่เรียกพวกคุณมาเพื่อ..

                ‘คุณฟิลิป ไปกับพวกเราได้มั้ยครับเด็กชายบัดดี้พูดโพล่งขึ้นมา

ไปกับพวกเรา...ที่วัดจิตสงบ

เหงื่อเย็นยะเยียบไหลซึมออกมาเมื่อฟิลิปได้ยินชื่อวัดจิตสงบ เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงต้องไปที่วัดร้างนั้นด้วยหรือเด็กพวกนี้รู้เรื่องที่เขาทำไว้กับริชาร์ดแล้ว

ไม่...ไม่น่าจะเป็นไปได้ ฟิลิปใช้นิ้วชี้ดุนแว่นตากันแดดให้เข้าที่ มองสำรวจเด็กสาวเจ้าเนื้อจูดี้ที่นั่งแววตาเลื่อนลอยมาทางเขา จนฟิลิปอดรู้สึกขนลุกขนพองไม่ได้        

                ได้โปรดเถอะนะครับ คุณฟิลิป ไปกับพวกเราในตอนนี้เลย ไปที่วัดจิตสงบบัดดี้บอกกับเขาด้วยท่าทีร้อนรนพลางชำเลืองมองไปยังเด็กสาวจูดี้ด้วยสีหน้าหวาดหวั่น...ไม่ใช่แล้ว!  คงจะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเด็กชายหญิงคู่นี้มากกว่าความลับของตัวเขา

                ตกลง เดี๋ยวผมจะขออนุญาตอาจารย์ของพวกคุณให้ฟิลิปเลื่อนแว่นตากันแดดให้เข้าที่

แกร๊ก

                เสียงลูกบิดประตูดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการปรากฏตัวของอาจารย์ชายวัยกลางคนผู้ที่นำฟิลิปเข้ามาในห้อง

                ขอโทษที่รบกวนนะครับ ผม เอลแกน แมคแคนดี้ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนักเรียนสองคนนี้....เอ๊ะ ทำไมมองหน้าผมแปลกๆ กันอย่างนั้นล่ะ? ‘

 

…………………………………………………………

 

            ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยเป็นมนุษย์มาก่อน

                ......ค่ะ

                ‘ทำไมเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนั้น...ถ้าเดาไม่ผิด คงเป็นนาโนเทคโนโลยีของพวกเกรย์สินะ

หญิงสาวผู้ถูกถามหันหน้ามาตามเสียง ดวงตาสีม่วงคู่สวยมีประกายเศร้าสร้อยอยู่ภายใน ชายหนุ่มในชุดคลุมดำยาว เที่ยวเดินหยิบจับหาอาวุธที่ต้องการในห้องที่เต็มไปด้วยเครื่องมือไฮเทคแห่งนี้

                เพราะพวกเขายึดมั่น เชื่อมั่นในทางที่เขาเหล่านั้นศรัทธาชายหนุ่มชุดคลุมดำวางปืนรูปร่างประหลาดลง ก่อนที่จะหันไปมองหน้าหญิงสาว

                ศรัทธาโดยขาดปัญญาชี้นำ นั่นคือหลงเชื่องมงายเขาหันหน้ากลับไปสำรวจอาวุธแปลกประหลาดชิ้นใหม่ หญิงสาวเหม่อมองลงที่พื้นห้อง ชุดกระโปรงยาวสีชมพูสวยสดใสที่เธอสวมใส่ ดูตรงข้ามกับใบหน้าที่หมองเศร้า

                นั่นเป็นอีกด้านหนึ่งของวิทยาการที่ถูกลืมค่ะ องค์กรอิลูมินาติเป็นผู้ได้สิทธิครอบครองความรู้ในส่วนนั้นไปเธอพูดเสียงสั่น

                มีวิธีแก้ไหมชายหนุ่มลูบคลำคมดาบของดาบใหญ่หนาหนักสีดำมะเมื่อมเล่มหนึ่ง

หนัก…พวกเธอใช้มันได้เหรอ

                ‘ES - 0 beta GrandBlade ค่ะ เป็นรุ่นต้นแบบเราทำมันขึ้นมาเพื่อทดสอบพลังงานเธอเดินไปหยุดยืนเคียงข้างชายหนุ่ม

                ดาบไร้คมที่สามารถหยุดสิ่งมีชีวิตทุกชนิดได้...วัตถุดิบที่สามารถรองรับตัวจ่ายพลังสองชนิดที่แตกต่างกันได้ มีไม่มากนักเราจึงใช้มันในการวิจัยพลังงานเท่านั้นค่ะ

                มีวิธีที่ไม่ต้องฆ่ามนุษย์ไหม?‘  ริชาร์ด โซอาร์ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉยฉา พลางยื่นปลายดาบไปข้างหน้า แพทริเซียเอื้อมมือไปกดสวิตซ์บนโกร่งดาบรูปทรงไฮเทค

                คมดาบซีกนึงเริ่มเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีแดง ไอความร้อนแผ่พุ่งจากรูระบายอากาศบนตัวดาบอีกด้าน คมดาบซีกที่แดงร้อน เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีสว่างจ้าขึ้น เสียงสังเคราะห์คอมพิวเตอร์กำลังเริ่มนับถอยหลัง

                Three   -  -  Two  -  -   One  กลิ่นเหม็นไหม้เริ่มลอยออกมาจากโกร่งดาบ คมดาบจากสีแดงค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสว่างสุกใส

       ShockMode Ready กระแสไฟฟ้าไหลวิ่งออกมาตามเส้นพลังงานสีเหลืองที่คมดาบ

น้ำหนักมาก ใช้เวลาชาร์ตกระแสพลังงานนานกว่า และมีความคมน้อยกว่า ES - 9 BlueBlade ที่คุณเคยใช้ค่ะเธออธิบายประสิทธิภาพของดาบยักษ์สีดำทะมึน โดยไม่มองหน้าริชาร์ดเลย

แต่ เพราะมีตัวจ่ายพลังงานถึงสองตัวจึงใช้ได้ในเวลาที่จำกัด

                ‘ดาบเหล็กไหล...แค่นี้ก็พอแล้ว

 

…………………………………………………………

 

            ฝนตก...ทั้งที่อยู่ในฤดูหนาว  สภาพอากาศเริ่มเกิดการวิปริตแปรปรวน  เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้นในหลายประเทศ ฟิลิปเปิดที่ปัดน้ำฝนแล้วขับรถต่อไป ผู้โดยสารทั้งสองคนต่างนั่งเงียบไม่พูดจา โลกเราเกิดการเปลี่ยนแปลงไปมากมายแต่มนุษย์ส่วนใหญ่ยังคงหลงระเริงอยู่กับกิเลส ตัณหาของตัวเอง ที่ปัดน้ำฝนยังคงทำหน้าที่ของมันไปตามปกติ แต่ฝนที่ตกมาอย่างผิดปกติก็ยังคงตกต่อไป และมีทีท่าว่าจะตกหนักขึ้นอีก

เอี๊ยดดด!

            เสียงล้อรถเสียดสีพื้นถนนดังขึ้น เนื่องจากมีชายคนหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถไป ฟิลิปมองสำรวจผู้โดยสารทั้งสองคนพบว่าเด็กชายบัดดี้ยกมือกุมศีรษะท่าทางเจ็บปวด ส่วนเด็กสาวที่นั่งข้างหลังกลับไม่มีท่าทีเปลี่ยนไปจากเดิมเท่าไหร่

            ไม่เป็นอะไรมากนะ แย่จริงเชียว คนบ้านี่นึกยังไงมาวิ่งตัดหน้ารถฟิลิปทุบพวงมาลัยรถระบายอารมณ์

                ถ ถึงแล้วครับบัดดี้สลัดทิ้งอาการเจ็บปวดเปิดประตูรถเดินลงไปเป็นคนแรก ฟิลิปลงจากรถตามเด็กชาย สายฝนที่ตกลงปรอยๆ และท้องฟ้าที่ถูกเมฆฝนครอบคลุม ทำให้คนทั้งสองรู้สึกถึงความหนาวเย็นของอากาศ ฟิลิปมองดูประตูวัดที่ยังคงสภาพเดิมเหมือนหลายสิบปีก่อน

                ตามเข้ามาเลยครับ

บัดดี้พูดพลางเดินนำเข้าไปในประตูวัดที่เก่าแก่ทรุดโทรม ฟิลิปกับจูดี้ได้แต่เดินตามเข้าไป แสงไฟสีส้มสว่างลอดออกมาจากหน้าต่างกุฏิหลังวัด บัดดี้พาทุกคนเดินขึ้นไปบนบันไดกุฏิ ทันใดนั้นประตูกุฏิก็เปิดออกเหมือนมีคนผลักจากภายใน ฟิลิปตกใจเล็กน้อยกับประตูที่เปิดออกได้เอง หลังจากนั้นบัดดี้ก็เดินนำทุกคนเข้าไปนั่งในกุฏิ

                พระภิกษุชรารูปหนึ่งนั่งหลับตาทำสมาธิ อยู่เบื้องหน้าคนทั้งสาม บัดดี้กราบทำความเคารพท่านก่อนจะเริ่มต้นพูดขึ้น

หลวงพ่อครับ ผมพาทั้งสองคนมาแล้ว

หลวงพ่อเมื่อได้ยินแล้วก็ลืมตาขึ้นมามองสำรวจฟิลิป ก่อนที่สายตาของท่านก็มาหยุดลงที่จูดี้ หลวงพ่อหันหลังไปยกขันน้ำขันหนึ่งมาวางตรงหน้าเธอ

                ดื่มซะหลวงพ่อพูดกับจูดี้ด้วยความเมตตา

                ไม่เธอตอบด้วยท่าทีแข็งขืน หลวงพ่อจึงจ้องตาเธอพักนึง จากนั้นคอเธอก็พับตกลงทั้งที่ยังนั่งอยู่เหมือนเดิม

                คุณบัดดี้ ยกให้เธอดื่มซะ เร็วเข้าหมดขันเลยนะบัดดี้รีบยกขันน้ำป้อนเข้าในปากของจูดี้ ฟิลิปมองดูคนทั้งหมดด้วยความสงสัยมึนงง

                คุณฟิลิปเขาตกใจทันทีเมื่อได้ยินหลวงพ่อเรียกหา หลวงพ่อรู้จักชื่อของเขาได้อย่างไร

ตุ๊กตาผลึกนั่นน่ะ ครั้งแรกอาจจะใช้ลำบาก แต่ต้องตั้งสติให้ดีนะฟิลิปได้ยินที่หลวงพ่อพูดยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ดังใกล้เข้ามา

            เสียงต้นไม้หักโค่นดังมาจากด้านนอกกุฏิ บัดดี้ที่กำลังกรอกน้ำเข้าปากจูดี้เผลอตกใจทำขันหลุดมือหล่น หลวงพ่อมองลงไปยังขันที่คว่ำอยู่กับพื้นกุฏิอย่างมีความหมาย ฟิลิปได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว!

                ไปซะ รีบพาทุกคนหนีไปคุณฟิลิปทุกคนต่างตกใจในคำพูดของหลวงพ่อ จูดี้ที่ตอนนี้เริ่มได้สติกลับคืนมา มองสำรวจไปรอบๆ เหมือนคนกำลังตื่นนอน บัดดี้ก็ตกใจจนมือไม้ปั่นป่วน

เมื่อหลวงพ่อสบตากับฟิลิปอีกครั้งเขาก็เข้าใจความหมายทันที และรีบดึงเด็กหนุ่มสาวสองคนให้ลุกขึ้นตาม

                ไปสวนสาธารณะเสียงของหลวงพ่อดังก้องอยู่ภายในหัวของเขา หลังจากนั้นเสียงเฮลิคอปเตอร์ก็เข้ามาแทนที่ ฟิลิปรีบพาทั้งหมดขึ้นรถแล้วขับจากไปทันที

 

…………………………………………………………

 

                เฮลิคอปเตอร์สีดำลำหนึ่งลงจอดที่บริเวณลานวัด ด้านตัวถังส่วนที่เป็นประตูมีตราสัญลักษณ์สามเหลี่ยมพีรามิดสีเขียวที่มีรูปดวงตาสีเหลืองทองดวงหนึ่งอยู่ภายใน ทันทีที่เฮลิคอปเตอร์สัมผัสกับพื้นดินประตูถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว

                ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา สกอต แมคโดนัล เดอแฮมเบิร์ก จูงมือ นาตาลีเดินลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ เมื่อเท้าของทั้งสองเหยียบลงบนพื้นเรียบร้อย ชายชราที่แต่งกายเหมือนกับขอทานคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาต้อนรับ

                พวกเขาออกไปก่อนแล้วครับท่านชายขอทานรายงานกับสกอต เสื้อสูทหรูสีน้ำตาลที่ชายชราใส่เริ่มมีสีเข้มขึ้นเพราะเม็ดฝน ตัวนาตาลีเองที่ใส่ชุดกางเกงสีดำยาว ก็เปียกปอนพอๆ กับชายชรา

                อืมสกอตทำท่าทีไม่สนใจ พานาตาลีเดินเคียงคู่ไปยังบริเวณกุฏิด้านหลังวัด ชายขอทานรีบเดินจนนำหน้าคนทั้งสองไปยังบริเวณด้านหลังของกุฏิไม้ที่กลับกลายเป็นเก่าผุจนแทบไม่เหลือเค้าของที่อยู่อาศัย

ทั้งหมดมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าต้นไม้ใหญ่ที่หักโค่นลงเพราะแรงลม

                ตรงนี้ล่ะครับท่านชายขอทานบอกกับคนทั้งสอง สกอตหันหน้ามองมายังนาตาลีที่กำลังหลับตายื่นมือออกไปสัมผัสกับอะไรบางอย่างอยู่

 ใช่ค่ะนาตาลีหันไปพยักหน้าให้กับชายชรา เมื่อเธอพูดจบเด็กชายในชุดเครื่องแบบโรงเรียนมัธยมปลายยิ้มแฉ่งคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าคนทั้งสาม ชายชราหันไปพยักหน้าให้กับเขา

                ใต้ต้นไม้ต้นนี้ริวยะ เธอรู้สึกได้สินะชายชราพูดกับเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

 ลงมือเลยเด็กหนุ่มพยักหน้าตอบรับ เขาหลับตาทำสมาธิอยู่เพียงครู่เดียว เส้นแสงสีเขียวสว่างจ้าก็ได้แผ่ออกมาครอบคลุมไปทั่วทั้งตัว นาตาลียกมือขึ้นมาบังแสงสีเขียวแสบตา เมื่อลดมือลง ริวยะ สุซากุ ในชุดสัตว์อสูรเกราะเหล็กไวท์ฮอร์น ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของทุกคน

ขณะที่เขากำลังจะเริ่มต้นลงมือขุดอยู่นั่นเองเสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังแว่วเข้ามาในหูของนาตาลี

สกอตโบกมือส่งสัญญาณให้กับชายในชุดขอทาน ก่อนที่ชายขอทานจะวิ่งจากไป ไวท์ฮอร์นยังคงตั้งใจขุดพื้นดินใต้ต้นไม้ต่อไป เสียงไซเรนของรถตำรวจที่ดังใกล้เข้ามาทำให้นาตาลีรู้สึกตื่นเต้นตึงเครียด

                ทันใดนั้นพื้นดินที่ทุกคนยืนอยู่ก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทำให้นาตาลี และสกอตถึงกับสูญเสียการทรงตัวล้มลงไปนั่งกับพื้น เมื่อแผ่นดินไหวหยุดลงไวท์ฮอร์นก็หันมาส่ายหน้าให้กับชายชรา ก่อนที่จะยื่นตุ๊กตาผลึกรูปผีเสื้อให้กับเขา สกอตรีบรับมันมาเก็บไว้ในกระเป๋าในเสื้อสูท เสียงไซเรนของรถตำรวจดังมาถึงประตูหน้าวัดแล้ว

ปัง ปัง ปัง ปัง

                เสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเงียบลงไป

สกอตรีบเดินนำ นาตาลี และ ไวท์ฮอร์นที่กลับคืนสู่ร่างมนุษย์แล้วไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ แต่พอนาตาลีเดินไปถึงเธอก็ตกใจจนแทบทรุดลงไปนั่งกับพื้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า 

ชายสวมหน้ากากตัวตลก ในชุดทักซิโดขาวคนหนึ่งกำลังถอดหมวกทรงสูงยืนโค้งตัวทำความเคารพพวกเธอ มันยืนขวางระหว่างเฮลิคอปเตอร์กับคนทั้งสามไว้พอดี บนพื้นข้างตัวชายสวมหน้ากากมีร่างของคนขับเฮลิคอปเตอร์ และชายขอทานที่สกอต ส่งไปจัดการกับพวกตำรวจนอนอยู่

                ไม่คิดว่าเราจะได้เจอกันอีกเลยนะครับ คุณสกอตชายใส่หน้ากากสวมหมวกกลับคืนไปบนศีรษะ ก่อนจะใช้มือข้างขวายกร่างคนขับเฮลิคอปเตอร์ขึ้นมา สกอตยกมือขวางริวยะที่กำลังจะพุ่งเข้าไปช่วยเพื่อน

                สมาชิกองค์กรระดับสูงที่หายตัวไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วชายสวมหน้ากากพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพอ่อนโยน ก่อนจะใช้มือข้างซ้ายล้วงเข้าไปในลำคอของคนขับเฮลิคอปเตอร์!

หมอกควันสีม่วงแดงลอยทะลักออกมาตามรูหู รูจมูก และปาก ของเขาทันที คนขับเฮลิคอปเตอร์ดูมีท่าทางทรมานอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะสงบลง ความรู้สึกสะอิดสะเอียนเกิดขึ้นภายในร่างกายของนาตาลีทันทีเมื่อเธอมองเห็นหมอกควันสีม่วงแดงนั้น

                เบลเซบัพ สกอตล้วงมือเข้าไปที่กระเป๋าด้านในของเสื้อสูท ทำท่าทางเตรียมพร้อม

                จุ๊ๆๆชายใส่หน้ากากจุ๊ปากอย่างสุภาพ ใจร้อนอยากต่อสู้เสียเหลือเกินนะครับ ฝ่ายผมยังมีคนเดียวเอง รอให้ผมปลุกอีกคนก่อนสิครับ

เมื่อมันพูดจบ คนขับเฮลิคอปเตอร์ก็ค่อยๆ ลุกยืนขึ้นมา ดวงตาทั้งคู่ของเขามีของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายใน เส้นแสงสีเขียวเริ่มสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งตัว เมื่อแสงสว่างจางหายไปสัตว์อสูรเกราะเหล็กรูปร่างตั๊กแตนก็ปรากฏกายขึ้นแทนที่เขา ดวงตาสีเขียวเรืองรองจ้องมองมายังนาตาลีอย่างไม่เป็นมิตร

ริวยะเดินเอาตัวเข้ามาบังนาตาลีไว้ และเปลี่ยนร่างตนเองเป็นสัตว์อสูรไวท์ฮอร์น เบลเซบัพเห็นดังนั้นจึงก้มตัวลงไปยกชายขอทานขึ้นมา

                แต่ทันใดนั้นเส้นแสงสีเขียวก็ส่องสว่างออกมาจากชายขอทาน เข็มโลหะมันวาวนับสิบพุ่งออกไปทิ่มแทงร่างของเบลเซบัพจนตัวมันสั่นกระตุก ไวท์ฮอร์นรีบพุ่งเข้าไปจู่โจมสัตว์อสูรตั๊กแตนทันที สกอตเห็นดังนั้นก็รีบจับมือข้างขวาของนาตาลี แล้วหลังจากนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างในสายตาของเธอก็ดูเหมือนจะเล็กลงเรื่อยๆ เรื่อยๆ

 

 

To  be  continued…
Illanzer
นามปากกา Illanzer
ชื่อ Illanzer
ลายเซ็น
ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM