เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

ผ่านมาเป็นอาทิตย์  ...............เรื่องที่ผมกับพี่วาโยก้าวคั่นกันมากกว่าคำว่าเจ้านาย ลูกน้อง  เพื่อนร่วมงาน  หรือพี่น้องก็เถอะ  แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม  พี่เขาไม่เห็นจะทำอะไรที่ดูเหมือนว่าเราสองคนมีเรื่องพิเศษแบบนั้นเกิดขึ้นเลย  โอเคที่อาจจะมีกอด จูบบ้างตามโอกาส  แต่ก็ไม่ได้มีอะไรที่มากไปกว่านั้น  อะไรที่แสดงถึงเส้นความสัมพันธ์ของเราอย่างชัดเจนและนั่นมันทำให้ผมหงุดหงิดมาก  ทุกอย่างดูขวางหูขวางตาไปซะหมด  ถามอะไร ชวนไปไหนก็พี่ขอทำงานก่อนๆ  ประสาทผมจะกินแล้วใครรับรู้บ้างไหม!

 

“พกพร.....”   ผมเหลือบหางตามองพี่วาโย  ก่อนจะสะบัดหน้าหนีมา  ไม่ฟัง!

 

“พกพรครับ..”  ไม่ต้องมาพูดเพราะจ๊ะจ๋า    ไม่แคร์!!

 

“เป็นอะไรครับ   หันหน้ามาหาพี่หน่อยสิ  ”    โกรธ  เคือง  ไม่อยากพูดด้วย  จะมาง้อตอนนี้ก็สายไปแล้วนะ  ผมยังคงหน้าเชิดไม่สนใจ

 

“พี่ว่าจะให้เราดูเอกสารให้ที  ....”     ฮะ!   ขนาดนี้ยังจะให้ดูเอกสาร    นี่ไม่ได้มีความคิดที่จะสนใจกันบ้างเลยใช่ไหม  ผมหันขวับไปหาก่อนจะพูด

 

“  ไหนเอกสารอันไหนอีกล่ะ   เอามาให้หมดเลยไหม    เดี๋ยวจะทำมันยันพรุ่งนี้เลย”  ผมว่าเดินตึงตังไปหา

 

“ตรงนั้นอ่ะ พี่วางไว้ข้างๆ แฟ้มงาน”  -  0  -  เออ!!!!  ทำขนาดนี้ยังไม่รู้อีกว่าผมเป็นอะไรอีกนะ   ผมขมุบขมิบปากแช่งไอ้พี่วาโย  มันมองหน้าผมหัวเราะก่อนจะกลับไปสนใจงานข้างหน้าตัวเองต่อ  

 

“พกพรครับ...”   

 

“อะไรเล่า!! ไม่ว่างทำงานอยู่..” 

 

“ป้อนขนมหน่อย”

 

“ขนมอะไร”  ผมเงยหน้ามองขมวดคิ้วใส่  ขนมไร มาจากไหน

 

“เค้ก.......”  ผมกวาดสายตามองเห็นเค้กช็อกโกแลตบรรจุภัณฑ์ขนาดกลางวางอยู่ข้างๆ ตัวพี่มันนั้นแหละ  แล้วไปซื้อมาตอนไหนวะ

 

“คุณศิเขาซื้อมาฝาก”

 

“ศิไหน”

 

“เพื่อนๆ พี่นั่นล่ะ”    เพื่อนเหรอ  ทำไมผมไม่รู้จัก..........

 

“แล้วเขาเอามาให้ตอนไหน”

 

“ตั้งแต่เช้าแล้ว”

 

“เช้าแค่ไหน  ผมก็มาเช้าทำไมไม่เห็น”  

 

“ก็เช้ากว่าที่พกพรมานั่นล่ะ  วันนี้เราไม่ได้มาด้วยกันนี้  ”  จริงที่พี่มันพูดว่าผมไม่ได้มากับมัน  เพราะวันนี้ผมฉลองรถคันใหม่เลยอยากขับมาเอง  แต่เจ็ดโมงนี่มันก็เช้ามากแล้วนะ  เช้ากว่าผมนี่กี่โมงกัน  หรือพึ่งกลับไปกันแน่  ต่อมน้อยใจผมเริ่มกำเริบ  ที่คนเขาพูดกันมันจริงเหรอ  อะไรที่ได้ไปแล้ว  เขาก็จะเบื่อ  พี่วาโยกำลังเบื่อผมเหรอ  ใช่รึเปล่า

 

“น่า  จะอยากรู้ทำไม  ป้อนพี่หน่อยสิ”   ผมกระพริบตาถี่  กลั้นไอ้น้ำตาเจ้ากรรมที่อยู่ๆ มันก็เกิดอยากจะไหล  เพียงเพราะคิดว่า  ยัยศินั่นจะมีอะไรมากกว่าความเป็นเพื่อนกับพี่เขา

 

“ไม่.....มีช้อนจะป้อนได้ไง”  ผมตอบบังคับเสียงไม่ให้สั่น 

 

“ใช้มือพกพรนั่นล่ะ  กลัวมือเปื้อนรึเปล่าล่ะ” 

 

“ถ้าไม่มีช้อนแล้ว  พี่ไม่กินไม่ได้เหรอ”   สำคัญมากเลยเหรอ  แค่เค้ก  ถ้าอยากกินทำไมไม่ไปกินกับผม

 

“ได้ไงล่ะ  ก็พี่อยากกินนี่  อีกอย่างคนให้เขาจะเสียใจด้วยถ้ารู้ว่าพี่ทิ้งๆ ขว้างๆ  ของที่ให้แบบนี้”    ผมไม่ตอบพยักหน้าเบาๆ  ค่อยๆ แกะกล่องเค้กก่อนจะแบ่งเป็นชิ้นเล็กแล้วใช้มือป้อนพี่วาโย  มันรับคำแรกเข้าปากไปทำสีหน้ามีความสุขซะเต็มประดา ผมหันหนีก้มหน้าลงไม่อยากให้มันเห็นสีหน้าตอนนี้  น้อยใจเป็นบ้าเลย  ผมป้อนเค้กเข้าปากมันไป คำที่สอง  สาม  สี่ และห้า  ไปเรื่อยๆ โดยไม่หันกลับไปมองมันสักนิด  ใจคิดไปต่างๆนา  ฟุ้งซ่านสุดๆ  ก่อนที่จะรู้สึกถึงอะไรแฉะๆที่นิ้ว

 

“พี่โย! ….”   ก็ไอ้พี่บ้านี่  ผมกำลังเสียใจอยู่นะ  อยู่ดีๆ  มันมาจับนิ้วผมเข้าไปในปากทำไมวะ

 

“เมื่อกี้ก็เข้าตาไปแล้ว  อันนี้พี่ดักไว้ก่อนเดี๋ยวมันเข้าจมูก  จะป้อนจะอะไรก็มองพี่บ้างก็ได้”   มันดึงนิ้วผมออกจากปากก่อนจะตอบ

 

“ไม่มอง  ไม่อยากมอง แม้แต่เสียงก็ไม่อยากได้ยิน!” 

 

“เป็นอะไรโกรธพี่เหรอ”

 

“เปล่า  มีสิทธิ์อะไรไปโกรธล่ะ  คุณเจ้านายผมมันก็แค่ลูกจ้าง”

 

“ไม่จริงอ่ะ  แบบนี้โกรธแน่นอน”  มันว่ายื้อผมที่ยืนอยู่ให้นั่งบนตักก่อนจะเอาคางเกยบนไหล่  กดจมูกลงบนแก้มผมเบาๆ เป็นการเอาใจ  แต่ผมปัดออกเพราะยังไม่หายเคือง

 

“เรื่องศิเหรอ”  ผมไม่ตอบทุบหน้าอกมันไปอั๊กหนึ่ง

 

“อุ๊ก....ทุบทำไมพี่เจ็บนะ  ถ้าโกรธก็บอกสิ  พี่จะไปรู้ได้ไงว่าพกพรคิดอะไรอยู่”

 

“เออ พี่มันไม่เคยรู้อะไรหรอก ”   ผมว่าจะลุกออกจากตักมัน  แต่ติดที่โดนมันรั้งไว้ ล็อคตัวผมไว้อย่างแน่นหนา 

 

“ก็บอกสิจะได้รู้  คราวหลังถ้าสงสัยอะไรก็ถามอย่าคิดเองเออเอง  นี่ดูสิตาแดงหมดแล้ว”  และเพราะว่าทนความบื้อของพี่มันไม่ไหว  ผมปล่อยน้ำตาให้ลงมาหยดแล้วหยดเล่า

 

“ก็พี่โย...พี่อ่ะ!!” ผมว่าทุบมันไปอีกดอก

 

 

“ครับๆๆ  พี่ผิดไปแล้ว   ศิเขาเป็นเพื่อนจริงๆ  พึ่งกลับมาจากฮันนี้มูลน่ะ  เลยซื้อเค้กมาฝากพี่  แล้วอีกอย่างศิเองก็มีสามีแล้วด้วย  พี่ไม่คิดจะผิดลูกผิดเมียชาวบ้านเขาหรอกนะ ”  พี่มันว่าขโมยจูบแก้มผมไปอีกที 

 

“แค่เพื่อนจริงเหรอ”

 

“ครับแค่เพื่อนกัน”

 

“จริง....”   พี่วาโยจับตัวผมให้หันมาหามัน  โดยที่ตัวผมยังคล่อมมันอยู่  ก่อนที่จะส่งยิ้มบางๆ ให้

 

“อืม  พี่มีเมียแล้ว  แล้วก็รักเมียมากด้วย”  ผมยิ้มเขินทุบมัน

 

“อะไรของเราเนี้ย ทุบอยู่ได้  ซาดิสต์เหรอ ....  ”    ผมด่าพี่มันบ้าก่อนจะดิ้นหนี  แต่มันจับไว้แน่นก่อนจะบังคับให้ผมจ้องตามัน

 

“......อย่าน่ารักมากรู้ไหม  เพราะมันทำให้พี่รัก.......จนจะบ้าอยู่แล้ว”  พี่โยกดตัวของผมลงกับโต๊ะทำงาน  พรมจูบไปทั่วใบหน้าก่อนจะแนบริมฝีปากอุ่นลงมา  ไล้ลิ้นตามแนวไรฟัน  เกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็กชิมความหวานในโพรงปากอย่างนุ่มนวล  ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนไปตามแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นแล้วซุกใบหน้าที่ซอกคอผมสูดดมความหอมจนได้ยินเสียงฟืดฟาด ปลดกระดุมเสื้อโดยการใช้ปากทีละเม็ดจนหมด   พี่เขาหยัดตัวขึ้นมองร่างกายผม  แววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาแบบนั้นทำผมแทบจะละลาย 

 

“พี่โย.......”

 

พี่โยไม่ตอบเพียงแต่ใช้สายตาเยิ้มนั่นสื่อแทน  ปลดกางเกงของผมออก  ลากชั้นในตัวจิ๋วตามรั้งไว้แถวข้อขา    ผมรับรู้ได้ถึงบางอย่างที่ดุนดันต้นขาและยังจำได้........   ลูกรักของพี่วาโย   กว่าจะเข้ามาได้ครั้งนั้น  แทบจะพร่าชีวิตผมไปเหมือนกันด้วยขนาดที่เกินมาตรฐานชายไทย

 

“ดะ..เดี๋ยวพี่โย...จะทำจริงๆ เหรอ”   ร้องถามเสียงสั่นเมื่อพี่มันเริ่มมาวนเวียนแถวๆ  สะโพกผม  บีบขยำเบาบ้างหนักบ้างตามอารมณ์ของมัน

 

“ถึงขนาดนี้พี่ไม่ปล่อยเราไปหรอก”   ตอบแบบไม่มีทางรอดให้กัน   พี่มันกดจูบลงมาร้อนแรงหวังให้ผมมึน คล้อยตาม  มือไม่อยู่ว่างบีบยอดอกของผมก่อนจะเปลี่ยนเป็นใช้ปากดูดดุนมันแทน  ผมหลุดเสียงร้องน่าอายมือคว้านไปทั่วโต๊ะเจอเข้ากับโทรศัพท์ตัวเองพอดี  กดโทรออกเบอร์ล่าสุดแนบกับหูพอดีกับที่สัญญาณติด 

 

“พี่โย!......ต้นโทรมา”    ผมบอกทั้งที่ตัวเองเป็นคนโทรไป  พยายามผลักหัวมันที่วนเวียนอยู่แถวหน้าท้อง  แต่พี่มันไม่สนจิ๊ปากแบบขัดใจก่อนจะวนริมฝีปากทั่วหน้าท้องแบนราบจนผมเกร็งไปหมด

 

“ฮัล......โหล  มีไร”  เสียงปลายสายจากไอ้ต้นพูดขึ้น 

 

“อ๊ะ......ต.ต้น  ทำไรอยู่”  ผมหลุดเสียงเมื่อพี่วาโยมันกำพกพรน้อย แล้วชักให้

 

พกพรเหรอ....ฉ..ฉัน   อาาา......ปลิว  มึงอย่าพึ่ง…..]”  เสียงที่ตอบกลับมาจากเพื่อนรักแบบกระท่อนกระแท่นไม่ต่างจากผม 

 

“ต้น...ฉันมีเรื่องจะ..อ่ะ!!!!!!” พี่วาโยมันคว้าที่โทรศัพท์ผมก่อนจะกดวางสายโยนลงบนโซฟาข้างๆ  ยกตัวผมขึ้นบนโต๊ะกวาดเอกสารทุกอย่างทิ้งอย่างไม่ไยดี  ยกขาผมพาดบ่าแกร่งแล้วปลดซิบกางเกงของมัน

 

“พี่ไม่ไหวแล้ว  แรงได้ใช่ไหม”  พี่มันถามเสียงสั่นพร่า

 

“พ..พี่โย..........เดี๋ยวว....อ๊าาาาา”   ผมครางยาวเมื่อพี่มันแทงพรวดเข้ามามิดลำ  เจลไม่ ถุงยางไม่  ทั้งฝืดทั้งคับ  นับว่ายังปรานีผมที่เลือดมันไม่ออก  พี่วาโยกระชับสะโพกของเล็กของผมมั่นแล้วเริ่มขยับเข้าออกอย่างแรงจนผมสงสัยว่าพี่มันไปโดปอะไรมา  เสียงแห่งความอายดังออกมาจากช่องทางและเหตุที่มันเกิดเสียงได้ก็เพราะแรงกระแทกจากพี่มันและ ‘เลือด’ จากช่องทางนั่นด้วยแหละ  อุตสาห์คิดว่ามันจะไม่มีแล้วนะ

 

 

“อืมมมม....แน่น”  เสียงครางพอใจดังออกมาจากลำคอของพี่วาโย  พร้อมกับแรงกระแทกที่ใส่เข้ามาไม่ยั้ง  จนผมหัวสั่นหัวคลอน แสบก็จริงแต่ความเสียวมันมีมากกว่า  พี่วาโยจูบปิดปากกันเสียงครางที่ดังลั่นของผม  มือกร้านใหญ่ลูบเอวบางผ่อนอารมณ์ที่กำลังร้อน

 

“พ...พี่โย........อ๊ะๆๆ”    ผมร้องทันทีที่ปากเป็นอิสระแต่ก็ด้วยเสียงที่ไม่ดังมาก  เพราะที่ดังกว่าคือเสียงเนื้อของเราสองคนที่กระทบกันดังปับๆ   ผมเผยอปากหายใจรัวเร็วจังหวะที่ขยับอยู่นั้นทำให้รู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ทัน  จิกมือลงกับโต๊ะแน่น   มองพี่วาโยที่เหงื่อท่วมตัวเชิดหน้าขึ้นรางหึ่มหั่มในลำคออย่างสุขสม  ผมที่กำลังหลับตากับความเสียวอยู่เป็นอันต้องเบิกตากว้างเมื่อพี่มันอุ้มผมจับขาเกี่ยวสะโพกสอบไว้ก่อนจะกระเตงพาไปที่โซฟา ซึ่งท่านี้มันทำให้อะไรที่ลึกอยู่แล้ว  ลึกเข้าไปอีก  พี่มันนั่งลงบนโซฟาอย่างแรงจนผมรับแรงกระแทกไปด้วยหมุนตัวผมหันหน้าเข้าหา    ก่อนจะกระแทกสวนเข้าออกแรงๆ  ซึ่งไอ้ผมก็รักดีเหลือเกินขยับสะโพกมนของตัวเองตามมันซะงั้น 

 

“พกพร.......อืมมม แบบนั้นแหละ.......”   พี่วาโยออกปากชมที่ผมรับจังหวะกับมันได้   ลำคอแห้งผากเพราะหมดแรงร้องไปเยอะ  ผมเลียริมฝีปากแห้งๆ  ของตัวเอง  ก่อนที่พี่วาโยมันจะโน้มคอแล้วจูบเพิ่มความชุ่มให้  พี่มันเริ่มกอดเอวผมแน่นและกระแทกเร็วขึ้น  ผมใช้สองมือจับบ่าแกร่งของมันไว้เนื่องจากความเร็วในการสอดใส่  ก่อนที่ผมจะรู้สึกเหมือนตกจากที่สูงวูบเดียว  ความสุขมันตีตื้นขึ้นมา  ผมกอดคอพี่มันแน่น จิกเล็บลงบนโซฟา ซึ่งพี่มันก็กระแทกอีกสองสามทีเน้นๆ ก่อนจะปล่อยธารสีขาวขุ่นเข้ามา  มากจนล้นทะลักตามขาขาวของผม 

 

ผมซบหน้าลงบนตนคอพี่โย  เราต่างหอบหายใจใส่กันสูดลมหายใจเข้าปอด  เซ็กส์เมื่อกี้มันอาจไม่เรียกว่าสุดยอด  แต่สำหรับผมมันถึงใจ......สุดๆ  อย่างกับนั่งรถหนูลมกรดแล้วตกลงมา  พี่โยจับผมห่าง  กดริมฝีปากแผ่วเบา   ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ  ผมเลยตบแก้มมันไปหยอกๆ

 

“หัวเราะอะไร”

 

“ก็พิสูจน์ได้ไงว่าเมียตัวเองเป็นพวกซาดิสต์  ชอบแบบมาโซฯ จริงๆ”   อ่อ  ที่ทำไปทั้งหมดนี่เพราะว่าพี่มึงต้องการพิสูจน์แค่นั้นใช่ไหม

 

“พิสูจน์แบบนี้  คราวหลังไม่ต้องนะ  ก้นผมระบบหมดแล้ว”

 

“งั้นก็อย่าน่ารักให้มากนะ  เดี๋ยวพี่หาเรื่องมาพิสูจน์อีกจะแย่เอา ”  ผมหลุบตาต่ำหลบสายตาวิบวับของพี่วาโย  แม่ง  คิดว่าเขินไม่เป็นรึไงวะ  หยอดอยู่ได้ 

 

“เอาออกไปได้แล้ว  ........”

 

“หืม...อะไร”  พี่มันถามตีหน้าซื่อได้น่าโดนถีบมาก

 

“ก็ไอ้ที่เสียบคาอยู่นี่ไง  เอาเข้ามาได้ยังไงแข็งเป็นบ้า” ผมเลี่ยงที่จะพูดถึงขนาดของมันอ่ะนะ

 

“ไม่...อุ่นดีออก”  ตอบมาได้ไม่อายปาก  ผมหยัดตัวจะลุกขึ้นแต่พี่มันก็ล็อคไว้แน่น

 

“ขยับมากๆ  เดี๋ยวมันก็แข็งขึ้นมาอีกหรอก”

 

“พอ!!  ไม่มีสิทธิ์แข็งแล้วว้อยย   ลองแข็งอีกดิ  พ่อจะตัดผ่ากลางให้แบ่งเป็นสองท่อนเลย”   ผมว่ากระโดดออกมาอย่างรววเร็ว  และก็เซแถดๆ  อยู่แถวๆนั่น เนื่องจากขามันล้าไม่มีแรง  แถมยังเจ็บตรงนั้นเอามากๆ ด้วย

 

“ฮ่าๆๆ  ถ้าพี่เหลือแค่นั้น  พกพรเองนั้นแหละจะเสียใจ   ขนาดถึงใจแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ”

 

“น่าเกลียด  ผมไม่เคยคิดเลยนะว่าพี่จะหื่นขนาดนี้”

 

“ของแบบนี้มันพัฒนาได้  รีบแต่งตัวเถอะ ก่อนที่พี่จะทนไม่ไหว”  พี่มันว่าก่อนจะมองมาที่มองแบบสายตาจาบจ้วง  ล้วงลึกสุดๆ   ไอ้ผมก็บ้านั่งอ้าขาให้มันดูอยู่นานสองนาน 

 

“ไอ้ลามก!!!!!!!”   ผมกุลีกุจอไปที่กองเสื้อผ้าตัวเอง  พี่มันก็หัวเราะขำก่อนจะแต่งตัวบ้าง  ทำความสะอาดกันยกใหญ่แถมยังลำบากสุดๆ   ผมเดินออกมาข้างนอกพนักงานก็มีจำนวนไม่มากนักเพราะไปกินข้าวกลางวันกันเสียส่วนใหญ่  หวังว่าประตูห้องทำงานไอ้พี่วาโยมันจะหนาเหมือนใบหน้าเจ้าของ  พี่วาโยพาผมออกมากินอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง  เข้ามาก็สั่งอาหารทันทีเพราะหมดแรง เสียพลังงานไปเยอะ > // <   อาหารมาผมซัดไม่ยั้งเลยล่ะ

 

“ค่อยๆ เดี๋ยวติดคอ” 

 

“แค่กๆๆ”  ใครให้ทักวะเนี้ย  ผมทุบอกตัวเอง  เมื่อกี้เหมือนเคี้ยวโดนอะไรแข็งๆ  ผมค่อยๆ  คายไอ้สิ่งนั้นออกมา  โล่งใจที่มันไม่ใช่อะไรแปลกประหลาดแบบหนังที่เคยดูมา  แต่มันคือ...แหวน?

 

“จะไปไหน”  พี่วาโยมันร้องห้ามผมที่ลุกขึ้นแบบพลุนผัน

 

“ไปเอาเรื่องเจ้าของร้านอะดิ  พ่อครัว แม่ครัวทำอาหารยังไง  ให้แหวนหล่นได้วะ  ไม่ได้เรื่อง บลา บลาๆๆ” 

 

“พอๆ  นั่งลงก่อนนะ  เชื่อพี่”  พี่วาโยมันทำหน้าซังกะตาย  ตบหน้าผากตัวเอง    พึมพัมอะไรประมาณว่า  กูว่าแล้วๆ 

 

“ได้ไงอะ  นี่มันสิทธิของผู้บริโภคนะ  จะปลอยให้.....”

 

“พี่...พี่เองนั่นแหละที่ใส่แหวนลงไป”

 

“ฮะ!!!”  พี่วาโยมันพยักหน้ายิ้มๆ  ให้ผม

 

“นี่ถ้าอยากจะผลักใสกันนักก็ไม่ต้องใช้วิธีนี้หรอก  แหวนติดคอผมตายขึ้นมา  จะตามไปหลอกหลอนพี่ทุกภพทุกชาติเลย”  ผมว่าฉุนๆ  ทำอะไรไร้สาระโครตๆ  พี่วาโยมันมองผมแบบแววตาเฉื่อยสุดๆ

 

“ตามมาเถอะจะอีกกี่ภพกี่ชาติก็ได้  คนมันรักไปแล้วนี่”

 

“ฮะอะไรนะ”  พักนี้กูรู้สึกตัวเองหูจะหนวกบ่อยๆ = =

 

“มองปากพี่ให้ชัดๆนะ”  ผมทำตาม  จ้องปากมัน

 

“รัก....ไป.....แล้ว......พี่วาโยคนนี้รักไอ้แสบพกพร...ชัดไหม”

 

“   0///////////0   ”  ชัด   มากๆ   รู้สึกเหมือนใครเอาเตารีดทาบหน้า  ร้อนฉ่าาาาเลย

 

“ได้ไหม  ถ้าพี่อยากจะชวนมาเป็นแฟนกันสักหน่อย  แม้ว่าเราจะข้ามขั้นนั่นไปแล้วก็เถอะ”   

 

“ไอ้พี่บ้าาา”

 

“ฮะ

 

“ลามก   หื่น.......”

 

“เป็นอะไร....”

 

“เขินนนน >////// <” 

 

“ฮ่าๆๆ  บอกว่าอย่าทำตัวน่ารัก …………. แล้วคำตอบล่ะ”

 

ผมพยักหน้าช้าๆ  ก้มหง้างุดๆ  จะละลายไปกับสายตาที่มองมาอย่างมีความหมาย

 

จุ๊บบบบ

 

“พี่โย!!!!”  ผมเรียกชื่อพี่มันเสียงดัง  คนก็เยอะเต็มร้าน  ช่างกล้าซะจริง  ผมยิ่งก้มหน้าต่ำกว่าเดิมจากสายตาของผู้คนที่มองมา

 

“มัดจำไว้ก่อน  เดี๋ยวค่อยทบต้นทบดอกทีเดียวคืนนี้”    ไอ้บ้าา  ยังคิดเรื่องพรรค์นี่อยู่อีก  พี่วาโยดึงมือผมขึ้นประคองไว้ แล้วบรรจงสวมแหวนให้  แอบได้ยินเสียงกรี๊ดเบาๆ จากยัยโต๊ะข้างๆ ด้วย  อย่ามองได้ไหม   อายยยยย  

 

“รักพกพรนะครับ”

 

“อืม  เหมือนกัน”

 

“อะไรเหมือน”

 

“รัก..........”   ผมเงยหน้าสบสายตาของพี่วาโยที่เต็มไปด้วยความดีใจจากคำพูดของผม  เสียงเพลงจากร้านดังแผ่ว  คลอไปกับความสุขของเราสองคน   ก็ไม่รู้ว่าวันต่อไปจะเป็นยังไงแค่วันนี้ทุกอย่างมันยังเป็นแบบนี้  ไม่ได้หวานมากแต่ก็ไม่น้อยเกินไป  ไม่ได้ใส่ใจมากแต่ก็ไม่ได้ปล่อยให้เหินห่าง  หนทางข้างหน้าจะเป็นยังไงผมก็เชื่อว่าตัวเองจะไม่มีวันปล่อยมือจากพี่เขาหรอก   พี่วาโยสั่งเช็กบิลหลังจากที่กินอาหารเสร็จก่อนจะพาผมกลับที่ทำงาน  นั่งทำงานไปมาสักพัก  ก็พบว่างานมันเลิกซะแล้ว  สงสัยผมกำลังลอยๆ มั้ง  ที่เขาว่าเวลามีความรักมองอะไรมันก็เป็นสีชมพูใช่ป่ะ  > <  

 

 

 

 

 

 

Rrrrr  Rrrrr

 

อ่ะ  ผมหันไปตามเสียงที่ได้ยิน  โทรศัพท์พี่วาโยดังขึ้น  เอ  จะรับดีเปล่าวะ  แต่ไม่เป็นไรหรอกเรื่องของแฟนนี่เนอะ > <   ผมตัดสินใจกดรับสายโดยไม่ได้ขออนุญาติเจ้าของที่ออกไปเข้าห้องน้ำ

 

“สวัสดีครับ”

 

“ที่รักก   คิดถึงคุณจังเลยมาหาหน่อยได้ไหมค่ะ”  ผมยกหูโทรศัพท์ออกด้วยความตกใจ  ใคร.........   โทรผิดงั้นเหรอ   แต่มันโชว์ชื่อนี่นา.............  ศิรันดา

 

“เอ่อ...คือเจ้าของโทรศัพท์เขาทำธุระอยู่น่ะครับ  ถ้ามีอะไร...”

 

 

“แล้วนายเป็นใคร  มีสิทธิ์มารับโทรศัพท์แทนวาโย ”   สิทธิ์ของการเป็นแฟน   เป็น...เมีย  บอกแบบนี้ได้รึเปล่า

 

“ผมเป็นเลขาเขาน่ะครับ”  แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าบอก  เป็นผมเองที่ไม่มั่นใจ  ถ้าบอกไปจะเกิดอะไรขึ้น

 

“อ่อ..เหรอ   งั้นฝากบอกด้วยแล้วกันนะย่ะ  ว่าศิ  เอ้ย  ไม่ใช่สิ  คุณศิรันดา  โทรมา   แค่นี้แหละ!!”

 

“ครับ....”    ผมตอบทั้งที่ปลายสายวางไปนานแล้ว   ศิเขาเป็นแค่เพื่อน    เพื่อนเหรอ?   แล้วทำไมถึงเรียกว่าที่รัก     ยัยศินี่เป็นใครกัน  แล้วเป็นอะไรกับพี่เขากันแน่    ตกลงมีอะไรที่ไม่ได้ผมหรือเปล่า.........พี่วาโย



ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์
1ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
2ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
3ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
4ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
5ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
6ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
7ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
8ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
9ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
10ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
11ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
12ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
13ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
14ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
15ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
16ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM