เรื่อง นิยาย สตอรี่ Deviltopia Epic - Darker than the Darkest รัตติกาลไร้ดาว (โรแมนติกแฟนตาซีดราม่า เข้มข้นทุกตอน!)

เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

ผู้มาเยือนทั้งสองย่างเท้าเข้าไปในห้องโถง เดินผ่านขบวนแถวบุรุษสตรีประหลาดที่มีเขาอยู่บนศีรษะทุกคน เขาของบุรุษเป็นทรงเขาวัวสั้นๆ เช่นเดียวกับเขาของยามทั้งสอง ในขณะที่เขาของสตรีม้วนลงคล้ายกับเขาแกะ

นัยน์เนตรสีม่วงหยาดไล่มองใบหน้าของบุรุษสตรีในขบวนทีละคน พระองค์รู้สึกว่าบางคนในกลุ่มนั้นมีเค้าหน้าที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

ตัวอย่างเช่น ชายหนุ่มที่ยืนฝั่งขวา คนที่สามจากหน้าประตู ดูละม้ายคล้ายกับเศรษฐีหนุ่มที่เคยล้มละลาย และประกาศยกกิจการให้น้องสาวก่อนเก็บตัวหายเงียบจากสังคม ในขณะที่เจ้าของใหม่ฟื้นฟูกิจการขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

หรือหญิงสาวคนที่สิบเอ็ดของฝั่งซ้ายก็มีเค้าหน้าของนักร้องหญิงชื่อดัง ที่เกือบต้องเลิกร้องเพลงไปเพราะปัญหาเนื้องอกในเส้นเสียง แต่ครั้นกลับมาร้องเพลงได้อย่างเพราะพริ้งยิ่งกว่าเดิม หล่อนกลับไม่ยอมเปิดเผยโฉมหน้าออกสื่ออีกเลย โดยอ้างว่ารับสภาพแผลผ่าตัดใหญ่ที่คอไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นี้ ล้วนหล่อเหลาสะสวยชวนตะลึงกันทั้งนั้น ผิดกับคนที่พระองค์เคยรู้จัก ซึ่งบ้างก็หน้าตาธรรมดาสามัญ บ้างก็จัดว่าหน้าตาดีแต่ยังไม่ถึงกับเลิศเลอ

“ยินดีต้อนรับสู่ปราสาทจอมมารอีกครั้ง ท่านทั้งสอง” น้ำเสียงแสนหวานลอยมากระทบโสต แล้วก็ได้รู้ความจริงว่า..เจ้าของสุ้มเสียงประหนึ่งนางฟ้าผู้นั้น แท้จริงเป็นเพียงประกาศกของจอมมาร

.....หาใช่ตัวจอมมารเองไม่

นางยืนอยู่บนยกพื้นด้านขวาของบัลลังก์ใหญ่ คลุมร่างทั้งร่างด้วยผ้าคลุมดำสนิท เผยให้เห็นเพียงนัยน์ตาคมงามซึ้งราวกับดวงดาวประดับฟ้ายามค่ำคืน

ส่วนจอมมารตัวจริงเป็นบุรุษร่างสูงสง่า ประทับนั่งบนบัลลังก์สูงลิ่วเสียจนมองไม่ถนัดนัก ซ้ำยังมีหมวกชุดคลุมกับหน้ากากปิดบังโฉมหน้าแท้จริง เผยให้เห็นเพียงริมฝีปากกับรูปคางที่สมบูรณ์แบบจนน่าริษยา

ครั้นเมื่อก้าวเท้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องบาทบัลลังก์ ประกาศกนัยน์ตาสวยก็เอื้อนเอ่ยถ้อยคำอันเป็นหัวใจหลักของการถ่อมาถึงปราสาทมืดกลางป่ากลางเขาครั้งนี้

‘เอาล่ะ จงบอกนามและความปรารถนาของท่านมา ท่านจอมมารจะดลบันดาลให้ความปรารถนาของท่านเป็นความจริง แลกกับวิญญาณของท่าน จะต้องตกเป็นของท่านจอมมาร‘

“ว..วิญญาณงั้นหรือ” นักศึกษาสาวหลุดปากเสียงแผ่ว แม้จะยินดีสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อแลกกับชีวิตของชายคนรักก็ตาม แต่การอยู่ดีๆ ต้องเอาวิญญาณไปให้คนอื่น ....ฟังดูแล้วก็น่ากลัวใช่ย่อย

“ท่านไม่ต้องตกใจกลัวไป จะไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นกับท่าน เพียงแต่....ท่านจะต้องอาศัยอยู่ที่ปราสาทจอมมาร และกลายสภาพเหมือนกับบุคคลทั้งหลายในห้องนี้ แม้มิใช่มนุษย์ แต่ก็มีรูปโฉมงดงาม และอายุขัยที่ยืนนานจนมนุษย์ไม่อาจเทียบเคียงได้” นางผายมือไปทางบุรุษสตรีประหลาดที่ยืนเรียงแถวกันอยู่

เสียงหวานระเรื่อยยังคงกล่าวต่อ “แต่หากท่านไม่ประสงค์จะแลกเปลี่ยน ก็ไม่เป็นอะไร เราจะส่งท่านกลับสู่ดินแดนเบื้องนอก”

“หึ” หญิงสาวร่างเล็กแค่นเสียง อดขุ่นเคืองไม่ได้ที่ประกาศกเสียงทองพูดจาราวจะหยามหยันความงามของเจ้าหญิงเซรีส เดอ โรเซ่ หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเทียแมท “ข้าไม่เห็นว่าคนเหล่านี้จะงดงามไปกว่าเจ้าหญิงของข้า แต่เอาเถอะ ข้ายินดีแลกเปลี่ยน”

เลวันน่าก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แต่ก่อนจะทันเอ่ยปากพูดอะไร สุรเสียงของนายเหนือหัวก็ดำรัสห้ามเสียก่อน

“ข้าไม่คิดจะทัดทานการตัดสินใจของเจ้าหรอกนะ แต่ถ้าเจ้าแลกเปลี่ยนด้วยวิญญาณ แล้วกลายสภาพเป็นเหมือนกับคนในปราสาท เจ้าอาจจะไม่ได้พบกับเดรกของเจ้าอีก เจ้าจะทำใจได้อย่างนั้นหรือ อีกอย่าง ไม่มีอะไรรับประกันว่าถ้าเจ้าแลกเปลี่ยนไปแล้ว ทางนั้นจะรักษาสัญญา ปล่อยให้เดรกฟื้นขึ้นมา ถ้าเป็นแบบนี้ มิใช่ว่าวิญญาณของเจ้าต้องสูญเปล่าไปอย่างไร้ค่าหรอกหรือ”

แววตาพราวระยิบของแม่ประกาศกสาวโชนแสงกล้าด้วยความไม่พอใจที่ขัตติยนารีคนสำคัญแห่งเทียแมทกล้ากล่าวหานายเหนือหัวของหล่อน แต่คนที่ออกมาปฏิเสธความคลางแคลงพระทัยของเจ้าหญิงเซรีสกลับเป็นคนอื่น

หญิงสาวที่มีเค้าหน้าของนักร้องสาวชื่อดังคนนั้นเริ่มต้นร้องเพลงที่มีชื่อเสียงที่สุดในอัลบั้มชุดใหม่หลังหายป่วย  ด้วยกังวานเสียงเสนาะเพราะพริ้งราวกับดังออกมาจากปากลำโพงเครื่องเสียงที่กำลังเล่นเพลงจากแผ่นบันทึก แม้จะยังไม่อาจเทียบเคียงเสียงอันไพเราะยิ่งกว่าดนตรีทั้งมวลของประกาศกแห่งจอมมารได้ก็ตาม

“ท่านจอมมารรักษาสัจจะเสมอเพคะ เจ้าหญิงไม่ต้องห่วง มิเช่นนั้นหม่อมฉันคงไม่มีโอกาสได้ร้องเพลงถวายเจ้าหญิงเช่นเมื่อครู่ คงทำได้เพียงพูดเสียงแหบๆ ผ่านกล่องเสียงเทียมไปแล้วเพคะ”

“อีกอย่าง” คราวนี้เลวันน่าเป็นฝ่ายพูดชี้แจงเจตนาในใจตนบ้าง “หม่อมฉันไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วเพคะ การดำรงอยู่ของหม่อมฉันมีความหมายก็เพราะเดรก หากไม่มีเขา ชีวิตของหม่อมฉันก็ไม่มีค่า ถ้ายังไงก็ต้องจากกัน หม่อมฉันขอเฝ้ามองเดรกที่มีชีวิต ดีกว่าได้แต่คิดถึงเดรกในหลุมฝังศพเพคะ หม่อมฉันตัดสินใจแล้วว่าจะขอเสี่ยง”

“ถ้าพวกเจ้าว่าอย่างนั้น ข้าก็ไม่มีอะไรต้องทัดทานอีกแล้ว ขอให้เจ้าโชคดีกับสิ่งที่เจ้าเลือกก็แล้วกัน”

หญิงสาวผู้ทำการแลกเปลี่ยนจ้องมองร่างเหนือบัลลังก์ด้วยแววตามุ่งมั่น ก่อนกล่าวถ้อยคำที่จะเปลี่ยนโชคชะตาของหล่อนไปตลอดกาลให้ได้ยินกันทั่วห้อง

“ข้า เลวันน่า เลสย่า ลีโอคาเดีย ข้าปรารถนาให้เดรก ยัวร์ดา ชายคนรักของข้า หายจากอาการบาดเจ็บอันมีภัยร้ายแรงถึงชีวิต และมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ตราบจนสิ้นอายุขัย ข้าขอแลกเปลี่ยนด้วยวิญญาณของข้า!”

“ท่านจอมมารจะดลบันดาลให้เป็นไปตามนั้น ขอรับวิญญาณของเลวันน่า เลสย่า ลีโอคาเดีย” สิ้นคำกล่าว ทั้งห้องก็พลันมืดลง มีกระแสไฟฟ้าสีดำพุ่งมาไหลวนรอบร่างของผู้ทำการแลกเปลี่ยน ก่อนห้องจะกลับมาสว่างขึ้นอีกครั้ง

.....โดยมีหญิงงามยิ่งกว่านางงามเทียแมทปีล่าสุดคนหนึ่งยืนอยู่ในจุดที่เลวันน่าเคยยืน

โครงหน้าของหล่อนเรียวลง ดวงตาโตขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ริมฝีปากเอิบอิ่มขึ้น แต่ก็ยังพอมีเค้าของเลวันน่าคนเก่าให้เห็นอยู่บ้าง ไฝฝ้าราคีบนใบหน้าหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผิวขาวเนียนน่าสัมผัส บนศีรษะมีเขาแกะเล็กๆ งอกขึ้นมาคู่หนึ่ง

“หม่อมฉันสบายดีเพคะ ไม่ต้องทรงเป็นห่วง” เลวันน่าคนใหม่หันมาทางเจ้าหญิงผู้เลอโฉมที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ พร้อมส่งยิ้มพริ้มพรายมาให้

เซรีสพยักพักตร์รับ เป็นเวลาเดียวกับที่เสียงกริ่งโทรศัพท์พกพาดังขึ้น

“ฮัลโหล เซรีส เดอ โรเซ่ พูด”

“มีข่าวดีพ่ะย่ะค่ะ คนไข้ในห้องวิกฤตฟื้นแล้ว”

“หา จริงหรือ” ถ้อยคำจากปลายสายเรียกรอยยิ้มแต้มพรายมุมโอษฐ์ พร้อมกับความรู้สึกศรัทธาในพลังอำนาจ และสัจจะของร่างสูงเหนือบัลลังก์รัตติกาลที่ท่วมท้นเข้ามาในพระหฤทัย

ในสังคมที่มีแต่เรื่องโกหกกับความหลอกลวง ผู้ที่ยังยึดมั่นในคำสัตย์ของตนได้ นับว่าน่าชื่นชมอย่างยิ่ง

“จริงพ่ะย่ะค่ะ เราตรวจพบว่าลิ่มเลือดที่เคยอุดตันอวัยวะสำคัญทั่วร่าง กลับสลายหายไปได้เองอย่างน่าอัศจรรย์ ตอนนี้เขารู้สึกตัวแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่คงต้องพักต่ออีกสองสามวันกว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้”

“ข้าฝากดูแลอาการเขาให้ดีด้วยล่ะ เขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมงานคนสำคัญของข้า แค่นี้นะ”

“น้อมรับพระบัญชา”

สายโทรศัพท์ตัดลง ทิ้งให้ปลายสายฝั่งปราสาทจอมมารยืนเผชิญหน้ากับทางเลือกของพระองค์เองเงียบๆ

พระทัยนึกตรึกตรอง ชั่งผลได้ผลเสียของเงื่อนไขการแลกเปลี่ยน

ความเปลี่ยนแปลงของเลวันน่าบอกพระองค์ว่า วิญญาณ..เป็นเพียงแค่เครื่องหลอกล่อเท่านั้น

แท้จริง สิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยน คือตัวตนของตนเองต่างหาก...

เซรีส เดอ โรเซ่ ไม่อาจสูญเสียตัวตนในฐานะเจ้าหญิงอันดับหนึ่งของดวงดาวได้ มิฉะนั้น ความพยายามในการอุทิศตนเพื่อเทียแมททั้งหมด จะกลายเป็นสิ่งไร้ค่าทันทีด้วยไม่มีผู้ใดยินดีรับสานงานยากเช่นนี้ต่อ

พระองค์ไม่เคยไว้ใจใคร ไม่ปรารถนาจะพึ่งพาใครหากยังสามารถพึ่งตัวเอง จึงต้องหาทางแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งอื่น สิ่งที่มีคุณค่าไม่แพ้ดวงวิญญาณ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อความฝันอันสูงสุดที่จะทำเพื่อบ้านเกิดเมืองนอน

และที่สำคัญ พระองค์จะต้องเสียเปรียบน้อยที่สุด!

“อืม..ต่อไปก็เป็นการแลกเปลี่ยนของข้าแล้วสินะ ข้า เซรีส เดอ โรเซ่..”

เหมือนร่างที่สถิตนิ่งบนบัลลังก์จะขยับกายเล็กน้อย เมื่อกล่าวมาถึงตอนนี้

“..ข้าปรารถนาพลังที่จะดับลมหายใจของบุคคลผู้หนึ่งอย่างไร้ร่องรอย..”

ร่างบนบัลลังก์ขยับกายอีกครั้ง.....

“ข้าไม่ขอแลกเปลี่ยนด้วยวิญญาณของข้า แต่ข้าขอแลกเปลี่ยนด้วยพรหมจรรย์ของข้า จะได้หรือไม่!!”

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบทันทีที่เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ตรัสจบประโยค เลวันน่าถึงกับชะงักค้าง มองหน้านายหญิงของตนด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ

ประกาศกสาวก็อึ้งงันไปชั่วครู่เช่นกัน เจ้าหล่อนสูดหายใจลึกๆ ค่อยๆ รวบรวมสมาธิพูดต่ออย่างยากเย็น

“ไม่...”

“เจ้าไม่ต้องพูดแทนข้าแล้ว! อลาดาร์”

เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังสะท้อนก้องทั่วห้อง จากร่างเหนือบัลลังก์ที่บัดนี้หยัดกายขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะก้าวลงบันไดมาทีละขั้น..ทีละขั้น

“เจ้าจะมอบพรหมจรรย์ให้ข้างั้นหรือ สาวน้อย” ในที่สุด จอมมารก็ลงมายืนประจันหน้ากับเจ้าหญิงผู้ทำเรื่องเหนือความคาดหมาย ริมฝีปากได้รูปเหยียดออกคล้ายจะเป็นรอยยิ้ม แต่ก็ยังมิใช่รอยยิ้มเสียทีเดียว

ทำไมเขาจะไม่รู้ทันเล่า ว่าหล่อนต้องการอะไร...

ผู้หญิงที่ภาคภูมิในคุณสมบัติทุกประการของตนอย่างยิ่ง ซ้ำยังมองความรักด้วยสายตาชิงชังแกมหวาดระแวงเช่นหล่อน คงไม่นึกรักใครง่ายๆ ยิ่งไม่นึกหวงแหนพรหมจรรย์ไว้จนถึงวันวิวาห์เหมือนหญิงอื่น

ดีไม่ดี อาจมองเป็นส่วนเกินไร้ประโยชน์ด้วยซ้ำ

ถึงได้กล้าเอามาแลกเปลี่ยนให้จบๆ แล้วจากไปเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น

แต่ถ้าหล่อนคิดว่าเขาจะยอมรับเงื่อนไขเพียงแค่นี้ แล้วปล่อยหล่อนไปง่ายๆ ก็คิดผิดเสียแล้วล่ะ!!

“แล้วท่านต้องการอะไร” เซรีสเชิดพักตร์ขึ้นอย่างไม่กลัวเกรง แม้อีกฝ่ายจะทรงพลานุภาพมหาศาลยิ่งกว่าที่คิดก็ตาม

...เซรีส เจ้าช่างน่ารักจริงๆ น่ารักยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก ไม่เสียแรงที่ข้าอุตส่าห์มาตามหาเจ้าถึงเทียแมท...

“ข้าไม่ต้องการพรหมจรรย์ของเจ้า ของพรรค์นั้นไม่มีค่าใดๆ สำหรับข้า สิ่งที่ข้าต้องการ...” มือใหญ่เอื้อมมาเชยคางมนขึ้น

“คือความรักของเจ้าต่างหาก”

 

            ********************

Writer Talk

 

            มาแล้ว!!!!

 

            เชอร์แตมป์ไม่มีอะไรจะพูดแล้วค่ะ //ละลายตายไปกับประโยคสุดท้ายเรียบร้อย

 

            เดี๋ยวมืดๆ จะมาลงต่อให้ครบตอนนะคะ ใครที่อ่านอยู่ก็ขอเสียงกรี๊ดด้วยค่า 5555+

 

 

                                                                        ด้วยรักล้นใจจากปลายปากกา

                                                                   CherT@mpZ

dark_cherry
นามปากกา CherT@mpZ
ชื่อ dark_cherry
ลายเซ็น
ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM