เรื่อง นิยาย สตอรี่ รักวุ่นวาย...คุณชายแวมไพร์ [Tumultuous love vampire prince.]ตอนที่ 1(แนะนำตัวละคร)


เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่
 รักวุ่นวาย...เจ้าชายแวมไพร์ [Tumultuous love vampire prince.]ตอนที่ 1
-- ณ โบส์ใหญ่แห่งหนึ่งในประเทศไทย –
ครืดดด.. แอ๊ดดด..~ เสียงเปิดประตูของห้องห้องหนึ่ง
“นาย ท่านครับ ได้เวลาแล้วครับ ถ้าไม่รีบจะสายนะครับ” ทาสรับใช้ผู้ซี่อสัตย์บอกคนที่นอนอยู่ภายในโลงศพ คริสต์ที่ดูดีมีระดับบ่งบอกถึงความเป็นผู้ดีมีชาติตระกูล ลักษณะโลงศพเป็นสีดำเงาเรียบง่าย บนโรงแกะสลักเป็นลวดลายชั้นดีและละเอียดอ่อนทางด้านศิลปะตะวันตก  รอบข้างตกแต่งด้วยเพชรและอัญญมณีที่สง่าเรียบง่าย ด้านบนยังมีป้ายเขียนว่า “  The prince Dynasty of Livonia 13: Chopin” (เจ้าชายราชวงศ์ลิโวเนียที่ 13:โชแปง)
 “นายท่านครับ” ทาสผู้รับใช้ย้ำคำพูดกับโรงศพสีดำเงาตรงหน้าอีกครั้งแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากสิ่งที่อยู่ด้านในออกมาเลย
“นาย ท่านครับ ถ้าท่านไม่ตื่นผมจะเปิดแล้วนะครับ” ทาสผู้รับใช้ของตระกูล ลิโวเนีย ซึ่งรับใช้ตระกูล ลิโวเนีย มารุ่นสู่รุ่นสืบทอดต่อกันมา ตั้งแต่รุ่นปู่ จนถึงรุ่นของคาร์เทล คาร์เทลพูดจบ ได้เอื้อมมือจับฝาโรงศพเพื่อจะเปิดออก แต่ก่อนที่เจ้าตัวจะเปิด ฝาโรงก็ได้เปิดออกก่อน
“นาย นี่น่ารำคาญจริง ๆเลย เมื่อไรจะเลิกมาปลุกฉันสักที คาร์เทล --+ “ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีโครงหน้าเรียวยาว ขาว จมูกโด่งเป็นสัน ปากสีอมชมพูอ่อนๆ ประกอบไปด้วยสีผมที่เป็นสองสี ข้างล่างสีทอง ส่วนด้านบนสีน้ำตาลออกแดง ทรงลากไทรตัดกับใบหน้าอันหล่อของเขา ท่าทางน่าเกรงขาม ใส่เสื้อสูตรสีดำ เนคไท สีแดงสด ตัดกับสีดำบนเสื้อ ด้านล่างเนคไทมีเข็มกลัดประจำตระกูลสีทองปักอยู่เป็นสง่า
“นาย ท่านครับดื่มนี่ก่อนไปโรงเรียนนะครับ” คาร์เทลทาสผู้ซื่อสัตย์ ส่งแก้วที่ใส่น้ำสีแดงไว้ คล้ายๆ ไวด์แดง ให้นายท่านของเขาก่อนที่ตัวเองจะหยิบถุงอาหารค้างคาวแล้วเดินไปตรงกรงค้าง คาวที่อยู่ริมหน้าต่าง
“อึก อึก อึก” เมื่อโชแปงรับมาก็ค่อยๆดื่มจนหมดแล้ว “ยังอร่อยเหมือนเดิมเลยนะ เลือดเนี่ย” โชแปงพูดขึ้นมาและวางแก้วไว้บนโต๊ะข้างๆ
“แล้วนายท่านทาครีมกันแดดรึยัง” คาร์เทลเอ่ยถาม พรางเอาอาหารให้ค้างคาวในกรง
“ทาแล้วหน่า นายนี่จู้จี้จิงนะ ^^” โชแปงพูดแล้วเอาหน้าเข้ามาใกล้คาร์เทล
“เดี๋ยวนายตัวไหม้ขึ้นมา ฉันจะทำไงละ” คาร์เทล หลบสายตาโชแปง
“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่ตายง่ายๆหรอกนะ ^^” โชแปงพูดพรางยิ้มให้คาร์เทลเพื่อนสนิทของเขา
“นาย จะไปพร้อมผมไหม” โชแปงถามทาสผู้รับใช้ของเขา คาร์เทล กับ โชแปง อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เรียนอยู่ห้องเดียวกัน เพราะคาร์เทลจะต้องตามรับใช้ โชแปงไม่ว่าอยู่ที่ใดก็ตาม ไม่ว่าโชแปงต้องการอะไร คาร์เทลจะหามาให้ได้เสมอ  คาร์เทล กับ โชแปง เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเด็กๆ ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันมากจนต่างคนต่างก็รู้ใจซึ่งกันและกัน  “แต่ผมไม่บังคับคาร์เทลหรอกนะ ^^” โชแปงพูดและคว้ากุญแจรถที่มุมประตูและเดินออกไป
“รอด้วย” คาร์เทลวางอาหารค้างคาวไว้และวิ่งตามออกมาจากห้อง
                “โชคดีครับนายน้อย !!! “ เหล่าลูกน้องแวมไพร์ ที่รอส่งคุณชายแวมไพร์ จากหน้าห้องถึงประตูโบสถ์ ช่วยกันประสานเสียงส่งคุณชาย แวมไพร์ โชแปง รุ่นที่ 13 ไป โรงเรียน
                “รู้แล้วน่าทำเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้ ทุกคนกลับเข้าไป” โชแปงสบถด้วยความหงุดหงิด และไล่ทาสรับใช้เข้าไปข้างในโบสถ์
                “ไปเหอะ คาร์เทล” โชแปงพูดอย่างหงุดหงิดพรางควงกุญแจรถที่มือไปมา
                “ครับนายท่าน” คาร์เทลตอบรับคำอย่างสั้นๆ และเดินออกไป
.. มหาวิทยาลัย ....
                รถจากัวร์สีดำคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดในมหาวิทยาลัย ด้วยความโดดเด่นและสะดุดตาของรถที่แล่นเข้ามา ทุกคนในละแวกนั้นจึงหันมาสนใจรถสีดำจากัวร์สีดำคันนี้โดยไม่ละสายตา
                “กรี๊ดด กรี๊ดดด ท่านโชแปงคะ  ท่านคาร์เทลคะ >//< “กลุ่มหญิงสาวเข้ามารุมหน้าประตูรถสีดำจนทำให้คนด้านในอารมณ์ไม่ดีสักเท่าไร
                “คาร์เทล --;”โชแปงบอกคาร์เทลข้างในรถแล้วตัวเองก็ออกมาอย่างรวดเร็ว
         “รู้แล้วหน่า”  คาร์เทลพยักหน้าอย่างรู้หน้าที่ เปิดประตูรถออกมารับหน้า
                “ท่านคาร์เทลค่ะ ท่านโชแปงละคะ >< “ ”
         “ - -+  ไม่รู้“ 
....ฟิ้วววว ....บรรยากาศรอบข้างเย็นเยือก
“O_O” หญิง สาวคนถึ่งถามคาร์เทลแต่เธอกลับต้องผิดหวัง เพราะหนุ่มรับใช้โชแปง เป็นผู้ชายเย็นชา ขนาดที่ใช้สายตาฆ่าคนได้เรย ฉะนั้นการที่คาร์เทลทำหน้าไม่พอใจ ทุกคนจะรับรู้ถึงความโชคร้ายที่จะต้องพบ
“ถ้าอย่างนั้นเอาไว้ที่หลังแล้วกันสลายโต๋พวกเรา >< “ พวกผู้หญิงสลายตัวจากการก่อม๊อป หน้ามหาวิทยาลัยทันที
… . บริเวณหลังมหาวิทยาลัย...
“ที่นี่คงจะสงบนะ - - “” โชแปง เดินมาที่สวนหลังมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นที่ประจำที่เขาใช้เวลาอยู่เงียบๆ สวนหลังมหาวิทยาลัยเป็นที่เงียบสงบและน้อยคนจะผ่านไปแถวนั้น
“กรี๊ดดด .... กรี๊ดดด“ ท่านโชแปงต้องอยู่ในโรงเรียนนี่ละหาเร็ว
“--+ เหอะๆ “โชแปงสถบด้วยความรำคาญ และกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ในสวน เพื่อหาที่นอน เนื่องจากโดนทาสรับใช้ปลุกให้ตื่นก่อนเวลา

++อีกด้านหนึ่งของมหาวิทยาลัย++
                “โอฮาโย ..สวัสดีจ๊ะ  บลูเบล”
                “สวัสดีจ๊ะ ยูเอริจัง ^^+” บลูเบลทักอีกฝ่ายกลับ
                “จ๊ะ ว่าแต่ทำไมวันนี้บลูเบลจังมาเช้าจังหละ” ยูเอริจังถามด้วยความสงสัย
                “ชั้นจะไปดูสถานที่เปิดชมรมใหม่หนะ อยู่ทางด้านหลังโรงเรียนเห็นมีอยู่ที่หนึ่งเลยคิดจะไปดู” บลูเบลตอบยูเอริจังกลับไป
                “เอ ที่นั่นหน่ะหรอ แต่ที่นั่นมันไม่มีคนใช้แล้วนะ และอีกอย่าง ที่นั่นเงียบและน่ากลัวมากเลย TT//” ยูเอริพูดพลางนึกภาพสถานที่แห่งนั่นและทำหน้าไม่ไหว
                “เพ้อเจ้อหน่า ยูเอริ”
                “ป่าวนะ ฉันไม่ได้เพ้อเจ้อ ฉันได้ข่าวมาว่ามีเด็กปีหนึ่ง 4 คนเคยเข้าไปในโรงฝึกเก่านั่น และก็ต้องวิ่งกลับมากันทุกคนเลย >///< น่ากลัวมากก” ยูเอริ ยังพูดเพื่อเตือนอีกฝ่ายหนึ่ง
                “ฮ่าๆ อย่าคิดมากหน่า พวกนั้นอาจจะสร้างกระแสให้ตัวเองดังหรือ พวกค่านิยมละมั้ง ^^-“
                “แต่ฉันว่า.....” ยูเอริยังไม่ทันได้พูดจบ บลูเบลก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน “ขอบใจนะที่เป็นห่วงชั้นแต่ชั้นตัดสินใจแล้วว่าจะเปิดชมรมที่โรงฝึกเก่านั่น”
                “อื้ม ..! ถ้าบลูเบลพูดอย่างนั้นก็ตามใจ งั้นชั้นขอไปด้วยคนนะ
                “อื้อ ^___^” บลูเบลยิ้มรับอย่างสั้นๆ


---ผ่านไป 30 นาที---
                “นี่ บลูเบล ยังไม่ถึงอีกหรอ” ยูเอริถามบลูเบลเมื่อเห็นว่าเดินมาเกือบจะครึ่งชั่วโมงแล้ว
                “ใกล้แล้วละนะ ต้องผ่านสวนนั้นก่อน และผ่านน้ำพุตรงนั้นก็ถึงแล้วละ” บลูเบลพูดพรางเอามือชี้ทางให้ยูเอริฟัง
                “U_U เห้อ...ใกลจัง จะมีคนเข้าหรอชมรมนี้อ่ะ ที่ก็ลึกลับ อยู่ห่างตัวโรงเรียนด้วย” ยูเอริพูดกับบลูเบล
                “ก็นั่นละ เป็นสถานที่ที่ยอดมากเลยละ เงียบสงบ บรรยากาศดี แถมมีต้นไม้ให้ซ้อมอีกต่างหาก”
                “ว่าแต่ที่นี่สวนหลังโรงเรียนสินะ +_+ น่ากลัวจังเลย ที่แบบนี้อาจจะมีอะไรๆ ออกมาก็ได้นะบลูเบล”ยูเอริพูดตัวสั่น ขณะที่ยูเอริไม่ทันระวังตัว
                “แห่.....” บลูเบลแกล้งยูเอริโดยการเอามือจิ้มที่ข้างลำตัว
                “อ๊ากกก อย่าแกล้งกันสิ TT” ยูเอริโวย และพูดต่อว่า “เธอไม่กลัวเลยหรอไง ระวังเถอะนะ”
                “ไม่หรอกนะ เธอเคยเห็นตัวเป็นๆหรอไง และอีกอย่างนี้มันกลางวันนะ กลางวันแซกๆแบบนี้จะมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นได้ยังไง O_< ” บลูเบลหยุดพูดใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนหลังโรงเรียน
                “ทำไมละ ทำไมจะไม่มี พวกเขาอาจจะหลบซ่อนอยู่แถวๆนี้ก็ได้นะ พวกคุณผีอ่ะ คุณผีกองกอย คุณผีบ่อน้ำ คุณผีป่า คุณผีดูดเลือดมาดูดเลือดบลูเบลเรยค่ะ ><”
                “อย่าไปพูดถึงเรื่องพวกนั้นหน่า เราไม่แน่ใจอะไรก็อย่าพึ่งไปพูด ถ้ามีจริงพวกเค้าคงอยากอยู่สงบๆ อย่าไปพูดพาดพิงถึงพวกเค้าเลยหน่า ไปกันเถอะ” และทั้งสองสาวค่อยๆเดินออกไปจากต้นไม้ใหญ่เสียงคุยของพวกเธอค่อยๆเบาลงไป
                “ฮึ ...ผีดูดเลือด” โชงแปงยืนขึ้นเอามือล้วงกระเป๋าและกระโดดลงมาจากต้นไม้สูงราวๆ 3 ฟุต และเดินเข้าไปในตึกเรียน
--- เวลา 18.37 น.---
                “อื้ม ๆ จ่ะ ไม่เป็นไรฉันอยู่ได้” บลูเบลพูดตอบสายโทรศัพท์
                “ฉันขอโทษนะ เพราะเจ้า เคเนดี้แท้ๆเลย ฉันต้องกลับมาก่อน เธอโอเคนะ” ยูเอริตอบ
                “อื้ม เคเนดี้ไม่เป็นไรก็ดีแล้วละ ^^”
                “ให้ฉันไปรับมั๊ย ฉันเป็นห่วงเธอนะ”
                “ไม่เปนไร อีกสักพักฉันก็จะกลับแล้วละ แค่จัดของในโรงฝึกอีกนิดหน่อยเอง”
                “อื้มจ่ะ ระวังตัวด้วยนะ”
                “อื้ม” บลูเบลเก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋าและเก็บกล่องไม้ให้เข้ามุมห้อง โถงใหญ่ และหยิบแม่กุญแจใหญ่มา ล็อกห้องชมรม แต่ก่อนที่จะล็อกประตูบลูเบลก็ร้องขึ้นมา
                “โอ๊ย” บลูเบลร้องเมื่อถูกบานประตูเก่าบาดนิ้วมือของเธอจนทำให้เลือดออกมาไม่น้อย
 “ซุ่มซ่ามจริงเรา” บลูเบลหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเลือดที่มือของเธอแล้วจากนั้นก็เอาพลาสเตอร์ยามาปิดแผลไว้
                ...อีกด้านหนึ่งใกล้ๆ ห้องชมรม...
                “ได้กลิ่นอะไรไหม ลูกพี่” ผู้ชายร่างใหญ่พูดกับลูกพี่ของเขา
                “ฮิฮิ อื้มมม หอมแหะ เหยื่อคราวนี้ท่าจะสวยมาก ” ลูกพี่ของแวมไพร์พูดตอบลูกน้อง
                “ลูกพี่ครับทางนั้น ใกล้ๆนี่เองครับ”ลูกน้องอีกคนบอกต่อ
                “อืม งั้นไปเลย” สิ้นเสียงของลูกพี่ของแวมไพร์ ทั้งสามก็ตรงไปหาเป้าหมายทันที
                “เอาละทำแผลเรียบร้อยแล้ว งั้นก็ล็อกประตูจะได้รีบกลับบ้านซะที” บลูเบลหยิบแม่กุญแจอีกครั้งและนำมันไปคล้องด้วยความยากลำบาก เพราะมือของเธอมีแผล เลยทำให้เธอคล้องลำบากนิดหน่อย
                “ฟิ้ว  พรวดดดด..เพร้งงง  !!  ฟึ่บบ” บลูเบลได้ยินเสียงวัตถุใกล้เข้ามาหาเธอ เธอจึงคว้าดาบที่แขวนไว้ด้านข้างลำตัว หันมาตั้งรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ที่บุกเข้ามาอย่างถือดี แล้วเธอต้องตะลึงทันทีเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าเธอ หน้าตาเหมือนมนุษย์แต่มีเขี้ยวยาว และน้ำลายไหลออกมาทางด้านข้างๆปาก บลูเบลที่เจ็บข้อมือจึงตวัดดาบออกจากปากตัวประหลาดนั้นและทั้งสองก็กระโดด ออกห่างจากกันประมาน 5 เมตร
                “ตัวอะไรเนี่ย มีเขี้ยวยาวด้วยอะ” แต่ไม่ทันที่บลูเบลจะพูดอะไรมากมาย ไอตัวประหลาดที่บลูเบลพูดก็กระโจนเข้าหาบลูเบลอีกครั้ง บลูเบลตั้งท่ารับการโจมตีของคู่ต่อสู้ และก็จู่โจมไปอีกครั้ง คราวนี้ด้วยความที่บลูเบลมีแผลที่มือจึงทำให้เสียท่าโดนแวมไพร์ตัวนั้นข่วน ที่แขนเข้า บลูเบลรู้สึกตัวว่าตัวเองเสียท่าก็เลยกระโดดออกห่างจากตรงนั้นและหาที่ซ่อน ตัว
                “อย่าหนีเลยหน่า แม่หนู เธอยอมให้ฉันดูดเลือดซะที” แวมไพร์ตัวที่ทำร้ายบลูเบลพูดขึ้น
                “แย่แหะ มันตัวอะไรกันแน่ ....ดูดเลือดงั้นเรอะ แวมไพร์สินะ ในโลกนี้ยังมีเรื่องแบบนี้อยู่ด้วย เหอะๆตลกละ ฉันฝันไปรึป่าว แต่ฉันเจ็บแผลที่ได้มานะ คงจะเป็นเรื่องจริง...เอาไงดีเนี่ยทำไมวันนี้ฉันดวงซวยแท้เนี่ย”บลูเบลสบถ กับตัวเอง
                “ยังไม่ยอมอีกเรอะ ไปหาตัวมัน” แวมไพร์ตัวนั้นสั่งลูกน้องอีกสองคนให้ตามหาหญิงสาวที่พวกเขาจะทำการดูดเลือดเธอ
“ครับ “ ลูกน้องรับคำและใช้จมูกดมกลิ่นเลือดของเธอที่เธอเคยเสียท่าให้ลูกพี่ของพวกเขา
                “เอะ มันมีพวกด้วยหรอ ...ตายแล้ว >< แล้วชั้นจะมีโอกาศชนะไหมละนั่น ตัวเดียวยังแทบตาย นี่มาเพิ่มอีก สองตัว  ฮึ่ย ต้องลองดูซะแล้วละ ถ้าเกิดชั้นล่อให้ตัวหนึ่งหลงกลได้ก็ใช้ดาบฟันซะ แล้วค่อยจัดการพวกที่เหลือ”บลูเบลคำนวณสถานการณ์
                “ลูกพี่ครับ อยู่ด้านหลังพุ่มไม้นั่นครับ”ลูกน้องตัวหนึ่งรายงานลูกพี่เมื่อพบสิ่งที่ตามหาอยู่
                “ฮึ่ย.... จะดิ้นรนทำไมในเมื่อแกก็ต้องโดนพวกชั้นดูดเลือดจนหมดตัวอยู่ดี” ลูกพี่พูดต่อ
                “ใครจะยอมกันละ ...ย้าาา” บลูเบลตวัดดาบขึ้นมาแล้วยังไม่ทันได้ทำอะไรลูกน้องอีกคนของแวมไพร์ก็อยู่ด้านหลังเธอซะแล้ว
                “อย่าขยับนะ ไม่งั้น ชั้นไม่รับประกันเล็บที่นิ้วว่าจะแทงคอเธอตายก่อนรึป่าว” ลูกน้องของแวมไพร์ขู่เหยื่อของเขา
                “ทิ้งดาบซะ” ลูกน้องคนที่จับบลูเบลพูดขึ้นแต่ยิ่งทำให้เธอ กำดาบแน่นขึ้นเหมือนกัน
                “หึ “ ลูกน้องอีกคนแย่งดาบที่มือและโยนทิ้งไปด้านข้าง
                “แรงเยอะแท้นะ ที่ฉันสนแกเพราะเลือดแกหอมเย้ายวนจมูกชั้น ชั้นถึงยอมเล่นกับเธอ แต่ตอนนี้ฉันหมดความอดทนกับเธอแล้วนางสาวน้อย” ลูกพี่ของแวมไพร์พูดพรางเอามือจับที่ปากของเหยื่อที่มีเลือดหอมคนนั้น  
                “เลือด....ฉัน “ บลูเบลยังไม่ทันได้พูดจบลูกพี่แวมไพร์ก็เอาหน้ามาใกล้เธอและลดต่ำลงไปยังต้นคอ
                “ฉัน.... เลือด..ฉัน ฉันยังไม่.....” บลูเบลไม่มีเสียงร้องให้ใครช่วยเธอได้ แม้แต่เสียงพูดนิดหน่อยก็ไม่มี เพราะเธอได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้เธอกำลังจะหลับ แต่ถ้าเธอหลับเธอต้องตายแน่ๆ แต่เธอเหนื่อยแล้วจริงๆ เธอค่อยๆหมดแรงและกำลังจะหลับตาลง แต่แล้วตาของเธอก็โตขึ้นมาอีกเมื่อแวมไพร์ตัวที่จะกัดเธอกระเด็นไปอีกฝาก หนึ่งของเธอ
                “โอ๊ย ใครหว่ะ” ลูกพี่ของพวกแวมไพร์สบถด้วยความที่โมโหที่โดนขัดจังหวะการดื่มเลือดของเขา
                “พวกชั้นต่ำ ชอบทำอะไรต่ำๆ มันเป็นนิสัยต่ำๆที่พวกสวะชอบใช้กัน” ชายคนที่มาช่วยบลูเบลพูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามา
                “ใครหนะที่ช่วยชั้น ...”บลูเบลที่กำลังจะหมดสติกวาดสายตามองผู้ที่ช่วยเธอไว้ “อ่อ คนนั้นหรอ เค้าเป็นใครนะ และมาช่วยชั้นทำไม? ”บลูเบลยังไม่ทันได้พูดจบเธอก็หมดสติฟุบลงไปกับพื้น
                “แกจะรู้อะไรวะ อยู่ดีไม่ว่าดี ชอบหาเรื่องใส่ตัวหรือไง เดี๋ยวจะได้เจอดีแน่” เมื่อสิ้นสุดคำพูดของลูกพี่ เจ้าพวกลูกน้องเหมือนรู้งาน รีบปลี่เข้าไปต่อยชายคนนั้นทันที
                “อึ๊ก ...อ๊ากก แอ๊ก...” เสียงร้องของพวกลูกน้องสองคนโดนชายผู้หวังดีกระทืบจนเละและโดนเตะไปด้านหลังของลูกพี่มัน
                “แก แก เป็นใคร เห็นพวกชั้นแล้วยังนิ่งเฉย ไม่กลัวเลยเรอะ” ลูกพี่โวยลั่นด้วยความกลัว
                “เห.... นายก็สวะเหมือนกันสินะ เป็นถึงลูกพี่ทำหน้าได้น่าสมเพจซะจริง หึ พวกสวะ ที่ชอบทำอะไรสวะๆให้ตระกูลแวมไพร์ต้องเสื่อมเสีย” ชายหนุ่มพูดกับผุ้ชายที่อยู่ตรงหน้าด้วยความสมเพศ
                “หยุดพูดว่าฉันสวะสักที......ย๊าาา ก ...” ผู้ชายที่หวังดียังไม่ทันได้พูดจบ อีกฝ่ายก็พุ่งเข้ามาซะแล้ว ผู้ชายผู้มาดขรึมได้ที จับคางอีกฝ่ายจากด้านหลังและพูดกระซิบข้างหูว่า
                “อย่างนี้เอง พวกลิโวเนียถึงได้ใช้ดื่มเลือด แทนการดูดเลือด เพราะการทำเรื่องสวะๆแบบนี้มันทุเรศสิ้นดี --+ ”
                “แก..แกรู้จัก...” เจ้าแวมไพร์พูด..พรางตะลึงกับคำพูดของผุ้ชายคนนั้น
                “ลิโวเนียหน่ะหรอ^^” ผู้ชายคนนั้นยิ้มพรางให้คำตอบ
                “แต่ผมว่า สวะอย่างพวกคุณไม่ควรที่จะได้รู้ถึงเรื่องตระกลูโลวิเนียไปมากกว่านี้ เป็นสวะก็จงหายไปซะ” พูดจบ ผุ้ชายคนนั้นก็เอามือจับหน้าแวมไพร์ชั้นต่ำผู้นั้นและขย่ำจนแวมไพร์สวะผู้ นั้นนอนจมกองเลือดไปกับพื้น
                “หึ ....” ชายหนุ่มปล่อยร่างแวมไพร์แล้วเดินตรงไปที่หญิงสาวที่หมดสติใต้พุ่มไม้ใหญ่
                “ว่าแล้วเชียว หอมขนาดนี้ รอดมาถึงป่านี้ คงมีบุญมากสินะ --” โชแปงพูดพลางจับข้อมือบลูเบลขึ้นมาและมองแผลบลูเบลได้รับบาดเจ็บ
                “หอมจัง....”โชแปงทำท่าว่าจะกัดคอผู้หญิงที่หมดสติไป แต่แล้วบลูเบลก็ละเมอออกมา
                “ขอบคุณนะ ...”
                “หึ...” โชแปงปล่อยมือสาวผู้ที่หมดสติลงไปไว้ที่ลำตัวเช่นเดิม
                “นายหายไปไหนมา จะยืนอยู่ตรงนั้นทั้งคืนหรอไง” โชแปงพูดขึ้น คาร์เทลที่แอบอยู่หลังพุ่มไม้ก็เดินออกมา
                “หึ นายรู้ตัวด้วยหรอ ^^++ “คาร์เทลพูดกับโชแปง
                “เหอะๆ อยู่ด้วยตั้งแต่ต้นแต่ไม่เข้ามาช่วยชั้น --;” โชแปงพูดแล้วส่งสายตานิ่งเฉยให้คาร์เทล
                “ไม่เอาหน่า ผมอยากเห็นเวลาที่คุณโกรธ มันน่าสนุกดี ^^”
                “อยากตายอีกคนหรอไง”โชแปงหันหน้ามาพูดกับคาร์เทล
                “ฮ่าๆ นายไม่ทำหรอก และอีกอย่างถ้าชั้นออกมาเร็วกว่านี้ก็ไม่ได้เห็นอะไรดีๆสิ ^^’’ “คาร์เทลพูดพรางยิ้มให้โชแปง
                “หึ  นายมาดูสิ ตายรึยัง” โชแปงพูดและมองไปที่ผู้หญิงที่หมดสติอยู่
                “ยังหรอก แค่หลับหน่ะ แต่ก็นะ สำหรับคนธรรมดา ทนได้จนป่านี้ คงอึดน่าดู”คาร์เทลพูดอย่างจริงจัง
                “รักษาได้รึป่าว” โชแปงถาม
                “ได้แต่เครื่องมืออยู่ที่ โบสถ์ เกรงว่า..” คาร์เทลพูดต่อ
                “อืม แบกเธอกลับไป” โชแปงสั่งคาร์เทลโดยที่ไม่ให้คาร์เทลพูดจบ
                “จะดีหรอ ...เลือดออกจะหอมขนาดนี้ มีหวังทำให้ทั้งโบสถ์ได้วุ่นวายไปใหญ่” คาร์เทลทักปัญหาขึ้น
                “อืม .. เอาเธอไป และนายก็คุมเรื่องเลือดด้วยละ ส่วนชั้นจะไปทำธุระนิดหน่อย”โชแปงพูดต่อ
                “จะไปตามหาเจ้าสองตัวนั้นหรอไง”คาร์เทลพูดต่อเพราะรู้จุดหมายที่โชแปงจะไป
                “อืม....” โชแปงตอบรับสั้นๆ แล้วกระโดดออกมาจากบริเวณนั้น
                “เห้อ ไอคุณชาย ทิ้งอึก้อนโตให้ผมอีกละนะ ” คาร์เทลพูดจบก็จับตัวบลูเบลขึ้น มาบนไหล่ของเขาแล้วก็กระโดดออกไปจากบริเวณนั้น เพื่อกลับโบสถ์

              พึ่งแต่งเป็นเรื่องแรก รบกวนด้วยนะค่ะ  คำอาจจะผิดเยอะไปหน่อย ขอโทษล่วงหน้านะค่ะ :)

นามปากกา HolicGirl
ชื่อ HolicGirl
ลายเซ็น
ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM