เรื่อง นิยาย สตอรี่ รอยรัก ลวงใจ

เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

 

 

 

 

CHAPTER 52:กลับไม่ได้….ไปไม่ถึง

 

            ภายในห้องผู้ป่วยพิเศษ แสงจากดวงจันทร์ลอดผ่านสาดทอเข้ามาภายในห้อง ผ้าม่านสีขาวพลิ้วไหว เมื่อสายลมยามค่ำพัดผ่าน ความเงียบสงัดนำพามาซึ่งบรรยากาศหม่นเศร้า ภายใต้ความเงียบซ่อนไว้ซึ่งคำสารภาพ  คำสารภาพที่แสนเจ็บปวด

“ผมกับคุณลิลลี่ เราเคยเป็นคนรักกัน”พชรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ความจริงซึ่งเป็นความลับที่ถูกเก็บซ่อน เปิดเผยออกมาต่อหน้าบุคคลที่ไม่ควรได้ยินมากที่สุด

“นี่เป็นคำสารภาพเหรอ”อาทิตย์ถามเสียงเบา เหมือนพูดกับตัวเอง เมื่อฤทธิ์จากยาชาระงับความรู้สึกหมดลงความเจ็บปวดจากกระดูกท่อนแขนหักค่อยๆแทรกซึมเข้าสู่ประสาทการรับรู้ อาทิตย์เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดใส่เหล็กดามกระดูกท่อนแขนที่หัก เขาใส่เฝือกหนา และสะพายแขนด้วยสลิง น่าแปลกที่ความเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บเป็นสิ่งที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับบาดแผลในใจ

“ผมกำลังบอกความจริง”

“นั่นเป็นทั้งหมดที่ผมควรรู้หรือเปล่า”อาทิตย์ละสายตาจากท้องฟ้ายามค่ำคืนภายนอกหน้าต่างแล้วหันมามองหน้าพชรโดยตรง ภายในห้องพักผู้ป่วย มีเพียงคนทั้งสองเท่านั้น

“ถึงผมไม่บอก คุณก็คงรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว”พชรจ้องมองใบหน้าอาทิตย์โดยตรง เขาไม่มีเหตุผลต้องหลบสายตาหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าหรือหนีความจริงอีกแล้ว พชรมั่นใจมาสักพักแล้วว่าอาทิตย์คงจะรู้เรื่องระหว่างเขากับลลนาไม่มากก็น้อย ทุกครั้งที่เขาไปหาลลนา พยาบาลพิเศษต้องรายงานอาทิตย์อย่างแน่นอน เขาจับสังเกตเธอได้ แต่เลือกที่จะวางเฉยและรอเวลา ก็แค่นั้น

“ผมดูเหมือนคนที่รู้เรื่องทุกอย่างเหรอ อะไรกันที่ทำให้คุณคิดว่าผมรู้ทุกอย่าง”อาทิตย์พยายามบังคับไม่ให้เสียงที่ถามออกไปพร่าสั่น เขากลัวพชรจะรู้ว่าตัวเองเก็บกดอารมณ์ทุกอย่างไว้มากมายเพียงใด

“ไม่สำคัญหรอกว่าทำไมผมถึงคิดว่าคุณรู้ เพราะมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว”

“ทำไมไม่เก็บความจริงนี้ไว้กับตัวละ แกล้งทำต่อไปเหมือนอย่างที่ทำมาตลอด”น้ำเสียงเหมือนกล่าวโทษพชร ในความเป็นจริงถ้าพชรเพียงแต่จะปล่อยให้มันเลยตามเลย ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วละคำอธิบายทุกอย่าง เขาก็จะยอมเป็นผู้ชายโง่งมต่อไป เพราะมันง่ายกว่าสิ่งที่เป็นอยู่เยอะทีเดียว

“เราอาจจะปกปิดหรือเก็บความลับมากมายไว้ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันแต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ความเจ็บปวดมันจะค่อยๆเปิดเผยตัวตนของเราออกมา และเมื่อถึงเวลานั้น ทุกอย่างจะไม่ใช่ความลับอีกต่อไป เพราะถ้าคุณอ่านผมออกนั่นก็หมายความว่า เรากำลังรู้สึกในสิ่งเดียวกัน และในเมื่อมันเป็นอย่างนั้นมันก็ไม่เหลือเหตุผลให้เราแกล้งทำอีกต่อไป”ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้าสู่หัวใจอีกแล้ว บางครั้งอาทิตย์ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ยาชาชนิดใดในโลกบ้างที่สามารถระงับความเจ็บปวดจากความรู้สึกนี้

“คุณคิดเหรอ ว่าถ้าเราเปิดเผยความจริงต่อกันแล้วทุกอย่างมันจะเปลี่ยนแปลงไป”

“ผมไม่รู้ เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมคาดหวัง นอกจากบอกความจริงกับคุณผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอะไรต่อไป ผมไม่รู้ว่าผมสามารถทำอะไรได้บ้าง ถ้าเป็นไปได้ ผมจะทำทุกอย่างทุกวีถีทางเพื่อไม่ให้ใครต้องเจ็บปวดอีก โดยเฉพาะกับลิลลี่”พชรสารภาพอย่างหมดเปลือก ท่าทีเข้มแข็งเริ่มอ่อนลง เมื่อนึกถึงลลนา

“ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป ผมจะบอกคุณให้ ปล่อยลิลลี่ไปซะ เธอเป็นของผม อย่ามอบความรู้สึกใดๆให้กับเธออีก แม้แต่ความสงสาร กลับไปใช้ชีวิตของคุณเหมือนอย่างที่เคยทำ โกหกตัวเองว่าเรื่องทั้งหมดไม่เคยเกิดขึ้น เพราะผมก็จะทำอย่างนั้นเหมือนกัน”อาทิตย์บอกอย่างเยือกเย็น เขาเกลียดตัวเองที่หาทางออกให้กับเรื่องนี้ไม่ได้ ทำได้ดีที่สุดก็แค่ปล่อยให้มันผ่านเลยไป

“ถ้าทำอย่างนั้นแล้วลิลลี่จะดีขึ้นมั้ย เธอสามารถมีชีวิตต่อไปได้หรือเปล่า เธอจะไม่เจ็บปวดและทุกข์ทรมานอีกใช่มั้ย ถ้าผมปล่อยมือเธอ ถ้าผมหันหลังให้กับทุกอย่างแล้วทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธฮจะมีความสุขมีชีวิตที่ดี ตอบผมทีสิ ”พชรตะเบงเสียงคาดคั้น ดวงตาสีนิลดำมืดสนิทมองอาทิตย์อย่างสิ้นหวัง ดวงตาอีกคู่จ้องมองกลับ มันช่างหดหู่และสิ้นหวังไม่แพ้กัน

“นั้นคุณก็จับมือเธอไว้พีช แล้วเรามาดูกันว่าคุณจะสูญเสียอะไรไปบ้างเพื่อแลกกับการมีเธอไว้”เป็นถ้อยประโยคที่เบา เบาเสียจนเสียงหวีดหวิวของสายลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างดังก้องสะท้อนไปทั้งห้อง

………………………………………………………………………………………

            ปณาลีเดินวนไปวนมาผุดลุกผุดนั่งตรงบริเวณโซฟารับรองญาติผู้ป่วยด้านหน้า หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายเธอตามทุกคนมายังโรงพยาบาล ลลนาถูกพาตัวกลับโรงพยาบาลทันที ตอนนี้แพทย์สมองกำลังตรวจดูอาการ หญิงสาวมีอาการมึนงงสับสน จดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้บ้างไม่ได้บ้างบางครั้งกรีดร้องโวยวายบางครั้งนิ่งเงียบไม่ยอมปริปากไม่ยอมเคลื่อนไหวคล้ายคนตาย  แพทย์ต้องให้ยาระงับอาการทางประสาทเพื่อให้สงบลง ตอนนี้เธอหลับไปแล้ว คาดว่าจะตื่นอีกครั้งหลังจากผ่านไปสิบสองชั่วโมง ฝ่ายอาทิตย์ถูกนำส่งโรงพยาบาลเดียวกับลลนา กระดูกแขนของเขาหัก ชายหนุ่มต้องเข้ารับการผ่าตัดทันที อาทิตย์ออกมาจากห้องผ่าตัดได้ไม่ถึงสามชั่วโมง พชรหายเข้าไปในห้องคนไข้เป็นนานสองนาน ปณาลีคาดเดาได้ว่าพชรคงจะบอกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขาและลลนาให้อาทิตย์รับรู้ และเมื่อความจริงเปิดเผย เธอไม่รู้เลยว่าพชรจะต้องเผชิญกับสิ่งใด ผิดกับชวัลซึ่งมาถึงโรงพยาบาลทันทีที่ทราบข่าวเขานั่งนิ่งอย่างคนใช้ความคิดอยู่ตรงมุมหนึ่งด้านหน้าห้องพักผู้ป่วย จ้องมองซองสีน้ำตาลซึ่งบรรจุความจริงบางอย่างที่ทำให้เขาตกตะลึง เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเขากลับบ้านไปเพื่อเก็บข้าวของให้อาทิตย์สำหรับอยู่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลในขณะที่กำลังเก็บเอกสารสำคัญบางอย่างเพื่อนำมาให้อาทิตย์ เขาบังเอิญค้นพบกับอะไรบางอย่างที่ทำให้รู้สึกเจ็บจุกแทนพี่ชาย

แกร๊ก !! พชรเปิดประตูออกมาจากห้องผู้ป่วยเดินผ่านชวัลซึ่งเงยหน้าขึ้นมองพชรอย่างไม่ละสายตา ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเข้าไปหาอาทิตย์ในห้องทันที เมื่อเปิดประตูเข้าไป ชวัลย์ต้องสะท้อนใจกับภาพตรงหน้า อาทิตย์พิงร่างไปบนหัวเตียงอย่างคนอ่อนแรง น้ำตาลูกผู้ชายรื้นปริ่มปรี่อยู่ตรงขอบตา ชวัลนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงก่อนจะวางซองสีน้ำตาลลงบนเตียง

“พี่รู้เรื่องนี้มานานเท่าไหร่แล้ว”คนเป็นน้องถามขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย อาทิตย์จ้องมองชวัลสลับกับซองสีน้ำตาลบนเตียง สายตาเหม่อลอยเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ก่อนจะใช้มือปัดซองสีน้ำตาลด้วยความกราดเกรี้ยว ของที่อยู่ในซองหล่นกระจัดกระจายลงบนพื้น สิ่งนั้นมันคือภาพถ่ายในอดีตระหว่างพชรกับลลนาพร้อมกับข้อมูลประวัติโดยละเอียดที่สืบย้อนไปหลายปีก่อน

“หลังงานวันเกิดลิลลี่ ฉันสงสัยในท่าทีที่บางอย่างของผู้หญิงคนนั้น จึงให้คนคอยสะกดรอยตามเธอไว้ แล้วฉันก็ต้องเซอร์ไพรครั้งใหญ่ เมื่อรู้ว่าลิลลี่แอบไปพบกับใคร”อาทิตย์ย้อนลำดับเหตุการณ์ ในหัวสมอง เขาระบายสิ่งเหล่านั้นให้คนเป็นน้องฟังด้วยความอัดอั้นตันใจ เริ่มตั้งแต่ที่เขาให้คนสะกดรอยตามลลนา จนรู้ว่าแฟนสาวของตัวเองแอบพบเจอกับศิลปินในค่าย อาทิตย์สั่งให้คนของเขาสืบประวัติความสัมพันธ์ในอดีตของคนทั้งสอง ยิ่งสืบลึกเข้าไปก็เหมือนกับการเฉือนหัวใจตัวเองทิ้ง เขารู้อดีตของลลนาก่อนที่จะมาเจอกับเขาก่อนที่เธอจะเป็นลิลลี่ ไชยกิจ ไม่ใช่ลลนา ไชยรัตน์ เขารู้ว่าเธอมีความสัมพันธ์กับพชรอย่างลึกซึ้ง และเจ็บปวดอย่างที่สุดเมื่อพบว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาความรักของเขาไม่สามารถลบล้างความรู้สึกที่เธอมีต่อเด็กหนุ่มคนนั้นได้ อาทิตย์ออกคำสั่งให้คนของเขาประกบติดความเคลื่อนไหวของลลนาทุกย่างก้าว และเมื่อเธอเริ่มรู้ตัวและเข้าใจผิดคิดว่ามีคนจ้องทำร้าย หลังจากนั้นลลนาพยายามสลัดการเกาะติดให้หลุดและระแวดระวังตัวมากขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ยอมตัดขาดกับพชร เขาจึงใช้วิธีการใหม่เพื่อเป็นการส่งสัญญาณเตือนให้เธอรู้ว่าความสัมพันธ์รักในครั้งเก่าไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไป อาทิตย์จึงส่งภาพถ่ายในอดีตระหว่างลลนากับพชรที่เขาได้มาจากบ้านหลังเก่าของเธอ เพราะหวังว่ามันจะช่วยเตือนสติไม่ให้หญิงสาวกล้าทำอะไรเกินเลย แต่มันผิดถนัด สิ่งนั้นกลับเป็นการกระตุ้นให้เธอจบเรื่องทุกอย่างเร็วขึ้น ลลนาบอกเลิกเขาและเลือกพชร เรื่องราวหลังจากนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เกินความคาดหมาย เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พชรประกาศเปิดตัวคบหากับผู้หญิงคนอื่น ลลนาพบกับความผิดหวังและสูญเสีย เธอจึงตัดสินใจขับรถพุ่งชนเพราะหวังว่าทุกอย่างจะจบลง ถ้าเธอรักผู้ชายคนนั้นจนถึงขนาดอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา แล้วความรักของเขาจะสำคัญอะไร เหตุการณ์ทุกอย่างพลิกผันอีกครั้งเมื่อลลนาสูญเสียความทรงจำ ความหวังจากความรักที่หลุดลอยกลับมาอีกครั้งและคราวนี้เขาจะไม่มีวันปล่อยมันไปอีก ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไร เขาจะไม่ยอมสูญเสียเธออีกแล้ว

“พี่บอกอะไรกับพีช”ชวัลย์ถามขึ้นเมื่ออาทิตย์เล่าทุกอย่างจบ

“ฉันบอกว่าเขาจะต้องสูญเสียทุกอย่างหากไม่ยอมปล่อยลิลลี่ไป”อาทิตย์บอกเสียงเหิ้ยมเกรียม รู้สึกเกลียดตัวเอง ที่ใช้วิธีบีบคั้นคนอื่น

“แล้วคุณลิลลี่ละครับ ต่อให้ตอนนี้เธอจำทุกอย่างไม่ได้ แต่วันนี้ก็พิสูจน์แล้ว ว่าเธอไม่ได้ใช้สมองจดจำแต่เธอใช้หัวใจจดจำทุกอย่าง และภาพความทรงจำนั้นมันชัดเจนเสียจนยากจะปฏิเสธ”ชวัลชี้ให้เห็นความเป็นจริง เขารู้สึกว่าพี่ชายกำลังทำเพื่อตัวเองโดยใช้ความรักเป็นข้ออ้าง อาทิตย์กลัวจะเจ็บปวดเมื่อต้องสูญเสียลลนา

“เพราะอย่างนั้นพชรถึงต้องหายไปจากชีวิตลิลลี่ไง”

“แล้วมันจะยังไงครับ ทุกอย่างจะวนกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง พี่มีเธอแต่ปราศจากความรัก”

“ชาร์ล แกคิดว่าพี่เห็นแก่ตัว ซึ่งมันอาจจะใช่ แต่ทั้งหมดนั้นพี่ทำเพื่อปกป้องลิลลี่”ชวัลย์มองลึกเข้าไปในดวงตาของพี่ชาย แล้วตั้งคำถาม

“ปกป้องเธอ จากอะไรครับ”

“ความผิดหวัง”ชวัลย์หรี่ตาอย่างสงสัย อาทิตย์เหมือนจะเข้าใจความคลางแคลงนั้น

“ความผิดหวัง จากใคร”

“จากผู้ชายที่ไม่ได้รักเธอแล้วนะสิ”

 

            พชรเดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้าที่เหมือนแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า ตรงสุดปลายทางของทางเดิน ปณาลียืนอยู่ตรงนั้น จ้องมองเขาด้วยสายตาที่ทำให้อยากเบือนหน้าหนี เขาก้าวช้าๆไปหาเธอ ก่อนจะจับมือคนตัวเล็กแล้วจูงเธอเดินออกไปจากโรงพยาบาล ออกไปจากสถานที่ที่ชวนหดหู่นี้เสียที

            พชรยืนอยู่กลางสนามหญ้าหลังบ้าน เงยหน้าจ้องมองท้องฟ้ายามราตรีอย่างใช้ความคิด ปณาลีเลื่อนประตูกระจกออกเดินไปหาพชร พร้อมกับเสื้อคลุมตัวหนาในมือ

“อากาศเริ่มหนาว เดี๋ยวคุณจะไม่สบาย”เธอเขย่งตัวเพื่อคลุมเสื้อกันหนาวให้พชร ชายหนุ่มถอนตัวออกจากความคิด หันไปมองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตากลมโตสะท้อนความรู้สึกอ่อนไหวของเธอ พชรรู้ว่าปณาลีรู้สึกกับเรื่องที่เกิดขึ้นยังไง แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังอยู่ตรงนี้ ตรงหน้าเขา

“พีช….”

ปณาลีเพียงแค่เรียกชื่อเขาอย่างแผ่วเบา พชรยกมือขึ้นปิดตาเธอไว้ เขาไม่อยากให้ปณาลีเห็นความรู้สึกที่ปรากฏฉายชัดอยู่ในแววตาเขา

“อย่ามองผมนะ ผมไม่อยากให้ปิณเห็นว่าผมอ่อนแอมากแค่ไหน และผมกลัวเหลือเกินว่าหากปิณรู้ว่าตอนนี้ผมรู้สึกยังไง ปิณจะจากผมไปอีก”เขาบอกเสียงสั่นเครือ ปณาลีสัมผัสได้ถึงความเย็นชื้นจากฝ่ามือของเขาที่ปิดตาเธออยู่ ปณาลียกมือสองข้างขึ้นเพื่อสัมผัสแก้มของชายหนุ่ม ใช้มือเล็กๆประคองหน้าเขาไว้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความอบอุ่นจากปลายนิ้วจะช่วยคลายความหนาวเหน็บในหัวใจเขาได้บ้าง

“ผมไม่กล้าหลับตาลงด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วปิณจะหายไปอีก”

“นั้นลองดูมั้ยละ”ปณาลีเลื่อนมือที่จับใบหน้าขึ้นไปปิดตาพชร ตอนนี้ความมืดมิดกลับเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เวลาผ่านไปแค่ชั่วครู่ ปณาลีเลื่อนมือที่ปิดตาลง และพชรก็ทำเช่นเดียวกัน

“เห็นมั้ยละ ฉันยังอยู่ตรงนี้ ต่อให้สายตาคุณหรือความรู้สึกของคุณจะทำให้ฉันเจ็บปวดแค่ไหน ฉันก็ยังจะยืนอยู่ตรงนี้ ฉันไม่ไปไหนอีกแล้ว คุณทิ้งโอกาสที่จะปล่อยมือฉันไปแล้วครั้งหนึ่ง ฉันบอกคุณแล้วว่าฉันจะเกาะติดไว้ตลอด ต่อให้คุณไล่ ฉันก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น ตอนนี้คุณเริ่มเสียใจแล้วหรือยัง ที่ไม่ทิ้งฉันเสียตั้งแต่ตอนนั้น”ดวงตากลมโตฉายแววมุ่งมั่นจริงจัง เธอไม่ละสายตาจากเขาและบอกด้วยเสียงหนักแน่น นั่นหมายความว่าเธอจะทำอย่างนั้นจริงๆ

“ทีนี้คงเป็นคุณนั่นแหละที่ต้องปิดตาซะ ฉันเองก็ไม่อยากให้คุณเห็นฉันในตอนนี้เหมือนกัน เพราะฉันได้กลายเป็นผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวไปแล้ว ถ้าลำบากใจที่จะไล่ฉันไปในตอนนี้ แล้วรอเวลาเพื่อที่ฉันจะเป็นฝ่ายล้มเลิกพ่ายแพ้ แล้วจากไปเสียเอง ฉันบอกคุณตรงนี้เลยว่าไม่มี…. ”ร่างบางลอยหวือเข้าไปอยู่ภายในอ้อมแขนของชายหนุ่ม พชรดึงเธอมากอดไว้แนบอก

“อย่าลืมสิ่งที่ปิณพูดไว้วันนี้นะ อย่าปล่อยผมไปให้ผู้หญิงคนอื่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ช่วยผมทีปิณ อยู่ข้างผม แม้ผมจะกลายเป็นอะไรก็ตามที่น่ารังเกียจและน่าขยะแขยง”พชรอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง เขาต่างหากที่เห็นแก่ตัว เขารู้ตัวดีว่าไม่อาจเพิกเฉยต่อลลนาได้ แต่ก็ไม่อาจทนต่อการสูญเสียปณาลีได้เช่นกัน

“อื้อ….จะไม่ปล่อยเด็ดขาดเลยละ”นั่นคือคำสัญญาของปณาลี

 

            แพทย์เจ้าของไข้ พยาบาล รวมถึงอาทิตย์ ยืนล้อมรอบเตียงผู้ป่วย ตั้งแต่วันเกิดเรื่องจนถึงตอนนี้ผ่านมาเป็นระยะเวลาสามวันแล้ว ร่างหญิงสาวนอนแน่นิ่งเบิกตาจ้องมองเพดานราวกับมีชีวิตแต่ไร้วิญาณอยู่บนเตียงนั้น ลลนาไม่ยอมขยับเขยื้อนร่างกาย ไม่พูดคุย ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมหรือผู้คน นายแพทย์เชิญอาทิตย์ปลีกตัวแยกออกมาเพื่ออธิบายทำความเข้าใจถึงสิ่งที่ผู้ป่วยกำลังเผชิญอยู่

“ตอนนี้คนไข้จะมีภาวะซึมเศร้า ภาวะทางจิตอยู่ในช่วงสับสน วิตกกังวล เหมือนกับคนที่ติดอยู่ในเขาวงกต หาทางออกไม่เจอ”นายแพทย์อธิบายด้วยภาษาที่ไม่เป็นทางการเพื่อให้อาทิตย์เข้าใจได้ง่าย

“เธอไม่ยอมพูด ไม่กิน ไม่นอน ผมไม่รู้เลยว่าเธอต้องการอะไร”อาทิตย์บอกด้วยสีหน้าอมทุกข์ ทั้งๆที่ตัวเองก็ยังบาดเจ็บและพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเช่นกัน แต่กลับคอยเป็นห่วงแต่ลลนา พลอยไม่ได้กินไม่ได้นอนไปด้วย

“ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลข้างเคียงของยาจิตเวชด้วย เราพบว่าที่ผ่านมาคนไข้ไม่ได้ทานยามาโดยตลอด”

“เป็นไปได้ยังไงครับ”

“คุณลิลลี่แกล้งทำเป็นทานยา แต่ที่จริงแล้วเธอแอบเอายาไปทิ้งตลอด”

“ถ้าเธอไม่ได้ทานยา แต่ทำไมตอนนั้นถึงมีอาการดีขึ้น เป็นปกติละครับ”อาทิตย์ถามอย่างสงสัย

“เรื่องนี้แหละครับที่ผมต้องทำความเข้าใจกับคุณ ผมคิดว่าอาการทางจิตก็ส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่มีผลต่อคนไข้จริงๆคือสภาวะทางจิตใจต่างหาก การที่เธอหนีออกจากโรงพยาบาลครั้งนี้ แล้วพบเจอกับเหตุการณ์ที่เลวร้าย คงจะเป็นการกระตุ้นความทรงจำหรือความรู้สึกในส่วนที่ต้องการเก็บซ่อนไว้ ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นความทรงจำที่ดีหรือไม่ดี แต่จากอาการแสดงของเธอ ผมไม่คิดว่าจะเป็นสิ่งที่ดีต่อคนไข้ ผมทราบว่าช่วงที่เธออาการดีขึ้น เป็นเพราะมีเพื่อนหรือคนที่สำคัญต่อเธอมากๆ คอยดูแลเป็นเพื่อน และที่เธอหนีออกจากโรงพยาบาล เพราะว่าอยากจะเจอคนๆนั้น ผมจึงคิดว่า มันจะดีกว่ามั้ย ถ้าให้คนๆนั้นมาคอยอยู่ใกล้ๆเธอ ร่วมมือช่วยกันฟื้นฟูสภาพจิตใจของเธออีกครั้ง ”เป็นอย่างที่อาทิตย์คิดไว้ไม่มีผิด สุดท้ายแล้วคนที่จะช่วยให้ลลนาพ้นสภาพนี้ ก็คงจะเป็นพชรคนเดียวเท่านั้น

“เราไม่มีทางเลือกอื่นเลยหรือครับ ยา วิทยาการรักษา อะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่คนๆนั้น”

“ถ้าเป็นด้านร่างกายเรามีวิธีจัดการได้ง่ายกว่านี้มาก แต่เมื่อพูดถึงสภาวะจิตใจ ผมคงต้องบอกตามตรงว่า เพื่อนคนนั้น สำคัญกับคนไข้ มากกว่าอะไรทั้งหมด”

            อาทิตย์นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงลลนาผ่านมาเป็นชั่วโมงแล้ว หญิงสาวยังคงลืมตาอย่างเหม่อลอย ไม่ยอมพูดคุยหรือสบตากับอาทิตย์ จะมีบ้างบางครั้งที่ขยับตัว แต่นั่นก็เพื่อหันหลังหนีหน้าเขา ชายหนุ่มจ้องมองแผ่นหลังของคนรักอย่างรวดร้าว ลลนากำลังฝังตัวเองไว้กับความซึมเศร้า เธอเหมือนดอกลิลลี่ที่รอวันร่วงโรย

“ลิลลี่ คุณจะไม่หันมามองผม ไม่พูดกับผมอีกแล้วเหรอ”อาทิตย์พูดกับแผ่นหลังของร่างบางที่นอนอยู่บนเตียง ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา

“อย่าทำแบบนี้ลิลลี่ ได้โปรด อย่าทำเหมือนคุณไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้”อาทิตย์รู้สึกว่าความอดทนของเขาเดินทางมาจนปลายสุด

“คุณได้ยินผม ผมรู้ว่าคุณเข้าใจและรับรู้ทุกอย่างแล้วคุณก็ยังรู้อีกว่า การทรมานตัวเองก็คือการทรมานผม ลุกขึ้นมาลิลลี่ หันมามองสิ่งที่คุณทำกับผม หันมาดูให้เห็นกับตาว่าผู้ชายคนนี้ถูกคุณทำร้ายมากมายขนาดไหน”อาทิตย์ใช้มือข้างปกติ กระชากแขนเล็กที่ไร้เรี่ยวแรงและการขัดขืน ดึงร่างบางที่เบาหวิว ให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา ตอนนี้ชายหนุ่มสติหลุดไปแล้ว  ที่เขาอยากทำมากที่สุดคือตะโกนใส่หน้าเธอ ก่นด่า ระบายความในใจที่แสนเจ็บปวดให้ผู้หญิงตรงหน้ารับรู้ แต่ก็นั่นแหละสิ่งที่เขาทำไปก็คงจะไร้ความหมาย สีหน้าของลลนาเรียบเฉยซีดขาวราวหน้ากระดาษ แม้แต่ประกายเพียงน้อยนิดในแววตา ก็ยังไม่มีเหลือ

“เลิกทำเหมือนคนตายสักที คุณแค่สูญเสียความทรงจำ แต่ยังหายใจอยู่ ยังมีชีวิต ยังมีผม มันจะสำคัญอะไรอีก แค่นี้มันยังไม่พออีกเหรอ มีอะไรที่ผมให้คุณไม่ได้อีกหรือไง ” อาทิตย์เขย่าร่างบาง จนสั่นไปทั้งตัว ลลนาน้ำตาไหลพราก อาทิตย์ตัวสั่นเทิ้มด้วยอารมณ์ที่หลากหลายที่พลุ่งพล่านยากจะควบคุม เขารู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน

“พูดสิ ผมบอกให้คุณพูดไง ลิลลี่ ลิลลี่ ลัล ลลนา!!!!”อาทิตย์แผดเสียงเรียกชื่อลลนาดังก้อง แววตาเหม่อลอยไร้แววไหววูบ เหมือนเปลวไฟปลายไม้ขีด ลลนาหมุนไหล่ออกจากมืออาทิตย์ แล้วเริ่มกรีดร้อง

“กรี้ดดดดดดดดดดดดดดด”ร่างบางล้มลงไปแดดิ้นอยู่บนเตียง จับศีรษะสองข้างสะบัดไปมา กรีดร้องอย่างคลุ้มคลั่ง ชวัลที่ยืนรออยู่หน้าห้องรีบเปิดประตูเข้าไป

“เกิดอะไรขึ้นพี่ซัน”ชวัลตกใจกับภาพตรงหน้า อาทิตย์เรียกสติตัวเองกลับคืนมารีบออกคำสั่งน้องชาย

“ชาร์ล ไปตามหมอมา เดี๋ยวนี้”ชวัลวิ่งออกไปตามแพทย์พยาบาล อาทิตย์เข้าไปรวบกอดร่างลลนาไว้ หญิงสาวกรีดร้องอย่างคุ้มคลั่ง ภาพในหัวพร่าเลือนเริ่มชัดเจนขึ้นทุกขณะ เธอเห็นตัวเองนั่งจมกองเลือด สองมือเต็มไปด้วยเลือดสีแดง ความรู้สึกในตอนนั้นเข้ามาครอบงำจนรู้สึกทรมาน

“ลิลลี่ ผมขอโทษ ผมขอโทษ”อาทิตย์พร่ำบอกคำขอโทษ เพราะสติเขาหลุดไป จึงทำให้แสดงความรู้สึกในด้านมืดต่อลลนา ชายหนุ่มกอดร่างบางที่ดิ้นไปมาไว้ได้อย่างยากลำบาก เพราะแขนข้างหนึ่งของเขาบาดเจ็บ ลลนาพยายามปัดป้องไม่อยากให้ใครเข้าใกล้ เธอรู้สึกหวาดกลัวไปทุกอย่างและเริ่มเห็นหน้าอาทิตย์เป็นผู้ชายลึกลับที่ใบหน้าเต็มไปด้วยบาดแผล ซึ่งก็คืออนันต์นั่นเอง

“กรี้ดดดดดดด ปล่อยนะ ออกไป ๆ อย่าเข้ามา”ลลนากระหน่ำทุบลงไปบนตัวอาทิตย์ บางครั้งถูกแขนข้างที่บาดเจ็บ แต่ถึงอย่างนั้นอาทิตย์ก็ยังไม่ยอมปล่อยร่างหญิงสาว

“โอ้ยอาทิตย์ร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อถูกลลนาทุบเข้าที่แผลซ้ำๆหลายต่อหลายครั้ง ทีมแพทย์และพยาบาลวิ่งเข้ามา ก่อนจะดึงตัวคนป่วยที่คุ้มคลั่งออกไปจากตัวอาทิตย์

“ญาติออกไปก่อนครับ”

ชวัลดึงพี่ชายออกไปจากห้อง ก่อนประตูจะปิดลง เขาเห็นลลนาแน่นิ่งหมดสติไป

 

            อาทิตย์กลับมาห้องพักตัวเอง เพื่อสงบสติอารมณ์ โดยมีชวัลอยู่เป็นเพื่อน น้องชายจ้องมองพี่ชายด้วยความรู้สึกสงสารอย่างจับใจ ผู้ชายดีๆและจริงใจอย่างอาทิตย์ควรจะได้รับความสุขจากรักแท้ ไม่ใช่ความรักที่ทรมานทุรนทุรายราวจะขาดใจอย่างที่เป็นอยู่

“พี่ซันทำอย่างที่หมอแนะนำเถอะครับ ให้พีชเข้ามาช่วยดูแลคุณลิลลี่ พี่ก็เห็นอยู่ว่าเธอแย่แค่ไหน”ชวัลเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าไม่มีหนทางใดจะสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ตอนนี้ได้ นอกจากทำอย่างที่แพทย์เจ้าของไข้เสนอ

“ไม่”อาทิตย์ปฏิเสธเสียงแข็ง

“แล้วพี่จะทำยังไงครับ ปล่อยให้เธอเป็นบ้าไปจริงๆ แล้วพี่จะได้กลายเป็นบ้าตามเธอนะเหรอ”ชวัลพูดอย่างคนมีอารมณ์ อาทิตย์เคยเป็นคนที่มีเหตุผล ยืดหยุ่นทุกอย่างได้ตามสถานการณ์ แต่ทำไมกับเรื่องนี้ เขาถึงยืนกรานปิดตายทางออกเพียงทางเดียวที่หลงเหลืออยู่

“ลิลลี่จะหายดี เธอจะกลับมาเป็นปกติ พี่จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเธอ ยกเว้นอย่างเดียว พชรจะไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้ลิลลี่อีก”น้ำเสียงของอาทิตย์แข็งกร้าว แววตาก็เช่นกัน ชวัลไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นพี่ชายตัวเองในอีกด้านหนึ่ง

 

            นิรินหอบดอกไม้พร้อมกับกระเช้าของบำรุงสุขภาพสำหรับเยี่ยมไข้อาทิตย์และลลนา เมื่อมาถึงหน้าห้องผู้ป่วยซึ่งอาทิตย์แอดมิดอยู่ ประตูห้องพักถูกผลักออก ร่างสูงทะมัดทะแมงของชวัลเก้าฉับๆออกมาจากห้องด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

“อ้าว นิ นี่คุณหอบอะไรมาเยอะแยะเนี่ย”ชวัลเข้าไปช่วยถือกระเช้าของบำรุงให้กับหญิงสาว

“ก็ของเยี่ยมของคุณซันกับคุณลิลลี่”

“ไม่ต้องเข้าไปในห้องหรอก ตอนนี้อยู่ในภาวะวิกฤติทางจิตวิญญาณกันทั้งนั้น งดเยี่ยม”ชวัลกระแทกน้ำเสียงอย่างประชดประชัน นิรินทำคิ้วย่นไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มสื่อสาร

“พูดอะไรของคุณ ตกลงว่างดเยี่ยมจริงหรือเปล่า”

“ไม่ต้องเยี่ยม มากับผมนี่”ชวัลดึงมือนิรินให้ตามเขาไป หญิงสาวทำหน้างุนงงแต่ก็ยอมเดินตามแต่โดยดี

“โอ้ย เบาๆหน่อยชาร์ลแขนนิจะหลุดอยู่แล้ว”นิรินโอดครวญ เมื่อถูกชวัลลากพาไปที่รถ

“ทิ้งของกับรถคุณไว้ที่นี่ แล้วไปกับผม”นิรินรีบสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมทันที ดวงตาคู่คมจ้องชวัลไม่กระพริบ

“นี่ มองผมอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ”

“นี่คุณชาร์ล จะมากไปละนะ ฉันเจอคุณที่โรงพยาบาลทีไร ตอนจบต้องถูกคุณลากพาขึ้นเตียงตลอด เห็นฉันเป็นอะไร ส้วมสาธารณะรึไง คิดอยากจะระบายถ่ายทุกข์ตอนไหนก็ได้”นิรินโพล่งออกมาอย่างหมดความอดทน หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นของเล่นของคนตรงหน้า ชวัลเอียงคอทำสีหน้าไม่เข้าใจ

“นี่คุณพุดเรื่องอะไรของคุณเนี่ย ผมแค่อยากให้คุณไปเป็นเพื่อนผมทำธุระนิดหน่อยเท่านั้นเอง”นิรินปรับสีหน้าแทบจะในทันที และรู้ตัวว่าตัวเองเข้าใจอะไรผิดไป

“นี่คุณคิดว่าผม….”ชวัลถอนหายใจแรงๆ รู้สึกโกรธที่หญิงสาวมีทัศนคติแบบนี้ต่อเขา ถ้าไม่ติดกับว่ามีเรื่องเร่งด่วนต้องจัดการ เขาจะลากเธอไปขึ้นเตียงแล้วสำเร็จโทษจริงๆตามที่คุณเธอมโนจินตนาการเอาไว้

“ไม่ต้องกลัวหรอกครับคุณหนูซุปตาร์ ต่อไปถ้าคุณไม่เต็มใจ ผมจะไม่แตะต้องคุณเลย”ชวัลพูดไปเพราะอารมณ์โกรธ อันที่จริงทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ นิรินหน้าเจื่อนไปในทันที ตอนนี้รู้สึกอยากร้องไห้เสียเต็มประดา

“วันนี้คุณมีงานอีเว้นคู่กับพีชใช่มั้ย ผมแค่อยากให้คุณพาไปเจอพีช เพราะผมมีธุระสำคัญจะคุยกับเค้าก็แค่นั้น”ชวัลยังคงเดินหน้าทำน้ำเสียงเคร่งเครียดคิ้วผูกโบต่อไป รู้สึกสะใจเล็กๆที่ได้เห็นสีหน้าเจื่อนๆของนิริน

“ทำไมคะ อยากไปเคลียร์เรื่องปณาลีรึไง ป่านนี้ยังตกลงกันไม่ได้อีกเหรอ”นิรินตวัดเสียงสูงประชดประชันบ้าง

“ใช่ จะไปเคลียร์เรื่องปิณ อยากแย่งเธอคืนมาจะแย่ แต่คิดว่าใช้วิธีเจรจาก่อนจะดีกว่า จะได้ไม่เกิดการนองเลือด”ชวัลแกล้งพูดโกหก อยากยั่วให้ยัยผู้หญิงช่างมโนแสดงความหึงหวงเขาเยอะๆ ร่างบางเชิดหน้าเปิดประตูรถเข้าไปนั่งด้านใน ชวัลส่ายหัวเบาๆให้กับความเอาแต่ใจและความคิดช่างจินตนาการของเธอ ก่อนจะเปิดประตูรถ แล้วขับออกไปด้วยความเร็ว

           

…………………………………………………………………………………………

            อีกหนึ่งชั่วโมงงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของเครื่องสำอางแบรนด์นอกจะเกิดขึ้น พชรมาถึงสถานที่จัดงานก่อนเวลาเพื่อเตรียมตัว โดยมีปณาลีตามมาดูแลเช่นเคย เออาร์สาวลอบมองนักร้องหนุ่มเป็นระยะ เธอรู้ดีว่าสองสามวันที่ผ่านมาพชรสั่งสมความเครียดไว้มากมายขนาดไหน เรื่องลลนาทำให้เขาวิตกกังวล แม้เวลาอยู่ต่อหน้าเธอเขาจะกลบเกลื่อนมันไว้ ไม่พยายามแสดงอะไรออกมาก็ตาม

“นี่รู้อะไรมั้ย ปิณทำตัวเหมือนเด็กม.ต้นที่แอบรักรุ่นพี่ม.ปลายสุดหล่อเลย”พชรใช้มือเท้าคาง จ้องมองปณาลีแล้วอมยิ้ม หญิงสาวเลิกคิ้วสูงมองตอบด้วยท่าทางไร้เดียงสา

“อะไรของพีช”

“ทุกห้านาที ปิณจะแอบมองผมด้วยหางตา จากนั้นก็ทำสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยสลับกับสีหน้าที่เป็นห่วงเป็นใย ปิณจะละสายตาจากผมไปสักแป๊บ แล้วก็กลับมาทำเหมือนเดิม ซ้ำๆกันอีก ทุกๆห้านาที ตลอดเวลาสามวันที่ผ่านมา ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นบุคลิกของเด็กม.ต้นที่กำลังตกหลุมรักรุ่นพี่ชัดๆ”พชรฉีกยิ้มกว้าง เขาคิดว่าสิ่งที่เธอทำช่างเป็นสิ่งที่น่ารัก เพราะมันบ่งบอกว่าเธอเป็นห่วงเป็นใยและใส่ใจเขา พชรรู้ดีว่าปณาลีมองออกถึงสิ่งที่เขาพยายามเก็บซ่อนไว้ และเธอเองก็คงจะวิตกกังวลไม่แพ้กัน

“ลอบมองทุกห้านาที ไม่ใช่เด็กม.ต้นแล้ว นั่นมันโรคจิตชัดๆ”ปณาลีรู้สึกอายนิดหน่อยที่ถูกจับได้ แต่ยังคงไม่ยอมรับ พชรกลั้นหัวเราะเบาๆ

“งั้นผมก็มีแฟนเป็นพวกโรคจิตนะสิ ยี้…พวกถ้ำมอง”พชรทำจมูกย่น ส่วนปณาลีทำกิริยาที่เธอถนัด นั่นคือเบิกตาโตทำแก้มป่อง

“นี่ ขอทีเถอะปิณเลิกทำหน้าอย่างนี้สักที”พชรทำเสียงไม่พอใจ

“ทำไมเหรอ”ดวงตากลมโตหรี่ลงทันที ปณาลีจับแก้มตัวเอง

พชรโน้มตัวเข้าไปใกล้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พร้อมกระซิบบอกเสียงเบา

“เพราะว่ามันน่ารักสุดๆไปเลยนะสิ แล้ววันนี้ไอ้ฟีลอสก็มาด้วย ถ้ามันเห็นหน้าตาน่ารักแบบนี้ คงป่วนผมอีกนั่นแหละ”ปณาลีหัวเราะพรืด พชรเอนตัวไปพิงพนักเก้าอี้ ทำหน้าตาหมั่นไส้แฟนสาว เสียงใสร่าเริงกล่าวทักทายทุกคนดังขึ้น ฟีลอสเข้ามาภายในห้องแต่งตัวด้วยท่าทางที่ร่าเริง

“ตายยากชะมัด”พชรพูดเสียงลอดไรฟัน สายตาหนุ่มน้อยล็อกเป้าหมาย ฟีลอสพุ่งตรงมายังโต๊ะตัวยาวที่ปณาลีนั่งอยู่

“หวัดดีครับปิณ ไม่เจอกันหลายวัน ผมคิดถึงจังเลย”เป็นคำทักทายที่ตรงไปตรงมาไม่มีอ้อมค้อม ปณาลีกลอกตาไปมา คิดคำทักทายตอบโต้ไม่ออก

“ฉันนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ แกไม่เห็นรึไง”พชรทำเสียงเข้ม

“สวัสดีครับพี่พีช เจอกันบ่อยไปมั้ย เว้นช่วงห่างๆให้คิดถึงกันบ้างก็ดีนะครับ”ฟีลอสหันไปยิ้มยียวนให้นักร้องรุ่นพี่ พชรกอดอกมองอย่างเอาเรื่อง แต่หน้าตาอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ฟีลอสสะทกสะท้าน มิหนำซ้ายังลากเก้าอี้มานั่งข้างๆพชรตรงข้ามกับปณาลี

“ปิณสบายดีนะครับ”ฟีลอสทำตาเป็นประกาย ปณาลีพยักหน้าตอบน้อยๆ

“อื้อ จริงสิ วันก่อนเสื้อนอกนั่นของนายใช่มั้ย ฉันซักให้แล้วแต่ลืมเอามา ไว้คราวหลังแล้วกันนะ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมยกให้ปิณ ใส่บ่อยๆนะ จะได้รู้สึกเหมือนมีผมอยู่ใกล้ๆ”พชรตระหนักแน่แล้วว่านักร้องรุ่นน้องคงไม่กลัวตาย เพราะขนาดเขาส่งสายตาอำมหิตในระยะประชิดขนาดนี้ มันยังทำสายตากรุ้มกริ่มหยอดแฟนของเขาได้ตลอดเวลา

“พี่ๆครับ ฟีลอสมาแล้ว ไม่เอามันไปแต่งหน้าเปลี่ยนชุดเหรอครับ”พชรตะโกนถามทีมงาน ช่างผมช่างหน้า คอสตูมรีบปรี่เข้ามารุมฟีลอส

“ไปคะน้องฟีลอส แต่งหล่อกัน”ช่างแต่งหน้ากับคอสตูมหิ้วแขนชายหนุ่มคนละข้าง ฉุดร่างสูงให้ลุกจากที่นั่ง ฟีลอสทำหน้ามุ่ยแต่ก็ต้องยอมตามไปแต่โดยดี

“เห็นไหมละ ผมพูดผิดซะที่ไหน ไอ้ฟีลอสมันคอยป่วนผม แล้วไม่ยอมเลิกยุ่งกับปิณง่ายๆ ยิ่งช่วงนี้ทำงานด้วยกันตลอด ไม่รู้เป็นบ้าอะไรพวกอีเจนซี่ชอบจ้างผมแพคคู่กับมันอยู่เรื่อย”

“นี่พีช คุณไม่รู้จริงๆเหรอว่าทำไม ที่จริงปิณต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายหึงพึชกับฟีลอส”ปณาลีพุดจาแปลกๆ พชรไม่เข้าใจที่เธอพูด

“หึงผมกับไอ้เด็กนั่น จะบ้ารึไง”

“คุณไม่รู้เหรอ ว่าสาววายทั้งหลาย เค้าจิ้นคุณกับฟีลอสขนาดไหน นี่มีแฟนคลับ P&P (PEACH&PHELOS)ด้วยนะ สร้างแฟนเพจเป็นเรื่องเป็นราวเลยด้วย ไอ้คู่จิ้นคนเก่าของคุณอย่างคุณนิรินนะ ตกกระแสไปแล้ว”

“อย่าพูดอะไรที่ทำให้ผมขนลุกได้มั้ย”พชรทำหน้าเหยเก ปณาลีพยักเพยิดให้ชายหนุ่มหันไปมองด้านหลัง นางเอกสาวคู่จิ้นคนเก่าเดินเฉิดฉายเข้ามาพร้อมกับชวัล

“คู่จิ้นใหม่ไปเก่ามาเลยนะ”ปณาลีแกล้งหยอก

“ไอ้ข้างๆคู่จิ้นคนเก่าของผมมันก็กิ๊กเก่าคุณนั่นแหละ”พชรเย้ากลับ ปณาลีหุบยิ้มแทบจะทันที

“อยู่นั่นไง ศัตรูหัวใจของคุณ นางในฝันก็นั่งอยู่ด้วย อยากจะเคลียร์อะไร เอาไว้ให้จบงานก่อนละกัน เดี๋ยวจะทำงานเค้าเสียซะเปล่าๆ ”นิรินพูดจบก็เชิดหน้าสะบัดก้นงอนๆ ไปหาช่างแต่งหน้า ชวัลเดินเข้าไปหาพชรพร้อมกล่าวทักทาย

“สวัสดีครับพีช สวัสดีครับปิณ”

“สวัสดีครับ”/”สวัสดีคะ”

“ตามมาดูแลคุณนิรินเหรอครับ”พชรถามชวัล

“เปล่าครับ จริงๆแล้วผมมาหาคุณ หลังจบงาน ผมขอคุยกับคุณสักครู่จะได้มั้ย”พชรกับปณาลีหันไปสบตากันอย่างสื่อความหมาย เรื่องที่ชวัลขอคุยคงหนีไม่พ้นเรื่องของเขลลนา

            หลังจบงานพชรกับชวัลปลีกตัวมายังร้านกาแฟเล็กๆ หลังจากใช้เวลาสองสามนาทีอันเงียบกริบ ชวัลก็เป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา

“ผมรู้เรื่องทุกอย่างระหว่างคุณกับคุณลิลลี่แล้ว”ชวัลเริ่มต้นอย่างไม่อ้อมค้อม สีหน้าพชรเรียบเฉย บ่งบอกว่าเขาเองไม่ได้วิตกกังวลหรือตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

“แล้วยังไงครับ คุณชาร์ลจะมาเตือนสติผมหรือใช้วิธีไหนเพื่อบีบคั้นไม่ให้ผมเข้าใกล้คุณลิลลี่ เหมือนที่พี่ชายคุณทำนะเหรอ”พชรมองแก้วกาแฟบนโต๊ะ พลางนึกถึงคำพุดของอาทิตย์

“พี่ชายผมทำอย่างนั้น เค้าคงจะมีเหตุผลพอในระดับหนึ่ง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมจะเห็นด้วย”พชรเลื่อนสายตาขึ้นไปจับจ้องใบหน้าชวัล สิ่งที่ชายหนุ่มพูดสื่อสารได้ว่าเขาไม่เห็นด้วยกับความคิดและวิธีการของพี่ชาย

“คุณไม่เห็นด้วย แล้วคุณจะทำยังไงครับ พูดกับคุณอาทิตย์ให้เค้าเข้าใจสถานการณ์นะเหรอ”

“ผมลองแล้ว แต่มันล้มเหลว ผมไม่เคยเห็นพี่อาทิตย์เป็นแบบนี้มาก่อน เขามักจะมีเหตุผล อ่อนโยน แล้วก็เข้าใจอะไรง่ายๆ แต่พอเกิดเรื่องนี้ขึ้น พี่ชายผมกลายเป็นคนละคน ผมเองก็ยังแปลกใจ”ชวัลมีสีหน้าครุ่นคิด

“ผู้หญิงคนนั้นเปลี่ยนแปลงทุกคนเสมอแหละ”พชรเสมองไปทางอื่น เพื่อหลบซ่อนแววตา ผู้หญิงคนนั้นที่เขากล่าวถึง ก็คือลลนานั่นแหละ

“พีช ผมยอมรับว่าผมเป็นคนนอกสำหรับเรื่องนี้ ผมไม่รู้ที่มาที่ไปเรื่องความสัมพันธ์ของคุณกับคุณลิลลี่หรอก แต่คิดว่ามันคงไม่ใช่สิ่งที่ใครจะเข้าใจกันได้ง่ายๆ แต่พี่ชายผม พี่ซัน เค้าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เต็มๆ เค้ารักคุณลิลลี่มาก มากเท่าชีวิตของเขา พี่ซันเชื่อมาตลอดว่าคนที่จะปกป้องดูแลเธอได้ดีที่สุดก็คือเค้า เพราะฉะนั้นถึงได้ทำอย่างที่เห็น แต่ตอนนี้ผมไม่คิดว่าสิ่งที่พีซันมอบให้ จะเป็นสิ่งที่คุณลิลลี่ต้องการ ”ชวัลคิดว่าพชรเองคงจะรู้เรื่องนี้ดี ระหว่างอาทิตย์กับพชรมีบางอย่างที่สื่อถึงกัน บางครั้งเขาคิดว่าอาทิตย์รู้จักพชรดีพอๆกับที่พชรเองก็รู้จักอาทิตย์ดี อาจเป็นเพราะว่าคนทั้งสองรักผู้หญิงคนเดียวกัน

“ผมอยากให้คุณไปพบคุณลิลลี่ ตอนนี้เธอแย่มาก ด้านร่างกายไม่เท่าไหร่แต่ด้านจิตใจ นี่สิ เธอไม่ยอมขยับเขยื้อน ไม่ยอมพูดจา ไม่กิน อาจจะไม่นอนด้วยซ้ำมั้งถ้าไม่ได้รับยาเข้าไป แม้กระทั่งหมอยังแนะนำให้พาคนที่สำคัญต่อเธอไปช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจ ซึ่งมันก็คือคุณ”สิ่งที่ชวัลบอกมันทำให้พชรหายใจติดขัด เขาอยากรู้มาตลอดว่าลลนาเป็นอย่างไรบ้าง และก็เป็นอย่างที่คิด เธอกำลังลำบากและต่อสู้เพียงลำพัง

“ผมไม่มีสิทธ์ทำอย่างนั้นอีกแล้วชาร์ล”

“เพราะคุณกลัวพี่ซัน กลัวว่าเขาจะเอาทุกอย่างไปจากคุณนะเหรอ”

“ผมไม่มีอะไรให้พี่ชายคุณพรากไปหรอกชาร์ล ผมไม่สนใจหรอกว่าพี่ชายคุณจะทำให้ผมกลับไปอยู่ในจุดใหน ผมผ่านช่วงเวลาที่โหดร้ายและตกต่ำที่สุดมาแล้ว มันทำให้ผมไม่ยึดติดกับอะไรอีก และผมไม่กลัวสักนิดถ้าผมจะไม่เหลืออะไร”พชรบอกอย่างแน่วแน่และชวัลก็เชื่อตามนั้น เพราะแววตาของคนตรงหน้าสื่อความหมายชัดเจน

“แล้วคุณกลัวอะไรพีช”ชวัลถามเสียงเบา “หัวใจคุณนะเหรอ”

ชวัลปล่อยลูกธนูอาบยาพิษพุ่งเข้าสู่หัวใจของพชรอย่างตรงจุด ไม่มีเสียงตอบหรือคำปฏิเสธจากพชร เงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่พชรจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น ด้วยน้ำเสียงเหมือนคนอ่อนล้า

“ทำไมคุณถึงอยากให้ผมเจอคุณลิลลี่อีก คุณน่าจะเข้าข้างพี่ชายคุณสิ การที่คุณทำอย่างนี้ มันอาจส่งผลไม่ดีต่อพี่ชายคุณก็ได้”

“ผมทำอย่างนี้ก็เพราะอยากช่วยพี่ซันนั่นแหละ เขากำลังจะกลายเป็นบ้าเพราะคุณลิลลี่ เขาทุกข์ทรมานไม่มีความสุข ผมรู้ว่าพี่ซันต้องต่อสู้กับตัวเองขนาดใหน เขารู้ว่ามีแต่คุณเท่านั้นที่จะทำให้คุณลิลลี่กลับมาเป็นปกติ แต่เขาไม่สามารถให้คุณอยู่ใกล้เธอได้ เพราะเขากลัวว่าจะเสียคุณลิลลี่ให้กับคุณตลอดไป”

“แล้วคุณไม่กลัวเหมือนที่พี่ชายคุณกลัวเหรอ”

“ผมกลัวครับผมกลัวแทนพี่ชายของผม แต่ถ้าคุณจะเอาคุณลิลลี่คืนไปก็คงต้องแลกกับสิ่งที่มีค่าเสมอกัน บางทีในตอนนี้ สิ่งนั้นอาจจะสำคัญมากกว่าทุกอย่างด้วยซ้ำ”

 

            ปณาลีนั่งหลบมุมอยู่ในร้านหนังสือใกล้ๆกับร้านกาแฟที่พชรกับชวัลหายเข้าไปเกือบครึ่งชั่วโมง หญิงสาวเลือกมุมหนังสือนิทานสำหรับเด็ก หยิบหนังสือนิทานประกอบภาพวาดขึ้นมาเปิดดูเพื่อฆ่าเวลา

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrr เสียงโทรศัพท์ปณาลีดังขึ้น หน้าจอมือถือโชว์เบอร์ฟีลอส ปณาลีลังเลเล็กน้อยแต่ก็กดรับสาย

“ฮัลโหล”

“ฮัลโหลปิณ ผมเห็นคุณเดินเข้ามาในร้านหนังสือ แต่ไม่รู้ว่าคุณไปหลบอยู่มุมไหน ใช่มุมหนังสือนิยายหรือเปล่า ผมเห็นผู้หญิงชอบใช้เวลาไปชั่วโมงอยู่ตรงมุมนั้น”

“นี่นายตามฉันมาเหรอ กลับบ้านไปเลยฟีลอส”ปณาลีออกปากไล่ เกิดเสียงจึ้บจั๊บดังมาตามสาย

“ไม่ทันแระ เพราะผมเจอคุณแล้ว”ฟีลอสยืนยิ้มอยู่เหนือชั้นหนังสือด้านตรงข้ามกับปณาลี ชายหนุ่มเดินอ้อมมา แล้วก็หย่อนตัวนั่งลงข้างๆปณาลี

“มุมหนังสือเด็กเหรอ อ่านนิทานซะด้วย แล้วก็ชอบบอกว่าผมนะเป็นเด็ก”ฟีลอสเอียงตัวไปดูหน้าหนังสือที่ปณาลีเปิดค้างไว้ ก่อนจะดึงหนังสือนิทานปกหนาไปเปิดอ่าน

“มีเทพนิยายมากมายที่จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง เจ้าชายเจ้าหญิงครองรักกันอย่างสงบสุข แต่คุณก็เลือกเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน นี่มันโศกนาฏกรรมความรักชัดๆ ต้องจัดเรทหนังสือนะเนี่ย ไม่เหมาะกับเด็กๆผู้มีความเชื่ออันบริสุทธิ์หรอก”

“ทำไม แค่เพราะตอนจบเธอไม่ได้ครองรักกับเจ้าชาย แล้วสุดท้ายกลายเป็นฟองอากาศนะเหรอ”ปณาลีดึงหนังสือนิทานเรื่องเงือกน้อยกลับมา แล้วเก็บเข้าชั้นตามเดิม

“ความรักมันควรจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งนะ”ฟีลอสพิงหลังไปกับชั้นหนังสือ พูดลอยๆขึ้นมา

“นั่นสินะความรักแบบในเทพนิยาย มันจะมีจริงหรือเปล่านะ”

“คุณชวัลคุยอะไรกับพี่พีชอยู่เหรอ”ฟีลอสถามขึ้น ปณาลีหันไปมองหน้าฟีลอส

“อ้อ ที่ลงทุนตามมานี่ เพราะอยากรู้เรื่องนี้เองนะเหรอ”

“เปล่านะ ผมแค่ถามเฉยๆ เพราะบางทีผมคิดว่าสองคนนั้นกำลังคุยกันเรื่องคุณลิลลี่”ปณาลีแปลกใจเล็กนอยที่ฟีลอสเดาถูก ฟีลอสเก่งนักเรื่องดูคนออก ทั้งที่อายุยังน้อย

“คุณอาทิตย์กับคุณชวัลรู้เรื่องความสัมพันธ์ของพีชกับคุณลิลลี่แล้ว”ปณาลีไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงบอกเรื่องนี้กับฟีลอส อาจเป็นเพราะเขาเองเป็นคนแรกๆที่ล่วงรู้ความลับในเรื่องนี้ หรืออาจเป็นเพราะปณาลีรู้สึกดีขึ้นเมื่อมีเขาคอยรับฟังปัญหาก็เป็นได้

“เรื่องนั้นมันสร้างปัญหาให้พี่พีชหรือเปล่า คุณอาทิตย์จะทำอะไรพี่พีชมั้ย”

“นี่อย่าบอกนะว่านายเป็นห่วงพีช”ปณาลียิ้มเล็กน้อย ฟีลอสทำท่ายักไหล่ไม่แคร์ แต่เธอรู้ดีว่าลึกๆแล้วเขาไม่ได้เกลียดพชร

“เปล่า ผมเป็นห่วงคุณมากกว่า”

“เป็นห่วงฉันทำไม”

“ผมรู้มาว่าคุณลิลลี่ป่วยมาก เธอสูญเสียความทรงจำ ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุด และผมจะไม่แปลกใจเลย ถ้าพี่พีชจะกลับไปหาเธอ”เอาอีกแล้ว ฟีลอสสามารถเข้าใจอะไรได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว เขาพูดเหมือนสิ่งนั้นเป็นเรื่องปกติ

“ฉันเชื่อใจเค้า”

“นั่นไม่พอหรอก บอกผมทีสิ ว่าคุณจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้พี่พีชเข้าใกล้คุณลิลลี่อีก ผูกแขนผูกขาเค้าไว้ก็ได้ และถ้าหากผู้หญิงคนนั้นใช้ความอ่อนแอเพื่อดึงเขากลับไปอีก คุณต้องหนักแน่นแล้วก็ทำตัวเป็นผู้หญิงใจร้ายเข้าไว้ ไม่ต้องสงสารคนอื่นปณาลี สงสารตัวเองก็พอ”ปณาลีก้มหน้ามองมือตัวเอง ฟีลอสมองเธอออกทะลุปรุโปร่ง ใช่ว่าเธอจะไม่ตระหนักในเรื่องนี้ เพียงแต่ไม่มีทางออกให้กับปัญหาก็เท่านั้น

“ทำหน้าอย่างนี้ ผมพอจะเห็นอนาคตอยู่รำไรแล้ว ให้ตายเถอะปิณผมจะทำยังไงกับคุณดี”ฟีลอสเริ่มเสียงดัง เขาไม่สบอารมณ์เอามากๆ และเริ่มเกลียดตัวเองที่รู้จักเธอดีเกินไป

“มันไม่เกี่ยวกับนาย ฉันจะจัดการยังไงกับเรื่องนี้มันก็เรื่องของฉัน”

ฟีลอสถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วยืนขึ้นเต็มความสูง ชายหนุ่มก้มลงมองคนที่นั่งอยู่บนพื้น ด้วยสีหน้าแววตาท่าทางที่แปลกออกไป

“ใช่ มันไม่เกี่ยวกับผม ผมมันแค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่หลงรักผู้หญิงโง่ๆคนนึงก็เท่านั้น ผมกำลังทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย”ฟีลอสตะโกนเสียงดังด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ เขาไม่สนใจว่านี่คือร้านหนังสือ สถานที่ที่ต้องการความสงบ เด็กตัวเล็กที่นั่งอ่านหนังสือนิทานอยู่ใกล้ๆพากันสะดุ้งโหยง ผู้ปกครองบางคนมองมาที่คนทั้งสองด้วยสายตาที่กล่าวโทษ

“ในเทพนิยายของตัวเอง คุณเลือกจะเป็นอะไรก็ได้ ราพันเชล ซินเดอเรล่า เจ้าหญิงนิทราหรือแม้แต่คนแคระ แต่ก็นั่นแหละคุณเลือกที่จะเป็นฟองอากาศ”ฟีลอสทิ้งท้ายบทสนทนาไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินออกไปจากร้านหนังสือ ปณาลีจิกเล็บลงบนเนื้อตัวเอง ควบคุมความรู้สึกต่างๆไม่ให้ล้นทะลักออกมาทางดวงตา

 

            พชรกับชวัลเดินออกมาจากร้านกาแฟ ปณาลียืนรออยู่หน้าร้าน ชายหนุ่มทั้งสองเดินเข้าไปหาเธอ

“ขอโทษนะครับปิณ ที่ยึดตัวพีชไว้ รอนานมั้ย”ชวัลพูดกับปณาลี หญิงสาวคลี่ยิ้มส่ายหน้าเบาๆ

“เปล่าคะ เมื่อกี้แว่บไปดูหนังสือมา ไม่ได้รอนานเลย”

“นั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ป่านนี้นิรินคงบ่นเป็นหมีกินผึ้งแล้ว”ชวัลบอกลา ก่อนจะจากไปเขาส่งสายตาสื่อความหมายบางอย่างให้กับพชร

“นั้นเราก็ไปบ้างดีกว่า”พชรดึงมือปณาลีให้เดินตามเขาไป หยิงสาวจ้องมองเขาชั่งใจว่าจะรอให้เขาบอกว่าชวัลพูดเรื่องอะไรหรือว่าเอ่ยปากถามด้วยตัวเอง

“อยากรู้หรือเปล่าว่าชาร์ลพูดอะไรกับผม”พชรหยุดเดินแล้วหันไปหาปณาลี

“นี่ความคิดฉันมันดังขนาดคุณได้ยินเลยเหรอ”พชรยิ้มมุมปาก ก่อนจะใช้มือลูบผมหญิงสาว มองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความหนักใจ

“ชาร์ลขอร้องให้ผมไปพบลิลลี่ เขาคิดว่ามีแต่ผมเท่านั้นที่จะช่วยให้ลิลลี่ดีขึ้น”ปณาลีทำหน้าเหลือเชื่อ เธอคิดว่าตัวเองคงหูฝาด

“ทำไมเขาถึงบอกอย่างนั้นละ เขาไม่รู้หรือไงว่าคุณอาทิตย์ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้”

“เค้ารู้ เพราะอย่างนั้นเรื่องที่เขามาพบกับผมจึงเป็นความลับ ให้คุณอาทิตย์รู้ไม่ได้ ชาร์ลวางแผนให้ผมไปเจอลิลลี่พรุ่งนี้ ทำทุกอย่างภายใต้จมูกของคุณอาทิตย์ เขาก็บ้าดีเหมือนกัน”ปณาลีนิ่งเงียบไปอย่างคนใช้ความคิด

“จะไม่ถามหน่อยเหรอว่าผมจะไปพบลิลลี่หรือเปล่า”พชรก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อมองหน้าคนตัวเล็ก ปณาลีเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

“ผมไม่ไปเจอเธอหรอก”พชรบอกกับปณาลีเหมือนที่เขาบอกกับชวัลแม้ว่าชวัลจะขอร้องให้เขานำเรื่องนี้กลับไปคิดอีกครั้ง แต่พชรยังคงยืนยันคำเดิม

“ทำไมละคะ”

“มันไม่ช่วยอะไรหรอก”พชรบอกแค่นั้น แต่ปณาลีรู้ดีว่ามีอะไรมากกว่านั้น

“ถ้าเป็นเพราะฉันละก็….”

“มันต้องเป็นเพราะปิณนะสิ ผมจะทำทุกอย่างเพื่อผู้หญิงคนเดียวเท่านั้น และมันก็คือปิณ” ปณาลีอึ้งไปกับสิ่งที่ได้ยิน เธอไม่ได้คาดหวังให้พชรทำอะไรแบบนี้ แค่ความรู้สึกมากมายที่เขาแบกรับอยู่มันก็มากเกินพอแล้ว เธออยากแบ่งเบาเขา ไม่ได้อยากให้เขาทำอะไรเพื่อเธอ

“ฉันไม่เป็นไรหรอก ทำในสิ่งที่ควรทำเถอะ ไปพบเธอ ถ้ามันจะเป็นการช่วยเธอ”

“หยุดพูดแบบนี้นะ ปิณสัญญาแล้วว่าจะไม่ปล่อยผมไปให้ผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น”

“แล้วใครบอกว่าฉันจะปล่อยละ ฉันไม่ปล่อยคุณอยู่แล้ว”

“นั้นก็อย่าบอกให้ผมไปสิ”พชรพูดด้วยอารมณ์กราดเกรี้ยว ร่างสูงหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งปณาลีไว้กับเขาวงกตที่ไม่สามารถหาทางออกได้

………………………………………………………………………………………

            ชวัลเปิดประตูห้องเข้าไปก็พบกับภาพที่ชินตา ลลนานอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงใบหน้าซีดเซียวซูบผอม อาหารมื้อเที่ยงวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง สภาพเหมือนเดิมบ่งบอกว่าเธอไม่ยอมแตะต้องอาหาร ตอนนี้แพทย์ต้องคาสายน้ำเกลือไว้เพื่อให้สารน้ำกับคนป่วย

“คุณพยาบาลครับ ขอผมคุยกับคุณลิลลี่ตามลำพังได้มั้ย”ชวัลหันไปบอกพยาบาลพิเศษคนใหม่ หญิงสาวพยักหน้าตอบรับก่อนจะเดินออกไปขากห้อง ชวัลลากเก้าอี้นั่งลงข้างเตียง ลลนาพลิกกายนอนหันหลังให้เขา

“คุณจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปใช่มั้ย ไม่กิน ไม่พูด ไม่นอน ไม่อยากมีชีวิตอยู่”ชวัลไม่รู้ว่าลลนารับฟังอยู่หรือเปล่า แต่เขาก็หยุดตัวเองให้พูดไม่ได้

“มีอะไรในโลกนี้ที่จะทำให้คุณกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้บ้าง”

“พี่ชายผม คนที่รักคุณที่สุดในโลก กำลังทุกข์ทรมานกับสิ่งที่คุณเป็นอยู่ เขาทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อให้คุณดีขึ้นและกลับมาเป็นปกติ แต่นั่นคงไม่พอสำหรับคุณ”คนที่หันหลังอยู่หลับตาลง เอามือบีบหัวใจที่เต้นเร่าอย่างเจ็บปวดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพราก

“คุณอาจไม่ได้รักพี่ซัน แต่ผู้ชายคนนั้นเป็นพี่ชายของผม ผมรักเค้าและไม่อยากเห็นเค้าเจ็บปวด เพราะอย่างนั้นสิ่งที่ผมทำครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อคุณแต่เพื่อพี่ชายของผม”

“ผมจะพาคนที่คุณอยากเจอมากที่สุด มายืนตรงหน้าคุณ แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะยืนเหยียบย่ำอยู่บนหัวใจพี่ชายของผมก็ตาม”ลลนาเบิกตากว้าง เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่เธอมีปฏิกิริยากับสิ่งที่คนอื่นพูด ถ้าเธอเข้าใจไม่ผิด ชวัลจะพาพชรมาเจอเธอ

“สี่โมงเย็น ผมจะพาคุณลงไปที่สวนหย่อม คุณจะเจอกับพชรที่นั่น”ชวัลพูดจบลุกขึ้นยืนกำลังจะก้าวออกจากห้อง คนที่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดคุยมาตลอด เอ่ยประโยคแรกในรอบหลายวันที่ผ่านมา

“เค้าจะมะมา จะจริงๆใช่มั้ย”ชวัลไม่ตอบคำถามนั้น เพราะเขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน จนกว่าจะถึงเวลา

            พชรขับรถเปิดประทุนไปเรื่อยๆโดยไม่มีจุดมุ่งหมาย สายลมพัดปะทะใบหน้าจนรู้สึกได้ถึงความเย็นชื้น ชายหนุ่มแหงนหน้ามองท้องฟ้า เมฆก้อนสีดำกำลังตั้งเค้าพายุฝน นาฬิกาข้อมือที่สวมใส่ไว้บอกเวลาสี่โมงเย็น เป็นเวลาที่ชวัลนัดหมายให้เขาไปเจอกับลลนาที่โรงพยาบาล พชรตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้ง มีเหตุผลมากมายที่เตือนให้เขาไม่ไปพบลลนา เจ็ดปีที่ผ่านมาผู้หญิงคนนั้นสามารถอยู่ได้โดยไม่มีเขา และต่อจากนี้ก็เช่นกัน

            ชวัลพาลลนามายังสวนหย่อมของโรงพยาบาล เพียงแค่รู้ว่าจะได้เจอกับพชร คนป่วยก็ยอมทานข้าวทานยา และขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว สีหน้าซูบซีดดูมีสีขึ้นมาบ้าง เหมือนกับว่าเธอกลับมามีชีวิตความรู้สึกอีกครั้ง  ลลนานั่งบนเก้าอี้ตัวยาวใต้ต้นตะแบก มุมโปรดเพื่อรอพชร ชวัลวางแผนให้นิรินไปเยี่ยมอาทิตย์  ขอร้องให้นิรินทำวิธีใหนก็ได้เพื่อดึงตัวเขาไว้ในห้องพักได้นานที่สุด ดาราสาวไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมถึงต้องทำอย่างนั้นแต่ก็ตกลงรับปากทำตามที่ชวัลขอร้อง วันนี้สวนหย่อมดูเงียบและร้างผู้คน เพราะบรรยากาศอึมครึมไม่แจ่มใส เมฆฝนก้อนมหึมาปกคลุมท้องฟ้า เป็นสัญญาณว่าพายุฝนกำลังจะเกิดในไม่ช้า

“หรือว่าเค้าจะไม่มาจริงๆ”ชวัลที่เดินวนไปมาอย่างร้อนรน จ้องมองนาฬิกาข้อมือ มันบอกเวลาสี่โมงครึ่ง ซึ่งเลยเวลานัดหมายมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว

“พะพีชจะมาจะจริงๆชะใช่มั้ย”ลลนาเอ่ยถามชวัล เธอชะเง้อคอรอคอยการปรากฏตัวของเขา จนถึงตอนนี้เวลาผ่านไปสักพักแล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา

ช่วงเวลาแห่งการรอคอยช่างยาวนานและทรมานเหลือเกิน ลลนาถูมือตัวเองเบาๆทอดสายตาออกไปไกลแสนไกลอย่างคนเหม่อลอย ความหวังว่าจะได้เจอกับพชรริบหรี่ลงทุกขณะ เวลาผ่านไปร่วมชั่วโมงก็ไร้ซึ่งวี่แววของเขา ลลนาไม่รู้เลยว่าทำไมพชรถึงไม่ยอมมาพบ เขาหวาดกลัวอาทิตย์หรือหวาดกลัวการพบเจอเธอกันแน่ ทั้งๆที่เธอออยากเจอเขา ใช้เวลาทั้งหมดของชีวิตที่ว่างเปล่าเพื่อรอจะได้พบเจอเขา การคิดถึงเขามันทำให้เธอไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนอยู่คนเดียวบนโลก เธอไม่อาจรู้ได้ว่าก่อนที่จะสูญเสียความทรงจำระหว่างเธอกับพชรมีความสัมพันธ์ต่อกันในรูปแบบใหน แต่ภาพต่างๆที่ผุดขึ้นมาในหัวของเธอคืนแล้วคืนเล่า พอจะยืนยันและตอกย้ำได้ว่าผู้ชายคนนั้นมีความสำคัญกับเธอมากขนาดไหน ก่อนหน้านี้เธอเข้าใจมาตลอดว่าที่พชรมาเจอเธอไม่ได้เป็นเพราะอาทิตย์ มันทำให้เธอมีชีวิตไม่ต่างจากร่างไร้วิญญาณ แต่ถึงอย่างนั้นการคิดถึงเขาโดยที่ไม่ได้เจอยังเจ็บปวดน้อยกว่าที่รู้ว่าเขาสามารถมาเจอเธอได้แต่ไม่ยอมมา หรืออาจเป็นเพราะว่า เขาไม่ต้องการเธออีกแล้ว  เมื่อความรู้สึกอย่างนั้นเกิดขึ้น ลลนารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างค่อยๆขยายตัวอยู่ในร่างกายและกำลังจะประทุออกมา อากัปกิริยาที่ถูมือตัวเองเบาๆเริ่มเปลี่ยนเป็นจิกเล็บลงบนเนื้อถูแรงๆ สายตาที่ทอดเหม่อลอยเริ่มระส่ำระส่าย ร่างบางสั่นเทิ้มอย่างไม่มีที่มาที่ไป ชวัลเงยหน้ามองท้องฟ้า ลมเริ่มพัดแรงขึ้น ฝนกำลังจะตก ถึงตอนนี้ชวัลต้องยอมรับว่าเขาคิดผิดไป พชรไม่มาแล้วจริงๆ

“คุณลิลลี่ ผมขอโทษที่ทำให้คุณผิดหวัง แต่ผมคิดว่าเขาคงไม่มาแล้ว”ชวัลบอกกับลลนา เขาเพิ่งสังเกตว่าหญิงสาวมีท่าทีที่เปลี่ยนไปดูไม่เป็นปกติ ชายหนุ่มรีบเข้าไปประคองหญิงสาว

“เข้าข้างในกันเถอะครับ ฝนจะตกแล้ว”ชวัลประคองร่างสั่นเทาให้ลุกขึ้น ก่อนจะพาตัวลลนาเดินเข้าไปด้านใน

            นิรินเริ่มหมดเรื่องชวนคุย ตอนนี้เวลาห้าโมงครึ่ง เธออยู่ในห้องชวนอาทิตย์พูดคุยมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว ชวัลบอกว่าเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเขาจะโทรเข้ามือถือของเธอ แต่จนถึงตอนนี้สมาร์ทโฟนยังเงียบฉี่ ชวัลกำลังทำอะไรอยู่กันแน่

“ชาร์ลหายไปไหนของมัน”อาทิตย์เอ่ยถามลลนาด้วยเสียงราบเรียบ

“นั่นนะสิคะ หายไปไหนก็ไม่รู้ สงสัยมีธุระสำคัญ”นิรินเฉไฉ อาทิตย์ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบ แล้วลุกขึ้นจากเตียง แหวกม่านหน้าต่างออกจ้องมองไปด้านนอก

“ฝนกำลังจะตกครับ”

“เหรอคะ”

“ไอ้ชาร์ลคงไม่โง่ขนาดให้เธอนั่งรอเขาท่ามกลางสายฝนหรอกนะ”นิรินหันขวับไปจ้องมองอาทิตย์ ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบางๆ จ้องมองนิรินตอบ ดาราสาวหน้าซีดเผือด

“ชาร์ลบอกให้คุณถ่วงเวลาผมไว้ในห้องนี้นานเท่าไหร่กัน สักสองชั่วโมงได้มั้ย เพราะตอนนี้ดูคุณเริ่มจะเป็นกังวล”

“เอ่อ…คุณซันคะ ฉัน”นิรินพูดออกมาได้อย่างยากลำบาก ที่แท้อาทิตย์ก็รู้มาตลอดว่าชวัลมีแผนการบางอย่าง

“ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ เราจะนั่งรออยู่ในห้องนี้ เดี๋ยวชาร์ลก็คงจะมารับคุณ”

“ฉันไม่รู้หรอกนะคะ ว่าคุณซันกับชาร์ลพูดหรือทำอะไรกันอยู่ แต่ฉันขอโทษด้วยที่เข้ามายุ่งวุ่นวาย”นิรินพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด

“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกครับ”

            ปณาลีเดินเข้ามาภายในโรงพยาบาล เธอรู้ดีว่าพชรไม่ได้มาพบลลนา สิ่งนั้นมันรบกวนจิตใจเธอ หญิงสาวอดกังวลและเป็นห่วงลลนาไม่ได้ ถ้าเธอผิดหวังไม่ได้เจอพชร ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นจึงอยากมาดูให้แน่ใจ ร่างบางก้าวเร็วๆเข้าไปในตัวตึกเพราะจากการคาดคะเนฝนคงจะตกในอีกไม่กี่นาที

“รีบไปไหนนักหนา”เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นมาจากด้านหลัง ปณาลีหันขวับไปมองตามเสียง ฟีลอสวิ่งเหยาะๆตามมาด้วยท่าทางสบายๆ

“นี่นายตามฉันมาเหรอ”

“เปล่า”ฟีลอสยักไหล่ เขาไม่ได้ตามปณาลีมาจริงๆ แค่บังเอิญพบกัน เขามาโรงพยาบาลเพราะจะมาเยี่ยมอาทิตย์ ตั้งแต่เจ้ายนายป่วย เขายังไม่มีเวลามาเยี่ยมเลยสักครั้ง

“ไม่ต้องมองผมอย่างนั้นเลย เดินเข้าไปสิ ยืนขวางประตูอยู่ทำไม”ฟีลอสดันหลังปณาลีให้พ้นผ่านประตูเข้าไป หญิงสาวมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าไม่ไว้วางใจ คนทั้งสองเข้ามาภายในตัวตึก มุ่งหน้าไปยังลิฟต์ ฟีลอสไม่ได้ถามว่าปณาลีมาที่โรงพยาบาลทำไม เพราะเขาคิดว่าน่าจะเดาถูก ยังไม่ทันจะไปถึงลิฟต์ ปณาลีหยุดเดินเสียดื้อๆ ฟีลอสเห็นอย่างนั้นจึงหยุดตาม

“หยุดทำไม”ปณาลีพยักเพยิดให้ฟีลอสดู คนที่ยืนอยู่หน้าลิฟต์ ชวัลกับลลนายืนรอลิฟต์อยู่ตรงนั้น ช่วงเวลานั้นชายหนุ่มหันมาเห็นปณาลีกับฟีลอสพอดี

“ปิณ”ชวัลเรียกปณาลี เขาพยายามมองหาพชร แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา

ติ๊งงงงงงงงงงงงงงงง

เสียงประตูลิฟต์เปิดออก ลลนาสะบัดแขนออกจากมือชวัล ผลักร่างชายหนุ่มจนซวนเซเจียนล้ม ก่อนจะวิ่งเข้าไปในลิฟต์แล้วกดลิฟต์ไปยังชั้นสูงสุด บนดาดฟ้า

“คุณลิลลี่!!!”ชวัลวิ่งไปพยายามกดเปิดลิฟต์ แต่สายไปเสียแล้วประตูลิฟต์ถูกปิดลง ปณาลีกับฟีลอสวิ่งเข้าไปหาชวัล

“เกิดอะไรขึ้นคะคุณชาร์ล”ปณาลีถามอย่างตกใจ

“ท่าทางคุณลิลลี่ไม่ปกติเลยนะครับ”ฟีลอสเสริม

“แย่แล้ว เธอมีอาการไม่ค่อยดี เหมือนจะควบคุมตัวเองไม่ได้ขึ้นมาอีก ช่วยตามเจ้าหน้าที่ที ผมจะตามเธอขึ้นไป”ชวัลบอกอย่างร้อนรน

“ปิณ ไปตามเจ้าหน้าที่ ผมกับคุณชาร์ลจะตามคุณลิลลี่ไป”ฟีลอสออกคำสั่ง ปณาลีพยักหน้ารีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือ

“คุณชาร์ลผมจะไปทางบันไดหนีไฟ”ฟีลอสวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ ชวัลกดเรียกลิฟต์ทุกตัว พลางล้วงมือถือออกมาโทรหาอาทิตย์

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrrr พชรกำลังวนรถเพื่อจะกลับคอนโด สมาร์ทโฟนของเขาส่งเสียงร้องดังขึ้น ปณาลีโทรเข้ามา ชายหนุ่มกดรับสายทันที

“ฮัลโหลครับปิณ”

“พีชคะ มาที่โรงพยาบาลตอนนี้เลย”

 

            ลลนาเปิดประตูสนิมเขรอะ ออกไปยังดาดฟ้าอันโล่งกว้าง ทันทีที่สัมผัสกับความโปร่งโล่ง ลมพายุที่ก่อตัวพัดกรรโชกอย่างรุนแรง ร่างบางสั่นสะท้านด้วยความหนาว แต่ก็ยังคงเดินฝ่าลมแรงไปยังฝั่งสุดขอบของตัวดาดฟ้า ก้อนเมฆสีดำกลั่นตัวเป็นเม็ดฝน ฝนเม็ดใหญ่ร่วงหล่นจากฟ้า

ฉันเหนื่อยเหลือเกินกับการมีชีวิตที่ไร้ความหมายไร้ตัวตนบนโลกใบนี้ ทุกๆเช้าที่ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบกับคำถามที่ว่า ฉันเป็นใคร มีชีวิตเพื่ออะไร มันทำให้ฉันไม่อยากหลับตาลงเพื่อจะพบเจอกับคำถามซ้ำๆที่เกิดจากการถามตัวเอง ฉันเจ็บปวดอยู่ในทุกวินาทีที่หายใจ สมองส่วนความทรงจำของฉันถูกลบล้างเหมือนกับคราบตะใคร่บนโขดหิน ฉันจำอะไรไม่ได้สักอย่าง แต่น่าแปลกนักหัวใจกลับทำหน้าที่บันทึกความทรงจำแทนสมองได้อย่างดีเยี่ยม ในวินาทีที่เจอผู้ชายคนนั้น หัวใจของฉันก็ทำหน้าที่ย้ำเตือนให้รู้ว่า เขามีความหมายและสำคัญกับฉันมากมายขนาดไหน ฉันจำไม่ได้แล้วในตอนนั้นว่าเขาชื่ออะไร แต่การได้เรียกเขาอีกครั้งมันทำให้ฉันนึกเพื่อนเก่าที่คุ้นเคย น้ำเสียงตอนที่เขาพูดกับฉันมันเหมือนกับเสียงฝนพรำนอกหน้าต่าง ช่างไพเราะและชวนฝัน สายตาของเขาตอนที่มองมาที่ฉันมันต้องประกายวับวาวราวกับแสงอาทิตย์ที่จับอยู่บนผืนน้ำสีคราม และรอยยิ้มนั่นก็เช่นเดียวกัน ฉันรู้สึกราวกับตัวเองถูกฉาบไล้ไปด้วยแสงอบอุ่นของพระอาทิตย์ ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเขาล้วนแล้วแต่ทำให้ฉันรู้สึกดีอย่างที่สุด ฉันเข้าใจดีว่าไม่อาจเป็นเจ้าของสิ่งสวยงามขนาดนั้นได้ แต่ถึงกระนั้นก็ตระหนักได้เช่นกันว่า ฉันไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากมัน

            พชรมาถึงมาถึงโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วเพราะเขาอยู่ไม่ไกลนัก ชายหนุ่มวิ่งเร็วสุดชีวิตเข้ามาภายในโรงพยาบาล ทั้งเนื้อทั้งตัวเปียกปอนไปด้วยสายฝน เจ้าหน้าที่และรถกู้ภัยจอดอยู่ด้านล่าง ผู้คนต่างพากันออกมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“พีช พีชคะ”ปณาลีที่ยืนอยู่ด้านล่างกับภูดิศวิ่งเข้าไปหาพชร เมื่อเห็นชายหนุ่มวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

“ปิณ เกิดอะไรขึ้น”

“พีช พี่ลัลขึ้นไปบนดาดฟ้า ฉันคิดว่าพี่ลัลกำลังจะกระโดดดาดฟ้าเพื่อฆ่าตัวตาย”ภูดิศบอกเพื่อนรัก พชรรู้สึกเหมือนทรงตัวได้อย่างยากลำบาก เรื่องราวทุกอย่างทำไมถึงเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้

“ผมจะขึ้นไปบนนั้น ไปหยุดเธอ”พชรบอกกับปณาลี เธอพยักหน้าตอบรับและทำท่าจะตามเขาขึ้นไปด้วย

“ปิณอยู่ที่นี่กับภูดิศ อย่าไปไหนเข้าใจมั้ย รอผมนะ เดี๋ยวผมกลับมา”

“หยุดเธอให้ได้นะพีช ช่วยเธอนะ”ปณาลีบอกเสียงสั่นเครือ พชรพยักหน้ารับปากแล้วขึ้นลิฟต์ไป

            บนดาดฟ้า ฟีลอส ชวัล อาทิตย์ ยืนเรียงหน้ากระดานท่ามกลางสายฝน โดยมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและหน่วยกู้ภัยยืนอยู่ด้านหลัง ทุกสายตากำลังจับจ้องไปยังร่างบาง ที่กำลังยืนโงนเงนอยู่บนขอบตึก อาทิตย์ส่งเสียงร้องเรียกลลนาแข่งกับสายฝน แต่ดุเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น และทุกๆครั้งที่มีใครเข้าไปใกล้ เอก็จะถอยไปจนสุด สุดท้ายก็ขึ้นไปยืนอยู่บนขอบตึก ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้อีก

“ลิลลี่ ได้โปรดเถอะ ลงมาหาผมอย่าทำร้ายตัวเองเลยนะ”อาทิตย์อ้อนวอนปานจะขาดใจ คราวนี้เขาหมดหนทางอับจนแล้วจริงๆ สายตาของลลนาไม่ได้เหม่อลอยอีกแล้ว กลับกัน มันดำมืดสนิทและดูแน่วแน่ นั่นหมายความว่าเธอตั้งใจจะกระโดดลงไปจริงๆ

“ลิลลี่ ได้ยินผมมั้ย อย่าทำแบบนี้ คุณต้องการอะไรผมจะยอมทุกอย่าง ผมยอมแพ้แล้ว”อาทิตย์ทรุดตัวลงอย่างไร้เรี่ยวแรง สายฝนกระหน่ำลงมาราวกับจะซ้ำเติมให้กับหัวใจที่แตกสลาย เสียงหวีดหวิวของลมและเม็ดฝนทำให้ทุกอย่างเศร้าใจอย่างน่าประหลาด

“ฉะฉันขอโทษนะนะซัน ตะแต่ฉันเหนื่อยหละเหลือเกิน”ลลนาพูดทั้งๆที่ยืนหันหลังและจ้องมองไปเบื้องหน้า ตอนนี้เธอมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากเม็ดฝน

“ครับผมรู้ ถ้าคุณเหนื่อยคุณก็แค่พัก แล้วผมจะดูแลคุณเอง”

“ฉะฉันอยากพัก อยะอยากหลับตาลงแล้วมะไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีก มะมันไม่ยอมหยุดสักทีคะซัน ภะภาพต่างๆระเรื่องราวในอดีตละและก็หะหัวใจของฉัน”ลลนายกมือขึ้นมาบีบกุมหัวใจ

“มะมันทอทรมานมากเลยซัน”

“พี่ยังเหมือนเดิมเลยนะ ผู้หญิงเห็นแก่ตัว”เสียงหนึ่งดังขึ้นแทรกผ่านกลางสายฝน พชรขึ้นมาถึงดาดฟ้า ร่างสูงก้าวฉับๆไปข้างหน้า เกิดเสียงร้องห้ามดังระงม

“พีชอย่าเข้าไปนะ”

“หยุดนะพีช

ลลนาหันไปยังผู้มาใหม่ หญิงสาวตัวแข็งทื่อ เคลื่อนเท้าที่ยืนบนขอบตึกอยากหมิ่นเหม่

“พี่ทำอะไรไม่เคยนึกถึงความรู้สึกคนอื่น ลองหันไปมองดูสิทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่มีสักคนเลยเหรอที่มีความหมายต่อพี่”พชรไม่ยอมหยุด เขาก้าวต่อไปและยังคงไม่หยุดพูด การกระทำอย่างนั้นช่างสุ้มเสี่ยงเสียเหลือเกิน

“ฮึ….คงไม่มีสักคนละสิที่มีความหมายต่อพี่ เพราะพี่ไม่เคยนึกถึงคนอื่นนอกจากตัวเอง”พชรหยุดยืนอยู่ตรงหน้าลลนา หญิงสาวจ้องมองพชรที่เปียกปอนไปด้วยสายฝน แม้ถ้อยคำของเขาจะกรีดบาดลึกความรู้สึก แต่สายตาไม่อาจหลบซ่อนความรวดร้าวและความเจ็บปวดเอาไว้ได้

“มันเหนื่อยนะ อย่างที่พี่บอกนั่นแหละ ผมก็รู้สึกไม่ไหวแล้วเหมือนกัน”พชรก้าวขึ้นไปยืนบนขอบตึก เคียงข้างกับลลนาเกิดเสียงร้องฮือฮาดังขึ้น ทุกคนไม่เข้าใจว่าพชรกำลังจะทำอะไร พชรยื่นมือไปจับมือข้างหนึ่งของเธอที่แสนสั่นเทา พชรมองลึกลงไปในดวงตาของลลนา ก่อนจะคลี่ยิ้มแล้วกระชับกุมมือเธอไว้แน่น

“เอาสิ….พี่กับผม เรามาจบทุกอย่างด้วยกันเถอะ”

 

........................................................................................................................................................................WRITER TALK:หายไปหลายวันเจ้าคะ มีคนคิดถึงแน่ๆเลย ชะแว้บไปช่วยผู้มีพระคุณเก็บงานวิจัยมานิดหน่อย เพิ่งได้ลงมือเขียนเนี่ยแหละ เสร็จปุ๊บเสิร์ฟเลย....อาจมีติดขัดในสำนวนบ้าง ข้าน้อยขออภัย ตอนนี้เนิบนาบนิดนึงนะจ้ะ เพราะเป็นช่วงต่อของเรื่องปูทางให้บทต่อไป ความเข้มข้นเพิ่มขึ้นแน่นอน รับรองว่ามีหลากหลายอารมณ์มอบให้กับตัวละครในเรื่องนี้แน่ ทั้งเกลียด รำคาญ อัดอั้น (รู้สึกว่าไม่มีดีเลยนะ) ถึงไม่สปอยด์คงพอจะรู้ว่าบทต่อไปจะยังไง แม่ยกหนูปิณเตรียมปวดใจได้ แม่ยกฟีลอสร้องเชียร์ดังๆละ ส่วนแม่ยกอิพีช ฮึ่มมมมม เข้าใจมันเยอะๆละกันนะ เขียนมาเกือบ70%ของเรื่องแล้ว ดราม่าเข้าเส้น และจัดหนักๆขึ้นไปอีกนะเจ้าคะ จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 

 

 

delilaah
นามปากกา delilaah
ชื่อ delilaah
ลายเซ็น
ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM