เรื่อง นิยาย สตอรี่ Twin lover สุดสับสน รักลุ้นๆ กับคุณฝาแฝด (จะลบเนื้อเรื่องเหลือแค่ 3 ตอนแรก 3 มิ.ย.55 นี้ค่ะ)


เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

อัปสรเทวี หรือ เนฟ


      “เจอกันวันจันทร์นะเนฟ...”
 

     “โอเค...บ๊ายบายนะวา...”
 

      พันทิวาพูดกับอัปสรเทวีที่หน้าประตูโรงเรียน ก่อนที่ทั้งสองสาวจะโบกมือให้กัน แล้วแยกย้ายกันไปคนล่ะทาง อัปสรเทวีนั้นมีรถยนต์คันหรูของที่บ้านมารอรับอยู่แล้ว สมกับฐานะของคุณหนูจากตระกูลใหญ่ร่ำรวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ซึ่งมีกิจการใหญ่โตนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศมาจำหน่ายภายในประเทศ

     ในขณะที่พันทิวา มีฐานะแค่เพียงปานกลางเท่านั้น คือมีกินมีใช้ไม่เดือดร้อน ครอบครัวของเธอมีเพียงกิจการร้านขายอาหาร ขนมเบเกอรี่และเครื่องดื่มเล็กๆ ร้านหนึ่ง ตั้งอยู่ในย่านการค้าที่ผู้คนพลุกพล่าน จึงทำให้มีรายได้ดีพอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับร่ำรวยอะไรนัก 

     สาเหตุที่บิดามารดาของพันทิวายอมส่งให้เธอเข้ามาเรียนในโรงเรียนเอกชนนานาชาติอาเธียน่าอันแสนแพงแห่งนี้ มีเพียงเหตุผลเดียวก็คือเพราะโรงเรียนอยู่ใกล้บ้าน บิดามารดาไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการเดินทางของเธอ เพราะท่านทั้งสองไม่มีเวลามาคอยรับส่งเธอทุกวัน เนื่องจากต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปดูแลร้านทุกวัน กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบทุ่มแล้ว

     อีกทั้งที่นี่มีการเรียนการสอนจนถึงระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเธอจะได้สิทธิ์เข้าเรียนต่อทันทีที่จบชั้นมัธยมปลาย หากได้เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าสามจุดห้าอันเป็นเกณฑ์มาตรฐานของที่นี่ โดยไม่ต้องไปดิ้นรนเพื่อสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่อื่นเลย

     พันทิวาเดินไปกลับเองระหว่างบ้านกับโรงเรียนมาตั้งแต่สมัยเข้าเรียนชั้นมัธยมต้นจนเคยชินแล้ว เพราะบ้านเธอและโรงเรียนอยู่ห่างกันแค่เพียงสองซอยเท่านั้น ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ถ้าไม่แวะไปเถลไถลที่ไหน

     ปริ๊นๆๆ !!!

     เสียงกดแตรรถดังขึ้น ทำให้หญิงสาวต้องรีบเดินเบียดตัวเข้าข้างทางทันที พลางหันกลับไปมองทางด้านหลัง แล้วก็พบรถยนต์นำเข้าราคาแพงสีดำคุ้นตาเคลื่อนเข้ามาใกล้ ก่อนที่กระจกรถด้านคนขับจะลดลง เผยให้เห็นใบหน้าหล่อคมเข้มของธินยวัฒน์ พร้อมทั้งเสียงทุ้มนุ่มพูดขึ้นว่า

     “ขึ้นรถสิวา ไปด้วยกัน เดี๋ยวพี่ไปส่งถึงบ้านเลย”

     “ขอบคุณค่ะพี่ธินย์”

     พันทิวาพูดอย่างดีใจ พลางเปิดประตูด้านหลังรถก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลัง

     “หือ...ยัยสี่ศอกขึ้นมาที น้ำหนักบนรถเพิ่มขึ้นเป็นกองเลยแฮะ”

     คนที่นั่งอยู่บนเบาะด้านหน้าข้างๆ คนขับ ส่งเสียงทุ้มๆ แซวมา พันทิวาส่งค้อนให้ชายหนุ่มรุ่นพี่พลางต่อว่าอีกฝ่าย

     “โหย...เกินไปแล้วพี่ธันย์ วาหนักแค่สี่สิบห้าโลเองนะ พูดซะ...”

     “เหรอ?...ไม่รู้นี่ เอาไว้วันหลังขอพี่ลองอุ้มเราดูหน่อยแล้วกัน จะได้รู้ว่าไม่หนักจริงๆ “

     “ต๊าย! ใครเค้าจะไปให้อุ้มกันง่ายๆ ล่ะคะคุณพี่ คนเค้าเป็นสาวเป็นนาง”

     พันทิวาแกล้งทำท่าหวงเนื้อหวงตัว พลางจีบปากจีบคอพูดต่อล้อต่อเถียงกับธันยวิทย์ ในขณะที่ธินยวัฒน์หัวเราะอยู่ในลำคอเบาๆ เมื่อชำเลืองมองดูกิริยาท่าทางของสาวน้อยที่นั่งอยู่บนเบาะหลังทางกระจก

     “อือ...เป็นสาวน่ะรู้แล้ว แต่เป็นนางนี่เป็นเมื่อไหร่กันเหรอ แอบไปจดทะเบียนสมรสมาเมื่อไหร่ ทำไมพี่ไม่เห็น รู้เรื่องด้วยเลย? (^__^)”

     ธันยวิทย์หันกลับไปถามคนข้างหลังด้วยใบหน้าหล่อใสซื่อ แต่นัยน์ตาพราวระยับที่ได้แกล้งยั่วโมโหอีกฝ่ายกลับ

     “พี่ธันย์!!! เป็นสาวเป็นนางน่ะมันคำเปรียบเทียบของคนไทยค่ะ ใครจะบ้าแอบไปจดทะเบียนสมรสกันล่ะคะ เรียนก็ยังไม่จบ แฟนก็ยังไม่มีเลย แต่งงานก็ยังไม่ได้แต่งด้วย”

     พันทิวาโวยวายลั่นรถ

     “อ้าว! นายธินย์ น้องสาวนายกำลังเล่าให้ฟังว่าขายไม่ออกแน่ะ”

     ธันยวิทย์หันกลับไปพูดกับธินยวัฒน์ อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดว่า

     “หึๆ อีกไม่นานก็ขายออกแล้ว เดี๋ยวถ้าขึ้นมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง ขี้คร้านจะมีแต่คนรุมจีบ นายไม่รู้สึกบ้างเหรอว่าน้องสาวเราน่ะสวยวันสวยคืน?“

     “พี่ธินย์น่ารักที่สุดเลย (^__^)”

     พันทิวายื่นหน้ามาพูดตรงช่องว่างระหว่างเบาะของคนขับ พลางทำตาหวานใส่ธินยวัฒน์ อย่างซาบซึ้งในคำชมของเขา ก่อนจะทำหน้ามุ่ยอย่างรวดเร็ว เมื่อโดนธันยวิทย์เอื้อมมือมาดีดหน้าผาก
 

     “โอ๊ย! พี่ธันย์ ซาดิสม์รึเปล่าเนี่ย ทำไมชอบลงไม้ลงมือเรื่อยเลย? มันเจ็บนะ”
 

     พันทิวาบ่นพลางยกมือขึ้นมาลูบหน้าผากตัวเองไปมา
 

     “เจ็บสิดี คราวหลังอย่ามาทำตาหวานใส่นายธินย์อีกล่ะ เห็นแล้วขนลุกชะมัด”
 

     ธันยวิทย์พูดหน้าตาเฉย พันทิวาเผลอค้อนชายหนุ่มรุ่นพี่อีกรอบ ก่อนจะทำหน้าซื่อตาใสย้อนถามกลับไปว่า
 

     “ถ้าทำตาหวานใส่พี่ธินย์ไม่ได้ แล้วทำใส่พี่ธันย์ได้รึเปล่าคะ? “
 

     “อืมม์...น่าสนใจ ก็ลองทำดูสิ”
 

     ธันยวิทย์หันกลับมาตอบยิ้มๆ แต่พันทิวากลับยักไหล่ พลางพูดหน้าตาเฉยว่า
 

     “เรื่องอะไรล่ะ วาก็ขนลุกเหมือนกันถ้าต้องทำตาหวานใส่พี่ธันย์”
 

     “ฮะๆๆๆๆ...”
 

     ธินยวัฒน์ระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินพันทิวาพูดจบประโยค
 

     “นายธันย์ ยกนี้นายแพ้วาแล้วล่ะ ฮะๆๆ “
 

     ธินยวัฒน์หันไปพูดแกมหัวเราะกับคู่แฝดของตนเอง ธันยวิทย์ทำตาขวางใส่อีกฝ่าย พลางถามอย่างเอาเรื่องว่า
 

     “นายขำอะไรนักหนา? หยุดหัวเราะได้แล้ว”

     “ฮะๆๆ ก็คนมันขำนี่ จะห้ามไม่ให้หัวเราะได้ไง เพิ่งจะเจอนายโดนผู้หญิงหักหน้าก็คราวนี้แหละ วายอดมากเลย”

      ธินยวัฒน์ขยิบตาให้หญิงสาวทางกระจก พันทิวายิ้มพลางพูดว่า

     “ขอบคุณค่ะ ขอน้อมรับในคำชม”

     “เออ...เข้ากันดีเหลือเกินนะ ฝากไว้ก่อนเถอะ อย่าให้ถึงทีพี่มั่งแล้วกัน”

     ธันยวิทย์ทำตาขวางใส่คู่แฝด ก่อนจะหันกลับไปมองหญิงสาวรุ่นน้องอย่างคาดโทษ

     “คนอะไรเนี่ย นอกจากเจ้าชู้แล้วยังใจร้ายอีก ไม่เหมือนพี่ธินย์เลยนอกจากไม่เจ้าชู้แล้วยังใจดีมากๆ ด้วย”

     “เฮอะ! ใช่สิพี่น่ะมันซาตาน ไม่เหมือนนายเทพบุตรธินย์หรอก”

     ธินยวัฒน์สะบัดหน้ากลับ ทำเสียงเหมือนน้อยอกน้อยใจ พันทิวาจึงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดปลอบเขาว่า

     “โอ๋ๆๆ อย่าใจน้อยนะพี่ธันย์ ขี้ใจน้อยเดี๋ยวหัวล้านเร็ว หมดหล่อไม่มีสาวๆ มาติดกันพอดี”

     “ช่างสิ ผู้หญิงพวกนั้นน่าเบื่อจะตาย”

     “อ้าว! พูดอย่างงี้อย่าบอกนะว่าพี่ธันย์แอบชอบหนุ่มที่ไหนอยู่ ถึงได้หักอกสาวๆ เป็นว่าเล่นน่ะ ว้า!!! ไม่
เลย น่าเสียดายแทนยัยเนฟ แล้วก็พวกสาวๆ จัง”

     “นี่! เลิกพูดมากได้แล้วยัยสี่ศอก พันหนึ่งทิวาราตรี ถึงบ้านเราแล้ว รีบๆ ลงไปเลย ก่อนที่จะโดนพี่หักคอ
ทิ้ง”

     ธันยวิทย์หันกลับไปขู่หญิงสาวรุ่นน้อง แต่พันทิวากลับหัวเราะเบาๆ แล้วผลักประตูรถก้าวลงไป เมื่อธินยวัฒน์ชะลอรถจอดตรงหน้าบ้านของเธอ

     “ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์มาส่งจนถึงบ้าน...”

     พันทิวาพูดพลางก้มศีรษะให้ชายหนุ่มรุ่นพี่ เมื่อก้าวลงไปยืนอยู่ตรงหน้าบ้านตนเองเรียบร้อยแล้ว
 

     “ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่พรุ่งนี้มีการบ้านให้พี่สอนรึเปล่า ถ้ามีก็ไปที่บ้านพี่ได้เลยนะ”
 

     ธินยวัฒน์บอกอย่างใจดี พันทิวาพยักหน้ารับ ก่อนจะพูดว่า
 

     “ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจวาจะไปถามค่ะ ขอบคุณพี่ธินย์กับพี่ธันย์มากค่ะ”
 

     “งั้นพวกพี่ไปล่ะ” ธินยวัฒน์พูด
 

     “ไปนะยัยสี่ศอก”

     ธันยวิทย์ยังไม่วายยื่นหน้าผ่านคู่แฝดมาพูดกับพันทิวาด้วยน้ำเสียงกวนๆ เช่นเคย พันทิวาจึงแกล้งทำตาหวานใส่อีกฝ่าย พลางพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า

     “ขอบคุณนะคะ พี่ธันย์ขา ที่อุตส่าห์มาส่ง”

     “หา!”

     ธันยวิทย์มีสีหน้างุนงงในกิริยาอาการของหญิงสาว ก่อนที่จะเข้าใจในเวลาต่อมาว่าถูกแกล้ง เมื่อพันทิวายกมือขึ้นลูบแขนตัวเองไปมา พลางพูดหน้าตาเฉยว่า

     “ขนลุกจริงๆ ด้วยพี่ธันย์ นี่ขนาดแค่แกล้งทำเล่นๆ น่ะเนี่ย ถ้าให้ทำจริงๆ ทำไม่ลงหรอก”

     “หน็อย! ยัยสี่ศอก!”

     ธันยวิทย์ทำท่าจะกระโจนลงมาจากรถเพื่อเอาเรื่องหญิงสาว แต่โดนธินยวัฒน์ ดันตัวกลับให้ไปนั่งที่ตามเดิม แล้วรีบออกรถทันที ก่อนที่คู่แฝดจะลงไปราวีกับหญิงสาวรุ่นน้องต่อ

 

 

     สายวันต่อมาซึ่งเป็นวันเสาร์ พันทิวาก็จำต้องหอบการบ้านวิชาฟิสิกส์ และวิชาชีววิทยา เดินมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ก่อนหน้าบ้านเธอห้าหลังจนได้

     “อ้าว! คุณวานี่เอง”

     เสียงพี่หวานสาวใช้ประจำบ้านเอ่ยทักขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม   เมื่อเดินมาเปิดประตูรั้วบานล็ก ให้พันทิวา หลังจากที่หญิงสาวกดออดหน้าบ้านแล้วยืนรออยู่ครู่หนึ่ง

     “ขอบคุณค่ะพี่หวาน วาจะมาถามการบ้านพี่ธินย์หน่อยน่ะค่ะ”

     พันทิวาบอกหญิงสาวรุ่นพี่ อย่างคนคุ้นเคยกันดี เพราะพันทิวาไปมาหาสู่ที่บ้านนี้เป็นประจำตลอดสองปีที่ผ่านมา ทำให้เธอคุ้นเคยกับทุกคนในบ้านนี้เป็นอย่างดี

     “คุณธินย์อยู่ที่สวนหลังบ้านแน่ะค่ะ คุณวาเดินเข้าไปเลย เดี๋ยวพี่หวานจะยกขนมกับน้ำตามไปให้นะคะ”

     “ขอบคุณค่ะ เอ๊ะ! แล้วพี่ธันย์ไม่อยู่เหรอคะพี่หวาน?”

     พันทิวาถามขึ้นอย่างประหลาดใจ เมื่อเห็นหญิงสาวรุ่นพี่เอ่ยชื่อธินยวัฒน์เพียงคนเดียว โดยไม่ได้เอ่ยถึงธันยวิทย์คู่แฝดของเขาเลย

     “คุณธันย์ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าแล้วล่ะค่ะ เห็นว่าจะกลับเย็น คุณวาอยากเจอคุณธันย์เหรอคะ?”

     หวานถามด้วยใบหน้ายิ้มๆ
 

     “ใครบอกล่ะคะพี่หวาน พี่ธันย์ไม่อยู่ก็ดีแล้ว ไม่งั้นก็เอาแต่แกล้งวา”

     พันทิวามีสีหน้าดีใจอย่างเปิดเผยทีเดียว ดีใจเพราะวันนี้ไม่มีธันยวิทย์อยู่กวนประสาท และดีใจที่สุด ที่จะได้มีโอกาสให้ธินยวัฒน์สอนการบ้านตามลำพัง โดยไม่มีก้างขวางคอชิ้นโตอย่างธันยวิทย์

     “ว้า! น่าสงสารคุณธันย์จัง แกล้งน้องสาวคนสวยจนโดนเกลียดขี้หน้าซะแล้ว”
 

     สาวใช้รุ่นพี่ทำเสียงละห้อยอย่างสงสาร เจ้านายหนุ่มรุ่นน้อง
 

     “แหม...พี่หวาน วาไม่ได้บอกว่าเกลียดพี่ธันย์นะคะ แค่วาขี้เกียจเถียงกับพี่ธันย์เฉยๆ” 
 

     “ค่า...พี่หวานรู้แล้วล่ะคะ คุณวาเดินไปที่สวนหลังบ้านเถอะค่ะ”
 

     สาวใช้รุ่นพี่บอกยิ้มๆ พันทิวาจึงหอบสมุดการบ้าน เดินอ้อมไปทางสวนหลังบ้านอย่างคุ้นเคยทันที
 
 สวนหลังบ้านของคฤหาสน์หลังนี้กว้างใหญ่ไม่น้อยเลยทีเดียว นอกจากปลูกต้นไม้และดอกไม้ประดับสวย
งามไว้เยอะแยะแล้ว ยังมีทะเลสาบขนาดย่อม ซึ่งมีเรือถีบรูปหงส์ขาวลอยลำอยู่ด้วยหนึ่งลำ ทำให้บรรยากาศที่นี่ดูร่มรื่นน่าพักผ่อนเป็นอันมากทีเดียว
 

     พันทิวามองไปที่ใต้ร่มไม้ใหญ่ริมทะเลสาบ แล้วก็เห็นร่างสูงของธินยวัฒน์นอนเหยียดยาวเอาหนังสือแม็กกาซีนเล่มหนึ่งปิดหน้าอยู่บนเสื่อผืนใหญ่ หญิงสาวยิ้มนิดๆ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ แต่คนร่างสูงก็ยังคงนอนหลับสนิท ไม่รับรู้ว่ามีคนมา
 

     หญิงสาวค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งบนเสื่อผืนใหญ่ วางสมุดการบ้านของตนเองลงข้างๆ ตัว พลางคิดวางแผนจะแกล้งธินยวัฒน์ ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบหนังสือแม็กกาซีนที่ปิดใบหน้าของชายหนุ่มรุ่นพี่ แล้วค่อยๆ ยกขึ้นอย่างเบามือ
 

     ขวับ!!!
 

     “กรี๊ดด!!!ว๊ายย!!!”
 

     พันทิวาร้องเสียงหลง เมื่อมือเรียวที่กำลังดึงหนึงสือแม็กกาซีนออกถูกคว้าเอาไว้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งร่างโปร่งบางถูกดึงให้ล้มลงบนแผ่นอกกว้างของคนที่กำลังนอนหลับตาอยู่ ธินยวัฒน์ลืมตาพรึ่บขึ้นมาทันที และก็ทำให้หญิงสาวใจเต้นแรงขึ้นมาทันทีอย่างช่วยไม่ได้เช่นกัน ใบหน้านวลเนียนก็เริ่มร้อนผ่าว เมื่อนัยน์ตาดำขลับ สบประสานกับนัยน์ตาสีน้ำเงินสดในระยะใกล้

     ขณะนี้ใบหน้าของเธอห่างกับใบหน้าของธินยวัฒน์ไม่ถึงคืบ จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของกันและกันเลยทีเดียว และที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือเธอกำลังนอนทับอยู่บนตัวของเขา แถมธินยวัฒน์ยังกำลังโอบกอดเธอเอาไว้ทั้งตัวอีกด้วย
 

     “หึๆ คิดจะแกล้งพี่เหรอ เด็กซน?”
 

     ธินยวัฒน์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ พลางพูดในขณะที่เขายังคงโอบกอดพันทิวาเอาไว้
 

     “เอ่อ...ปละ...ปล่อยวาก่อนเถอะค่ะพี่ธินย์ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันไม่ดีค่ะ” 
 

     พันทิวาล่ะลำล่ะลักบอกชายหนุ่มรุ่นพี่เสียงสั่น ใบหน้าแดงก่ำไปหมดเพราะความเขิน พลางพยายามขืนตัวออกจากอ้อมแขนของอีกฝ่าย และดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มรู้สึกตัว ธินยวัฒน์จึงรีบคลายอ้อมแขนให้หญิงสาวลุกขึ้นนั่งทันที ก่อนที่ตัวเขาจะลุกขึ้นนั่งเช่นกัน

     “พี่ขอโทษนะ...เมื่อกี้คิดแต่จะล้อวาเล่น พี่ลืมไปว่าถ้าใครมาเห็นเข้าวาจะเสียหาย”

     ธินยวัฒน์พูดด้วยสีหน้า และท่าทางที่รู้สึกผิดจริงๆ

     “ไม่เป็นไรค่ะ วาเข้าใจค่ะ”

     พันทิวาพูด โดยไม่ยอมสบตาชายหนุ่มรุ่นพี่ เพราะใบหน้าของเธอยังคงร้อนวูบวาบ แล้วใจก็ยังเต้นแรงอยู่
 

     “เอ่อ...วาจะมาถามการบ้านพี่เหรอ? “
 

     เสียงทุ้มถามขึ้นทำลายบรรยากาศอึดอัดและเก้อเขินของทั้งสองคน พันทิวาพยักหน้าทันที
 

     “ค่ะ วิชาฟิสิกส์ กับชีวะฯ น่ะค่ะ”
 

     “ไหนล่ะ วาไม่เข้าใจตรงไหน?”  เขาถามพลางยิ้มอย่างใจดี
 

     หญิงสาวจึงรีบหยิบสมุดการบ้านมาเปิดทันที เพราะไม่อยากจะนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ใจเต้นแรงเมื่อครู่นี้อีก แล้วธินยวัฒน์ก็เริ่มอธิบายการบ้านที่เธอไม่เข้าใจให้ฟังทีล่ะข้อทันที ทั้งสองคนนั่งทำการบ้านได้พักใหญ่ หวานก็ยกขนมและน้ำผลไม้มาให้ พร้อมทั้งถามว่า
 

     “เที่ยงนี้คุณธินย์กับคุณวาอยากทานอะไรคะ ป้าจันทร์ให้พี่มาถาม?” 

      “เอาข้าวผัดปูก็ได้ครับพี่หวาน”
 

     ธินยวัฒน์ตอบคำถามของสาวใช้รุ่นพี่ และก็ทำให้พันทิวาถึงกับยิ้มออกมาทันที เพราะว่าเธอชอบรับประทานข้าวผัดปูอยู่แล้ว และหญิงสาวอยากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าธินยวัฒน์น่าจะจำได้ด้วยว่าเธอชอบ

 

 

     “ขอบคุณนะคะที่พี่ธินย์ช่วยสอนการบ้านวา”

     พันทิวากล่าวขอบคุณชายหนุ่มรุ่นพี่ เมื่อทำการบ้านข้อสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย ตอนเกือบบ่ายสองโมง

     “ไม่เป็นไร พี่เต็มใจสอนอยู่แล้ว” ธินยวัฒน์พูดยิ้มๆ

     “ถ้าอย่างงั้นวากลับบ้านเลยนะคะ พี่ธินย์จะได้พักผ่อนบ้าง”

     พันทิวาพูดพลางรวบสุมดการบ้านและหนังสือขึ้นไว้ในอ้อมกอด พร้อมทั้งขยับลุกขึ้นยืน ธินยวัฒน์ขยับ
ลุกขึ้นตามทันที พลางพูดว่า
 

     “เดี๋ยวพี่เดินไปส่งวาที่บ้านเอง”
 

     “ฮะ!!! ไม่ต้องก็ได้ค่ะ วากลับเองได้ แค่นี้ก็เกรงใจพี่ธินย์มากแล้ว”
 

     “ไม่เป็นไรหรอก พี่อยากเดินเล่นด้วย”
 

     ธินยวัฒน์บอก ดังนั้นพันทิวาจึงมีชายหนุ่มรุ่นพี่เดินเคียงข้างไปส่ง ทั้งสองคนค่อยๆ เดินไปอย่างไม่เร่งรีบ โชคดีที่วันนี้แดดไม่แรงมากนัก ท้องฟ้าออกจะเริ่มตั้งเค้าเมฆฝนครึ้มๆ มาแล้วด้วย
 

     “ท่าทางฝนจะตกนะเนี่ย”

     เสียงธินยวัฒน์พูดขึ้นเมื่อแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า

     “นั่นสิคะ เอ...ว่าแต่วันนี้พี่ธันย์ไปไหนเหรอคะ เห็นพี่หวานบอกว่าออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว ป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย?”

     ธินยวัฒน์หันมามองหญิงสาวรุ่นน้องยิ้มๆ ก่อนจะถามว่า

     “ทำไม คิดถึงคู่กัดเรารึไง? (^__^)”

     “โห!!! พูดผิดพูดใหม่ได้นะคะ วาก็แค่สงสัยเท่านั้นเอง” พันทิวาพูด

     “เมื่อเช้าเห็นบอกว่าจะออกไปทำธุระน่ะ”

     “ฮะๆ สงสัยมีนัดกับสาวๆ แหงเลย (^__^)”

     พันทิวาพูดพลางหัวเราะเบาๆ โดยไม่ทันสังเกตว่าสีหน้าคมเข้มของคนข้างๆ เปลี่ยนไปนิดนึง ก่อนที่เขาจะถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า
 

     “ทำไมวาถึงคิดว่านายธันย์มีนัดกับสาวๆ ล่ะ?”

     “แหม...หนุ่มหล่อหายไปในวันหยุดอย่างนี้ มีเหตุผลเดียวเท่านั้นแหละค่ะ คือไปกับสาวชัวร์”

     พันทิวาพูดอย่างมั่นใจ

     “วาไม่คิดว่าตัวเองอาจจะเข้าใจผิดบ้างเหรอ?”

     “เอ๊ะ!!! ทำไมล่ะคะ?”  พันทิวาเอียงหน้ามาถาม

     “ก็...บางทีนายธันย์อาจจะไม่ได้ไปเที่ยวกับสาวๆ อย่างที่วาคิดก็ได้นะ”

     ธินยวัฒน์พูด พันทิวาถอนหายใจเบาๆ พลางพูดยิ้มๆ ว่า

     “เฮ้อ!!! (^__^) ถ้าเป็นพี่ธินย์วาคงเชื่อค่ะ แต่ถ้าเป็นพี่ธันย์นี่เห็นจะเชื่อยาก”

     “ในสายตาวา นายธันย์แย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”  
 

     ธินยวัฒน์ถาม พันทิวาหยุดเดินทันที พลางเอียงหน้ามามองชายหนุ่มรุ่นพี่ แล้วก็รู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ ถึงยังไงธินยวัฒน์ กับธันยวิทย์ ก็เป็นพี่น้องกัน แล้วเธอไปว่าน้องชายเขาแบบนั้นใครจะไม่เคืองกันล่ะ หญิงสาวจึงรีบพูดขึ้นว่า
 

     “นี่พี่ธินย์กำลังโกรธแทนพี่ธันย์อยู่รึเปล่าคะ? ถ้าวาพูดให้พี่ธินย์ไม่พอใจ วาก็ขอโทษด้วยนะคะ” 
 

     “ก็...เปล่านี่” ธินย์วัฒน์พึมพำตอบเบาๆ

     “วาขอโทษนะคะถ้าพูดให้พี่ธินย์ไม่พอใจ ความจริงพี่ธันย์ก็ไม่ได้แย่อะไรหรอกค่ะ วารู้ว่าพี่ธินย์กับพี่ธันย์น่ะใจดีกับวาทั้งคู่ คอยช่วยเหลือวาตลอด วาไม่เคยลืมหรอกค่ะ แล้วถึงพี่ธันย์จะชอบพูดกวนประสาท แต่วาก็รู้ว่าพี่ธันย์ก็แค่ล้อเล่นเท่านั้น วาไม่ได้โกรธจริงจังนะคะ...”

     พันทิวาพูดพลางเริ่มออกเดินช้าๆ ธินยวิทย์ก้าวตามมาเดินเคียงข้างหญิงสาว ก่อนจะถามต่อไปอีกว่า
 

     “แล้วเรื่องที่วาบอกว่านายธันย์เจ้าชู้ล่ะ?”

     “อ๋อ...ก็วาได้ยินเค้าร่ำลือกันอย่างนั้นนี่คะ แล้วก็มีข่าวว่าพี่ธันย์หักอกผู้หญิงเป็นประจำทุกวันด้วย”
 

     “วาเชื่อที่คนอื่นพูดกัน แต่ไม่เชื่อที่นายธันย์บอกรึไง?”

     “วาไม่ได้สนใจว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงหรอกค่ะ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของพี่ธันย์ วาแค่แกล้งพูดแหย่พี่ธันย์เล่นเฉยๆ ค่ะ”  พันทิวาตอบยิ้มๆ

     “งั้นเหรอ? ไม่ได้สนใจเลยเหรอ?”

     ธินยวัฒน์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ซึ่งพันทิวาได้ยินไม่ถนัดนัก จึงถามหนุ่มรุ่นพี่ว่า

     “พี่ธินย์ว่าไงนะคะ? “

     “เอ่อ...อ๋อ...เปล่าๆ ไม่มีอะไร ถึงบ้านวาแล้ว รีบเข้าบ้านเถอะ ท่าฝนจะตกจริงๆ แล้วล่ะ”

     “ขอบคุณนะคะที่ช่วยสอนการบ้าน แล้วก็อุตส่าห์เดินมาส่งวาด้วย พี่ธินย์จะเอาร่มติดมือไปหน่อยมั๊ยคะ
เพื่อฝนตกก่อนถึงบ้าน?”

     พันทิวาถามเขาอย่างเป็นห่วง หากแต่ธินยวัฒน์ส่ายหน้า ก่อนจะพูดว่า

     “ไม่เป็นไรหรอก พี่วิ่งแป๊บเดี๋ยวก็ถึงบ้านแล้ว  วาเข้าบ้านเถอะ”

     “ค่ะ”

     และเมื่อพันทิวาก้าวเข้าไปภายในบ้านได้เพียงครู่เดี๋ยวฝนก็เทกระหน่ำลงมาทันที หญิงสาวรีบเปิดผ้าม่านหน้าต่างเพื่อมองดูว่าธินยวัฒน์เดินไปถึงไหนแล้ว แต่ก็มองไม่เห็นร่างสูงของเขาเสียแล้ว หญิงสาวจึงคิดว่าธินยวัฒน์น่าจะวิ่งกลับไปถึงบ้านของเขาเรียบร้อยแล้ว

 

 

     “นี่ๆ พวกเธอ ฉันได้ข่าวว่าพี่คุกกี้ดาวมหาวิทยาลัยที่อยู่ปีสองชอบพี่ธินย์ล่ะ”
 

     เสียงเด็กนักเรียนหญิงชั้นม.ห้า กลุ่มใหญ่ที่นั่งรับประทานอาหารกลางวันอยู่ที่โต๊ะข้างๆ พูดคุยกันเสียงดัง ทำให้พันทิวาและอัปสรเทวีต้องเงยหน้าจากอาหารที่กำลังรับประทานอยู่ขึ้นสบตากันทันที พลางตั้งอกตั้งใจฟังบทสนทนาของเด็กสาวรุ่นน้องโต๊ะข้างๆ ต่อ
 

     “ต๊าย! ยัยอ้อน เธอพูดจริงรึเปล่า ข่าวกรองชัวร์นะยะ?” 
 

     “ชัวร์ยิ่งกว่าชัวร์อีกย่ะ ก็ลูกพี่ลูกน้องฉันน่ะเป็นเพื่อนสนิทกับพี่คุกกี้เชียวนะยะ”
 

     “เฮ้ย! ถ้าดาวมหาวิทยาลัยอย่างพี่คุกกี้มาชอบพี่ธินย์ คนอื่นก็หมดสิทธิ์กันพอดีน่ะสิ”
 

     “แหงล่ะ...เห็นลูกพี่ลูกน้องฉันบอกว่า พี่คุกกี้จะสารภาพรักกับพี่ธินย์เร็วๆ นี้แหละ”
 

     “โอ๊ย! งี้ฉันก็อกหักชัวร์เลยสิ พี่ธินย์ไม่มีทางปฏิเสธคนสวยอย่างนั้นแน่”
 

     “นี่ยัยเจน ฉันว่าเธอน่ะอกหักตั้งแต่ก่อนที่พี่คุกกี้เค้าคิดจะสารภาพรักซะอีกนะยะ”
 

     “เออๆ ฉันรู้หรอกน่าว่าฉันไม่สวย เธอจะซ้ำเติมฉันทำไมเนี่ย?”
 

     “สะใจดีไง เพราะฉันก็อกหักเหมือนกัน ฮ่าๆๆ”  
 

     “โธ่! พี่ธินยวัฒน์สุดหล่อของฉัน แต่ยังไงก็ยังเหลือพี่ธันยวิทย์อีกคนนะเธอ”

     “โหย! คนนั้นน่ะเธออย่าได้หวังเลย แค่แอบชอบ แอบปลื้มน่ะพอได้ แต่อย่าได้คิดไปสารภาพรักเชียว เธอก็รู้ๆ อยู่ไม่ใช่เหรอว่าพี่ธันยวิทย์ปฏิเสธผู้หญิงมากี่คนแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ก็เพิ่งจะปฏิเสธพี่เกรซ นางแบบชื่อดังที่อยู่ปีหนึ่งไปเองนะ”

      “เออ...ใช่ นักเรียนหญิงทั้งทางฝั่งมัธยมของเรา และพวกรุ่นพี่ผู้หญิงทางฝั่งมหาวิทยาลัยน่ะ อกหักกันมาไม่รู้กี่คนต่อกี่คนแล้ว”

     “เฮ้อ! นั่นสิ ฉันว่าเราน่าจะหาเป้าหมายใหม่ได้แล้วนะ หนุ่มหล่อๆ ที่อยู่ในโรงเรียน กับในมหาวิทยาลัยยังมีอีกหลายคนนะเธอ พี่ชีนไง หล่อแถมยังใจดีด้วยนะ”

      “ใช่ๆ ความคิดเธอเข้าท่ามากเลย ฉันเห็นด้วย พวกเธออิ่มแล้วใช่มั๊ย ถ้าอิ่มแล้วก็ลุกขึ้น พวกเราต้องเริ่มออกปฏิบัติการตามล่าหาหนุ่มหล่อในดวงใจคนใหม่ ณ บัดนี้”

     ว่าแล้วเด็กนักเรียนหญิงรุ่นน้องกลุ่มนั้นก็พากันลุกขึ้นจากโต๊ะ แล้วเดินเกาะกลุ่มกันออกไปจากโรงอาหารทันที
 

     “ไงยัยวา เธอได้ยินชัดมั๊ยเมื่อกี้น่ะ?” 
 

     อัปสรเทวีถามขึ้นทันที เมื่อทั้งสองสาวพากันเดินออกมาจากโรงอาหาร พันทิวาพยักหน้าเนือยๆ พลางตอบ
 

     “อือ...ชัดเจนแจ่มแจ๋วเต็มสองหูเลยล่ะ” 
 

     “แล้วไง เธอคิดว่าเธอควรจะทำยังไง เพื่อไม่ให้เสียพี่ธินย์ไป?” 
 

     “ก็แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไงล่ะเนฟ?” 
 

     “เธอถามฉันว่าจะให้เธอทำยังไงเหรอยัยพันหนึ่งทิวาราตรี!?” 
 

     อัปสรเทวีขึ้นเสียงสูงอย่างฉุนๆ ก่อนจะพูดต่อไปอีกว่า

     “ขืนเธอมานั่งเอื่อยเฉื่อย แอบรักข้างเดียวอยู่อย่างงี้ มีหวังโดนยัยรุ่นพี่ขนมคุกกี้คว้าพี่ธินย์ไปแน่ๆ”

     พันทิวาทำหน้าจ๋อย พลางถามเพื่อนรักว่า
 

     แล้วเธอจะให้ฉันทำอะไรได้ล่ะ ก็เด็กพวกนั้นบอกว่าพี่คุกกี้จะไปสารภาพรักกับพี่ธินย์แล้วนี่”

     “โอ๊ย! จะให้เธอทำอะไรน่ะเหรอ? ก็ถ้ายัยรุ่นพี่นั่นสารภาพรักได้ เธอก็ต้องสารภาพรักได้เหมือนกันนะยะ”

     อัปสรเทวีบอกด้วยน้ำเสียง และสีหน้าจริงจัง 
 

     “เฮ้ย! ไม่เอาหรอก ฉันเป็นผู้หญิงนะ จะให้ฉันไปบอกชอบผู้ชายก่อนได้ยังไง ฉันไม่กล้าทำอะไรอย่างนั้นหรอกเนฟ แล้วฉันว่าฉันสวยสู้พี่คุกกี้ไม่ได้ด้วย นั่นดาวมหาวิทยาลัยเชียวนะ เกิดฉันไปสารภาพแล้วพี่ธินย์ปฏิเสธมา ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แล้วฉันจะกล้าพูดคุยกับพี่เค้าได้อีกเหรอ มีหวังเข้าหน้ากันไม่ติดแน่ๆ”  

     พันทิวาพูดพลางทรุดตัวลงนั่งบนม้าหินอ่อนหน้าอาคารเรียน อัปสรเทวีทรุดตัวลงนั่งตามพลางพูดว่า
 

     “ระหว่างลองบอกพี่ธินย์ก่อนว่าเธอชอบเค้า เธอก็ยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นว่าพี่เค้าอาจจะตอบรับ ยังไงก็ดีกว่านั่งอยู่เฉยๆ  เพราะเธอกับยัยพี่ขนมคุกกี้นั่นมีสิทธิ์ลุ้นพอๆ กันนะ อย่าปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่นมาคว้าเอาพี่เค้าไปต่อหน้าต่อตา โดยที่เธอไม่ได้พยายามทำอะไรเลยสิ ทั้งๆ ที่เธอมีโอกาสมากกว่าคนอื่นนะยะยัยวา”

     “ก็แล้วทำไมเธอจะต้องซีเรียสขนาดนั้นด้วยเล่า?”  พันทิวาถามเสียงอ่อย

     “ก็เพราะฉันเสียดายแทนเธอน่ะสิ ถ้าเธอไม่ใช่เพื่อนรักของฉัน แล้วก็เธอไม่ได้แอบรักพี่เค้ามาตั้งสองปี
แล้ว ฉันจะไม่ยุ่งกับเรื่องของเธอเลย ให้ตายสิ ยัยบื๊อ!”
 

     อัปสรเทวีพูดอย่างฉุนๆ พันทิวาทำหน้าลำบากใจ พลางถามเพื่อนรักว่า

     “แล้วถ้าพี่เค้าปฏิเสธฉันล่ะ?”

     “ไม่เห็นจะยากเลย เธอก็แค่พูดว่า เธออยากให้เค้ารู้เท่านั้นเองว่าเธอชอบเค้า แต่ถ้าเค้าไม่คิดอย่างนั้นด้วย
ก็เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันเหมือนเดิม แล้วเธอก็แอบรักเค้าข้างเดียวต่อไป หรือไม่ก็เลิกรักแล้วก็หาเป้าหมายใหม่แบบยัยเด็กกลุ่มนั้นไง”

     “ทำไมเธอพูดง่ายอย่างงี้ล่ะเนฟ นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับฉันเลยนะ ให้ฉันไปบอกชอบผู้ชายก่อนเนี่ยนะ”

     “ใช่ และเธอควรจะรีบบอกภายในวันสองวันนี้ด้วย ไม่งั้นฉันเลิกคบเธอเป็นเพื่อนแน่”

     “หา!!! (>__<)!!!”

     พันทิวาอุทานเสียงดังลั่น  พลางหันไปมองใบหน้าของเพื่อนรัก แล้วก็เห็นทั้งแววตาและสีหน้าที่เอาจริงเอาจังของอัปสรเทวี หญิงสาวเลยได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
 

แก้วแสงจันทร
นามปากกา แก้วแสงจันทร
ชื่อ แก้วแสงจันทร
ลายเซ็น เรารักในหลวง
ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM