เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

                 “ดีโอ ฉันต้องไปทำธุระก่อน คืนนี้ไปเจอกันที่ผับเลยนะ” ไคบอกหลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จ และได้รับโทรศัพท์โทรตามตัวให้ไปพบด่วน

                ..จากผู้เป็นยาย

                “ถ้าไม่โทรไป ก็ไม่คิดจะมาหายายเลยไช่ไหม” คำพูดตัดพ้อด้วยความน้อยใจดังขึ้นทันที ที่ไคก้าวเข้าไปในบ้าน

บ้านหลังนี้เป็นของคุณยาย ซึ่งหลังจากที่คุณแม่แยกกันอยู่กับคุณพ่อก็ได้กลับมาอยู่ที่นี่กับคุณยายด้วย

                “คิดถึงสิครับ” ไคเข้าไปประจบหอมแก้มคุณยายซ้ายขวา ก่อนจะนั่งลงข้างๆคนแก่ขี้น้อยใจ

                “ยายได้ข่าวมาว่าหลานไปทำงานกลางคืนที่ผับ” ไคยิ้ม เขานึกอยู่แล้วว่าต้องถูกตามตัวให้มาพบด้วยเรื่องนี้

                “ทำไมต้องทำด้วย หรือว่าพ่อของหลานให้เงินไม่พอใช้ ถ้าอยากได้เงินก็บอกยายสิ”

                “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมแค่อยากเล่นดนตรี”

                “แล้วที่ดีๆกว่านั้นไม่มีรึไง ยายไม่ชอบที่แบบนั้นเลยจริงๆ”

                “แค่วันละชั่วโมงเองครับคุณยาย”

                “เล่นเสร็จ ก็ต้องดื่มต่อ แล้วก็เมา วันนึงก็พลาดทำผู้หญิงท้อง” คุณยายดูจะคิดไปเป็นตุเป็นตะ

                “คุณยายไม่ไว้ใจผมเหรอครับ ผมเป็นเด็กดีแค่ไหนคุณยายก็รู้” ไคยิ้ม แต่ยังไม่วายโดนคนแก่มองค้อน

                “ยายบอกก่อนนะ ว่าห้ามเอานักร้อง เด็กเสิร์ฟ พวกเต้นกินรำกินในผับมาเป็นหลานสะไภ้ยายเด็ดขาด”


“โธ่คุณยายครับ คนพวกนี้เขาก็แค่ทำมาหากิน อีกอย่างมันก็เป็นอาชีพที่สุจริตนะครับ”


“พูดอย่างนี้แสดงว่าจะไม่ยอมฟังยายใช่ไหม รู้อย่างนี้ให้หลานหมั้นกับซูโฮดีกว่าตอนที่ท่านมาขอ”


ไคมองหน้าคุณยายด้วยความประหลาดใจ “ขอผมเนี่ยนะครับ”


“ท่านขอหลาน แบคฮยอน และก็เซฮุน คนใดคนหนึ่งในสามคน รู้สึกว่าหลานจะเป็นคนแรกเลยนะที่โดนคัดออก”


 “ทำไมล่ะครับ หรือผมหล่อสู้สองคนนั้นไม่ได้” ไคพูดติดตลก


                 “ก็พ่อของหลานขอเวลาไปถามความเห็นคุณแม่ของหลานก่อน ถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วแต่ก็ยังให้เกียรติในการ

ตัดสินใจเรื่องของหลานอยู่ โดยเฉพาะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ยังไงก็ต้องให้แม่หลานยินยอมด้วย แต่ท่านรอนานขนาดนั้น

ไม่ได้หลานก็เลยไม่ต้องหมั้น”

                ไคเพิ่งเห็นถึงข้อดีของการที่พ่อกับแม่แยกกันอยู่เป็นครั้งแรก

                “แล้วทำไมไม่เป็นเซฮุนล่ะครับ” ไคถามต่อ

                “เห็นบ้านนั้นเขาบอกว่า ทาบทามผู้หญิงให้เซฮุนไว้แล้ว”

                “ห๊า..เซฮุนมีคู่หมายแล้ว” ไคมีสีหน้าตกใจ “ไม่เห็นมันเคยเล่าอะไรให้ผมฟังเลย หรือมันจะไม่รู้ตัว”

                “ยายก็ไม่แน่ใจนะ เขาเล่ากันมาอีกที สุดท้ายก็เลยเป็นแบคฮยอนที่ต้องหมั้นกับซูโฮ วันนั้นให้คุณพ่อของหลานตอบตกลงซะก็ดี ยายจะได้สบายใจว่าหลานจะไม่คว้าพวกทำงานกลางคืนมาทำเมีย ไม่รู้ล่ะ ยายขอสั่งห้ามเด็ดขาด

ยายไม่ชอบ เข้าใจไหม” ท้ายประโยคหันไปถามหลานชายสุดที่รัก

                “ครับ” ไครับปากเพื่อให้คุณยายสบายใจ เขารีบเปลี่ยนเรื่องทันที “แล้วนี่คุณแม่ไม่อยู่บ้านเหรอครับ” ถามพร้อมกับสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ

                “ออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว ไปกับเพื่อนคนที่ไปให้เขาช่วยเรื่องเปิดผับให้หลานน่ะ แม่เรานี่ก็อะไรไม่รู้ อย่างอื่นมีตั้งเยอะแยะไม่รู้จักทำ ต้องทำอะไรที่ยายไม่ชอบด้วย”

                “นี่คุณแม่เขาเริ่มทำแล้วเหรอครับ”

                เป็นสัญญาที่คุณแม่รับปากไว้กับไคว่าจะทำผับครบวงจรให้ และมันจะเป็นของไคทันทีเมื่อเรียนจบ แต่มันเป็นแค่งานเสริมเท่านั้น เพราะยังไงงานหลักของไคก็คือต้องเป็นนักการเมืองตามรอยของคุณพ่อเท่านั้น

                 “เริ่มได้สักพักแล้ว ออกจากบ้านทุกวัน ตอนนี้ตัวติดกับเพื่อนคนนี้เหลือเกิน”

                 “ผู้ชายหรือผู้หญิงครับ” ไคถาม

                “ผู้ชาย” ยายยกมือขึ้นลูบหัวไค “ไม่ต้องห่วงนะ เพราะยายไม่ยอมให้แม่เขาเอาคนแบบนี้มาเป็นคู่เด็ดขาด

พวกคลุกคลีอยู่กับผับ กับงานกลางคืนมาทั้งชีวิต ยังไงยายก็ไม่ยอม”

                ไคยิ้มให้คุณยาย อย่างน้อยคุณยายก็ยังเข้าใจว่าเขารู้สึกยังไง เขาพอทำใจได้แล้วเรื่องที่คุณแม่กับคุณพ่อแยกกันอยู่

แต่คงทำใจไม่ได้แน่ๆ ถ้าใครคนใดคนหนึ่งจะมีครอบครัวใหม่ และเขาจะไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด

                ไคอยู่ทานอาหารกลางวันกับคุณยาย และนั่งพูดคุยด้วยอีกสักพัก จนเมื่อคุณยายได้เวลานอนตอนบ่ายนั่นแหละ

ไคถึงได้ขอตัวกลับ เขากลับไปที่บ้านของตัวเอง หลังจากที่โทรหาคุณพ่อ แล้วรู้ว่าวันนี้คุณพ่ออยู่บ้านไม่ได้ออกไปไหน

                “ว่าไง มีอะไรกับพ่อล่ะ” คุณพ่อของไครีบเก็บหนังสือพิมพ์ที่กำลังอ่านค้างอยู่ทันทีที่เห็นหน้าลูกชาย

                “กลัวคุณพ่อเหงา เลยจะมากินข้าวเย็นเป็นเพื่อนคุณพ่อครับ”

                “อ้อนอย่างนี้จะเอาอะไรล่ะ” พ่อของไคยิ้มอย่างรู้ทัน

                “ไม่ได้จะเอาอะไรครับ แค่กลัวคุณพ่อเหงาจริงๆ คุณพ่ออยู่คนเดียวเหงาบ้างไหมครับ ให้ผมกลับมาอยู่เป็นเพื่อนดีรึเปล่า”

                ไม่รู้เป็นอะไร หลังจากที่รู้ว่าคุณแม่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเพื่อนสนิทคนนั้น เขาก็รู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกของคุณพ่อขึ้นมาจนต้องมาหาถึงบ้าน

                “ไม่ต้องหรอก พ่อก็ไม่ค่อยได้อยู่ติดบ้านแบบนี้เท่าไหร่ วันๆทำแต่งาน ถ้าลูกมาอยู่บ้านเดี๋ยวจะเหงาเปล่าๆ อยู่กับเพื่อนๆของลูกไปเถอะ”

                ไครู้ว่าพ่อเหงา ถึงต้องทำงานตลอดเพื่อไม่ให้มีเวลาคิดถึงเรื่องคุณแม่

                “เออ!!ว่าแต่นึกยังไงไปเล่นดนตรีที่ผับล่ะ” พ่อถามเมื่อสบโอกาส

                ไคยิ้ม เรื่องนี้เขาปิดใครไม่ได้จริงๆ แต่ก็ต้องขอบคุณทุกคนในครอบครัวที่ไม่ได้บังคับให้เขาเลิกทำงานนี้ แม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม

                “หาเรื่องทำแก้เหงาน่ะครับคุณพ่อ”

                พ่อพยักหน้าแล้วไม่ได้พูดอะไรอีก ไคล้มตัวลงนอนหนุนตักคุณพ่อ บางทีเขาก็อยากให้บ้านของเขาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกเหมือนบ้านอื่นๆบ้าง

                คงฝันมากเกินไป เพราะแค่จะทานข้าวพร้อมกันทั้งสามคนสักมื้อ ก็ยังทำไม่ได้เลย

                “คุณพ่อครับ”

                “หือ”

                “ผมยังเป็นเด็กดีไม่พออีกเหรอครับ?”

                คุณพ่อเอามือลูบหัวไค เขาไม่คิดว่าคำพูดที่ใช้พูดกับลูกเมื่อตอนเด็กๆ จะกลายมาเป็นเรื่องที่ฝังใจของลูกชาย สมัยเด็กนั้นไคมักจะถามอยู่บ่อยๆ ว่าคุณแม่ไปไหน เมื่อไหร่คุณแม่จะกลับบ้าน และทุกครั้งก็จะได้คำตอบจากผู้เป็นพ่อเสมอว่า

              ‘ถ้าลูกเป็นเด็กดี คุณแม่ก็จะกลับมาหาลูกเร็วๆ ไคต้องเป็นเด็กดีนะครับ’

                ที่ผ่านมา ไคมั่นใจว่าเขาเป็นเด็กดี สมัยเด็กเขาเชื่ออย่างที่พ่อบอกจริงๆ จนเมื่อโตขึ้นรับรู้เรื่องราวทุกอย่างแล้วนั่นแหละถึงได้รู้ว่า มันก็แค่คำพูดหลอกเด็กเท่านั้น

                แต่เขาก็ยังเป็นเด็กดีเสมอ เพราะยังหวังว่าคุณแม่จะกลับมาหาเขา มาอยู่กับเขาเหมือนเดิม แต่ตอนนี้เขารู้แล้ว

ว่ามันคงเป็นแค่ฝันเฟื่อง มันไม่มีวันเป็นจริงได้อีกแล้ว

                “เมื่อไหร่คุณแม่จะกลับมาหาผมสักที? ผมยังเป็นเด็กดีไม่พอใช่ไหมครับ?”

                ไคกระพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่หยดน้ำตาที่กำลังเอ่อคลอ เขาไม่อยากให้ใครเห็นด้านที่อ่อนแอ ถึงแม้ตอนนี้เขาจะเสียใจ จนอยากร้องไห้ฟูมฟายออกมาก็ตาม

 

 ...

..

.

 

                หลังจากที่ไคออกไปแล้ว ดีโอที่ไม่อยากนั่งเหงาอยู่ที่ห้องคนเดียวจึงกลับบ้านบ้าง ไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว

อีกอย่างช่วงนี้พี่ซูยองก็ไม่อยู่บ้านด้วย มีพ่ออยู่บ้านแค่คนเดียว

                แต่เมื่อไปถึง ดีโอก็รู้สึกว่าตัวเองมาผิดจังหวะ เพราะพ่อไม่ได้อยู่คนเดียว แต่อยู่กับเพื่อนของพ่อที่เคยพาไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลตอนที่ป่วยอยู่

“อ้าวดีโอ จะกลับมาทำไมไม่โทรบอกพ่อก่อนล่ะ ซูยองไม่อยู่หรอกนะ”

                “ผมรู้แล้วครับ” ดีโอโค้งให้เพื่อนพ่อ “ผมมากวนคุณพ่อกับเพื่อนรึเปล่าครับ”

                “ไม่หรอก เราคุยงานกันไปเรื่อยๆน่ะ แค่ร่างแผนงานเฉยๆยังรู้เลยว่าที่นี่ต้องเจ๋งมากๆ ดีโอน่าจะได้เป็นนักร้องที่นี่

รับรองว่ามันต้องไปได้ดีแน่ๆ”

“ผมก็แค่ชอบร้องเพลงเฉยๆ ไม่ได้อยากเป็นนักร้องพ่อก็รู้”

“ดีโอร้องเพลงเพราะเหรอคะ” เพื่อนพ่อถาม

“ร้องเพราะ แต่ไม่ค่อยชอบร้อง” พ่อตอบ

“มาร้องเพลงที่ผับน้าไหมล่ะ”

                “อย่าชวนเลยคุณ เสียเวลาเปล่า เออ..ดีโอ ไหนๆก็มาแล้ว ทำข้าวกลางวันให้พ่อกับคุณน้าด้วยนะ”

“จะดีเหรอคะคุณ เราออกไปทานข้างนอกกันก็ได้”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมทำได้ งั้นผมทำให้เลยละกัน” ดีโอรับอาสาด้วยความเต็มใจ

“ทำผัดเนื้อด้วยนะ น้าโซฮีเขาชอบ”

“ครับ” ดีโอรับปากก่อนจะเดินเข้าไปในครัว เพื่อเตรียมอาหารกลางวัน

                ดูท่าทางพ่อจะเอาใจเพื่อนคนนี้จัง ถึงอยากจะรู้เรื่องของคนทั้งคู่มากแค่ไหนแต่ก็ไม่กล้าถาม อย่างน้อยตอนนี้ก็รู้เพิ่มมาอีกอย่างว่าเพื่อนของพ่อคนนี้ ชื่อโซฮี

                “ให้น้าช่วยนะ” น้าโซฮีตามเข้ามาในครัว และอาสาจะช่วยเมื่อเห็นดีโอกำลังจัดเตรียมของ

“อย่าเลยครับ คุณน้าไปนั่งรอข้างนอกกับพ่อเถอะ”

“ที่จริงไม่ต้องทำผัดเนื้อให้น้าก็ได้ ทำที่ดีโออยากทานเถอะ”

                “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผัดเนื้อก็ไม่ได้ทำยากอะไร อีกอย่างผมก็ทำอยู่บ่อยๆ เพราะรูมเมทผมก็ชอบทานผัดเนื้อเหมือนกัน ผมทานกับเขาจนเริ่มชอบแล้วครับ”

เมื่อเห็นคู่สนทนาเงียบไป ดีโอจึงเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นน้าโซฮี กำลังเหม่อ ตาแดงๆ

“คุณน้าเป็นอะไรรึเปล่าครับ” ดีโอเขย่าแขน ถามด้วยความเป็นห่วง

                “ปะ..เปล่าจ้ะ น้าแค่คิดถึงลูกชาย เขาก็ชอบทานผัดเนื้อมากเหมือนกัน เมื่อก่อนน้าก็ทำไปให้เขาทานบ่อยๆ

แต่ตอนนี้เขาย้ายไปอยู่หอพัก น้าเลยไม่ค่อยได้ทำให้เขาทาน ไม่รู้ว่าเขาจะได้ทานมันบ้างรึเปล่า”

“เอ่อ..ลูกชายเหรอครับ” ดีโอถามแค่นั้น ใจจริงเขาอยากถามต่อถึงเรื่องของครอบครัวน้าโซฮีด้วยซ้ำ

“จ้ะ ลูกชายน้าเอง น่าจะรุ่นๆเดียวกับดีโอนี่แหละ เขา..” ยังไม่ทันจะได้เล่าต่อ พ่อของดีโอก็เข้ามาขัดจังหวะ

ซะก่อน

“คุณมาทำอะไรในนี้ ไปรอข้างนอกเถอะ”

“นั่นสิครับ คุณน้าไปรอข้างนอกกับพ่อก่อนเถอะ ตรงนี้เดี๋ยวผมจัดการเอง”

“เอางั้นก็ได้ ขอบใจนะดีโอ” แล้วน้าโซฮีกับพ่อก็พากันไปคุยงานต่อด้านนอก

                เพราะพ่อคนเดียวที่เข้ามาขัดจังหวะ เหมือนน้าโซฮีอยากจะเล่าเรื่องลูกชายเขาต่อ อดรู้เรื่องครอบครัวน้าโซฮีเลย

แต่ก็ได้รู้เพิ่มมาอีกอย่างว่าน้าโซฮีมีครอบครัวแล้ว แสดงว่าที่สนิทกับพ่อช่วงนี้คงเพราะเรื่องผับอย่างเดียวจริงๆ

เขาเคยเครียดเรื่องนี้ แต่ตอนนี้สบายใจขึ้นแล้ว ไม่อยากให้พ่อเริ่มต้นใหม่กับใครแล้ว กลัวพ่อผิดหวัง ทุกวันนี้ที่เป็นอยู่ก็ดีอยู่แล้ว มีพ่อ มีพี่ซูยอง มีตัวเอง

ครอบครัวของเรามีแค่นี้ก็พอแล้วจริงๆ

 

 ...

..

.


 

เมื่อคืนหลังจากที่คริสพาคนเมามาส่งที่คอนโด เขาพาไปส่งจนถึงเตียงนอนนุ่มๆในห้องนอน  ถึงใจจะเป็นห่วงอยากนอนค้างด้วย แต่ก็กลัวเลย์จะโกรธแล้วหาว่าเขาฉวยโอกาส คริสเลยกะว่าเช็ดตัวให้แล้วก็จะกลับ

คริสออกจากห้องนอนไปเอาอ่างน้ำใบเล็กๆใส่น้ำมาเพื่อเช็ดตัวให้คนเมา เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนก็เห็นคนที่เมามายจนแทบไม่มีสติ ตอนนี้ลุกขึ้นมานั่งกลางเตียงและกำลังปล้ำถอดเสื้อของตัวเองอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย

ด้วยท่าทีขัดใจ เพราะถอดไม่ได้สักที

เลย์หันมามองคริสที่ยืนอยู่หน้าประตู เลย์พยายามพยุงตัวลุก คริสเห็นดังนั้นจึงรีบวางอ่างน้ำก่อนจะก้าวขึ้นไปบนเตียงใหญ่ช่วยพยุงคนเมา

“คุณจะเอาอะไร”

เลย์ยิ้มหวานให้คริส มือซุกซนเริ่มลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของคริส ก่อนจะตวัดสายตาฉ่ำเยิ้มขึ้นมอง

“เอานาย”

คริสผงะ เขาฟังผิดไปรึเปล่า “อะไรนะ คุณจะเอาอะไร” คริสถามซ้ำ

“เอานาย”

คนเมายังยืนยันคำเดิม ชัดละ หูคริสไม่ได้เพี้ยน หรือว่าที่พวกรุ่นพี่บอกเขาเมื่อเย็นว่าเลย์เมาแล้วไม่เหมือนคนอื่นจะคืออาการแบบนี้

“คริสอ่ะ” เลย์โถมเข้ากอดคริสซึ่งไม่ทันไม่ตั้งตัว จนคริสล้มลงไปบนเตียง และคนเมาก็ขึ้นทาบทับคริสทั้งตัวด้วยความรวดเร็ว

“คุณมีสติหน่อยสิ” คริสพยายามพูดกับเลย์ แต่เหมือนตอนนี้เลย์จะไม่รับรู้อะไรแล้ว

“เลย์ คุณได้ยินที่ผมพูดรึเปล่า..อุ๊บ”

คนตัวเล็กที่ทาบทับอยู่ด้านบน ประกบเรียวปากของตนเข้ากับคนใต้ร่าง คริสตกใจจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่นิ่งค้างให้อีกคนจาบจ้วงกับเรียวปากของตนตามอำเภอใจโดยไม่ได้ขัดขืน

แต่เมื่อเริ่มได้สติ คริสจึงส่ายหน้าหนี พร้อมกับดันใบหน้าของเลย์ออก ก่อนจะจับคนตัวเล็กให้ลงไปนอนด้านล่าง

จับสองมือซุกซนขึ้นไปตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียว

                “มีสติหน่อยสิคุณ”

                เลย์ส่ายหน้าไปมา พยายามดิ้นให้หลุดพ้นจากการถูกจับกุม

                แอลกอฮอล์ที่เลย์ดื่มเข้าไปในวันนี้มันมีปริมาณมากพอที่จะทำให้ควบคุมตัวเองไม่ได้ เลย์รู้ตัวเองดีว่าเวลาที่เมา

มากๆเขาจะเกิดอารมณ์ทางเพศ และคริสก็บอกเอาไว้ว่าจะมารับ นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่คืนนี้เขาไม่อยากเมา

                เพื่อนสนิทที่จีนจะรู้เรื่องนี้ดี แต่เพื่อนที่เกาหลีไม่มีใครรู้เพราะเขาจะระวังตัวเองทุกครั้งเวลาที่ต้องดื่ม ยกเว้นกับ

รุ่นน้องที่ชมรมฟุตบอลซึ่งเขาสนิทด้วยมากๆ พวกนี้จะรู้กันทุกคน

                ตอนนี้เลย์ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย เลย์กำลังทรมาน เพราะต้องการปลดปล่อย

                “อื้อ คริส ได้โปรด” สายตาอ้อนวอนที่ถูกส่งมา ทำให้คริสแทบใจอ่อน

                เลย์ยกขาทั้งสองข้างขึ้นรัดเอวหนาของคริส ยกสะโพกของตนขึ้นบดเบียด

                “บ้าชิบ” คริสสบถ เขากำลังถูกคนเมายั่วยวนจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว คริสได้แต่เตือนตัวเองว่าเลย์กำลังเมา

เพื่อไม่ให้ตัวเองทำอะไรลงไปในขณะที่เลย์ยังไม่มีสติ

                แต่คริสไม่ใช่พระอิฐพระปูน เล่นยั่วกันซะขนาดนี้ใครจะไปทนไหว

                ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงไปเพื่อลิ้มชิมรสริมฝีปากสีเชอรี่ที่เผยอเชิญชวน คริสบดเบียดริมฝีปากของเขาเข้ากับ

ของเลย์ ลิ้นร้อนของคริสไล่ลิ้มชิมความหอมหวานทั่วช่องปาก ในขณะที่เลย์ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี สองลิ้นตวัดพันกันแบบไม่มีใครยอมใคร

                ทั้งคู่จูบกันเนิ่นนานจากนิ่มนวลเริ่มร้อนแรงขึ้นตามลำดับ คริสสอดมือข้างที่ว่างเข้าไปในเสื้อของเลย์ มือหนา

สะกิดติ่งไตที่ชูชันขึ้นมาตามแรงอารมณ์ ความเสียวซ่านทำให้เลย์เริ่มดิ้นส่ายไปมา คริสจำต้องปล่อยมือข้างที่ยึดข้อมือของเลย์ไว้ ก่อนมือหนาจะจับใบหน้าของเลย์ไม่ให้ส่ายหนี เพื่อให้รับสัมผัสจากจูบเร่าร้อนของเขาได้อย่างถนัดถนี่

                เมื่อได้รับอิสระ มือเรียวของเลย์ก็ไม่รอช้าที่ลูบคลำไปทั่วแผ่นหลังกว้างของคริส ก่อนนิ้วทั้งสิบจะขยุ้มอยู่ที่เส้นผมของคริสและกดลงมาเพื่อให้ริมฝีปากทั้งคู่ได้สัมผัสกันใกล้ชิดยิ่งขึ้น

                “อื้อ..” เสียงร้องครางดังขึ้นประท้วง เมื่อคริสถอนริมฝีปากออกจากกลีบปากสีสวย

                คริสมองคนใต้ร่างที่ปรือตามองเขาด้วยใบหน้าที่แสดงความขัดใจ เขาถอดเสื้อยืดแขนสั้นรัดรูปของเลย์ออก

แล้วเหวี่ยงทิ้งอย่างไม่ใยดี จ้องมองแผ่นอกบางที่กระเพื่อมขึ้นลงตามการหายใจด้วยสายตาร้อนแรง

                คริสก้มลงประกบปากชิมรสความหอมหวานของเรียวปากเลย์อีกครั้ง มือหนาข้างหนึ่งปัดป่ายไปที่เม็ดทับทิม

สีสวย ส่วนอีกข้างก็ถูกบีบบี้ด้วยความเมามันส์

                เลย์หายใจแทบไม่ทันเมื่อถูกโจมตีพร้อมกันทั้งเรียวปากและแผ่นอก สะโพกหนาเริ่มส่ายบดเบียดและยกขึ้น

จนแนบชิดกับส่วนแข็งขึงของคริสที่ดุนดันอยู่แถวต้นขา

                คริสละจากริมฝีปากหอมหวาน เขาไล่ดอมดมความหอมกรุ่นของร่างบางที่นอนอ่อนระทวยอยู่ใต้ร่าง

เริ่มตั้งแต่ซอกคอขาว ก่อนจะไล่ต่ำลงมาเรื่อยๆ คริสทำรอยเอาไว้แทบจะทุกทีที่ลิ้นร้อนของเขาลากผ่าน

                “อ๊ะ..คริส..” เสียงครางผะแผ่วของเลย์ เมื่อตอนที่ปากร้อนของคริสครอบครองยอดอดสีสด คริสดูดดึงจนมันแข็งขึ้นเป็นไต ก่อนจะย้ายมาอีกข้างเพื่อไม่ให้น้อยหน้า เลย์ขยุ้มหัวของคริสแล้วกดเพื่อให้ทำกับยอดอกของตัวเองมากขึ้น

                “อา..อา..คริส..” เลย์ยิ่งร้องคราง เมื่อคริสถอนริมฝีปาก และเริ่มไล้ลิ้นร้อนระเรื่อยลงไปด้านล่าง ผ่านหน้าท้องแบนราบ ก่อนคริสจะลุกขึ้นนั่ง เขาจับขอบกางเกงของเลย์ ดึงรั้งลงมาทั้งกางเกงยีนส์ตัวสวย และชั้นในสีขาว

                ทันทีที่ผ้าชิ้นสุดท้ายหลุดออกไปจากร่าง ความแข็งขึงของเลย์ก็เด้งผึงออกมาดูโลก มันตั้งชันขึ้นด้วยแรงอารมณ์

ที่แทบถึงขีดสุดของผู้เป็นเจ้าของ มือหนาของคริสเลื่อนไปบีบขยำสะโพกนุ่มนิ่มของเลย์อย่างมันส์มือ

คริสจับสองขาของเลย์ให้อ้ากว้าง เขาเข้าไปแทรกตรงหว่างขาของเลย์ คริสจ้องมองตรงส่วนนั้นของเลย์ด้วยความหื่นกระหาย มือหนาของคริสเลื่อนจากบั้นท้ายของเลย์มาสู่ส่วนชูชันด้านหน้า

“อ๊ะ..อา..คริส..อา” ทันทีที่มือหนาของคริสสัมผัสลงไป เลย์ก็ครางขึ้นด้วยความเสียวซ่าน คริสใช้มือรูดขึ้นลงเป็นจังหวะด้วยความรวดเร็ว เพื่อส่งเลย์ให้ถึงจุดหมายปลายทาง นิ้วหัวแม่มือบี้ที่ส่วนปลายเพื่อช่วยเพิ่มความสุขสมให้เลย์มากยิ่งขึ้น

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ...” เสียงหวานครางยาว เมื่อคริสเพิ่มความเร็วให้ถี่กระชั้นยิ่งขึ้น จนเลย์ทำท่าจะเสร็จอยู่รอมร่อ คริสก็ปล่อยมือที่รูดรั้งออก เลย์ปรือตามองด้วยความทรมาน แต่แล้วก็ครางออกมาอีกรอบเมื่อคริสใช้ลิ้นร้อนแตะลงไปที่ส่วนปลาย

“อาห์..คริส..” ริมฝีปากของคริสค่อยๆบรรจงกลืนกินแกนกายของเลย์เข้าไปอย่างช้าๆจนหมด ริมฝีปากร้อนอ้าอมเข้าๆออกๆจนเลย์บิดร่างไปมาด้วยความเสียวซ่าน ก่อนที่เลย์จะหลั่งน้ำสีขุ่นออกมาใส่ปากของคริสภายในเวลาไม่นาน

เมื่อได้หลั่งออกมาด้วยความสุขสมและสบายตัวไปแล้ว เลย์ก็ปรือตาขึ้นมองคริสด้วยความเคลิบเคลิ้ม คริสก้มลงจูบริมฝีปากคนที่นอนยั่วอย่างไม่ตั้งใจอีกครั้ง และอีกครั้ง ก่อนจะถอนจูบออกมา

                “ทีนี้ก็นอนได้แล้วนะครับ มันดึกแล้ว” คริสตั้งใจจะช่วยให้เลย์สบายตัวขึ้น ไม่ได้ต้องการจะทำอะไรมากไปกว่านี้ ถ้าจะไปต่อเขาก็อยากให้เลย์มีสติรับรู้ และยินยอมพร้อมใจจริงๆ

                เลย์ไม่ได้พูดอะไร เขาสอดนิ้วมือเข้าไปในกลุ่มผมของคริสแล้วกดลงมาบดจูบอย่างเอาเป็นเอาตาย เลย์ยังไม่อิ่ม

ยังต้องการอีก คริสรู้สึกได้ถึงส่วนนั้นของเลย์ที่เริ่มแข็งชูชันดันอยู่ที่หน้าท้องเขาอีกครั้ง

                คริสผละออกมามองหน้าเลย์ “ยังไม่พออีกเหรอครับ”

                “อือ..คริส..ได้โปรด” นัยน์ตาที่ปรือปรอยอ้อนวอนขอ ทำให้คริสใจอ่อนอีกครั้ง เขาลูกขึ้นไปนั่งพิงหัวเตียง

ก่อนจะยกร่างบางของเลย์ให้ขึ้นมานั่งพิงแผ่นอกของเขา  จับใบหน้าของเลย์ให้แหงนหงายขึ้นมารับสัมผัสจากริมฝีปากร้อนของเขา  ส่วนมือหนาก็จับส่วนแข็งขึงของเลย์รูดขึ้นลงเพื่อส่งให้เลย์สุขสมอีกครั้ง และอีกครั้ง

                แทบทั้งคืนที่คริสต้องคอยปรนเปรอเลย์ จนร่างบางที่ปลดปล่อยออกมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย คริสจึงได้มีโอกาสลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อปลดปล่อยให้ตัวเองบ้าง

                ก่อนจะกลับมานอนกอดร่างนุ่มนิ่มของเลย์หลับไปด้วยความอ่อนเพลียเช่นกัน

 

 ...

..

.


 

                เลย์ลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งหัว เมื่อคืนเขาเมามากเขารู้ตัวดี ดังนั้นเลย์จึงไม่แปลกใจที่เห็นตัวเองในสภาพเปลือยเปล่า เลย์บิดขี้เกียจทั้งที่ยังนอนอยู่ เพื่อขับไล่ความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นทั่วทั้งตัว

                กึก..

                มือเรียวกระทบเข้ากับบางสิ่งในกองผ้านวม เลย์ผุดลุกขึ้นนั่งก่อนจะค่อยๆเลิกผ้านวมขึ้น

                ‘คริส’

                เลย์รีบลุกขึ้นยืนข้างเตียงด้วยความรวดเร็ว เขาใช้มือจับที่ก้น

                ‘ไม่เจ็บ แสดงว่ายังไม่โดน’ เลย์คิด เขากระชากผ้าห่มนวมขึ้นมาเพื่อจะใช้ห่อหุ้มตัวเอง ก่อนจะเรียกคริสให้ตื่น ต่เลย์ก็ต้องตกใจและกรีดร้องออกมาสุดเสียง เมื่อดึงผ้าห่มออก แล้วพบว่าคริสไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น แถมน้องชายของคริสยังผงาดขึ้นมาอย่างไม่อายฟ้าอายดิน

                คริสงัวเงียเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของเลย์ เขาลุกไปหยิบกางเกงที่เหวี่ยงทิ้งไปเมื่อคืนมาใส่ ก่อนจะพูดกับคนที่

ห่มผ้านวม เอามือปิดหน้า ยืนหันหลังให้เขาอยู่

                “หันมาได้แล้วคุณ”

                เลย์หันมาทำตาเขียวใส่คนที่ฉวยโอกาสแอบนอนกับตัวเอง

                “นายมานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วทำไมต้องถอดเสื้อผ้าออกหมดอย่างนี้ด้วยห๊ะ!!”

                “ผมก็ไม่ได้อยากจะนอนค้างที่นี่หรอกครับ แต่หมดแรง กลับบ้านไม่ไหว”

                “นายไม่ได้กินเหล้าเมาซะหน่อย จะมาหมดแรงเรื่องอะไรกัน”

                “นี่คุณจำอะไรไม่ได้เลยเหรอครับ เฮ้อ..จริงๆเล้ย” คริสหัวเสีย รู้อย่างนี้ไม่ช่วยดีกว่า ปล่อยให้นอนทรมาน

อยู่คนเดียวไปนั่นแหละ

                “จำอะไร?” แล้วเลย์ก็ค่อยๆหน้าเหวอขึ้น “อย่าบอกนะว่าฉันทำอะไรนาย ไม่จริง เป็นไปไม่ได้”

                “คุณเกือบปล้ำผมเมื่อคืน ดีที่ผมทำให้คุณหมดแรงได้ก่อน ผมเลยรอดมาอย่างฉิวเฉียด” คริสพูดพร้อมทำหน้าตากรุ้มกริ่ม แค่คิดถึงเรื่องเมื่อคืน น้องชายของเขาก็เตรียมผงาดขึ้นมาอีกแล้ว

                เลย์คว้าหมอนบนเตียงปาใส่หน้าคริส ซึ่งก็แม่นเหมือนจับวาง

                “ไม่จริง นายอย่ามาโกหกนะ แล้วก็ห้ามทำหน้าทำตาแบบนั้นใส่ฉันด้วย ฉันไม่ชอบ”

                “ผมพูดความจริงครับ คุณเกือบทำลายความบริสุทธิ์ของผมไปแล้ว รับปากกับผมได้ไหมว่าคุณจะไม่ไปดื่มแบบนี้กับใครอีก นอกจากผมคนเดียวเท่านั้น”

                “ทำไมฉันต้องทำตามที่นายบอกด้วย” เลย์เถียงอย่างดื้อรั้น

                “หรือต้องรอให้ตื่นมามีผัวพร้อมกันหลายๆคนก่อน คุณถึงจะทำอย่างที่ผมขอได้”

                เลย์กรีดร้องอีกรอบ กระทืบเท้าพร้อมชี้หน้าคริส “นาย..นาย..” แต่ยังไม่ทันจะได้ด่า เสียงกดออดหน้าห้องก็ดังขึ้นขัดจังหวะคนทั้งคู่

คริสรีบเดินออกไปเพื่อเปิดประตูให้คนที่มาเยือน โดยลืมไปว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของตัวเอง ในขณะที่เลย์ก็มัวแต่โกรธ

เมื่อนึกขึ้นได้ก็เรียกไม่ทันซะแล้ว ได้แต่หวังว่าคนที่มาคงไม่ใช่แม่ ไม่อย่างนั้นเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ เพราะไอ้เด็กบ้านั่น

ดันใส่แค่กางเกงตัวเดียว โดยที่ท่อนบนไม่ได้สวมใส่อะไร

                ยิ่งคิดยิ่งหัวเสีย แล้วก็ต้องตกใจจนตาโต เมื่อคนที่เปิดประตูเข้ามาคือลูฮาน ทั้งคู่ต่างมองกันด้วยความตกใจ

เห็นสายตาของลูฮานที่มองมาด้วยความสงสัย เลย์ก็รีบอธิบาย

                “อย่าเข้าใจผิดนะ มันไม่ใช่อย่างที่นายคิด” เลย์รีบพูดขึ้นก่อน

                “เดี๋ยวเย็นๆฉันโทรหา หวังว่านายคงมีคำอธิบายนะ” ลูฮานมองหน้าเลย์กับคริส ก่อนจะหิ้วกระเป๋าเป้เดินออกไปจากห้อง โดยมีคริสเดินมาส่งถึงหน้าประตู

                และเมื่อคริสกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งเลย์ก็แหวใส่ทันที “ใครใช้ให้นายไปเปิดประตูห๊ะ แล้วดูแต่งตัวสิ คนอื่นเขาเข้าใจผิดไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว”

                “ก็มันลืมตัว ผมขอโทษละกัน”

                “ชิส์ นายนี่มันจริงๆเลย” เลย์หัวเสีย แล้วเย็นนี้จะอธิบายให้ลูฮานเข้าใจยังไงดีล่ะ

                “คุณไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวผมทำอะไรให้ทาน” คริสตัดบท

                เลย์ไม่อยากต่อปากต่อคำกับคริสอีกแล้ว จึงเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าห้องน้ำไปเพื่อชำระร่างกาย และอีกอย่างตอนนี้เขาก็เริ่มหิวแล้วด้วย

                เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เลย์ก็ออกมาจากห้องนอน เขาได้กลิ่นหอมของอาหารที่คริสกำลังทำอยู่ เลย์เดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร มองแผ่นหลังคนตัวสูงที่กำลังทำอาหารอย่างขะมักเขม้น เลย์เผลอยิ้มออกมา ก่อนจะรีบหุบยิ้มเมื่อ

คริสหันมามอง

                “รอแป๊บนะคุณ ใกล้เสร็จแล้ว”

                ไม่นานอาหารหน้าตาน่าทานก็มาวางตรงหน้าของเลย์ แต่มันมีแค่จานเดียวนี่สิ

                “แล้วของนายล่ะ”

                “ผมยังไม่หิว เมื่อคืนกินน้ำไปเยอะ ยังอิ่มอยู่เลย”

                “นายไม่ได้ไปผับด้วยซะหน่อย แล้วไปกินน้ำที่ไหนมา” เลย์ถามพลางจ้องหน้า

                “เอาเถอะน่า คุณอย่ารู้เลย” คริสตอบยิ้มๆ พร้อมกับทำหน้าตากรุ้มกริ่มอีกแล้ว

                เลย์หมันไส้จึงเอื้อมมือไปหยิกที่ต้นแขนคริสเต็มแรง “บอกว่าอย่าทำหน้าทำตาแบบนี้ไง ฉันไม่ชอบ แล้วก็ไม่ต้องมาพูดจาสองแง่สองง่ามกับฉันด้วยนะ”

                “โอ๊ยเจ็บ” คริสเอามือลูบต้นแขนเบาๆ “โอเคครับไม่พูดแล้วครับ ผมไปอาบน้ำบ้างดีกว่า” คริสรีบเดินเลี่ยงออกไปทันที

                ตอนที่คริสเสร็จเรียบร้อย เลย์ก็ทานอาหารเสร็จแล้วเหมือนกัน ตอนนี้กำลังนั่งดูรายการโทรศัพท์อยู่ด้วยตาปรือๆ

เหมือนจะหลับอีกรอบ ทั้งๆที่เพิ่งจะตื่นนอน คริสคว้ารีโมทขึ้นมาปิดโทรทัศน์ เลย์เหลือบตามอง

                “ไปข้างนอกกันเถอะ อยู่แต่ในห้องน่าเบื่อจะตาย”

                คริสไม่ได้รอให้เลย์ตกลงหรือปฏิเสธ เขาลากแขนของเลย์ให้ไปด้วยกันทันที

                “ไปรถผมนะ รถคุณจอดอยู่ที่ผับ เดี๋ยวขากลับค่อยแวะเอา”

                เลย์พยักหน้า ตอนนี้เขาง่วงมาก เมื่อได้แอร์เย็นๆ บวกกับเพลงเบาๆฟังสบาย เลย์จึงหลับไปด้วยความรวดเร็ว รู้สึกตัวตื่นเมื่อคริสปลุกเพราะถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

                เลย์ออกมายืนงงอยู่ข้างรถ บรรยากาศชินตาทำให้หันมองรอบตัว ชัดเลย นี่มันหมู่บ้านจัดสรรที่เขาอยู่นี่นา ถ้านี่ไม่ใช่บ้านเขา ก็ต้องเป็นบ้านของไอ้คนที่ลงมายืนเก๊กอยู่อีกข้างของรถแน่ๆ

                “เข้าบ้านเถอะ คุณแม่ผมรออยู่” คริสโทรมาบอกแม่ว่าเขากำลังจะกลับบ้าน และจะมีเพื่อนมาด้วย ทั้งๆที่บอกกับแม่ไปว่าพวกเขาทานอาหารกันมาแล้ว แต่เชื่อเหอะ แม่ต้องเตรียมอาหารไว้อีกเพียบ

                “อ้าวทำไมมาด้วยกันได้ล่ะ แม่ก็นึกว่าคริสมากับพวกเพื่อนเก่าๆที่เคยพามา” แม่ทักเมื่อเห็นหน้าคนที่คริสพามาด้วย

                “เมื่อคืนผมไปนอนค้างที่คอนโดเลย์มาครับแม่”

                เลย์ถลึงตาใส่คนพูด จะบอกทำไมกันนะเรื่องแบบนี้ ถ้ายืนใกล้ๆจะหยิกให้เนื้อเขียวเชียว ไอ้คนปากไม่มีหูรูด

เลย์ค่อนขอดคริสในใจ

                “ทานอะไรกันก่อนสิ แม่เตรียมไว้เยอะเลย”

                “ทานกันมาแล้วครับแม่ แต่เย็นนี้พวกผมอยู่ทานข้าวด้วยนะ ไปเถอะคุณ” คริสเรียกเลย์ ก่อนจะเดินนำขึ้นไปชั้นสองของบ้าน

                ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องนอนของคริส เลย์ต้องตกใจจนอ้าปากค้าง เมื่อรอบๆห้องเต็มไปด้วยรูปของเขาในหลายๆอิริยาบถ ส่วนใหญ่จะเป็นรูปตอนเตะฟุตบอล

                “ไหนบอกไม่ได้ถ่ายรูปฉันไงล่ะ” เลย์ส่งค้อนให้คนที่ยืนยิ้มอยู่กลางห้อง “แล้วเอารูปฉันมาติดแบบนี้ ไม่ขอกันสักคำ ฉันคิดค่าลิขสิทธิ์นะ”

                “จ่ายด้วยหัวใจไปแล้วไง”

                เลย์เบ้หน้าเพราะเลี่ยนในคำตอบเสี่ยวๆของคริส

                “พาฉันมาบ้านนายทำไม” เลย์ถาม

                “ก็อยากให้คุณได้รู้จักกับครอบครัวของผม”

                “งั้นก็ให้ฉันลงไปคุยกับแม่นายสิ จะพาขึ้นมาทำไม”

                “เอาไว้ตอนเย็นเลยทีเดียว รอคุณพ่อกลับมาจากทำงานด้วย จะได้แนะนำลูกสะไภ้ให้รู้จักพร้อมๆกัน”

                “บ้า” เลย์ก้มหน้าซ่อนความเขินอาย

                “ที่จริงผมมีงานที่ต้องทำส่งอาจารย์น่ะ แต่ไม่อยากอยู่ห่างจากคุณ เลยต้องพาคุณมาบ้านด้วย ถ้าคุณง่วงก็นอนได้เลยนะ ผมขอเคลียร์งานแป๊บ เสร็จแล้วเดี๋ยวปลุก”

                เลย์รีบก้าวขึ้นเตียงแล้วล้มตัวลงนอนทันที เย็นนี้คงประหม่าน่าดูเมื่อต้องร่วมทานอาหารกับครอบครัวของคริส

แล้วไหนจะลูฮานที่บอกว่าจะโทรมาฟังคำอธิบายอีก เลย์ทิ้งปัญหาทุกอย่างเอาไว้ก่อน ตอนนี้เขาง่วงเกินกว่าจะคิดอะไรได้อีกแล้ว

                คริสที่นั่งเคลียร์งานอย่างตั้งอกตั้งใจ จนเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ คริสพักจากงานที่ทำเพราะตอนนี้ท้องของเขากำลังประท้วงโดยการร้องโครกครากด้วยความหิว เขายังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า หันไปมองคนบนเตียงก็เห็นว่านอนหายใจเข้าออกสม่ำเสมอไปแล้ว คริสลุกขึ้นเดินไปข้างเตียง หอมแก้วคนนอนหลับสนิท ก่อนจะเดินออกไปหาอะไรกินด้านล่าง

                คริสเข้าไปกอดแม่ที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่คนเดียว

                “หิวจัง มีอะไรทานบ้างครับ”

                “เยอะแยะ มาสิเดี๋ยวแม่ทำให้” คริสเดินตามแม่ไป เขานั่งรออยู่ทีโต๊ะกินข้าว แม่อุ่นอาหารอยู่สักพักก็ยกออกมาให้เขาทาน ยังไม่ทันจะได้ตักข้าวเข้าปาก แม่ก็พูดขึ้น

                “เด็กคนนี้ต้องกลับไปจีนหลังจากเรียนจบใช่ไหม” แม่ถามขึ้นลอยๆไม่ได้ต้องการคำตอบ สักพักก็พูดต่อ

“แล้วต่อมาลูกก็มาถามพ่อกับแม่ว่าถ้าต้องไปอยู่ที่อื่นไกลๆพ่อกับแม่จะอยู่กันได้ไหม” แม่มองหน้าคริส

“หรือว่าลูกตั้งใจจะตามพวกเขาไปที่จีน”

                คริสประหลาดใจที่แม่เดาได้ถูกเผง เขาพยักหน้า ก่อนจะลงมือทานอาหาร

                “แล้วไปคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ วันนั้นยังบอกว่าเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยอยู่เลย”

                “ยังไม่ได้คบกัน กำลังจีบอยู่”

                “น่ารักดี จีบให้ติดนะ แต่จีบไม่ติดก็ดีจะได้ไม่ต้องทิ้งแม่ไปไหน”

                “โธ่..แม่อะ ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะครับ” คริสทำเป็นตัดพ้อแม่  ที่กำลังนั่งหัวเราะเยาะเขาอยู่

                เมื่อทานอาหารเสร็จแล้ว คริสก็ขึ้นไปทำงานต่อ คนที่นอนอยู่ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดหลับลึกมากๆ อย่างนี้มันน่า

ลักหลับชะมัดเลย

                คิดถึงเรื่องเมื่อคืนที่เลย์เมาแล้วไม่เหมือนคนอื่น แสดงว่าพวกรุ่นพี่พวกนั้นต้องรู้ว่าเลย์เมาแล้วมีอาการแบบนี้

มันทำให้คริสอดคิดต่อไม่ได้ว่า แล้วมีใครเคยทำให้เลย์แบบที่เขาทำเมื่อคืนรึเปล่า แค่คิดคริสก็แทบทนไม่ได้แล้ว คริส

กำลังหึงและหวง คนอะไร รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองเมาแล้วเป็นยังไงก็ยังจะกินเหล้าจนเมามายอีก มันน่าจับตีนักเชียว

                คริสปลุกเลย์เมื่อพ่อของเขากลับมาจากทำงานแล้ว และตอนนี้ก็กำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร

                “หือ..” เลย์ลุกขึ้นนั่งขยี้ตาด้วยความงัวเงีย

                “ไปล้างหน้าก่อนเถอะ แล้วจะได้ลงไปข้างล่างกัน” เลย์เดินเข้าห้องน้ำไปโดยมีคริสดันหลัง ก่อนจะเดินออกมาด้วยสีหน้าที่ดูกังวล คริสจับมือของเลย์ไว้

                “ไม่ต้องกลัวนะ พ่อกับแม่ผมไม่ใช่คนดุ เดี๋ยวคุณได้เจอได้คุยก็จะรู้เอง อีกอย่างผมก็อยู่ข้างๆคุณไม่ได้ทิ้งไปไหนสักหน่อย”

                เลย์ยิ้มให้คริส เขาค่อนข้างกังวลมากทีเดียว แต่ก็เป็นอย่างที่คริสบอกจริงๆ พ่อกับแม่ของคริสใจดีมาก ความกังวลหายไปหมดสิ้นเมื่อได้พูดคุย เลย์ได้แต่นั่งยิ้มกับการสนทนาของคนในครอบครัวนี้ มีบางครั้งที่เผลอหัวเราะเสียงดัง โดยเฉพาะตอนที่คริสกับพ่อของเขาปะทะฝีปากกัน

                “แม่ไม่ค่อยได้เจอน้องเลย เดี๋ยวนี้ไม่เห็นมาทานข้าวที่บ้าน คริสล่ะ เจอน้องบ้างไหม” น้องที่แม่ของคริสพูดถึง

ก็คือชานยอล

                “เมื่อคืนก็เจอ เขาก็อยู่กับเพื่อนสนิทเขานั่นแหละแม่ ถ้าแม่คิดถึงเดี๋ยวผมบอกให้”

                คำว่าเมื่อคืนก็เจอทำให้เลย์หันไปมองหน้าคริส “แม่เขาหมายถึงชานยอลน่ะ บ้านชานยอลอยู่หลังถัดไปนี่เอง” แล้วคริสก็ชี้ไปบ้านหลังข้างๆ

เลย์พยักหน้าเข้าใจ เพราะบ้านอยู่ติดกันนี่เอง คริสกับชานยอลจึงสนิทกัน และสนิทกันทั้งครอบครัวด้วย ไม่แปลกใจแล้วที่ทำไมชานยอลถึงต้องทำท่าท่างหวงคริสใส่เขา

                เมื่อทานอาหารเย็นเสร็จ เลย์ก็ล่ำลากับครอบครัวของคริส คริสขับรถมาส่งเลย์ที่หน้าผับเพราะเมื่อคืนจอดรถทิ้งไว้ที่นี่ คริสยังขับรถตามเลย์ไปที่คอนโดด้วย แต่ถูกเลย์ห้ามไว้เมื่อคริสจะตามไปส่งถึงห้อง เขาอยากให้คริสรีบกลับบ้านมากกว่า เพราะเมื่อคืนคริสก็นอนดึกเหมือนกัน แถมเมื่อตอนกลางวันก็ไม่ได้พักผ่อน ถ้าขืนให้ตามขึ้นไปด้วย มีหวังได้หาเรื่องอยู่ต่ออีกยาว ไม่ต้องได้กลับไปพักผ่อนกันพอดี

                ทันทีที่หย่อนก้นลงที่โซฟาสุดหรู เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นทันที เลย์หยิบขึ้นมาดูชื่อคนโทรเข้ามา .. ลูฮาน

                “ฮัลโหล” เลย์กรอกเสียงลงไป

                “ฮัลโหล ลูฮาน ได้ยินเสียงฉันไหม”

                ตรู๊ด..ตรู๊ด..ตรู๊ด.. สายหลุดไปแล้ว เลย์อาศัยจังหวะนี้ กดปิดเครื่องทันที ยังไม่อยากคุยกับลูฮาน เพราะเอาเข้าจริงๆตัวเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น

 

 ...

..

.


 

                เซฮุนแย่งโทรศัพท์มาจากมือลูฮาน เขากดวางสายก่อนจะโยนมันลงไปบนเตียง

                “ทำไมล่ะเซฮุน ฉันกำลังจะคุยกับเลย์นะ”

                “ไม่ต้องไปยุ่งกับเรื่องของคนอื่นเขาหรอก”

                “คนอื่นที่ไหนกัน เลย์เป็นเพื่อนสนิทของฉัน” ลูฮานท้วง

                หลังจากที่กลับมาจากทานดินเนอร์กับเซฮุนแล้ว ลูฮานก็ไม่รอช้าที่จะรีบโทรหาเลย์ เพราะอยากรู้ว่าทำไม

พี่คริสถึงไปอยู่ในห้องกับเลย์ แถมยังใส่แค่กางเกงตัวเดียว ในขณะที่เลย์มีผ้าห่มพันตัวอยู่ มันเหมือนกับพวกเขาสองคนกำลัง เอ่อ..นั่นแหละ

เฮ้อ!! ไม่ให้โทร ไม่โทรก็ได้ เดี๋ยวค่อยแอบไปถามเลย์เอาเองที่ชมรม

“ห้ามไปที่ชมรมฟุตบอลอีกนะ” เซฮุนออกคำสั่ง

“ทำไมล่ะเซฮุน เลย์อยู่ที่นั่นนะ บางครั้งฉันก็ต้องไปหาเพื่อนฉันบ้าง” ลูฮานแย้ง

“ฉันไม่ชอบไอ้พวกชมรมฟุตบอล เมื่อคืนก็จีบนาย”

“หือ..มีคนจีบฉันด้วยเหรอ นายเข้าใจผิดแล้วมั้ง เขาก็คงกลัวฉันเหงาเพราะเป็นคนนอกชมรมแค่คนเดียว ก็เลย

ชวนคุยเป็นเพื่อนมากกว่า ไม่มีอะไรหรอก อย่าคิดมากสิ”

“แค่มองตาก็รู้แล้วว่าหมดนั่นคิดยังไงกับนาย หรือนายชอบที่มีคนมาจีบ” เซฮุนเริ่มพาล

“ไร้สาระน่า ฉันก็เห็นพวกเขาเป็นเพื่อนเหมือนกับเลย์นั่นแหละ ถ้านายไม่สบายใจ ฉันไม่ไปที่ชมรมฟุตบอลก็ได้”

ลูฮานรับปากเอาใจ เพราะวันนี้เป็นวันดีจึงไม่อยากให้เซฮุนหงุดหงิด แล้วลูฮานรีบเปลี่ยนเรื่อง

                “วันนี้ขอบใจนายมากเลยนะเซฮุน ฉันมีความสุขที่สุดเลย”

                “นายอยากตอบแทนฉันไหมล่ะ” เซฮุนเอียงแก้มให้ลูฮาน

                “บ้า” ลูฮานยิ้มเขิน

                “โห..นายรู้ไหมว่าฉันต้องตื่นเช้าแค่ไหนเพื่อมาทำข้าวต้มให้นาย ไหนจะวุ่นวายเปิดเน็ต โทรหาแบคฮยอน

พอทำเสร็จนายดันบอกว่าไม่อร่อยซะงั้น เสียกำลังใจชะมัดเลย ตกลงว่าข้าวต้มฉันมันแย่มากเลยเหรอ”

                “อือ มากๆเลยล่ะ”

                “ตอนทำฉันไม่ได้ชิมเลยสักคำ ฉันไม่กล้า” เซฮุนสารภาพ

                ลูฮานมองเซฮุนตาค้าง “นี่นายให้ฉันเป็นหนูทดลองเหรอ” ทำหน้างอใส่คนที่ยืนขำอยู่ใกล้ๆ “แต่ก็ขอบใจนะที่ตั้งใจทำให้ฉัน”

                “ลูฮาน..”

                “หือ มีอะไรเหรอ”

                “ฉันขอโทษนะ เรื่องที่เข้าใจผิดคิดว่านายทะเลาะกับพี่แทยอน ฉันนี่มันแย่จริงๆ แค่เห็นนายอยู่กับพี่เลย์ก็คิดไปเองแล้วก็มากล่าวหานาย นอกจากนี้ยังไม่คิดจะฟังนายอธิบายอีกด้วย”

                “ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ได้โกรธนาย แค่น้อยใจนิดหน่อย แต่ตอนนี้หายแล้วล่ะ” สิ่งที่เซฮุนทำให้ทั้งหมดในวันนี้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเซฮุนตั้งใจง้อมากแค่ไหน

                “เวลามีความสุขแบบนี้ทีไร ฉันคิดถึงแม่ทุกทีเลย นานแล้วเหมือนกันนะที่ฉันไม่ได้กลับบ้านเลย”

เพราะมีกันอยู่สองคนแม่ลูก ดังนั้นเวลาที่ลูฮานรู้สึกมีความสุข แม่จะเป็นคนแรกที่เขาอยากแบ่งปันความสุขนั้นด้วย ตอนนี้ก็ค่ำแล้วลูฮานจึงไม่อยากโทรไปกวนแม่

“ทำไมนายไม่กลับบ้านบ้างล่ะ” เซฮุนถาม

“แม่ฉันไม่ให้กลับน่ะ ค่ารถมันแพง ฉันได้แต่โทรไปหาแม่ แต่ก็ไม่อยากโทรบ่อยสักเท่าไหร่ กลัวอดร้องไห้เพราะความคิดถึงไม่ได้”

“นายเป็นคนที่ไหนเหรอ” เซฮุนถามต่อ นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ได้พูดคุยเรื่องครอบครัวของลูฮาน

“ฉันเป็นคนกวางจู”

“อยากกลับบ้านไหมล่ะ เดี๋ยวฉันพาไปเอง จะได้ไปเที่ยวบ้านนายด้วย” เซฮุนเสนอ

“ไม่ล่ะ เกรงใจนาย อีกอย่างบ้านฉันก็หลังเล็กนิดเดียวเอง ไม่กล้าต้อนรับใครหรอก” ลูฮานปฏิเสธ

“ห้องนี้ก็เล็กนิดเดียวเหมือนกัน ฉันยังอยู่ได้เลย มันไม่สำคัญหรอกว่าบ้านนายจะเล็กหรือใหญ่ มันสำคัญตรงที่มีนายอยู่มากกว่า”

ลูฮานก้มหน้าเขินเพราะคำพูดของเซฮุน วันนี้เซฮุนใจดีทั้งวันเลย ลูฮานอยากให้เซฮุนเป็นอย่างนี้บ่อยๆ

“ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ” ลูฮานรีบหาทางเลี่ยงออกไป เพราะขืนอยู่ต่อมีหวังได้เขินจนตัวจะระเบิดแน่ๆ และเมื่ออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มานอนอ่านประโยคสั้นๆในการ์ดซ้ำไปซ้ำมา ลูฮานนอนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่บนเตียง จนคนที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำต้องเอ่ยปากแซว

                “ยิ้มมาก เดี๋ยวก็ขากรรไกรค้างหรอก”

                “ก็ฉันมีความสุขนี่นา”

                เซฮุนปิดไฟ แล้วล้มตัวลงนอนข้างลูฮาน เขาคว้าเอวบางของลูฮานให้เขยิบเข้ามาใกล้ๆ

                “ฉันรักนายนะเซฮุน” ลูฮานกระซิบบอก

                “อือ ฉันรู้แล้ว” เซฮุนตอบ

                “นายรักฉันรึเปล่า” ลูฮานย้อนถาม

                “บอกไปแล้วไง”

                “บอกตอนไหนอ่ะ ไม่เห็นได้ยินเลย บอกอีกทีสิ นายรักฉันรึเปล่า”

                “บอกไปในการ์ดน่ะ อุตส่าห์เขียนตัวหนาๆแล้วนะ”

                “อันนั้นน่ะอ่านแล้ว แต่ฉันอยากได้ยินนายบอกว่ารักฉันบ้างนี่นา”

                “นอนเถอะดึกแล้ว” เซฮุนพูดตัดบท ลูฮานไม่รู้หรอกว่า ภายใต้ความมืดมิดนั้น คนที่นอนอยู่ข้างๆอายแค่ไหน

                “ฉันรักนายนะเซฮุน” ลูฮานที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของเซฮุนพูดซ้ำอีกรอบ

                ไม่ใช่ว่าเซฮุนไม่อยากพูด แต่มันอายเกินกว่าจะให้มาพูดกันต่อหน้าแบบนี้ แค่ตอนเขียนลงไปในการ์ด เขาก็เขินมากพอแล้ว แต่ต้องกลบเกลื่อนไว้ด้วยท่าทางนิ่งๆ คงจะมีสักวันที่เขาจะรวบรวมความกล้ามากกว่านี้ เพื่อบอกคำว่ารักให้

ลูฮานได้ฟัง

                ลูฮานนอนหลับสนิทไปแล้ว เซฮุนจึงค่อยๆก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูของคนในวงแขน ถ้อยคำที่ลูฮานอยากได้ยินนักหนา ถ้อยคำที่เขาไม่กล้าพูดเวลาที่ลูฮานตื่น

                .

                .

                “ฉันก็รักนายนะลูฮาน”

               

 

ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์
1ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
2ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
3ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
4ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
5ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
6ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
7ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
8ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
9ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
10ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
11ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
12ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
13ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
14ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
15ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
16ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
17ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
18ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
19ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
20ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
21ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
22ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
23ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
24ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
25ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
26ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
27ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
28ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
29ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
30ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
31ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
32ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
33ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
34ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
35ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
36ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
37ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
38ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
39ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
40ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
41ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
42ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
43ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
44ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
45ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
46ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
47ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
48ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
49ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
50ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
51ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
52ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
53ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
54ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
55ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
56ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
57ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
58ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
59ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
60ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
61ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
62ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
63ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
64ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
65ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
66ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
67ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
68ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
69ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
70ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
71ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
72ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
73ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM