เรื่อง นิยาย สตอรี่ รถไฟสายด่วน..ขบวนความรัก (ความรักแบบเลิฟๆ ความเลิฟแบบน่ารัก)

เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

“เพนนี่ ลู บริโอเบส” 

 

เขาทวนชื่อของหญิงสาวเมื่อมองที่รูปยังคงเป็นเด็กหญิงหน้าตาน่ารักคนนี้ ซีกส์เริ่มต้นเล่าเรื่องการหายตัวไปของเธอจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีที่แล้ว

 

เกิดแผ่นดินไหวที่บัตเตอร์เวิรธ์ในขณะที่ซีกส์กำลังยุ่งกับการเจรจาทางธุรกิจที่เมืองไทย เขารับรู้ข่าวสารบนหน้าจอโทรทัศน์ของห้องพักของโรมแรมในช่วงหัวค่ำ ข่าวด่วนนั้นนำมาซึ่งความวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง

 

ซีกส์โทรศัพท์หาคนที่บ้านแต่ไม่มีใครรับสาย เขากดวางและต่อสายใหม่ทำอยู่อย่างนั้นชนิดที่เรียกว่าไม่รอให้สัญญาณว่างสักนาที และสุดท้ายก็มีใครคนหนึ่งกดรับที่ปลายทาง เขายิ้มปนน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้าด้วยความดีใจ

 

เสียงของเพื่อนบ้านคนหนึ่งดังขึ้น หัวใจเขาเริ่มเป็นกังวลและวิตกจริตอีกครั้ง เขาไม่รอให้ปลายสายพูดอะไรไปมากกว่ากล่าวคำทักทาย และดูเหมือนว่าทุกสิ่งกลับเลวร้ายเมื่อเพื่อนบ้านของเขาร้องไห้โฮออกมา

 

“โลลาห์ เกิดอะไรขึ้น”

 

น้ำเสียงของเขาร้องถามอย่างสั่นเครือ คนปลายสายค่อยบอกเขาอย่างช้าๆทว่ามันกลับฟังไม่รู้เรื่องเพราะเธอเอาแต่ร้องไห้

 

“โลล่าห์ คุณต้องหยุดร้องก่อน แล้วบอกผมใหม่ซิว่าเกิดอะไรขึ้น”

“โลล่าห์

 

ซีกส์ตะคอกอย่างโมโหใส่เธอซึ่งยังไม่ยอมหยุดร้องไห้ตามที่เขาบอก

 

“ซีกส์...พีราวรรณเธอจากไปแล้ว...เพนนี่ก็ไม่รู้หายไปไหน เรายังไม่พบศพเธอ เจ้าหน้าที่มาที่บ้านของเราเต็มไปหมด...ซีกส์...โอแกนก็หายไปด้วย...ฉันไม่รู้จะทำยังไงดี...แต่ศพของพีราวรรณเจ้าหน้าที่เขาช่วยดึงออกมาจากรถให้แล้ว...ซีกส์ได้ยินมั้ย...ซีกส์...รีบกลับมานะ ซีกส์...”

 

เสียงสัญญาณถูกตัดขาด กำปั้นหนาทุบลงที่ผนังกำแพงอย่างมีอารมณ์สุดขีด เขาโทรไปที่ประชาสัมพันธ์ให้ช่วยจองเที่ยวบินเพื่อกลับบ้านทันที แผ่นดินไหวครั้งนั้นพรากชีวิตมารดาของเด็กหญิงเพนนี่ไปอย่างไม่มีวันกลับ ตัวเด็กหญิงเองก็หายไปและไม่มีใครได้พบเจออีกเลยนับจากวันนั้น

 

“ครับ ผมจะช่วยคุณตามหาเธออย่างเต็มที่”

 

ภาริชยอมรับคำอย่างหนักแน่นเมื่อเข้าใจในเรื่องราวทั้งหมด ซีกส์ยังคงหวังว่าลูกสาวของเขาจะยังมีชีวิตอยู่ ชายหนุ่มก็เช่นกัน เขาบอกกับตัวเองในใจขอให้เพนนี่ยังคงมีชีวิตอยู่เพื่อรอพบพ่อที่จากกันไปถึงสิบปีนี้

 

ซีกส์บอกให้เขาเริ่มต้นหาหญิงสาวที่กรุงเทพ เพราะข่าวล่าสุดที่ได้รับจากลูกน้องบอกไว้ว่ามีคนพบเด็กหญิงในรูปคนนี้เมื่อแปดปีก่อนแถวย่านบ้านพักเก่าๆใกล้กับสถานีรถไฟ

 

“เมื่อแปดปีก่อน นี่มันข่าวล่าสุดที่สุดแล้วเหรอครับ”

 

เขาร้องถามอย่างฉงนสนเท่ห์ แต่ทำไงได้เพราะนั่นคือความจริง เมื่อซีกส์พยักหน้าและถอนใจ เขาเองก็ถอนใจเฮือกใหญ่ตามไปด้วย

 

“คุณลองให้คนไปตามหาเธอที่นั่นหรือยัง”

 

ภาริชเอ่ยถามอย่างเครียดๆ ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังผจญอยู่กับความมืดทั้งแปดด้าน การตามหาคนคนนึงไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งไม่มีข้อมูลอะไรให้เลยนอกจากรูปถ่ายแค่ใบเดียวแบบนี้

 

“คนของผมไปหาเธอที่นั่นทุกปีแต่ไม่เคยพบ”

 

“ถ้าพบก็แปลกนะครับ ประชากรในกรุงเทพมีตั้งหลายล้านคน จะหาเจอกันง่ายๆได้ยังไง”

 

เขาพูดตามความเป็นจริง แต่ก็ใช่จะบอกให้ซีกส์ยอมตัดใจในการตามหาลูกสาว ในเมื่อรับปากว่าจะช่วยแล้วก็ต้องช่วย นัยต์ตาคมมองเด็กหญิงเพนนี่ในรูปถ่ายอีกครั้ง หน้าตาน่ารักแบบนี้โตขึ้นมาจะสวยแบบไหนกันนะ เพนนี่ ลู บริโอเบส

 

“ว่าแต่ชื่อแม่ของเธอ ผมหมายถึงภรรยาของคุณนะ พีราวรรณ ฟังดูคล้ายชื่อผู้หญิงไทยเลยนะครับ”

 

“ใช่ พีราวรรณเป็นคนไทย ผมพบเธอที่นี่ เธอมาเที่ยวกับเพื่อนชาวไทยแล้วเราก็รู้จักกันและติดต่อกันเรื่อยมา จนกระทั่งเราแต่งงานกันและมีเพนนี่”

 

น้ำเสียงที่ดูมีชีวิตชีวาเมื่อเอ่ยถึงภรรยาที่ล่วงลับไปแล้วกลับเศร้าลงเมื่อมาหยุดตรงชื่อของเด็กหญิง ภาริชถามถึงญาติพี่น้องและคนรู้จักของภรรยาเขา แต่ซีกส์ก็ส่ายหน้า ตอนนี้คงไม่ได้มืดเพียงแค่แปดด้านอย่างเดียวแล้วล่ะ มันกลายเป็นแปดด้านแถมยกกำลังสองอีกด้วย

 

เขากุมขมับอย่างหมดหนทาง

 

“คืนนี้ก็นอนพักที่โรงแรมของผมสิ พนักงานที่นี่สวยๆทั้งนั้น”

 

ซีกส์เอ่ยบอกกับเขาเมื่อเห็นชายหนุ่มมีอาการเครียดขึ้นสมอง เขารับคำที่จะเข้าพัก แต่ปฏิเสธข้อเสนออันหลัง

 

“หรือว่าคุณมีใครแล้ว”

 

ซีกส์ถามน้ำเสียงเรียบมองสบตาคมกล้าของชายหนุ่ม ภาริชยิ้มให้เขาและยิ้มให้กับคำปฏิเสธของตัวเองด้วย

 

“ผมเหนื่อย ไม่อยากให้ใครมากวนตอนกำลังนอนครับ”

 

เขาบอกเหตุผลให้ซีกส์รับรู้ตามนั้น ชายรุ่นพ่อยิ้มขำและมองเขาอย่างเอ็นดู ซีกส์โบกมือเชิงอนุญาตให้เขาออกไปได้ ภาริชกล่าวลาและออกไปจากห้องกระจกนั้นในเวลาต่อมา

 

รถไฟสายด่วนพุ่งทะยานมุ่งหน้ากลับสู่กรุงเทพมหานคร หลังจากที่เสร็จภาระกิจอำนวยความสะดวกและเสริฟอาหารให้กับผู้โดยสารแล้ว พัญญาก็มานั่งยกแขนพิงที่ขอบกระจกหน้าต่างบานใหญ่ อิงอรก็นั่งลงอยู่อีกฝั่งตรงข้ามกัน

 

พัญญาหวนคิดถึงใครบางคนที่จากไปนานแล้ว เธอยังจำภาพนั้นได้ดี ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาดึงร่างของเธอออกจากตัวรถที่ประตูเปิดอ้าออกกว้างได้แค่เพียงครึ่ง เธอร้องไห้อย่างหนักเมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่ที่เบาะด้านคนขับ ซบใบหน้านิ่งบนพวงมาลัยรถ หยดน้ำแดงๆไหลย้อยซึมออกมาจากหน้าผากเป็นเส้นทางยาวจนถึงปลายคางซีดขาว

 

“แม่หนู ช่วยแม่หนูด้วย อาคะ ช่วยแม่หนูด้วย”

 

“แม่หนูเขาจากเราไปแล้วนะ”

 

นั่นคือเสียงที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทการรับรู้ที่เรียกว่าหู แม่ของเธอจากไปแล้ว มันยังดังก้องอยู่ ชายคนนั้นพาเธอมายังสถานีรถไฟที่แน่นหนาไปด้วยผู้คน เขายื่นมือน้อยๆของเธอส่งให้กับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง

 

“ฝากเด็กคนนี้ด้วยนะครับ เธอคือคนที่ผมรักมากที่สุดรองจาก....”

 

ใบหน้าของเขาดูเศร้า หัวใจก็รู้สึกเศร้าและเจ็บปวดไปพร้อมๆกัน

 

“ไม่ต้องพูดหรอก ฉันเข้าใจ ฉันจะดูแลเธอเป็นอย่างดี วางใจเถอะ”

 

และนั่นคือจุดเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเธอ เมื่อหญิงวัยกลางคนคนนั้นพาเธอมาอยู่ด้วยที่บ้านพักสภาพเก่าโทรมหลังหนึ่ง ใกล้สถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย

 

“เราจะอยู่ที่นี่กันไม่นานนักหรอก”

 

เสียงของหญิงคนนั้นเอ่ยแผ่วเบาและบอกต่อมาว่าจะมีคนมารับเธอไปอยู่ด้วย เธอไม่รู้ว่าคือใครแต่จำได้ขึ้นใจในตอนนั้นเพราะหญิงคนนี้เอ่ยขึ้นมาคำหนึ่งเมื่อพูดถึง ครอบครัวอุปถัมป์

 

เราจะต้องไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมป์อะไรนี่นะหรือ เด็กหญิงถามกับตัวเอง มันจะดีเหมือนอยู่ที่บ้านของตัวเองหรือเปล่านะ และเธอก็ได้คำตอบในเวลาสองเดือนต่อมา...

 

“มิ้น ฉันจะไปเช็คเรตติ้งแถวโน้นหน่อยนะ จะไปด้วยกันไหมละ”

 

อิงอรเรียกสติให้เธอกลับมาสู่โลกในปัจจุบัน พัญญามองเพื่อนสาวที่กำลังทาลิปสติกสีแดงมันวาวเคลือบบนฝีปากเรียวนั้น

 

“ไม่ละ อรไปเถอะ แต่ถ้าให้ดีก็ติดไม้ติดมือกลับมาฝากซักคนก็ดีนะ”

 

“ต๊าย...เรื่องอะไร ยังแค้นใจอีตา C5 ไม่หายเลยนะ ไม่ต้องไปดีแล้วล่ะ อยู่นี่แหละ เดี๋ยวอรมา”

 

ร่างสูงเพรียวสะบัดตัวก้าวฉับๆไปข้างหน้าตรงออกไปยังห้องโดยสารถัดไป พัญญาหัวเราะขำกับท่าทางของเพื่อนซี้คนสนิทคนนี้ อิงอรนะอิงอร เรื่องเดียวที่ยอมไม่ได้คือเรื่องผู้ชายจริงๆ

minnie2u
นามปากกา minnie2u
ชื่อ minnie2u
ลายเซ็น
ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM