เรื่อง นิยาย สตอรี่ คุณอาขา Nc 25+

เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

ช่วงบ่ายสองอาหลานต่างสายเลือดเดินทางมาห้างสรรพสินค้า เพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้าอาภรณ์และของใช้ส่วนตัวของณัฏฐลักษณ์ อันที่จริงเสื้อผ้าและของที่จะซื้อเธอมีอยู่แล้ว และตั้งใจว่าจะนำมาสหรัฐอเมริกาด้วย ทว่าพ่อบุญทุ่มอย่างโจนาธานกลับร้องค้าน บอกหลานสาวสุดที่รักว่า ให้นำเสื้อผ้ามาเพียงห้าหกชุดและของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่า เขาต้องการให้เธอเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทิ้งทุกสิ่งอย่างไว้ที่เมืองไทย เพราะต่อไปนี้เธอจะต้องอยู่กับเขาที่ประเทศเสรีไปตลอดชีวิต ซึ่งหลานสาวแสนสวยก็ทำตามคำสั่งอาหนุ่มแต่โดยดี

          “คุณอาขาชุดนี้เป็นไงคะ สวยหรือเปล่า” ณัฏฐลักษณ์หมุนตัวให้โจนาธานมองชุดที่ตนลองใส่ ในร้านเสื้อแบรนด์ดัง

          “สวยค่ะ หลานอาใส่ชุดไหนก็สวยค่ะ”

อาหนุ่มตอบกลับด้วยรอยยิ้ม มองร่างเล็กที่หมุนตัวจนกระโปรงบานพลิ้วไม่ไหวติง ความสวย ความน่ารัก นิสัยขี้อ้อนของเธอส่งผลตรงถึงหัวใจของอสูรหนุ่มที่ไม่เคยยอมให้ใคร และไม่เคยต้องมานั่งทนมองดูผู้หญิงลองเสื้อผ้านับสิบๆ ชุดอย่างนี้อีกด้วย หากเป็นคนอื่น เขาจะให้เงินสาวๆ เหล่านั้นไปเลือกซื้อเสื้อผ้าหรือของใช้ตามใจชอบ ไม่เดินตามติดต้อยๆ เหมือนแมวเชื่อง ยกเว้นหลานสาวนอกสายเลือดคนนี้

“คุณอาขามีเสื้อผ้าอีกตั้งหลายชุดที่กุ๊กจะลอง แต่กุ๊กกลัวคุณอาเบื่อ กุ๊กเลยตัดสินใจว่าจะไม่ลองค่ะ จะซื้อไปเลยเพราะถึงยังไงก็ใส่ได้อยู่แล้ว”

ไม่ใช่ว่าเธอขี้เกียจลองชุดที่เขาเลือกมาให้นับสิบๆ ชุด แต่เป็นเพราะเธอเกรงใจโจนาธานที่ต้องนั่งรอเป็นเวลานาน อีกทั้งเสื้อผ้าหลายชุดนี้เธอคิดว่าตนเองใส่ได้หมด ไม่มีความจำเป็นต้องลอง

“คุณอาไม่เบื่อหรอกคะ สนุกดีออกได้ดูกุ๊กเปลี่ยนชุด” เขาจะเบื่อได้อย่างไร มีสาวสวยหมุนตัวให้ดูชุดไม่ซ้ำกันแบบนี้ ตรงกันข้ามเขากลับมีความสุขจนล้นอก

“คุณอาไม่เบื่อแน่นะคะ” ณัฏฐลักษณ์ถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“ไม่เบื่อแน่ค่ะ” จบคำพูดของอาหนุ่ม หลานสาวสุดสวยก้าวเดินมาหาโจนาธาน โน้มใบหน้าหอมแก้มเขาโดยไม่ได้คิดอะไร แต่คนที่คิดไปไกลคือคุณอาขา ที่ใจเตลิดไปถึงไหนๆ

“คุณอาของกุ๊กน่ารักที่สุดเลยค่ะ”

กล่าวจบก็หมุนตัวเดินไปยังห้องลองเสื้อผ้า เพื่อลองชุดใหม่ที่แขวนไว้ในห้องนั้น โจนาธานยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หัวใจพองโต มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้หลานสาวนอกสายเลือด ไซลัส โรเจอร์และบิลลี่ต่างก็อมยิ้มกับภาพอาหลานที่ดูท่าจะขยับสถานะเป็นอย่างอื่นในไม่ช้า

หลังจากเดินซื้อเสื้อผ้าและของใช้จนเหนื่อย โจนาธานซึ่งได้สั่งให้ลูกน้องจองโต๊ะอาหารไว้รอท่าก็พาณัฏฐลักษณ์มานั่งรับประทานอาหารในห้องอาหารชื่อดังในย่านนั้นของนิวยอร์ก ที่มีสาขาอยู่ในห้างสรรพสินค้า แต่ยังไม่ทันจะได้เข้าไปในร้านก็มีเสียงหนึ่งทักณัฏฐลักษณ์

“กุ๊ก” เจ้าของชื่อเล่นหันมาทางต้นเสียง ก่อนจะยิ้มกว้าง เมื่อรู้ว่าคนทักคือใคร

“พี่แซม” ณัฏฐลักษณ์เรียกชื่อรุ่นพี่ที่เดินเข้ามาหา ยกมือไหว้นอบน้อม โจนาธานที่ยืนข้างร่างสวยมองหน้าคนทักนิ่ง ดวงตาค่อนข้างขุ่น อารมณ์เริ่มจะไม่ดี เขาไม่ชอบใจนักที่เธอแจกยิ้มให้ชายอื่น พอเห็นความหวงมันแล่นพล่าน

“กุ๊กมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ไหนเฟิร์นบอกพี่ว่ากุ๊กจะมาเดือนหน้า”

ฐิติภัทรพี่ชายของภัทรพรเพื่อนสนิทของณัฏฐลักษณ์เอ่ยถาม เพราะเขารู้มาจากน้องสาวว่า สาวตรงหน้าจะเดินทางมาสหรัฐอเมริกาเดือนหน้า ก่อนที่คนถามจะหันไปยิ้มให้หนุ่มอเมริกันรูปหล่อที่เขาเข้าใจว่าน่าจะเป็นโจนาธาน ผู้ปกครองของณัฏฐลักษณ์ที่เขามักได้ยินจากคำบอกเล่าของน้องสาว แต่อีกฝ่ายไม่ได้ยิ้มตอบกลับแยกเขี้ยวใส่ ฐิติภัทรหุบยิ้มแทบไม่ทัน

“พอดีว่า โรงเรียนที่กุ๊กติดต่อไว้เลื่อนการรายงานตัวมาเป็นอาทิตย์หน้าน่ะค่ะ กุ๊กก็เลยต้องมาก่อนกำหนด นี่เฟิร์นก็ไม่รู้นะคะว่ากุ๊กมาเมกาแล้ว กะว่าจะไปเซอร์ไพร์สเฟิร์นที่บ้านซะหน่อย”

เธอตอบ กำหนดการเดินทางของณัฏฐลักษณ์เดิมจะเป็นเดือนหน้า ทว่าโรงเรียนสอนออกแบบเสื้อผ้าที่โจนาธานใช้เส้นสายติดต่อไว้ เลื่อนการรายงานตัวเป็นสัปดาห์หน้า เธอจึงต้องเปลี่ยนวันการเดินทาง

“แต่ก็น่าจะโทรมาบอกพี่ พี่จะได้ไปรับ”

“กุ๊กเกรงใจค่ะ คิดไว้ว่ารายงานตัวเสร็จจะโทรไปหาเฟิร์น” เธอพูดต่อ ยังคงส่งยิ้มให้พี่ชายของเพื่อน คนที่ยืนฟังการสนทนาที่ไม่เข้าใจ เพราะณัฏฐลักษณ์กับชายที่โจนาธานไม่รู้จักคุยกันเป็นภาษาไทย ทำให้เขาอยากรู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกัน

“กุ๊กคะ คุยเป็นภาษาที่คุณอาฟังออกได้หรือเปล่าคะ คุณอาอยากรู้ว่ากุ๊กคุยอะไรกับเพื่อน” แม้ว่าเขาจะอารมณ์ไม่ดี ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกไปไม่ได้แข็งกระด้าง กลับนุ่มนวลอ่อนหวานจนฐิติภัทรขนลุก

“ได้ค่ะคุณอา” เธอหันไปรับคำอาหนุ่มเสียงหวานใส ยิ้มสวยให้เช่นเคย

“แล้วนายเป็นใคร รู้จักหลานฉันตอนไหน ทำอะไรอยู่ที่นี่” โจนาธานหันมาถามชายหนุ่มหน้าตาดีด้วยน้ำเสียงห้วนแตกต่างกับเมื่อครู่ลิบลับ หน้าตาบึ้งตึ้ง

“ผมชื่อแซมครับเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทกุ๊กครับ ผมกับครอบครัวเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ตามคุณพ่อที่มารับตำแหน่งทูตครับ” ฐิติภัทรตอบชายหนุ่มร่างใหญ่โต

“ใช่ค่ะคุณอา พี่แซมเป็นพี่ชายของเฟิร์นเพื่อนซี้กุ๊กเองค่ะ เฟิร์นมาเมกาก่อนกุ๊กหนึ่งอาทิตย์ กุ๊กตั้งใจว่ารายงานตัวเสร็จจะไปหาเฟิร์นที่บ้าน คิดถึงเฟิร์นสุดๆ เลยค่ะ”

ณัฏฐลักษณ์พูดเสริม พอโจนาธานได้ยินว่า หลานสาวสุดสวยจะไปบ้านเพื่อนสนิท เขาก็เริ่มตงิดๆ ในใจ หากไปบ้านเพื่อนสนิทจริงๆ ก็ต้องเจอกับฐิติภัทรแน่นอน แล้วถ้าเจอก็ต้องพูดคุย หยอกล้อกัน แค่เห็นความสนิทสนมของทั้งคู่ตอนนี้เขาก็แทบคลั่ง แล้วถ้าอยู่กันตามลำพังล่ะจะขนาดไหน ใจของเขาร้อนรุ่มก่อนเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นเสียอีก

ไม่ได้...เขายอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้

“พี่ว่านะเฟิร์นต้องกรี๊ดลั่นบ้านแน่ๆ ถ้ารู้ว่ากุ๊กมาถึงเมกาแล้ว ยังบ่นทุกวัน เร่งวันเร่งคืนให้กุ๊กมาเมกาเร็วๆ จะนอนคุยกับกุ๊กสามวันสามคืนเลย”

ผู้พูดรู้ดีที่สุดว่า น้องสาวของตนคิดถึงเพื่อนคนนี้มากแค่ไหน พูดพร่ำไม่หยุด เร่งวันเร่งคืนให้ณัฏฐลักษณ์มาประเทศนี้เร็วๆ เพื่อที่ตนจะพบเจอ ได้พูดคุยให้หายคิดถึงเพราะตั้งแต่เรียนจบ ภัทรพรก็เดินทางมาสหรัฐอเมริกาทันที และไม่ได้ติดต่อกันมาระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากต่างฝ่ายต่างยุ่งเรื่องสถานศึกษาใหม่

“กุ๊กก็คิดอย่างนั้นค่ะ ถ้าติดต่อเรื่องการเรียนเสร็จแล้ว กุ๊กจะขออนุญาตคุณอาไปนอนบ้านพี่แซม จะได้คุยกับเฟิร์นให้ชุ่มปอดไปเลย”

ชายหนุ่มสองคนที่ฟังคำพูดของเธอมีอารมณ์แตกต่างกัน ฐิติภัทรยิ้มร่าดีใจที่สาวสวยตรงหน้าจะไปนอนพักบ้านของตน แต่อีกคนกลับทำหน้าบึ้ง อารมณ์ในใจขุ่นมัวแบบสุดๆ หัวใจมันเป็นอย่างไรบอกไม่ถูก แต่ที่แน่ๆ โจนาธานไม่มีวันยอมให้ณัฏฐลักษณ์ไปนอนค้างอ้างแรมที่ไหนแน่ ถ้าไปเขาก็จะไปด้วย

“กุ๊กจะไปวันไหนก็โทรบอกพี่นะ พี่จะได้เตรียมห้องไว้ให้” ฐิติภัทรยินดีต้อนรับเธออยู่แล้ว แต่เขาไม่รู้เลยว่า จะไม่มีวันนั้นเป็นเพราะคนตัวโตจอมหวงมีวิธีแก้เกมในใจ

“เอาไว้กุ๊กจะไปวันไหน ฉันจะโทรไปบอกนายเองก็แล้วกัน ตอนนี้ฉันหิวถ้านายไม่มีอะไรแล้วก็เชิญไปทำธุระของนายได้เลย ฉันจะได้เข้าไปในร้าน” โจนาธานพูดเชิงไล่ ซึ่งฐิติภัทรพอจะเข้าใจความหมาย เขาจึงต้องรีบปลีกตัวก่อนที่จะถูกเชิญด้วยวิธีอื่น

“กุ๊ก พอดีพี่นัดเพื่อนไว้ พี่ขอตัวก่อนนะจะไปบ้านพี่วันไหนก็โทรบอกพี่ละกัน”

“ค่ะพี่แซม สวัสดีค่ะ” หญิงสาวรับคำ พนมมือไหว้ลาตามมารยาท

“พี่ไปนะ แล้วเจอกัน” ฐิติภัทรพูดเป็นประโยคสุดท้ายก่อนจะเดินไปยังร้านอาหารที่นัดหมายไว้กับเพื่อน

“เราเข้าไปในร้านกันดีกว่านะกุ๊ก คุณอาหิวจนไส้จะขาดแล้ว” โจนาธานพูดเสียงหวานกับหลานสาว

“ค่ะคุณอา” เสียงใสพูดจบ ลำแขนใหญ่ก็โอบบ่าเล็กพาเดินเข้าไปในร้านอาหาร

โจนาธานพาสาวร่างเล็กมานั่งโต๊ะประจำของตน ส่วนลูกน้องทั้งสามนั่งอีกโต๊ะที่อยู่ติดกัน และทันทีที่พนักงานของร้านรับออเดอร์เรียบร้อย เขาก็เอ่ยถามในสิ่งที่ตนเองต้องการรู้ทันที

“กุ๊กสนิทกับแซมมากเหรอ”

โจนาธานอดสงสัยไม่ได้ว่า ณัฏฐลักษณ์ไปสนิทสนมกับฐิติภัทรตอนไหน เพราะเขาให้ลูกน้องเฝ้าจับตาดูเธอตลอดเวลา หากมีชายใดเข้ามาติดพันเกินกว่าเพื่อน ลูกน้องของเขาจะจัดการให้ชายเหล่านั้น เดินออกไปจากหลานสาวของเขาเงียบๆ แบบนุ่มนวล คำรายงานของลูกน้องที่อยู่เมืองไทย ไม่มีชื่อของพี่ชายเพื่อนสนิทของเธอเลย แล้วอย่างนี้เธอจะไปรู้จักและคุ้นเคยกับฐิติภัทรได้อย่างไร

“สนิทค่ะเพราะกุ๊กรู้จักเฟิร์นมาตั้งแต่เรียนมัธยมต้นค่ะ พอกุ๊กขึ้นม.4 พี่แซมก็ไปเรียนต่อที่อังกฤษค่ะ ก็มีโทรคุยกันบ้าง เจอกันก็ตอนที่พี่แซมกลับมาเมืองไทยค่ะ” คนที่ได้รับข้อมูลใหม่กำลังประมวลอะไรบางอย่างในใจ

“แล้วแซมเคยจีบกุ๊กหรือเปล่าคะ” เจ้าของเสียงใหญ่ทว่านุ่มลึกถามไปลุ้นคำตอบไป

คนถูกถามกลับหัวเราะ “ไม่เคยหรอกค่ะ พี่แซมไม่เคยจีบกุ๊กค่ะ เขาเห็นกุ๊กเป็นน้องสาวค่ะ”

เธอไม่ได้พูดโกหก ทุกคำล้วนแต่เป็นความจริง ฐิติภัทรถึงจะเป็นคาสโนว่าคนหนึ่ง แต่ทว่าไม่เคยจีบหรือคิดอะไรเกินเลยกับเธอมากไปกว่าน้องสาวเลย แล้วคำตอบของณัฏฐลักษณ์เรียกความโล่งใจให้กับโจนาธานได้เปลาะหนึ่ง แต่ไม่ทั้งหมด

“แล้วถ้าแซมหรือผู้ชายคนอื่นๆ จีบกุ๊ก กุ๊กจะรับรักหรือเปล่าคะ” เขาถามต่อ

“ยังไม่รู้ค่ะ เพราะไม่เคยมีใครจีบกุ๊กเลยสักคน สงสัยกุ๊กไม่สวย ไม่เข้าตาใคร”

ณัฏฐลักษณ์พูดติดตลก เธอเองก็ไม่ได้สนใจว่าจะมีใครมาจีบหรือหมายปอง เพราะหน้าที่ของเธอคือศึกษาให้จบตามความตั้งใจของตนเองและของคนส่งเสียให้เธอเล่าเรียนหนังสือ นอกนั้นเป็นเรื่องของอนาคต แต่หารู้ไม่ว่า คนสวยๆ น่ารักเช่นเธอน่ะหรือจะไม่มีคนมาชอบพอ ที่ไม่มีเพราะเขาจัดการผู้ชายเหล่านั้นต่างหาก

“ใครว่าหลานสาวของคุณอาไม่สวยคะ กุ๊กสวยที่สุดในสามโลกเลยค่ะ แล้วที่ไม่มีคนมาจีบเพราะกลัวว่ากุ๊กจะหักอกไม่รับรักมากกว่า”

โจนาธานบอกจากใจ เขาเจอคนสวยมามาก แต่ไม่มีใครมีความสวยและความน่ารักอยู่ในเวลาเดียวกันเหมือนณัฏฐลักษณ์เลยสักคน การที่เธอทั้งสวยและน่ารักทำให้เขากลายร่างเป็นจงอางหวงไข่ลูกยอด ใครเข้ามาใกล้ของรักของหวงเขาพร้อมที่จะปล่อยพิษใส่ เอาให้ตายกันไปข้างหนึ่ง

คนถูกชมอายม้วน หน้าแดงเถือก “กุ๊กไม่สนใจหรอกค่ะว่าจะมีคนมารักหรือไม่รัก ขอแค่คุณอารักกุ๊กคนเดียวก็พอค่ะ”

ในชีวิตของณัฏฐลักษณ์เวลานี้คงจะมีเพียงโจนาธานที่พึ่งสุดท้าย เขาเปรียบเสมือนนาวาลำใหญ่ที่โอบอุ้มร่างของเธอจากมหาสมุทรกว้างใหญ่ ไม่ให้ลอยเคว้งไปตามยถากรรม ฉะนั้นเขาจึงมีบุญคุณกับเธออย่างล้นเหลือ ชาตินี้ณัฏฐลักษณ์จะไม่มีวันลืมบุญคุณโจนาธาน แล้วไม่สนใจด้วยว่าใครจะรักเธอหรือไม่ ขอแค่เขารักและเอ็นดูเธอแค่คนเดียวเป็นพอ

“คุณอารักกุ๊กอยู่แล้วค่ะ กุ๊กน่ารักอย่างนี้จะไม่ให้คุณอารักได้ยังไงคะ”

เขาไม่เพียงแค่รักหลานสาวคนนี้ ยังหวงเป็นที่สุดอีกด้วย แทบอยากจะควักลูกตาของชายหนุ่มที่มองเธอทุกคน  คำว่า “รัก” ของเขาเปี่ยมไปด้วยความนัยแอบแฝงซึ่งหญิงสาวแสนซื่อไม่รู้เลยว่าคือรักแบบไหน

“กุ๊กก็รักคุณอาค่ะ รักที่สุดในสามโลกเลยค่ะ”

ดวงหน้าของผู้พูดแดงระเรื่อเมื่อเอ่ยคำรักออกจากปาก โจนาธานเองก็ไม่อาจรู้ได้เช่นกันว่า “รัก” ในที่นี้ของณัฏฐลักษณ์คือความรักในสถานะใด ใช่อาหลานอย่างที่เขาเข้าใจหรือไม่ ต่างฝ่ายต่างปิดกั้นหัวใจของกันและกัน ดวงตาสองคู่สบกันนิ่งราวกับจะค้นหาความหมายของคำว่า “รัก” ที่หลบซ่อน เป็นฝ่ายหญิงที่หลุบตาหลบสายตาเปล่งประกายของเขา เป็นดวงตาที่ทำให้ใจสาวหวั่นไหวตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น

โจนาธานและณัฏฐลักษณ์ยุติการสนทนาไปโดยปริยายเมื่ออาหารถูกนำมาเสิร์ฟ ก่อนที่ทั้งคู่จะลงมือรับประทานอาหารอิตาเลี่ยนรสเลิศ ระหว่างที่ทั้งสองกำลังรับประทานอาหารอยู่นั้น ร่างของใครคนหนึ่งก็เดินเข้ายังโต๊ะของเขาและเธอ

“สวัสดีจอน” ผู้ทักคือแอนโธนี่ เวคฟิลด์ หนุ่มหล่อเชื้อสายบรรพบุรุษผู้ดีอังกฤษ โจนาธานเหลือบตามองเพื่อนสนิทที่ถือวิสาสะทรุดกายนั่งบนเบาะใกล้กับร่างของหลานสาว แทนที่จะมานั่งเบาะตัวเดียวกับที่เขานั่งอยู่ ดวงตาของอาหนุ่มมองแอนโธนี่เขม็ง ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่สนใจนั่งยิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง แถมยังหันไปทักสาวสวยข้างกายอีกต่างหาก

“สวัสดีครับน้องกุ๊ก” คนถูกทักทายหันมามองชายหนุ่มรูปหล่อที่ตนไม่จักด้วยรอยยิ้มสดใส แอบสงสัยว่าเขารู้จักชื่อเธอได้อย่างไร

“สวัสดีค่ะ” ถึงแม้ว่าจะไม่รู้จักเขา แต่ในเมื่อเขาทักมาเธอก็ทักทายกลับตามมารยาท

“ไอ้โทนี่ ทำไมแกไม่มานั่งกับฉัน ไปนั่งเบียดกุ๊กทำไม” โจนาธานถามเพื่อนเสียงขุ่น

“จะนั่งตรงไหนก็เหมือนกันแหละ” แอนโธนี่พูดอย่างไม่ใส่ใจ “ถ้าฉันไปนั่งเบาะเดียวกับแก ฉันอึดอัดตายนายตัวใหญ่อย่างกับตึก นั่งตรงนี้ดีกว่าบรรยากาศก็ดี อึดอัดก็ไม่อึดอัด แถมนั่งสบายอย่างบอกใคร” หนุ่มจอมกวนไม่เลิกกวนโทสะเพื่อน ยิ่งเห็นหน้าเพื่อนสนิทเข้มจัดยิ่งชอบใจ

“แกก็ตัวพอๆ กับฉันนั่นแหละไปนั่งเบียดหลานฉันอยู่ได้ มานั่งนี่เลย” คนขี้หวงสั่งเสียงเขียว มองหน้าเพื่อนนิ่ง ส่งสายตาดุๆ ใส่แบบไม่เกรงกลัว

“แกนี่เรื่องมากจริง ฉันปวดขาขี้เกียจลุกนั่งตรงนี้แหละ และตอนนี้ฉันก็หิวมากแล้วด้วย”

พูดจบเขาก็ยกมือเรียกพนักงานของร้านมารับออเดอร์อาหาร โจนาธานกำหมัดแน่นเมื่อเห็นเพื่อนรักหันไปยิ้มกับณัฏฐลักษณ์ เวลานี้ความหวงมันทะลุพุ่งสูงติดเพดาน จนแทบจะกระอักออกมา

“แกจะไม่แนะนำให้ฉันกับกุ๊กรู้จักกันเหรอ ฉันรู้จักกุ๊กคนเดียวมันไม่ยุติธรรมนะ”

คนชอบกวนก็ยังกวนต่อไป คนถูกกวนก็อารมณ์พุ่งขึ้นเรื่อยๆ ทว่าก็ต้องเก็บกักเอาไว้เพราะไม่อยากทำอะไรไม่ดีต่อหน้าหลานสาว พานจะเสียภาพพจน์คุณอาผู้แสนดี

“กุ๊กคะ แอนโธนี่เพื่อนคุณอาค่ะ” โจนาธานจำต้องแนะนำเพื่อนสนิทของตนให้เธอได้รู้จักอย่างเป็นทางการ

“สวัสดีค่ะคุณแอนโธนี่” ณัฏฐลักษณ์พนมมือไหว้และทักทายอย่างเป็นทางการ

“เรียกคุณอาโทนี่ก็ได้นะ เป็นกันเองดีคุณอาชอบ” แอนโธนี่ต้องการให้อีกฝ่ายเรียกเขาว่า คุณอา เหมือนกับที่เรียกเพื่อนสนิท ถ้าได้ฟังคงจักจี้หัวใจพิลึก

“เรียกคุณลุงดีกว่านะกุ๊ก เพราะโทนี่แก่กว่าอาหนึ่งวัน” โจนาธานพูดเสียงหวานกับหลานสาว ก่อนจะหันมาพูดกับเพื่อนสนิทที่น้ำเสียงต่างกันลิบลับ “อีกอย่างนะไอ้โทนี่ คำว่าคุณอา ฉันสงวนสิทธิ์คนเดียวโว้ย”

แอนโธนี่อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ เมื่อเห็นและได้ยินน้ำเสียงของเพื่อน อันที่จริงแล้วเขาไม่สนใจหรอก ว่าณัฏฐลักษณ์จะเรียกเขาว่าอย่างไร แต่ที่อยากให้เรียกว่า คุณอา เพราะต้องการแกล้งเพื่อนจอมหวงมากกว่า แล้วดูเหมือนว่าจะได้ผลด้วย

ความสัมพันธ์ระหว่างโจนาธานกับณัฏฐลักษณ์ แอนโธนี่รู้มาตั้งแต่ต้น เพราะเพื่อนของเขาเล่าให้ฟังบ่อยๆ อีกทั้งยังเคยเห็นภาพถ่ายของณัฏฐลักษณ์ในกระเป๋าสตางค์ของโจนาธาน แล้วยังเคยเห็นตอนที่เพื่อนสนิทอ่านจดหมายจากหลานสาวอีกด้วย ความที่เป็นเพื่อนสนิทกันมานานทำให้แอนโธนี่รู้ว่า โจนาธานคิดอะไรกับหลานสาวบุญธรรม เพียงแต่ว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้โจนาธานไม่อาจะเปิดเผยความในใจ

“เรียกฉันหรือว่าเรียกนายว่าคุณอามันก็เหมือนกันนั่นแหละ จะเรื่องมากทำไมกันวะ”

“แต่ฉันไม่ให้กุ๊กเรียกแกว่าคุณอา แกมีอะไรไหมถ้ามีเดี๋ยวฉันจัดให้” โจนาธานพูดเสียงหาเรื่อง จ้องหน้าเพื่อนเขม็ง อยากจะลุกขึ้นไปเตะสักทีสองที

“เอาละค่ะ ไม่ต้องเถียงกันนะคะ กุ๊กจะเรียกเพื่อนของคุณอาว่า คุณโทนี่นะคะ” ณัฏฐลักษณ์สงบศึกด้วยการทำตามความต้องการของโจนาธาน

“น่ารักที่สุดเลยค่ะหลานอา” อาหนุ่มยิ้มกว้าง ยักคิ้วให้แอนโธนี่อย่างผู้กำชัย แต่มีหรือที่หนุ่มจอมกวนจะยอมแพ้

“เรียกยังไงก็ได้ครับ จะเรียกคุณ เรียกพี่ เรียกลุง หรือเรียกที่รักก็ได้ โทนี่คนนี้ไม่เรื่องมากอยู่แล้ว แต่เอ...เรียกที่รักก็ดีนะครับ มีความหมายดี”

ผู้พูดยักคิ้วให้โจนาธานที่โกรธจนควันออกหู แต่ไม่อาจจะลุกไปอัดเพื่อนได้ตามใจคิด เพราะต้องรักษาภาพพจน์ต่อหน้าหลานสาว เขาจึงใช้ปลายเท้ากระแทกไปยังขาของแอนโธนี่แทน แม่นอย่างกับมองเห็นเป้าหมายอีกด้วย

“โอ๊ย!” แอนโธนี่ร้องลั่น ใช้มือคลำตรงจุดที่โดนฝ่าเท้าเพื่อนสนิทกระแทก

“เป็นอะไรคะคุณโทนี่” ณัฏฐลักษณ์เอ่ยถามคนที่ร้องเจ็บ

“ปะ เปล่าครับ นึกว่ามีหมาหลุดจากโต๊ะอื่นเข้ามาในร้าน มันกัดขาอาน่ะครับ” ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เรียกเขาว่าอา ทว่าแอนโธนี่ก็เรียกแทนตัวว่าอา ตามเพื่อนสนิท

ณัฏฐลักษณ์พาซื่อเชื่อที่แอนโธนี่อำแก้ตัว  เธอลืมไปว่าร้านอาหารหรูหราในนิวยอร์คไม่อนุญาตให้ลูกค้านำสัตว์เลี้ยงเข้ามาด้วยเป็นแน่  สาวน้อยเลิกผ้าคลุมขึ้นก่อนจะก้มมองดูใต้โต๊ะหาสุนัขที่หลุดเข้ามา “ไหนคะหมา ไม่เห็นมีสักตัว”

“มันคงวิ่งหนีไปแล้วล่ะกุ๊ก อย่าไปสนใจเลย มากินข้าวกันดีกว่านะ”

แอนโธนี่พูดตัดบท เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พนักงานของร้านนำอาหารมาเสิร์ฟ ส่งผลให้สงครามย่อยๆ ระหว่างหนุ่มจอมหวงกับหนุ่มจอมกวนสงบลงชั่วคราว ก่อนจะเริ่มขึ้นใหม่ทันทีที่ร่างของพนักงานเดินห่างโต๊ะไป

“กุ๊กรู้หรือเปล่าว่า ร้านอาหารร้านนี้เป็นร้านประจำของจอนเลยนะ” แอนโธนี่เริ่มชวนณัฏฐลักษณ์คุย

“จริงเหรอคะ”

“จริงสิ” แอนโธนี่ตอบ ตักเส้นสปาเก็ตตี้ใส่ปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ พอกลืนอาหารลงไปในคอจึงเริ่มคุยต่อ

“จอนพาผู้หญิงมากินที่นี่บ่อยๆ แทบจะไม่ซ้ำหน้ากันเลยนะ บางคนเป็นถึงนางงาม นางแบบก็มี ดาราก็เยอะ พาผู้หญิงมาแทบจะทุกอาชีพ”

คนที่ถูกนินทาซึ่งๆ หน้าสำลักน้ำที่กำลังดื่มเข้าไป ไอออกมาสามสี่ครั้งจนต้องตบอกของตนเอง แอนโธนี่ชอบใจกับท่าทางของเพื่อนจนอมยิ้มแก้มตุ่ย แต่ทว่าหญิงเดียวที่นั่งร่วมโต๊ะหน้าเริ่มบึ้งโดยไม่รู้ตัว

“ก็คุณอาหล่อนี่คะ ก็ต้องมีผู้หญิงมาติดพัน” เธอพูดเสียงเบา ส่งค้อนให้อาหนุ่ม

“กุ๊กพูดถูกมากๆ เลยครับ กุ๊กคงไม่รู้หรอกว่าอาของกุ๊กเสน่ห์แรงแค่ไหน พาผู้หญิงไปนอนที่บ้านไม่เคยซ้ำหน้า ตุ๊กตาหน้ารถก็เปลี่ยนทู้กวัน”

แอนโธนี่ไม่ได้ใส่ร้ายเพื่อน แต่ใส่ไฟด้วยความจริงทุกคำพูด โจนาธานเจ้าชู้ใช้ย่อย มีผู้หญิงมาติดพันมากมาย มีให้เลือกไม่ซ้ำกัน

“ไอ้โทนี่ มึงพูดห่าอะไรวะ กูไม่ถึงขนาดนั้นซะหน่อย” คนถูกเพื่อนแกล้งเผากระแทกเสียงเข้มเข้าใส่ “กุ๊กอย่าไปฟังโทนี่นะคะ อาไม่ได้เป็นอย่างนั้นซะหน่อย มันใส่ความอา” ก่อนจะหันมาพูดเสียงหวานกับหลานสาวที่นั่งหน้าเรียบเฉย ส่งสายตาแข็งๆ ให้อาหนุ่ม

“กุ๊กไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย คุณอาจะพาใครไปสำราญที่บ้าน หรือจะเปลี่ยนตุ๊กตาหน้ารถมันก็ไม่ใช่เรื่องของกุ๊ก มันเป็นเรื่องของคุณอา กุ๊กแค่คนอาศัยจะไปมีปากมีเสียงอะไรได้คะ”

น้ำเสียงของเธอไม่ได้หวานหยดเหมือนก่อนหน้า ค่อนข้างแข็งเสมือนแววตาที่ตวัดมองคุณอาหนุ่มนิ่ง โจนาธานได้ฟังแล้วเขาแทบจะบ้า ยิ่งเห็นสายตาของเธอด้วยแล้ว มันเหมือนเขาอยู่ในห้องแคบๆ ที่ไม่มีช่องระบาย อึดอัด หายใจไม่ค่อยสะดวก เขาไม่นึกว่าตนเองจะตกอยู่ในความรู้สึกเช่นนี้ เป็นเพราะเพื่อนตัวดีแท้ๆ

“ยังไม่หมดนะกุ๊ก ยังมีอีกเพียบกุ๊กไม่รู้หรอกว่า ผู้หญิงในสต๊อคของจอนมีเป็นร้อย เรียกใช้วันละคนยังได้เลย ไม่งั้นจอนมันคงไม่ได้ฉายาว่า คาสโนว่าแห่งมหานครนิวยอร์กหรอก” แอนโธนี่ยังไม่หยุด ยังพล่ามต่อไป ไม่สนใจว่าโจนาธานจะแยกเขี้ยวใส่ตนหรือไม่

ณัฏฐลักษณ์เหลือบตามองอาหนุ่มที่นั่งสั่นหัวดิก ราวกับว่าจะปฏิเสธเรื่องที่แอนโธนี่พูด “คุณอาคะ กุ๊กอยากกลับบ้านแล้วค่ะ กุ๊กปวดหัวอยากพักผ่อน”

เธอรวบช้อนเหมือนจะบอกให้ชายหนุ่มทั้งสองรู้ว่า เธอต้องการกลับบ้านตามที่พูดจริงๆ โจนาธานพูดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงเพราะคำพูดทุกคำของแอนโธนี่ล้วนแต่เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น

“จอน ฉันขอตัวกลับก่อนนะ พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ นายก็จัดการเคลียร์ปัญหาเองก็แล้วกัน ไปล่ะ”

คนที่ก่อเรื่องไว้ขอตัวกลับทันที ไม่วายยักคิ้วให้เพื่อนสนิท ส่งท้ายด้วยการยิ้มกว้างอย่างสุดกวนเป็นของแถม ก่อนจะลุกเดินออกไปจากร้านอาหารอย่างอารมณ์ดี พอพ้นประตูร้านแอนโธนี่ล้วงหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋า กดข้อความส่งถึงโจนาธานประหนึ่งเยาะเย้ย

“คิดจะรักเด็กมันก็ต้องปวดหัวอย่างนี้แหละว่ะเพื่อนรัก หาทางออกเอาเองนะ ฮ่าๆๆ” 

bam2009
นามปากกา อัญญาณี
ชื่อ bam2009
ลายเซ็น
ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM