เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่นั่น นางพยาบาลสาวก็เปิดประตูเข้ามาและพูดเป็นภาษาเยอรมันว่า

“ขอโทษนะคะ เราต้องนำคนไข้ไปเอ็กซเรย์ก่อน” อรณิชาจึงต้องออกไปจากห้อง เธอรีบเดินไปหามารดาและสามหนุ่มที่ตามมาด้วยยังห้องอาหารชั้นล่างทันที

“อ้าว อรทำไมลงมาเร็วจัง” ชยานันท์เอ่ยถามเป็นคนแรก ทันทีที่เห็นหญิงสาวเดินหน้าม่อยเศร้าสลดเข้ามาในร้านอาหาร

“พอดีนางพยาบาลมานะ ฉันก็เลยต้องออกมาจากห้อง” อรณิชาตอบ พลางนั่งที่เก้าอี้ข้างมารดา

“เมื่อกี๊ผมไปคุยกับหมอมาแล้วนะครับ” ธนกฤตรีบหันมาบอกหญิงสาว

“เหรอคะ แล้วหมอว่าไงบ้างคะ” อรณิชาถามอย่างคนร้อนใจ อยากรู้อาการของคนรัก

“อืม หมอบอกว่าเค้าเป็นเบาหวานมาเกือบหนึ่งปีแล้ว ซึ่งโรคนี้ทำให้ร่างกายอ่อนแอได้ง่าย หากไม่ดูแลรักษาสุขภาพให้ดี แต่ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้ก็คือตับของเขาทำงานผิดปรกติ ส่งผลให้ตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลีย แล้วก็เบื่ออาหาร ผลตรวจยังระบุไม่แน่ชัด แต่ก็ต้องทำการผ่าตัดซ่อมแซมเพื่อให้ตับทำงานเป็นปรกติอีกครั้ง แต่ว่าผลเอ็กซเรย์ครั้งล่าสุด ปรากฏรอยดำที่ไต แล้วก็ตับอ่อน ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่ารอยดำที่เห็นในแผ่นเอ็กซเรย์จะเป็นอะไรแต่ก็พยายามตรวจสอบหลายครั้งแล้ว แต่หมอก็ยังไม่กล้าบอกว่าสิ่งที่เห็นคือมะเร็ง อาจจะแค่อักเสบก็ได้” ชายหนุ่มหยุดพูดชั่วคราว เพื่อสังเกตุอาการของคนฟัง

“มะเร็งเหรอ ตกลงเขาเป็นมะเร็งหรือเปล่า” อรณิชาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเบากริบ ดวงตาล่องลอยเหมือนสติไม่อยู่กับตัว

“ก็ยังไม่มีใครตอบได้ว่าใช่มะเร็งหรือเปล่า ทางแพทย์ได้ทำการตัดเอาเนื้อเยื่อบางส่วนไปตรวจแล้ว แต่ก็ยังไม่พบเชื้อมะเร็ง แต่หมอก็ไม่กล้ารับรองได้ร้อยเปอร์เซ็นว่าจะไม่เป็นมะเร็ง คงต้องทำการผ่าตัดใหญ่อีกครั้งหนึ่งเพื่อความแน่ใจ แต่ว่าหลังจากผ่าตัดแล้ว สุขภาพของคนเขาจะไม่แข็งแรงเหมือนเดิม อาจจะเหนื่อยง่ายและอ่อนเพลียมากยิ่งขึ้น บางคนก็ไม่สามารถกลับไปทำงานได้อีกเลยตลอดชีวิต”

เมื่อได้ฟังดังนั้นหญิงสาวก็นั่งตาลอย น้ำตาคลอเต็มสองเบ้า ค่อยๆ เอนหลังพิงเก้าอี้อย่างคนหมดหวัง

“นี่ยัยอร อย่าเพิ่งคิดมากซิ หมอยังไม่ได้บอกว่าเขาเป็นมะเร็งเสียหน่อย” ชยานันท์ว่า

“นั่นนะซิลูก แม่ว่ารอหลังจากผ่าตัดดีกว่า ไม่แน่ปฏิหารอาจมีจริงก็ได้ เราทุกคนจะช่วยกันภาวนาเอง” ผู้เป็นมารดาพูดปลอบใจบุตรสาว พลางถอนหายใจยาว อย่างคนทุกข์หนัก ไม่รู้มันจะอะไรกันนักกันหนา เมียก็กำลังท้อง ผัวก็ดันจะมาป่วยตาย อะไรมันจะบัดซบปานนั้น ยิ่งกว่าละครเกาหลีเสียอีก

“แล้วหมอจะผ่าตัดอีกเมื่อไรคะ” อรณิชาหันมาถามอีกครั้ง

“คงต้องรอให้อาการอักเสบหายก่อน หากผ่าตอนนี้อาจเสียชีวิตได้ เพราะอวัยวะภายในยังอักเสบอยู่ ยังทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ คงต้องรอไปสักประมาณสองเดือนมั่ง” ชายหนุ่มตอบแบบไม่มั่นใจ แม้จะหวาดกลัวอยู่ลึกๆ ว่าอาการอักเสบเรื้อรังนานๆ อาจส่งผลให้กลายเป็นมะเร็งได้เกือบ 90เปอร์เซ็น แต่เขาก็ไม่ปริปากบอกเธอให้ทุกข์ใจ

“หนึ่งเดือนเลยเหรอ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าข้างในหายอักเสบแล้ว” อรณิชาว่า

“ตอนนี้เขาก็ต้องทานยาไปก่อน จากนั้นก็มาเจาะเลือดเพื่อตรวจอีกครั้ง ถ้าคิดว่าพร้อมแล้ว ก็คงทำการนัดวันผ่าตัดได้เลย”

“แล้วทำไมหมอห้ามไม่ให้เขากินอาหารล่ะคะ” อรณิชาไม่วายที่จะสงสัย

“เค้าบอกว่าอาหารบางอย่างอาจทำให้เชื้อโรคแผ่ขยาย ดังนั้นจึงงดอาหารชั่วคราว เพื่อรอดูผลสักระยะ”

“แล้วตอนนี้ตับเขาทำงานเป็นปรกติหรือยังคะ” อรณิชาเอ่ยถามอย่างคนช่างสงสัย

“ตอนนี้หมอใช้ท่อขนาดเล็กเจาะระบายของเสียให้ขับถ่ายเป็นปรกติแล้ว แต่ว่าต้องเปลี่ยนท่อทุกหกเดือน”

“เหรอ” อรณิชาหยุดถามชั่วคราว และหันมานั่งเงียบๆ ครุ่นคิดบางอย่างตามลำพัง แม้จะมีผู้คนมากมายล้อมรอบ ทว่าเวลานี้เธอกลับรู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายเหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลกที่มืดมิดปราศจากแสงสว่างส่องนำทาง

หลังจากหนึ่งเดือนผ่านไป ทางโรงพยาบาลก็อนุญาติให้รัชชานนท์กลับมาพักฟื้นที่บ้าน เพื่อรอวันผ่าตัดใหญ่อีกครั้ง แต่ชายหนุ่มหาได้อยู่ตามลำพังอย่างเมื่อก่อน เพราะตอนนี้เขามีภรรยาสาวแสนสวยอยู่เคียงข้างคอยดูแลปรนนิบัติอย่างไม่ห่าง

ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันด้วยความสุข แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ ก็ตาม แต่ทุกวินาทีกลับมีค่าควรค่าแก่การจดจำไว้ในลมหายใจ

แม้ช่วงเวลาแห่งความสุขจะน้อยนิด และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ต้องกล่าวคำว่าลาก่อน แต่ทั้งสองก็พยายามที่จะทำวันนี้ที่มีให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากวันพรุ่งนี้ต้องจากกันไกลชั่วนิรันดร์ ก็ขอแค่ความทรงจำดีๆ ไว้คิดถึงยามอ้างว้างก็เพียงพอแล้ว

“ท้องเธอเริ่มใหญ่แล้วนะ” รัชชานนท์ยิ้มอย่างคนสุขใจ เมื่อมองหน้าท้องของภรรยาสาวเริ่มขยายใหญ่กว่าเดิม

“เหรอ” หญิงสาวเบิกตากว้าง พลางก้มมองหน้าท้องตนเองทันที สองมือน้อยกุมหน้าท้องด้วยรอยยิ้ม

“ก็เกือบสามเดือนแล้วนี่น่า” เธอว่า พลางเดินมานั่งใกล้ๆ ชายหนุ่ม

“เธอคิดชื่อลูกไว้หรือยัง” เสียงหวานใสเอ่ยถาม

“ยังเลย” รัชชานนท์ตอบ พลางขยับวงแขนโอบกอดร่างบางแน่น

“ฉันว่าถ้าเป็นผู้หญิง ฉันจะให้ชื่อว่าน้องไข่มุก แต่ถ้าเป็นผู้ชาย ฉันก็จะให้ชื่อว่า น้องขุนพลดีไหม”

ชายหนุ่มยิ้ม พลางส่ายหน้านิดๆ

“น้องไข่มุก ฉันก็พอรับได้นะ แต่น้องขุนพลเนี้ยไม่ไหวจริงๆ เปลี่ยนได้ไหม”

“เปลี่ยนเหรอ แล้วจะให้ชื่ออะไรล่ะ”

“ก็ไม่รู้ซิ เดี๋ยวค่อยคิดก็ได้ เรายังมีเวลาอีกตั้งหกเดือน” เขาว่า

“ถ้างั้นฉันจะโทรไปให้แม่หาชื่อให้หลานดีกว่า” พูดจบเธอก็ลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์ทันที ปลายนิ้วเรียวกดเบอร์โทรอย่างคล่องแคล่วว่องไวเพราะเธอโทรหามารดาแทบทุกวัน

“แม่คะ หนูเองคะ แม่ช่วยหนูคิดชื่อหลานหน่อยซิคะ” เสียงหวานอ้อนมารดา

“อืม เดี๋ยวแม่จะไปซื้อหนังสือตั้งชื่อเด็กมาให้นะ แล้วจะให้แม่บินไปเมื่อไหร่ล่ะ” นางสุรีย์ถามอย่างห่วงใย

“อาทิตย์หน้าก็แล้วกันคะ ถ้าแม่ซื้อตั๋วเครื่องบินได้แล้ว อย่าลืมโทรมาบอกหนูนะคะ หนูจะได้ไปรอรับที่สนามบิน” อรณิชาพูดเสียงใสแจ๋ว พลางชำเลืองมองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม

ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์
1ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
2ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
3ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
4ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
5ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
6ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
7ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
8ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
9ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
10ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
11ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
12ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
13ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
14ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
15ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
16ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
17ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
18ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM