เรื่อง นิยาย สตอรี่ เพลิงเหมันต์ (18+)

เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

 

ปัณนทัตนั่งเล่นเกมเคาเตอร์ สไตรท์ ซึ่งเป็นเกมยิงปืนต่อสู้บนคอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมจากคนเล่นเกมทั่วโลก สายตาคมกล้าจดจ่ออยู่บนหน้าจอ ปลายนิ้วแข็งแกร่งเรียวยาวที่เคยจับอาวุธของจริงอยู่เสมอยามนี้ขยับอย่างพริ้วไหวบนเมาส์ตัวเล็กเพื่อใช้บังคับปืนเข่นฆ่าศัตรูในเกม จนกระทั่งสามารถจัดการกับฐานรบตรงหน้าสำเร็จ ชายหนุ่มก็ขยับยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ แล้วเตรียมที่จะเลือกเปลี่ยนฐานรบต่อไป พอดีกับที่เสียงสัญญาณเตือนว่ามีสายเข้าบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เขาจึงคลิกหยุดพักเกมบนหน้าจอไว้ชั่วคราว แล้วกดรับสาย

“ ว่าไง” เสียงขรึมถูกส่งไปให้คนทางปลายสายที่เป็นนักสืบมือดีได้ยิน เขาตัดสินใจจ้างคนพวกนี้ให้ไปสืบเรื่องราวของศัตรูตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นที่ผับ ASASA ในคืนนั้น ที่ทำให้ปัณนทัตทราบว่าคนที่สั่งฆ่าบุพการีของเขาเป็นใคร โดยที่เขาแสร้งทำเป็นนิ่งเฉยอยู่ในบ้านมาหลายวัน เพื่อให้ดีซัสต์คลายใจว่าเขายังไม่คิดที่จะแก้แค้นในตอนนี้  โดยที่หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเขาได้ลอบทำทุกอย่างเป็นความลับ เพื่อไม่ให้เพื่อนรักทั้งสามคนหรือคนในพยัคฆินต้องมารับรู้หรือมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ไปด้วย ไม่ใช่เพราะเขาไม่ไว้ใจ แต่ปัณนทัตไม่อยากให้ใครมาเดือดร้อนเพราะความแค้นส่วนตัวของเขา

“ คนที่คุณปืนให้สืบ ผมให้ลูกน้องจัดการเรียบร้อยแล้วนะครับ ไฟล์ส่งไปในอีเมล์” นักสืบชั้นเซียนเอ่ยอย่างเป็นการเป็นงาน เพราะจากการร่วมงานกันมาหลายครั้งทำให้เขาไม่คิดที่จะยืดเยื้อ ด้วยรู้ดีว่าคนอย่างปัณนทัตนั้นชอบการกระทำที่เยี่ยมยอดมากกว่าคำพูดที่ดีแต่โอ้อวดเกินจริง  

“ ขอบใจมาก เงินผมโอนเข้าบัญชีไปแล้วนะ” พอพูดจบเรื่องชายหนุ่มก็กดตัดสาย แล้ววางโทรศัพท์กลับไปที่เดิม จากนั้นปัณนทัตก็เลื่อนมือไปจับเมาส์เพื่อกดเปลี่ยนภาพหน้าจอจากเกมที่เล่นอยู่เมื่อครู่ไปเป็นหน้าเว็บบราวเซอร์ นิ้วเรียวพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ฝากเมล์ที่เขามีบัญชีอยู่ลงไป ก่อนจะใส่ที่อยู่อีเมล์ของตัวเองพร้อมรหัสผ่านเพื่อที่จะเช็กดูว่าเงินหลายหมื่นบาทที่เขาเสียให้กับบริษัทนักสืบไปนั้นได้อะไรตอบแทนกลับคืนมาบ้าง  

ข้อมูลต่างๆ ของ ‘พิพัฒน์ ฤทธากร’ ที่ปรึกษาส่วนตัวของ ‘ศัสรัชฐ์ กุลพงษ์ไพศาล’ ประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือ GP ถูกจัดเรียงมาบนหน้ากระดาษในไฟล์อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ปัณนทัตไล่สายตาอ่านดูอย่างละเอียด ทำให้เขาทราบว่าชายสูงวัยทำงานให้กับ GP อย่างซื่อสัตย์มาตั้งแต่รุ่นบิดาของศัสรัชฐ์ จนกระทั่งนายคนเก่าถูกฆ่าตายก็ยังไม่คิดจะตีจากไปไหน และยังคอยดูแลให้คำปรึกษาด้านต่างๆ แก่ศัสรัชฐ์ จน GP เจริญรุ่งเรืองเป็นปึกแผ่นมาจนถึงทุกวันนี้ และเพราะว่าพิพัฒน์ ไม่มีครอบครัวจึงทำให้เขารักศัสรัชฐ์ราวกับเป็นลูกชายแท้ๆ ของตัวเอง

ปัณนทัตมองข้ามรายละเอียดเล็กน้อยเกี่ยวกับบ้านเล็กบ้านน้อยของพิพัฒน์ที่เขาไม่เคยคิดจะใส่ใจด้วยการเลื่อนเมาส์ไปจนถึงหน้าสุดท้ายที่เป็นตารางงานและตารางการเดินทางของชายสูงวัย แล้วสายตาคมก็ไปสะดุดเข้ากับตัวอักษรไฮไลท์สีแดงโดดเด่นที่บอกถึงการเดินทางออกนอกประเทศครั้งต่อไปของพิพัฒน์ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันที่จะถึงข้างหน้านี้

                ‘วันที่ 15 จองตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส 1 ที่นั่งไปที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ’

                นัยน์ตาสีนิลของปัณนทัตฉายประกายกล้าด้วยความพอใจ มือแข็งแกร่งเอื้อมหยิบปฏิทินที่วางอยู่ข้างๆ ตัวมาเช็กดูตารางงานของซุ้มพยัคฆิน พบว่าในช่วงนั้นซุ้มไม่มีงานรับจ้างที่ไหน เขาจึงคว้าปากกาเมจิกสีแดงเข้มมาวงกลมรอบๆ วันที่ดังกล่าว รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นตรงมุมปากของนักฆ่าหนุ่มด้วยความดีใจที่ในที่สุดวันที่เขารอคอยก็มาถึงเสียที

                “ แกเตรียมตัวเตรียมใจรับชะตากรรมไว้ได้เลย ไอ้ชั่วพิพัฒน์” เสียงห้าวเอ่ยขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว ยิ่งมองรูปถ่ายของพิพัฒน์บนหน้าจอแล้วก็ยิ่งเจ็บแค้น อยากให้ถึงวันที่เขาจะได้เอาเลือดชั่วๆ ของมันมาล้างเท้าตัวเองให้สะใจ แต่ชายหนุ่มก็จำเป็นต้องข่มกลั้นความรู้สึกต่างๆ เอาไว้เมื่อเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น

                ปัณนทัตกดปิดไฟล์เอกสารบนหน้าจอ แล้วเปิดเอาหน้าเกมเคาเตอร์สไตรท์ขึ้นมาแทนที่ พร้อมๆ กับจังหวะที่พยัคฆ์เปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของเขาอย่างถือวิสาสะ สายตาคมของเจ้าของซุ้มมือปืนพยัคฆินมองมาที่ลูกชายคนโปรดที่นั่งอยู่ตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความสงสัย ก่อนเอ่ยถาม

                “ ทำอะไรอยู่น่ะปืน พ่อรบกวนรึเปล่า” จากนั้นพยัคฆ์ก็ไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาตด้วยการลากเก้าอี้นวมข้างเตียงนอนของปัณนทัตมานั่ง พลางมองสำรวจไปทั่วห้องทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่เขาทำเอาไว้ให้ลูกชายทั้งสี่คนเหมือนๆ กัน เพียงแต่สไตล์การตกแต่งห้องนั้นจะแตกต่างกันไปตามลักษณะนิสัยและความชอบส่วนตัวของแต่ละคน อย่างห้องของปัณนทัตห้องนี้จะเน้นโทนสีน้ำตาลเข้มดูดุดันจริงจัง ตรงข้ามกับห้องของคิณณ์ที่ทุกอย่างในห้องล้วนเป็นสีส้ม เหลือง และแดง ดูร้อนแรงเสียจนเขาไม่รู้ว่าเจ้าตัวนอนหลับลงไปได้อย่างไร

                “ เปล่าครับ ผมแค่กำลังเล่นเกมฆ่าเวลาเฉยๆ” ชายหนุ่มตอบคำถามบิดา ก่อนจะกดปิดหน้าจอ แล้วหันเก้าอี้ไปหาพยัคฆ์เพื่อรับฟังภารกิจใหม่ที่ซุ้มพยัคฆินได้รับการว่าจ้างมา เพราะเขารู้ดีว่าถ้าไม่มีงานให้ทำ บิดาก็ไม่เคยเข้ามายุ่งย่ามในห้องนอนส่วนตัวของลูกคนไหน และซองสีน้ำตาลในมือของท่านก็เป็นสิ่งที่ยืนยันความคิดของปัณนทัตได้เป็นอย่างดี  

                “ อืม ในซองนี่งานใหม่นะ งานง่ายๆ แค่ฆ่าคนป่วยในโรงพยาบาล แกไปกับภาธีย์แค่สองคนก็พอ”

                “ เมื่อไหร่ครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถาม นึกหวังในใจว่าขอให้เป็นคนละวันกับวันที่เขาคิดจะไปจัดการพิพัฒน์ แต่ดูเหมือนสวรรค์จะไม่เข้าข้างนักฆ่าอย่างเขา

                “ วันที่ 15 นี้” เสียงตอบกลับจากพยัคฆ์เรียบนิ่ง สีหน้าของชายสูงวัยเปลี่ยนไปวูบหนึ่งด้วยความแปลกใจ เพราะปกติปัณนทัตจะรับงานที่เขาให้ไปทำโดยไม่เคยมีคำถามใดๆ

                “ ผมไม่ว่างครับพ่อ” ชายหนุ่มปฏิเสธเสียงหนักแน่น ใบหน้าหล่อเหลามีรอยรู้สึกผิดไหววูบ แต่ชายหนุ่มก็รีบปัดมันทิ้งเมื่อพยัคฆ์ปรายตามามองสบตากับเขาราวกับรับรู้ได้ว่าลูกชายกำลังมีเรื่องปิดบังท่านอยู่

                “ ทำไม แกจะไปไหน” เจ้าของซุ้มมือปืนชื่อดังเค้นเสียงถาม ปัณนทัตจึงเริ่มอึดอัดใจเพราะเขาไม่เคยมีความลับต่อคนตรงหน้า เม็ดเหงื่อเริ่มไหลผุดพรายจากฤทธิ์ของสายตาคมที่จ้องเขม็ง ก่อนที่ชายหนุ่มจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วยอมบอกความจริงกับท่านไปในที่สุด

                “ คือ...ผมมีบางอย่างที่ต้องบอกพ่อ....”  

                เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ผับ ASASA ถูกถ่ายทอดไปสู่หูของพยัคฆ์อย่างกระชับและได้ใจความ ตามมาด้วยเรื่องที่เขารู้ว่าตัวการคนที่สั่งฆ่าบิดามารดาของเขาเป็นใคร ก่อนที่มือปืนหนุ่มจะเอ่ยถึงเรื่องการแก้แค้นที่เขาจะลงมือในอีกสามวันข้างหน้า ที่เล่นเอาสีหน้าของพยัคฆ์เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพก็ทำให้เจ้าของซุ้มพยัคฆินรีบกลบเกลื่อนสีหน้าวิตกกังวลของตัวเองเป็นเรียบเฉยปกติอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่ปัณนทัตก็ไม่ทันสังเกตเห็น

                “ แกก็เลยจะไปแก้แค้นเขาที่อังกฤษงั้นเหรอ” พยัคฆ์เอ่ยออกมาเป็นคำแรกหลังจากที่เงียบเสียงไปพักใหญ่ ปัณนทัตจึงไม่มีทางเลี่ยงที่จะพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบอธิบายเหตุผลและความจำเป็นให้บิดาฟัง

                “ ผมรู้ว่ามันจะมีผลกระทบกับซุ้มพยัคฆินเรื่องงานและรายได้ แต่จะให้ผมปล่อยให้คนที่สั่งฆ่าพ่อกับแม่ของผมลอยนวลไปง่ายๆ นั้น ผมคงยอมไม่ได้ ให้ผมได้แก้แค้นนะครับพ่อ” ปัณนทัตเอ่ยขออนุญาต ทำเอาพยัคฆ์ถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ความตึงเครียดแล่นผ่านใบหน้าคร้ามแดดบ่งบอกว่าเขากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ความพยายามที่จะยืดเยื้อเรื่องต่างๆ เหล่านี้ออกไปให้นานที่สุดดูเหมือนจะไม่สำเร็จอีกต่อไปแล้ว มันคงถึงเวลาที่ทุกคนควรจะเผชิญหน้ากับความเป็นจริงเสียที รวมทั้งตัวเขาเองด้วย

                “ ก็ได้ พ่อขอให้แกโชคดีแล้วกัน” พยัคฆ์ยกมือตบไหล่ให้กำลังใจลูกชายบุญธรรมที่เขารักราวกับลูกชายแท้ๆ แม้ว่าจะอยากเอ่ยห้ามใจแทบขาด แต่ก็รู้ว่าถึงห้ามไปก็คงไม่สามารถหยุดยั้งความเคียดแค้นในจิตใจของคนตรงหน้าที่มีมากว่าสิบปีลงได้

                “ ขอบคุณครับ” ปัณนทัตยิ้มให้บิดาด้วยความซาบซึ้งใจ  ความรัก  ความหวังดี และบุญคุณของท่านที่มีต่อเขานั้นเป็นสิ่งที่เขาจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต โดยหารู้ไม่ว่ารอยยิ้มของตัวเองนั้นทำให้คนที่ได้รับต้องเบือนหน้าหนีไปอีกทางด้วยความรู้สึกบางอย่างที่มันเอ่อล้นในหัวใจ ก่อนที่พยัคฆ์จะตัดสินใจลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอ่ยคำลา

                “ งั้นพ่อออกไปแล้วนะ เดี๋ยวต้องไปหาคิณณ์ให้ทำงานนี้แทนแกอีก”

                “ เอาไว้เรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว ผมจะกลับมาทำงานให้พ่อนะครับ” ชายหนุ่มให้คำมั่น พยัคฆ์จึงยิ้มบางๆ ให้ลูกชาย

                “ ไปทำเรื่องของแกเถอะ พ่อมีคนอื่นให้ใช้งานอีกเยอะแยะไป”

                “ ครับ”

                ปัณนทัตเดินไปส่งบิดาที่หน้าประตูห้อง ก่อนที่ชายหนุ่มจะกลับไปนั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์ตามเดิม โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าพยัคฆ์ยังแอบลอบมองเขาผ่านช่องว่างของประตูที่ปิดไม่สนิทด้วยความเจ็บปวดที่อัดแน่นในหัวใจอยู่พักใหญ่ จากนั้นชายสูงวัยก็หมุนตัวเดินกลับห้องตัวเองอย่างตัดใจ มือกร้านหยิบซองเอกสารที่ตั้งใจจะเอาไปให้ปัณนทัตมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของตนตามเดิม ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชัก หยิบซองเอกสารอีกซองขึ้นมา พร้อมกับพึมพำเสียงแหบพร่า

                “ แกเลือกที่จะแก้แค้นเองนะปืน จะมาโทษพ่อไม่ได้”

                จากนั้นพยัคฆ์ก็เดินไปยังอีกห้องหนึ่งที่อยู่ถัดไปจากห้องนอนของปัณนทัต ประตูห้องที่เปิดอ้ากว้างทำให้เขาเดินตรงเข้าไปด้านในห้องโดยไม่เสียเวลาเคาะประตู ก็พบกับร่างสูงใหญ่ของคิณณ์กำลังนั่งต่อโมเดลรถมอเตอร์ไซค์อยู่บนเตียงนอน สมาธิของหนุ่มรุ่นลูกยังคงจอจ่ออยู่กับชิ้นส่วนของโมเดลในมือ แต่พยัคฆ์ก็มั่นใจว่าเจ้าตัวคงรู้แล้วว่ามีคนบุกรุกเข้ามาในห้อง

                คิณณ์บรรจงวางชิ้นส่วนของแฮนด์รถลงไป ก่อนจะหยุดมือไว้แค่นั้น ชายหนุ่มหันไปส่งยิ้มสดใสให้บิดาเป็นการทักทาย แต่พยัคฆ์ไม่ยิ้มตอบ หน้าตาคนสูงวัยดูเคร่งเครียดเสียจนมือมีดหนุ่มต้องหุบยิ้มแล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบเฉยจริงจัง  ใบหน้าหล่อเหลาราวกับดาราเกาหลีเพยิดไปที่ซองเอกสารในมือบิดา ก่อนเอ่ยถาม

“ งานใหม่หรือครับ”

“ ฆ่าคนในรูปนี้ซะ” เจ้าของซุ้มพยัคฆินส่งซองสีน้ำตาลให้ลูกชาย คิณณ์จึงรับมันไปเปิดดูรูปเป้าหมายรายต่อไปของเขาอย่างครึ้มอกครึ้มใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะต้องอ้าปากค้าง ดวงตาเรียวยาวเบิกโพลงหันไปมองพยัคฆ์อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

“ นี่มัน...”

“ แกจำคำสั่งสอนของพยัคฆินได้ใช่ไหม คิณณ์” เสียงเย็นเยียบของบิดาทำให้คนที่มีอาการตกประหม่าพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แต่ก็ทำได้ยากเย็นเต็มที เพราะรูปถ่ายในมือเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือไปจากความคาดหมายของเขา หากคิณณ์ก็ยังเป็นมืออาชีพพอที่จะตอบคำถามไปด้วยน้ำเสียงมั่นคง

“ ครับ งานคืองาน เรื่องส่วนตัวต้องลืมไปให้หมด แต่นี่....” ปลายเสียงเริ่มเอ่ยค้านเพราะยังมีบางสิ่งบางอย่างติดค้าง แต่พยัคฆ์ก็รีบดักคอไว้อย่างรู้ทัน

“ แกคงลืมกฏอีกข้อไป”

“ อะไรครับ” เสียงถามกลับ แต่ดวงตาของมือมีดหนุ่มยังคงจดจ้องอยู่ที่รูปถ่ายในมือราวกับต้องการพิสูจน์ว่าสิ่งที่ตาเขาเห็นนั้นเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่แล้วเสียงเข้มของพยัคฆ์ก็กระชากคิณณ์ให้กลับเข้ามาสู่โลกแห่งความเป็นจริง  พร้อมกับคำตอกย้ำที่ว่ารูปใบนี้คือภาพของคนที่เขาต้องฆ่าเป็นรายต่อไปจริงๆ

“ ถ้าไม่ฆ่าเขา เราก็เดือดร้อน”

“ แต่.....” ชายหนุ่มยังไม่เห็นด้วย มือแกร่งยกชูรูปให้บิดาเห็นชัดเจน หวังให้พยัคฆ์เปลี่ยนใจ แต่สีหน้าของคนออกคำสั่งยังคงแน่วแน่เสียจนคิณณ์ต้องถอนหายใจ  ดวงหน้าคมคายขมวดมุ่นอย่างไม่เต็มใจที่จะรับงานนี้  ทว่าเขานั้นก็ไม่เคยขัดคำสั่งของบิดาได้เลยสักครั้ง

“ พ่อไว้ใจแกนะคิณณ์ อย่าทำให้พ่อผิดหวัง”

“ ครับ” คิณณ์รับคำอย่างจนใจ พยัคฆ์จึงมีสีหน้าดีขึ้น เขารู้ว่าลูกชายคนนี้จะทำงานที่เขาให้ไปได้สำเร็จ เพราะถ้าพูดถึงฝีมือและสัญชาตญาณการฆ่าของทุกคนในซุ้มมือปืนพยัคฆินแล้ว คิณณ์คือคนที่มีรังสีการฆ่าฟันรุนแรงที่สุด

“ มันจะบินไปอังกฤษพรุ่งนี้ ลงมือที่โน่นแล้วก็จัดการให้เรียบร้อย ห้ามบอกใคร แม้แต่ภาธีย์”

“ ครับ”

                หลังจากกำชับงานเสร็จสรรพ พยัคฆ์ก็เดินออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตู  ทิ้งภาระอันหนักอึ้งไว้ให้คิณณ์ได้นั่งขบคิดจนหน้านิ่วอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจแล้วลุกขึ้นยกโมเดลรถมอเตอร์ไซค์ที่โปรดปรานไปวางไว้บนโต๊ะทำงานด้วยความระมัดระวังไม่ให้ชิ้นส่วนล่วงหลุดลงไปบนพื้น จากนั้นเขาก็หยิบซองเอกสารของงานล่าสุดที่บิดามอบหมายให้ทำมาเก็บไว้ในลิ้นชัก

                ซองมรณะที่ภายในนั้นบรรจุรูปถ่ายของเพื่อนรักของเขาที่ใช้ชีวิตด้วยกันมากว่าสิบปี และยังเป็นคนที่ซื้อโมเดลรถมอเตอร์ไซค์อันนี้เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบปีที่ยี่สิบห้าให้แก่เขาอีกด้วย

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

WallyValent :)

www.facebook.com/WallyValent

 

WallyValent
นามปากกา WallyValent
ชื่อ WallyValent
ลายเซ็น
ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM