เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

                 “ดีโอ ฉันต้องไปทำธุระก่อน คืนนี้ไปเจอกันที่ผับเลยนะ” ไคบอกหลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จ และได้รับโทรศัพท์โทรตามตัวให้ไปพบด่วน

                ..จากผู้เป็นยาย

                “ถ้าไม่โทรไป ก็ไม่คิดจะมาหายายเลยไช่ไหม” คำพูดตัดพ้อด้วยความน้อยใจดังขึ้นทันที ที่ไคก้าวเข้าไปในบ้าน

บ้านหลังนี้เป็นของคุณยาย ซึ่งหลังจากที่คุณแม่แยกกันอยู่กับคุณพ่อก็ได้กลับมาอยู่ที่นี่กับคุณยายด้วย

                “คิดถึงสิครับ” ไคเข้าไปประจบหอมแก้มคุณยายซ้ายขวา ก่อนจะนั่งลงข้างๆคนแก่ขี้น้อยใจ

                “ยายได้ข่าวมาว่าหลานไปทำงานกลางคืนที่ผับ” ไคยิ้ม เขานึกอยู่แล้วว่าต้องถูกตามตัวให้มาพบด้วยเรื่องนี้

                “ทำไมต้องทำด้วย หรือว่าพ่อของหลานให้เงินไม่พอใช้ ถ้าอยากได้เงินก็บอกยายสิ”

                “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมแค่อยากเล่นดนตรี”

                “แล้วที่ดีๆกว่านั้นไม่มีรึไง ยายไม่ชอบที่แบบนั้นเลยจริงๆ”

                “แค่วันละชั่วโมงเองครับคุณยาย”

                “เล่นเสร็จ ก็ต้องดื่มต่อ แล้วก็เมา วันนึงก็พลาดทำผู้หญิงท้อง” คุณยายดูจะคิดไปเป็นตุเป็นตะ

                “คุณยายไม่ไว้ใจผมเหรอครับ ผมเป็นเด็กดีแค่ไหนคุณยายก็รู้” ไคยิ้ม แต่ยังไม่วายโดนคนแก่มองค้อน

                “ยายบอกก่อนนะ ว่าห้ามเอานักร้อง เด็กเสิร์ฟ พวกเต้นกินรำกินในผับมาเป็นหลานสะไภ้ยายเด็ดขาด”


“โธ่คุณยายครับ คนพวกนี้เขาก็แค่ทำมาหากิน อีกอย่างมันก็เป็นอาชีพที่สุจริตนะครับ”


“พูดอย่างนี้แสดงว่าจะไม่ยอมฟังยายใช่ไหม รู้อย่างนี้ให้หลานหมั้นกับซูโฮดีกว่าตอนที่ท่านมาขอ”


ไคมองหน้าคุณยายด้วยความประหลาดใจ “ขอผมเนี่ยนะครับ”


“ท่านขอหลาน แบคฮยอน และก็เซฮุน คนใดคนหนึ่งในสามคน รู้สึกว่าหลานจะเป็นคนแรกเลยนะที่โดนคัดออก”


 “ทำไมล่ะครับ หรือผมหล่อสู้สองคนนั้นไม่ได้” ไคพูดติดตลก


                 “ก็พ่อของหลานขอเวลาไปถามความเห็นคุณแม่ของหลานก่อน ถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วแต่ก็ยังให้เกียรติในการ

ตัดสินใจเรื่องของหลานอยู่ โดยเฉพาะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ยังไงก็ต้องให้แม่หลานยินยอมด้วย แต่ท่านรอนานขนาดนั้น

ไม่ได้หลานก็เลยไม่ต้องหมั้น”

                ไคเพิ่งเห็นถึงข้อดีของการที่พ่อกับแม่แยกกันอยู่เป็นครั้งแรก

                “แล้วทำไมไม่เป็นเซฮุนล่ะครับ” ไคถามต่อ

                “เห็นบ้านนั้นเขาบอกว่า ทาบทามผู้หญิงให้เซฮุนไว้แล้ว”

                “ห๊า..เซฮุนมีคู่หมายแล้ว” ไคมีสีหน้าตกใจ “ไม่เห็นมันเคยเล่าอะไรให้ผมฟังเลย หรือมันจะไม่รู้ตัว”

                “ยายก็ไม่แน่ใจนะ เขาเล่ากันมาอีกที สุดท้ายก็เลยเป็นแบคฮยอนที่ต้องหมั้นกับซูโฮ วันนั้นให้คุณพ่อของหลานตอบตกลงซะก็ดี ยายจะได้สบายใจว่าหลานจะไม่คว้าพวกทำงานกลางคืนมาทำเมีย ไม่รู้ล่ะ ยายขอสั่งห้ามเด็ดขาด

ยายไม่ชอบ เข้าใจไหม” ท้ายประโยคหันไปถามหลานชายสุดที่รัก

                “ครับ” ไครับปากเพื่อให้คุณยายสบายใจ เขารีบเปลี่ยนเรื่องทันที “แล้วนี่คุณแม่ไม่อยู่บ้านเหรอครับ” ถามพร้อมกับสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ

                “ออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว ไปกับเพื่อนคนที่ไปให้เขาช่วยเรื่องเปิดผับให้หลานน่ะ แม่เรานี่ก็อะไรไม่รู้ อย่างอื่นมีตั้งเยอะแยะไม่รู้จักทำ ต้องทำอะไรที่ยายไม่ชอบด้วย”

                “นี่คุณแม่เขาเริ่มทำแล้วเหรอครับ”

                เป็นสัญญาที่คุณแม่รับปากไว้กับไคว่าจะทำผับครบวงจรให้ และมันจะเป็นของไคทันทีเมื่อเรียนจบ แต่มันเป็นแค่งานเสริมเท่านั้น เพราะยังไงงานหลักของไคก็คือต้องเป็นนักการเมืองตามรอยของคุณพ่อเท่านั้น

                 “เริ่มได้สักพักแล้ว ออกจากบ้านทุกวัน ตอนนี้ตัวติดกับเพื่อนคนนี้เหลือเกิน”

                 “ผู้ชายหรือผู้หญิงครับ” ไคถาม

                “ผู้ชาย” ยายยกมือขึ้นลูบหัวไค “ไม่ต้องห่วงนะ เพราะยายไม่ยอมให้แม่เขาเอาคนแบบนี้มาเป็นคู่เด็ดขาด

พวกคลุกคลีอยู่กับผับ กับงานกลางคืนมาทั้งชีวิต ยังไงยายก็ไม่ยอม”

                ไคยิ้มให้คุณยาย อย่างน้อยคุณยายก็ยังเข้าใจว่าเขารู้สึกยังไง เขาพอทำใจได้แล้วเรื่องที่คุณแม่กับคุณพ่อแยกกันอยู่

แต่คงทำใจไม่ได้แน่ๆ ถ้าใครคนใดคนหนึ่งจะมีครอบครัวใหม่ และเขาจะไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด

                ไคอยู่ทานอาหารกลางวันกับคุณยาย และนั่งพูดคุยด้วยอีกสักพัก จนเมื่อคุณยายได้เวลานอนตอนบ่ายนั่นแหละ

ไคถึงได้ขอตัวกลับ เขากลับไปที่บ้านของตัวเอง หลังจากที่โทรหาคุณพ่อ แล้วรู้ว่าวันนี้คุณพ่ออยู่บ้านไม่ได้ออกไปไหน

                “ว่าไง มีอะไรกับพ่อล่ะ” คุณพ่อของไครีบเก็บหนังสือพิมพ์ที่กำลังอ่านค้างอยู่ทันทีที่เห็นหน้าลูกชาย

                “กลัวคุณพ่อเหงา เลยจะมากินข้าวเย็นเป็นเพื่อนคุณพ่อครับ”

                “อ้อนอย่างนี้จะเอาอะไรล่ะ” พ่อของไคยิ้มอย่างรู้ทัน

                “ไม่ได้จะเอาอะไรครับ แค่กลัวคุณพ่อเหงาจริงๆ คุณพ่ออยู่คนเดียวเหงาบ้างไหมครับ ให้ผมกลับมาอยู่เป็นเพื่อนดีรึเปล่า”

                ไม่รู้เป็นอะไร หลังจากที่รู้ว่าคุณแม่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเพื่อนสนิทคนนั้น เขาก็รู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกของคุณพ่อขึ้นมาจนต้องมาหาถึงบ้าน

                “ไม่ต้องหรอก พ่อก็ไม่ค่อยได้อยู่ติดบ้านแบบนี้เท่าไหร่ วันๆทำแต่งาน ถ้าลูกมาอยู่บ้านเดี๋ยวจะเหงาเปล่าๆ อยู่กับเพื่อนๆของลูกไปเถอะ”

                ไครู้ว่าพ่อเหงา ถึงต้องทำงานตลอดเพื่อไม่ให้มีเวลาคิดถึงเรื่องคุณแม่

                “เออ!!ว่าแต่นึกยังไงไปเล่นดนตรีที่ผับล่ะ” พ่อถามเมื่อสบโอกาส

                ไคยิ้ม เรื่องนี้เขาปิดใครไม่ได้จริงๆ แต่ก็ต้องขอบคุณทุกคนในครอบครัวที่ไม่ได้บังคับให้เขาเลิกทำงานนี้ แม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม

                “หาเรื่องทำแก้เหงาน่ะครับคุณพ่อ”

                พ่อพยักหน้าแล้วไม่ได้พูดอะไรอีก ไคล้มตัวลงนอนหนุนตักคุณพ่อ บางทีเขาก็อยากให้บ้านของเขาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกเหมือนบ้านอื่นๆบ้าง

                คงฝันมากเกินไป เพราะแค่จะทานข้าวพร้อมกันทั้งสามคนสักมื้อ ก็ยังทำไม่ได้เลย

                “คุณพ่อครับ”

                “หือ”

                “ผมยังเป็นเด็กดีไม่พออีกเหรอครับ?”

                คุณพ่อเอามือลูบหัวไค เขาไม่คิดว่าคำพูดที่ใช้พูดกับลูกเมื่อตอนเด็กๆ จะกลายมาเป็นเรื่องที่ฝังใจของลูกชาย สมัยเด็กนั้นไคมักจะถามอยู่บ่อยๆ ว่าคุณแม่ไปไหน เมื่อไหร่คุณแม่จะกลับบ้าน และทุกครั้งก็จะได้คำตอบจากผู้เป็นพ่อเสมอว่า

              ‘ถ้าลูกเป็นเด็กดี คุณแม่ก็จะกลับมาหาลูกเร็วๆ ไคต้องเป็นเด็กดีนะครับ’

                ที่ผ่านมา ไคมั่นใจว่าเขาเป็นเด็กดี สมัยเด็กเขาเชื่ออย่างที่พ่อบอกจริงๆ จนเมื่อโตขึ้นรับรู้เรื่องราวทุกอย่างแล้วนั่นแหละถึงได้รู้ว่า มันก็แค่คำพูดหลอกเด็กเท่านั้น

                แต่เขาก็ยังเป็นเด็กดีเสมอ เพราะยังหวังว่าคุณแม่จะกลับมาหาเขา มาอยู่กับเขาเหมือนเดิม แต่ตอนนี้เขารู้แล้ว

ว่ามันคงเป็นแค่ฝันเฟื่อง มันไม่มีวันเป็นจริงได้อีกแล้ว

                “เมื่อไหร่คุณแม่จะกลับมาหาผมสักที? ผมยังเป็นเด็กดีไม่พอใช่ไหมครับ?”

                ไคกระพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่หยดน้ำตาที่กำลังเอ่อคลอ เขาไม่อยากให้ใครเห็นด้านที่อ่อนแอ ถึงแม้ตอนนี้เขาจะเสียใจ จนอยากร้องไห้ฟูมฟายออกมาก็ตาม

 

 ...

..

.

 

                หลังจากที่ไคออกไปแล้ว ดีโอที่ไม่อยากนั่งเหงาอยู่ที่ห้องคนเดียวจึงกลับบ้านบ้าง ไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว

อีกอย่างช่วงนี้พี่ซูยองก็ไม่อยู่บ้านด้วย มีพ่ออยู่บ้านแค่คนเดียว

                แต่เมื่อไปถึง ดีโอก็รู้สึกว่าตัวเองมาผิดจังหวะ เพราะพ่อไม่ได้อยู่คนเดียว แต่อยู่กับเพื่อนของพ่อที่เคยพาไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลตอนที่ป่วยอยู่

“อ้าวดีโอ จะกลับมาทำไมไม่โทรบอกพ่อก่อนล่ะ ซูยองไม่อยู่หรอกนะ”

                “ผมรู้แล้วครับ” ดีโอโค้งให้เพื่อนพ่อ “ผมมากวนคุณพ่อกับเพื่อนรึเปล่าครับ”

                “ไม่หรอก เราคุยงานกันไปเรื่อยๆน่ะ แค่ร่างแผนงานเฉยๆยังรู้เลยว่าที่นี่ต้องเจ๋งมากๆ ดีโอน่าจะได้เป็นนักร้องที่นี่

รับรองว่ามันต้องไปได้ดีแน่ๆ”

“ผมก็แค่ชอบร้องเพลงเฉยๆ ไม่ได้อยากเป็นนักร้องพ่อก็รู้”

“ดีโอร้องเพลงเพราะเหรอคะ” เพื่อนพ่อถาม

“ร้องเพราะ แต่ไม่ค่อยชอบร้อง” พ่อตอบ

“มาร้องเพลงที่ผับน้าไหมล่ะ”

                “อย่าชวนเลยคุณ เสียเวลาเปล่า เออ..ดีโอ ไหนๆก็มาแล้ว ทำข้าวกลางวันให้พ่อกับคุณน้าด้วยนะ”

“จะดีเหรอคะคุณ เราออกไปทานข้างนอกกันก็ได้”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมทำได้ งั้นผมทำให้เลยละกัน” ดีโอรับอาสาด้วยความเต็มใจ

“ทำผัดเนื้อด้วยนะ น้าโซฮีเขาชอบ”

“ครับ” ดีโอรับปากก่อนจะเดินเข้าไปในครัว เพื่อเตรียมอาหารกลางวัน

                ดูท่าทางพ่อจะเอาใจเพื่อนคนนี้จัง ถึงอยากจะรู้เรื่องของคนทั้งคู่มากแค่ไหนแต่ก็ไม่กล้าถาม อย่างน้อยตอนนี้ก็รู้เพิ่มมาอีกอย่างว่าเพื่อนของพ่อคนนี้ ชื่อโซฮี

                “ให้น้าช่วยนะ” น้าโซฮีตามเข้ามาในครัว และอาสาจะช่วยเมื่อเห็นดีโอกำลังจัดเตรียมของ

“อย่าเลยครับ คุณน้าไปนั่งรอข้างนอกกับพ่อเถอะ”

“ที่จริงไม่ต้องทำผัดเนื้อให้น้าก็ได้ ทำที่ดีโออยากทานเถอะ”

                “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผัดเนื้อก็ไม่ได้ทำยากอะไร อีกอย่างผมก็ทำอยู่บ่อยๆ เพราะรูมเมทผมก็ชอบทานผัดเนื้อเหมือนกัน ผมทานกับเขาจนเริ่มชอบแล้วครับ”

เมื่อเห็นคู่สนทนาเงียบไป ดีโอจึงเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นน้าโซฮี กำลังเหม่อ ตาแดงๆ

“คุณน้าเป็นอะไรรึเปล่าครับ” ดีโอเขย่าแขน ถามด้วยความเป็นห่วง

                “ปะ..เปล่าจ้ะ น้าแค่คิดถึงลูกชาย เขาก็ชอบทานผัดเนื้อมากเหมือนกัน เมื่อก่อนน้าก็ทำไปให้เขาทานบ่อยๆ

แต่ตอนนี้เขาย้ายไปอยู่หอพัก น้าเลยไม่ค่อยได้ทำให้เขาทาน ไม่รู้ว่าเขาจะได้ทานมันบ้างรึเปล่า”