เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ที่ฟาร์มปศุสัตว์แห่งหนึ่ง

ใกล้ค่ำ พระอาทิตย์ดวงกลมแดง ลอยเรี่ยต่ำเกือบแตะเส้นขอบฟ้า ระบายสีส้มแดง ฝากลำแสงสุดท้ายเอาไว้เหนือท้องฟ้าเบื้องทิศตะวันตก มีภาพของฝูงนกชักแถวบินกลับรังเหนือทุ่งข้าวสาลีสีทองอร่ามเป็นฉากหลัง

แลออกไปยังประตูที่จะผ่านเข้ามาในฟาร์มแห่งนี้ เสียงฝีเท้าม้ากำลังควบเข้ามาด้วยพละกำลังความเร็วสูง ใกล้เข้ามาทุกขณะ แลเห็นฝุ่นคลุ้งกระจายตลบไล่หลังมาแต่ไกล มันเดินทางไกลมาจากเทือกเขาคิมเบอร์เลย์* ท่วงท่าของมันยังดูทรงพลัง แม้จะเหนื่อยล้า กระหายทั้งหญ้าและน้ำ พอๆกับร่างสูงใหญ่ที่คร่อมควบอยู่บนหลัง ดวงตาของเขายังคงฉายประกายแกร่งกร้าว แม้จะเหนื่อยล้ากับการรอนแรมมาด้วยระยะทางไกลแสนไกล ยืนยันด้วยสายเหงื่อที่ไหลเรี่ยอยู่ข้างขมับที่แลเห็นเส้นเลือดสีเขียวกระตุกตุบไปตามจังหวะชีพจร

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เทือกเขาคิมเบอร์เลย์* อยู่ในเขตที่ราบสูงภาคตะวันตกของออสเตรเลีย (Western Plateau) ซึ่งมีพื้นที่มากกว่าครึ่งทวีป ประกอบด้วยที่ราบชายฝั่งแคบๆ และที่ราบสูงเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีภูมิประเทศที่เป็นเขตทะเลทรายกระจายอยู่หลายแห่ง เช่น ทะเลทรายเกรตแซนดี  ทะเลทรายกิบสัน  ทะเลทรายเกรตวิกตอเรีย

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เขาบังคับให้ม้าค่อยๆชะลอความเร็ว ในช่วงที่มันวิ่งผ่านทางดินอันแห้งแล้งเข้ามาภายในอาณาบริเวณฟาร์ม ซึ่งสภาพของมันเมื่อแลดูด้วยสายตาจากภายนอก น่าจะเรียกว่าเป็นฟาร์มร้างมากกว่าจะมีผู้คนอยู่อาศัย แต่ควันไฟสีขาวที่ลอยเป็นสายรางๆขึ้นมาจากท้ายฟาร์ม ก็ยืนยันว่ายังมีคนอาศัยอยู่ที่ฟาร์มร้างแห่งนี้
                ม้าวิ่งเหยาะเลาะลัดเนินหญ้าเข้ามาช้าๆจนใกล้ถึงตัวบ้าน วิ่งผ่านกังหันลมสูงตระหง่าน ใบพัดของมันหมุนอ้อยอิ่งอยู่ ท่ามกลางทิวหญ้าแห้ง ยืนต้นตายอยู่ระหว่างสองฝากของแนวถนนเพราะความแล้ง พุ่มพงวัชพืชค้อมกิ่งร่วงลู่ลงสู่พื้น ใบกรอบแห้งแดงกรังไปด้วยฝุ่นลูกรังเกรอะ ต้นไม่ปลิดใบปลิวคว้าง ร่วงลงทับถมที่โคนต้น แลเห็นใบสีน้ำตาลกรอบแห้งเกลื่อนกระจายไปทั่วฟาร์ม

                ชายร่างสูงใหญ่ผู้เป็นขี่ม้า สอดสายตามองดูสภาพของฟาร์มด้วยความรู้สึกสะท้อนสะเทือนใจ แลเห็นฟ่อนฟางอัดก้อน ซึ่งครั้งหนึ่งมีไว้สำหรับเลี้ยงวัวและม้า วันนี้มันถูกทิ้งเอาไว้ให้ผุสลายไปตามเวลา แลเห็นเห็ด รา ขึ้นกระจายไปทั่วก้อนฟาง ใกล้ๆกับซากประตูเก่าผุ พังพาดไปกับแนวรั้วไม้บางส่วนซึ่งหักกอง ถมทับกันอยู่สองข้างทาง  

 สภาพของฟาร์มโดยรวมเกือบจะร้าง สะท้อนถึงสถานภาพอันคลอนแคลนของผู้เป็นเจ้าของฟาร์ม ซึ่งชีวิตความเป็นอยู่นับวันยิ่งตกต่ำย่ำแย่ ไม่ว่าจะกวาดสายตาไปทางไหน นอกจากความแร้นแค้นก็แลไม่เห็นความน่าอภิรมย์ใดๆหลงเหลืออยู่ มองไม่เห็นสัญญาณการลงทุนใดๆ ที่บอกว่าสถานภาพของฟาร์มแห่งนี้กำลังจะดีขึ้น เพราะทุกวันนี้ เจ้าของฟาร์มยากจนถึงกับต้องอาศัยเผือก มัน เป็นอาหารให้กับตัวเองและลูกสาวประทังชีวิต ภายหลังจากที่สามีสาบสูญไปเกือบสองปี

‘ถ้าไม่ใช่เพราะความสำมะเลเทเมา จนกลายเป็นผีพนันของคีธ ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว…ชีวิตของลูกเมียก็คงไม่ตกอยู่ในสภาพแร้นแค้นแสนลำเค็ญอย่างที่เป็นอยู่’ ชายที่อยู่บนหลังม้าอดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงอดีต

                เมื่อม้าวิ่งเหยาะมาหยุดที่หน้าบ้าน เด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังนั่งเล่นอยู่ข้างเนินดินเตี้ยๆอย่างเพลิดเพลิน กลอกดวงตาใสๆ มองตามม้าด้วยความตื่นเต้นดีใจ กระทั่งชายวัยกลางคนเผยใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หมวกปีก ยื่นใบหน้ารกครึ้มไปด้วยหนวดเคราออกมาทักทายเด็กหญิงด้วยรอยยิ้มเต็มดวงหน้า

                “ว่ายังไงจ๊ะแม่สาวน้อย” เสียงทุ้มนุ่มเป็นฝ่ายทักขึ้นมาก่อน

“ลุงเดลมา...ลุงเดลๆๆ” เสียงน้อยๆ ตะโกนต้อนรับชายผู้นั้นด้วยความตื่นเต้นดีใจ แววตาคู่นั้นช่างดูไร้เดียงสา

ทันทีที่เดลโดดลงจากหลังม้าและก้าวลงมา เด็กหญิงก็วิ่งถลาเข้าไปกอดขาของเขาเอาไว้แน่น
                “สวัสดีซาบรีน่า...นางฟ้าตัวน้อยๆของลุง” ผู้ชายที่ชื่อเดลกล่าว สวมกอดร่างน้อยๆเอาไว้ในอ้อมแขน มือใหญ่ขยี้ไปที่ศีรษะน้อยๆ ค่อยๆลูบไล้เรือนผมสีทองยาวสยาย ละเอียดนุ่มราวกับแพรไหมของเด็กสาวด้วยความรักใคร่        

“ลุงเดลหายไปไหนเสียนานคะซาบรีน่าถามด้วยความแปลกใจ ร่างน้อยๆช้อนสายตา แหงนใบหน้าขึ้นมองร่างสูงใหญ่ของเขา

เดลเคยแวะเวียนมาหลายครั้ง เด็กหญิงจดจำการมาครั้งสุดท้ายของเขาได้ ทว่านั่นก็นานมากแล้ว
                “ลุงต้องไปทำงานไกล…ถ้าลุงว่างเมื่อไร ลุงสัญญาว่าจะแวะมาหา” ชายวัยกลางคนกล่าว ส่งยิ้มอบอุ่นให้เด็กหญิง จากนั้นก็ละสายตาจากใบหน้าน้อยๆ มองไปยังบ้านเก่าคร่ำ ทว่าสภาพซึ่งทรุดโทรมของมันก็ไม่ได้ขัดแย้งกับสภาพโดยรวมของฟาร์มที่ถูกทิ้งร้าง ทุกๆอย่างที่นี่ล้วนถูกทิ้งร้าง...รวมถึงชีวิตของสองแม่ลูกที่ยังต้องอาศัยฟาร์มแห่งนี้เป็นที่ซุกหัวนอน
                “แม่อยู่ไหมเดลหันมาถามยิ้มๆ
                “อยู่ค่ะ” ริมฝีปากน้อยๆตอบออกมาเสียงดังฟังชัด

เดลล้วงกระเป๋ากางเกง ควักสตางค์เหรียญออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วยื่นให้กับเด็กหญิง มันเป็นสิ่งที่รู้กันระหว่างเดลกับเด็กหญิง ทุกครั้งที่เดลมา เขาจะให้เงินซาบรีน่า เงินซึ่งเดลก็มีไม่มาก เพราะเดลก็ไม่ต่างจากกรรมกรที่หาเช้ากินค่ำ หากเขาก็ยังมีน้ำใจ ทำให้ซาบรีน่าจดจำได้ ไม่เคยลืมในน้ำใจของเดล ครั้งนี้ก็เช่นกัน
                “เอาไปซื้อขนมนะ” เขาส่งเงินให้

เด็กหญิงรีบเอื้อมมือน้อยๆออกมารับ เดลสังเกตได้ถึงมือของซาบรีน่าที่สั่นเบาๆ ดวงตากลมโดดูสุกใส วาวโรจน์ด้วยแววชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ดวงหน้าน้อยๆไม่อาจซุกซ่อนความตื่นเต้นดีใจเอาไว้ได้

เดลเห็นประกายตาสีฟ้าของเด็กหญิงแล้วอดที่จะนึกสะท้อนใจไม่ได้ ซาบรีน่าสวยเหมือนนางฟ้า เธอน่าจะไปเกิดในที่ซึ่งดีกว่านี้ แต่น่าอนาถที่ชีวิตของนางฟ้าตัวน้อยๆคนนี้กลับถูกลิขิตให้เกิดมาจากพ่อขี้เหล้าเมายา บ้าการพนันจนนำพาหายนะมาสู่ครอบครัว ดีที่ซาบรีน่าได้เค้าโครงหน้าสะสวยมาจากแม่ ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปาก ดวงตา ผิวพรรณ เมื่อประกอบเข้าด้วยกันทำให้ซาบรีน่ากลายเป็นเด็กหญิงที่เปี่ยมเสน่ห์ ฉายแววความสวยตั้งแต่ยังไม่ทันที่จะเป็นสาว

เดลชอบดวงตาของซาบรีน่า มันเป็นดวงตาที่ไร้เดียงสา ดวงตาที่บริสุทธิ์สดใส เพราะความเป็นเด็กนี้เองที่ทำให้ซาบรีน่ายังมองไม่เห็นความทุกข์  ยังไม่เข้าใจถึงความซับซ้อนของอุปสรรคชีวิตมากมายที่เธอกับแม่กำลังถูกทดสอบ 
                “เย้ๆๆๆ...ลุงเดลใจดีจังเลย”

นางฟ้าตัวน้อยกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ย่อคล้ายถอนสายบัว รับเงินจากมือของเดล  

จากนั้นเท้าน้อยๆก็พาร่างน้อยๆวิ่งโลด ละลิ่วออกไปด้วยความรวดเร็วจนลับสายตาที่หน้าฟาร์ม ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้สวมรองเท้า เพราะความดีใจเมื่อนึกถึงลูกกวาดสีสวยในขวดโหล ก็ทำให้เด็กหญิงลืมทุกอย่าง คิดเพียงว่า ‘นานแค่ไหนแล้วที่มือของเธอไม่ได้แตะต้องเงิน แม้จะเป็นเงินเหรียญก็เถอะ! นานแค่ไหนแล้วที่ปากลิ้นไม่ได้สัมผัสรสชาติของขนมหวาน’ สิ่งที่ซาบรีน่าคิดถึงที่สุดในตอนนั้น ก็คือร้านขายของชำของลุงจอห์นซึ่งอยู่ไกลออกไปจากฟาร์ม และเป็นร้านเดียวที่มีอยู่ในละแวกนี้
               

เสร็จจากผูกม้าเอาไว้ใกล้ๆกับกองหญ้าแห้งและน้ำในถังแกลอนใบเขื่อง เดลก้าวยาวๆไปที่หลังบ้าน โซเฟียกำลังสาละวนอยู่กับหม้อซุปตรงหน้า จนไม่ได้สังเกตถึงการมาของเขา จมูกของเดลได้กลิ่นซุปข้าวโพดโชยออกมาถึงภายนอก ผู้หญิงใบหน้าสะสวย ผิวพรรณขาวสะอ้าน สวมกระโปงสีขาวซีด ยาวเรี่ยพื้น สวมเสื้อคอปาดสีดำ คาดผ้ากันเปื้อนไว้รอบเอวคอด กำลังก้มๆเงยๆ ง่วนงุ่นอยู่กับงานตรงหน้า

“โซเฟีย” เดลเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า พร้อมๆกับถลาเข้าสวมกอดเธอจากข้างหลัง

“อุ๊ย!...” เธออุทานเบาๆด้วยความตกใจ เดลทำให้ทัพพีในมือเธอเกือบร่วง

โซเฟียเอี้ยวกายหลบปลายจมูกที่ซุกไซ้อยู่แถวท้ายทอย เดลรุกเร้าอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยด้วยการเบียดกายกำยำเข้ากับบั้นท้ายกลมกลึง เขาเบียดคลึงจนเธอรู้สึกได้ ในความกระหายหิวของเขา

“คิดถึงเหลือเกิน” เดลละล่ำละลัก ตักตวงจูบไปตามเนื้อตัวของเธออย่างร้อนรน อาการของเดลเหมือนคนที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในทะเลทราย หรือไม่ก็โลกที่แล้งไร้ผู้หญิง ซึ่งความจริงก็เป็นอย่างนั้น เดลหายหน้าไปนานกว่าสามเดือน เพราะเขาเพิ่งกลับมาจากงานรับจ้างต้อนฝูงวัวหลายพันตัวเพื่อข้ามไปส่งให้กับฟาร์มปศุสัตว์แห่งหนึ่งซึ่งอยู่อีกรัฐ เดลต้องผ่านชีวิตแต่ละวันด้วยงานกลางแจ้ง นอนกลางดินกินกลางทราย ค่ำไหนนอนนั่น เผชิญชะตาอยู่กลางทุ่งโล่งที่แล้งร้อน แต่กลางคืนก็หนาวจนทรมาน เรียกได้ว่าชีวิตแต่ละวันของเดลยังวนเวียนอยู่กับงานที่ต้องพเนจร  กินนอนไม่เป็นที่เป็นทาง โชคชะตาถูกกำหนดมาให้ชีพจรลงเท้า อยู่กับงานที่ต้องเดินทางมาโดยตลอด

“อย่าเดล” เหมือนคล้อยเคลิ้ม แต่เธอก็อดทัดทานไม่ได้

“ไม่มีอะไรให้ต้องรออีกแล้วโซเฟีย…คีธไม่กลับมาแล้ว” เดลกระซิบข้างหู กล่าวถึงคีธซึ่งเป็นสามีของเธอ

โซเฟียหมุนตัว หันหน้าเข้ามาหา เหมือนอยากมองเขาให้เต็มตา เดลนาบเรียวปากแห้งผากของตนลงไปบนความนุ่มของริมฝีปากเธอ เลื่อนไล้มาจูบไซร้ซอกคอ โซเฟียจูบตอบ จะหลอกตัวเองอีกทำไมว่าเธอเองก็คิดถึงเขาแทบขาดใจ ริมฝีปากและปลายลิ้นของเธอสัมผัสได้ถึงรสเหงื่อเค็มของคนเดินทางมาไกล แต่ใยนามที่รักร้างห่างหาย กลิ่นเหงื่อกลิ่นกายของบุรุษเพศตรงหน้า ก็กระตุ้นเร้าความรู้สึกของเธอขึ้นมาอย่างแปลกประหลาดเพราะความต้องการที่มีต่อกันรุนแรง

 เดลรั้งเสื้อคอปาดของเอให้ร่นลงต่ำ กดใบหน้าไปตามเนินทรวงสล้าง ฝังจมูกลงไปตามความเนียนขาวของเต้าทรวงที่แลเห็นเส้นเลือดสีเขียวกระจายอยู่ใต้ผิวอันเนียนขาว จูบไซ้ลนลานอย่างรู้จังหวะ

“อย่าเดล…ไม่อยากให้ซาบรีน่าเข้ามาเห็น” เธอห่วงความรู้สึกของลูกสาว

แม้มันไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกระหว่างเธอกับเขา ทว่าโซเฟียก็สะบัดเบาๆ ไม่ใช่เพราะรังเกียจเดล แต่ห่วงว่าลูกสาวจะมาเห็นเข้า

“อย่าห่วง…ไม่มีใครเห็น” เดลกระหายรักจากโซเฟีย ไม่ต่างกับม้าที่กำลังกระหายหญ้าและน้ำอยู่ภายนอก

เขาก้มกระซิบเบาๆจนริมฝีปากชิดใบหู ก้มลงสูดกลิ่นผิวกายที่ลำคอและลาดไหล่ ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความคิดถึงและโหยหา กลิ่นเหงื่ออ่อนๆจากไรผมที่หลังท้ายทอยของผู้หญิงที่กำลังง่วนอยู่กับงานครัว ทำให้อารมณ์ของเดลเตลิดไปถึงกลิ่นอื่นในหลืบรื้นที่อับลับ

เสื้อคอปาดที่ลึกและกว้างของโซเฟียทำให้เดลเกลือกใบหน้าได้ถนัดถนี่ มือสากบีบคลึงต้นแขนทั้งสองข้างของเธอ จากนั้นก็รูดเสื้อคอปาดลงมากองกรอมอยู่ที่ต้นแขนอ้อนแอ้น คลึงปลายถันที่ครัดเคร่งปูดเป่งด้วยฝ่ามืออุ่น โซเฟียแอ่นออกด้วยความลืมตัว ก้มต่ำลงมองเต้าทรวงอวบใหญ่ของตน แอบมองปลายถันงอนชี้ ที่ถูกนิ้วหัวแม่มือของเดลกำลังบดสีบี้คลึง

“ไม่นะเดล!...ซาบรีน่าอยู่หน้าบ้าน” โซเฟียบ่ายเบี่ยง รู้สึกถึงความเป็นชายที่เครียดเขม็งของเดล บดคลึงอยู่ที่บั้นท้าย เดลเลิกกระโปรงยาวของเธอ ถลกขึ้นไปถึงเอว ขยำบั้นท้ายเหมือนคนอดอยากในสัมผัสเหล่านั้น ครั้นแล้วจึงกล่าวให้เธอวางใจ

“ซาบรีน่าไปซื้อขนม”

“คนเจ้าเล่ห์” โซเฟียลู่ไหล่ด้วยความสะท้าน ทรวงอกสะท้อนขึ้นลงไปตามจังหวะหายใจแรงลึก มือน้อยๆทุบไปเบาๆที่ไหล่และแผงอกกว้างของเดล แทนที่จะผลักใส กลับช่วยปลดเปลื้องกระดุมเสื้อของเขามือตัวเอง ค่อยๆไล้ลูบฝ่ามือเข้าใต้สาบเสื้อ สัมผัสกับไรขนอ่อนนุ่มที่กระจายทั่วแผ่นอกกว้าง ซบพวกแก้มลงแนบอกของเขา คลุกเคล้าใบหน้ากับกลิ่นกายอ่อนๆของเขา

จากนั้นเดลก็ลากเก้าอี้ให้เธอทรุดร่างลงนั่ง ก่อนจะคุกเข่าลงแทบเท้า เลิกกระโปรงขึ้นไปกองอยู่เหนือหน้าขา ทุกนาทีของเดลมีค่า เมื่อตระหนักถึงเวลาที่มีอยู่น้อย

“โฮว…”

หน้าขาของโซเฟียเกือบจะหนีบศีรษะของเดลซึ่งงุดหน้าอยู่ระหว่างเข่าของหล่อน เดลฝังใบหน้าลงฟอนฟัด ละเลงปลายลิ้นสาก ลากไล้ซ้ายขวากับเนินเนื้ออุ่นตรงหน้า ก่อนจะชำแรกปลายลิ้นลงไปกลางกลีบเนื้อบางนุ่มในพุ่มแพรไหมที่แหวกเจอ

เดลฟอนฟัดแอ่งเนื้ออุ่นอับที่อ้ารับปากลิ้นตะกละตะกลามของเขาเหมือนคนที่เกือบจะลงแดงตาย

‘หากมาช้ากว่านี้สักวันสองวัน…ไม่แคล้วเขาคงลงแดงตายอยู่กลางทาง’ เดลคิด

สองเดือนกว่าในทุ่งกว้างที่เขาต้องหนุนขอนนอนกลางผืนดินอันเวิ้งว้างและเหน็บหนาว ล้วนบ่มเพราะอารมณ์ความต้องการที่มีต่อเธอให้มากล้น ความคิดถึงที่เดลมีต่อโซเฟีย ราวกับเขื่อนที่กักเก็บน้ำเอาไว้เต็มปริ่มจนปริร้าว ไม่อาจจะรองรับอารมณ์ใดๆได้อีกต่อไป

ทันทีที่เจอหน้าเธอ ความต้องการของเขาจึงทะลักทะลายออกมารุนแรงจนโซเฟียเองก็ตั้งตัวไม่ทัน

เพราะความต้องการที่มีมากมายมหาศาลของเขา เมื่อมาเจอกับความอ้างว้างว้าเหว่ของเธอ ก็ทำให้โซเฟียชื้นลื่นได้อย่างรวดเร็ว เนื้อตัวของเธอระริกสั่น ไวต่อสัมผัสของเขา สังเกตได้จากอาการขบเม้มริมฝีปากเบาๆ และท่าทางบดคลึงบั้นท้าย ร่อนวนอยู่บนเก้าอี้ ขณะที่มือขยี้ขยำศีรษะของเขาอย่างลืมตัว

เดลเหลือบสายตาขึ้นมองใบหน้าสวยสะบัดเบาๆ หล่อนไม่อาจซ่อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียดเสียวจากปลายลิ้นของเขาที่กำลังเสียดสี

หากเปรียบโซเฟียเหมือนผืนดินร้าวระแหง อ้างว้างและแห้งแล้งรอฝน เดลก็คงเป็นฝนหลงฤดูที่พัดผ่านมาทำให้ดินผืนน้อยที่กำลังขาดน้ำนั้นกลับชุ่มฉ่ำมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง  

จากนั้นเดลก็รวบร่างระทดระทวยขึ้นอุ้ม พาโซเฟียเดินดุ่มไปที่ห้องนอนซึ่งอยู่ไม่ไกล วางร่างของเธอลงบนที่นอนเบาๆ ด้วยแววตากระหาย

โซเฟียกระถดเข้าไปที่หัวเตียง เอนหลังพิงพนัก อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ผ่อนลมหายใจมองดูเดลปลดเข็มขัด รีบถอดกางเกงลนลาน จากนั้นร่างสูงใหญ่เปลือยเปล่าของเขาก็โถมถาเข้าหาเธอที่ชันเข่ารอ

“คิดถึงเหลือเกินโซเฟีย”

เดลเลิกกระโปรงขึ้นไปกองอยู่ที่หน้าท้อง แทรกลำตัวหนาลงกลางหน้าขาที่อ้ารับ บดคลึงบั้นท้าย กระถดไถเบาๆกับพุ่มแพรไหมสีทองระยับ เสียดสีกันจนอุ่น จากนั้นก็จรดความเครียดเขม็ง ละเลียดลึกลงไปกลางความนุ่มละมุนจนสุดลิ่มลำของความกระหาย

“โอ๊ะ!..”

หล่อนสะดุ้งเฮือก เหลือกลูกตาขึ้นมองเพดาน ระบายลมหายใจออกมาเบาๆ ค่อยๆออมลมหายใจเอาไว้ ราวกับกลัวว่ามันจะหมดเสียก่อนที่จะได้แลกเหงื่อกับเขา  

โซเฟียพยายามกัดฟัน ในจังหวะที่มันแทรกผ่านกลีบบุปผารูดรื่น รู้สึกถึงความร้อนผ่าว แปลบร้าว ความตึงรั้งระดับผนังเซลล์ที่รูดรัดความแกร่งของเขา ในวินาทีที่ความยาวลึกกำลังชำแรกเข้าสู่หลืบรักอันอับอุ่น

“โฮว…”

เธอพ่นลมหายใจ ระบายความหนักอึ้งออกมาเบาๆอีกครั้ง เมื่อมันถึงที่สุดในการเดินทางของเขา ความชื้นลื่นทำให้เธอไม่ทรมานมากนัก

จากนั้นเดลก็ขยับบั้นท้ายไม่หยุด โยกโยนไปตามท่วงทำนองของสายลมที่พัดลู่ใบยูคาลิปตัสอยู่ภายนอก ไม่ผ่อนพักแม้แต่เสี้ยววินาที เดลชอบฟังเสียงครางของโซเฟีย เพราะเสียงนั้นอาจเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยยืนยันว่าเธอต้องการเขา แม้โซเฟียจะไม่เคยหยิบยื่นคำรักให้เขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เดลมีความสุข…เมื่อลอบชำเลืองมองดวงตาปรือปรอยของโซเฟีย ดวงตาคู่นั้นที่กำลังกระพริบถี่เหมือนคนหายใจไม่ทัน ยืนยันว่าหล่อนปรารถนาให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย

เนื้อตัวของเขาใหญ่ บั้นท้ายของเขาแกร่ง ทุกจังหวะจึงหนักแน่นรุนแรงจนโซเฟียกัดฟันกลั้นเสียงร้องเอาไว้ไม่ไหว ผมยาวที่มวยเอาไว้หลังท้ายทอย รุ่ยหลุดลงมาที่บ่า

เพื่อให้สมกับความคิดถึง เดลเปลี่ยนท่าเป็นยองๆคุกเข่า ดันเข่าทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปจนชิดแขน ความเป็นหญิงเปิดอ้าท้าทาย เร่งให้เดลโถมความเป็นชายลงไปสุดแรงคิดถึง บดคลึงจนร่างทั้งสองแทบจะประสาน รู้สึกได้ถึงร่างกายของหล่อนที่ระริกสั่น ไหล่ลู่สะท้าน ดวงหน้าหวานระทดระทวย ริมฝีปากเผยออ้า แพขนตายาวระยับขยับกระพริบตาถี่กับจังหวะกระทั้นกระแทกแลกน้ำแลกเนื้อ

 “เร็วเถอะเดล” มือบางจิกเกร็งอยู่บนผ้าปูที่นอนซีดเก่า เธอเร่งเขา เมื่อแลเห็นสวรรค์รำไร แลเห็นสายรุ้งที่เหมือนสะพานทอดพาไปสู่สววรค์ กำลังโค้งลงมารอ ประตูสวรรค์พร่าเลือนอยู่ตรงหน้า ดวงตาปรือปรอย เคลิ้มคล้อยระหว่างรอยต่อของความจริงและความฝัน  

เดลรีบเร่งจังหวะเพื่อส่งหล่อนไปสู่อีกความรู้สึก…แต่สุดท้ายก็กลับรั้งรอเอาไว้อย่างคนเจ้าเล่ห์

“มะ…มะ…ไม่ไหวแล้ว” โซเฟียพยายามส่งสัญญาณบอกด้วยปลายเล็บที่จิกจนเจ็บเนื้อ กระทั่งเสียงหายใจของเธอขาดหายไปเป็นห้วงๆ กระท่อนกระแท่นเหมือนหัวใจจะวาย เดลจึงถอยถอนตัวตนออกจากอาการรูดรัด จากนั้นก็นำพามันเข้าหาเธออีกครั้ง

“โอวววว…” โซเฟียครางยาว ในจังหวะที่กล้ามเนื้อเชิงกรานขมิบเกร็ง ในหูของหล่อนได้ยินแต่เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เดลเหมือนคนอดอยาก ทุกจังหวะของเขาจึงหนักแน่นจนริมฝีปากของหล่อนเผยออ้า กัดเม้มกลีบปากของตัวเองไปมา พยายามกลืนเสียงครางลงลำคอไปช้าๆ

มือน้อยๆของโซเฟียไขว่คว้าได้แต่ต้นคอและแผ่นหลังเรียบลื่นชื้นเหงื่อของเดล มือสากใหญ่ของเดลคลึงเคล้าเต้าทรวงทั้งสองข้างของเธอ บีบจนหนั่นเนื้อปูดปลิ้นออกมาตามช่องว่างระหว่างซอกนิ้ว สลับกับก้มลงเลียกินทั้งขวาซ้ายด้วยความกระหายหิวในเนื้อหนังมังสาของเธอ

อยู่ๆ…ในจังหวะที่เสียงหัวเตียงกำลังกระทบกระแทกผนังห้อง เสียงดังกึกๆๆอยู่นั้น เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงที่เดินร้องเพลงเข้ามาช้าๆด้วยอาการเริ่งร่าอารมณ์ดี ก็ดังแว่วมาจากหลังครัว

“แม่คะ…ทำอะไรอยู่คะ หม้อไหม้หมดแล้วค่ะ”

ซาบรีน่าทำจมูกฟุดฟิดกับกลิ่นซุปข้าวโพดที่แห้งกรังอยู่ในหม้อ กลิ่นไหม้กรุ่นไปทั้งหลังครัว แลเห็นควันสีขาวพวยพุ่งกระเจิงกระจาย คละคลุ้งอยู่ในแสงสีเหลืองสลัวของไฟดวงเทียนชนิดหลอดไส้ที่แขวนอยู่ใต้เพดานครัวที่แลเห็นเขม่าฟืนจับเป็นคราบอยู่ใต้สังกะสีหลังคา

 

ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM