เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

                                                                      



“ป้านวลจ๋า... แก้วกลับมาแล้ว!”

เสียงใสๆ ตะโกนเรียกผู้เป็นป้าเจื้อยแจ้วอย่างที่เคยทำเป็นประจำ

“ไปกินรังแตนที่ไหนมาล่ะนังแก้ว ถึงได้ตะโกนซะเสียงดังเชียว” นางนวลเอ่ยถามพลางละมือจากการนวดแป้งที่จะใช้ทำขนมเทียนหลังจากได้ยินเสียงเรียกของหลานสาว ร่างต้วมเตี้ยมลุกจากแคร่แล้วเดินอุ้ยอ้ายออกมาหา แต่เมื่อเหลือบมองไปเห็นสภาพร่างกายของดอกแก้วที่เลอะเทอะขะมุกขะมอมพร้อมทั้งมีกลิ่นเหม็นตุ่ยๆ ราวกับหนูนาสกปรกตัวหนึ่ง จึงอุทานเสียงสะท้านรีบกระวีกระวาดเข้าไปหาทันที

“ตายแล้ว! นี่เอ็งไปทำอะไรมา ทำไมสารรูปถึงดูไม่ได้แบบนี้”

หญิงสูงวัยไถ่ถามพร้อมกับสำรวจหลานสาวอย่างละเอียดยิบ

“แก้วไม่เป็นอะไรหรอกป้า แต่ที่จะเป็นก็เป็นแค่ตรงนี้” มือเล็กๆ ยกขึ้นตบที่หน้าอกด้านซ้ายของตัวเองเบาๆ

นางนวลเลิกคิ้วขึ้นฉงน ก่อนจะขมวดมุ่นแล้วเอียงคอถาม “เป็นอะไรของเอ็ง?”

“เจ็บใจนะสิป้า ก็แก้วกำลังเก็บผักบุ้งอยู่ดีๆ จู่ๆ อีตาคุณชายวัชรบ้านั่นก็ขี้ม้ามาเจอเข้า พูดจาเสียดสีกระแหนะกระแหน มิหนำซ้ำยังบอกว่าจะจับแก้วไปส่งให้กับตำรวจ แต่พอแก้วไม่ยอม เขาก็เลยจับแก้วโยนลงในคลองน้ำแทน”

ได้ยินเช่นนั้น นางนวลถึงกับทอดถอนหายใจออกมายาวเหยียด ถ้าจะโทษหม่อมราชวงศ์พลวัชรก็กระไรอยู่ เพราะนางรู้นิสัยหลานสาวของตนดีว่าเป็นคนจองหองและอวดดีที่หนึ่ง ซ้ำยังชอบเข้าไปเก็บผักบุ้งในอาณาเขตของวังแสงจันทร์เป็นประจำ ซึ่งนางเตือนแล้วก็ไม่ฟัง ทุกครั้งที่เข้าไปทั้งสองคนนั้นจะต้องมีเรื่องกระทบกระทั้งกันอยู่เสมอ โดยไม่มีใครยอมอ่อนข้อให้ใคร

“ป้าบอกเอ็งหลายครั้งแล้วไง ว่าอย่าเข้าไปในอาณาเขตของวังแสงจันทร์ ทำไมเอ็งไม่เชื่อป้า”

“ทำไมจะเข้าไปไม่ได้จ้ะป้า แก้วไม่ได้ทำอะไรผิด แก้วแค่ไปเก็บผักบุ้งก็เท่านั้นเอง หาได้ขโมยเลย ป้าก็รู้ว่าหม่อมสร้อยฟ้าท่านอนุญาตให้แก้วเข้าไปเก็บผักบุ้งในอาณาเขตของวังแสงจันทร์ได้”

เรื่องนี้คนเป็นป้าก็รู้ดีอยู่แก่ใจ แต่นางเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเหตุไฉนทั้งหลานสาวและคุณชายพลวัชรจะต้องทะเลาะเบาะแว้งหรือกระโชกโฮกฮากกันด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อยู่ร่ำไป

“เออๆ ช่างมันเถอะนังแก้ว มาเหนื่อยๆ เอ็งรีบไปอาบน้ำอาบท่าดีกว่า ประเดี๋ยวจะต้องไปขายผักที่ตลาดกันอีก” หญิงสูงวัยยกมือเหี่ยวๆ ขึ้นมาโบกไล่ ส่วนดอกแก้วได้แต่ตีหน้ามุ่ยทำปากขมุบขมิบอย่างขัดใจ เพราะผู้เป็นป้าไม่เคยเข้าข้างเธอเลยสักครั้ง

“ป้าน่ะ อย่างนี้ทุกที...” เสียงใสบ่นงุ้งงิ้ง ก่อนจะเดินกระฟัดกระเฟียดแยกไป

นางนวลมองตามหลังหลานสาวพร้อมกับส่ายหัวน้อยๆ ในความดื้อรั้นที่ชอบสร้างเรื่องปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน เพราะใจจริงนั้น นางไม่อยากให้ดอกแก้วไปข้องแวะกับหม่อมราชวงศ์พลวัชรสักเท่าไหร่ ในเมื่ออยู่คนละชั้นวรรณะกันแล้ว ก็ควรจะแยกเสียให้เด็ดขาด ไม่ต้องเกี่ยวข้องกันเลยเป็นดีที่สุด

แต่ทว่า...เหตุการณ์ที่ทั้งสองชอบปะทะคารมกันอยู่บ่อยๆ คงเป็นชะตากรรมเสียกระมัง

“อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ทำไงได้”

หญิงสูงวัยถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ อย่างพยายามปลงอนิจจัง...

********

เสียงฝีเท้าอาชาไนยตัวใหญ่ดังกุบกับย่ำไปตามถนนซึ่งทำจากหินศิลาแลง พลวัชรระบายยิ้มนึกขันในใจไปตลอดทาง หลังได้กำราบปราบพยศนางโจรผู้จองหองนั่น

พิษสงอันร้ายกาจที่สร้างปัญหาให้เขาอยู่ตลอดกลับต้องพ่ายแพ้สยบแทบเท้าอย่างศิโรราบเมื่อโดนจับโยนลงน้ำเยี่ยงนั้น ยิ่งเวลาตอนที่เธอตะเกียกตะกายว่ายอยู่ในน้ำราวกับอึ่งอ่างกำลังโดนปลาชะโดไล่งาบ ก็ยิ่งทำให้เขาอดที่จะหัวเราะดังๆ ออกมาไม่ได้

...เมื่อ 2 ปีที่แล้วหลังเขาเรียนจบจากอังกฤษมาใหม่ๆ ยัยผู้หญิงชั้นไพร่คนนั้นต้องทำให้เกียรติยศของชายผู้สูงศักดิ์ซึ่งเป็นถึงหม่อมราชวงศ์อย่างเขาต้องมัวหมองไปในชั่วพริบตา

ชายหนุ่มจำเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ดี โดยวันนั้นเขาไปเที่ยวยังตลาดเพราะอยากซึมซับเอาบรรยากาศของเมืองไทยให้หายคิดถึงหลังจากไปเรียนอยู่ที่อังกฤษเสียหลายปี ซึ่งในขณะที่กำลังเดินเลือกซื้อของอยู่นั่นเอง...เขาก็เห็นผู้ชายร่างท้วมคนหนึ่งกำลังทำท่าทางลับๆ ล่อๆ อยู่ข้างหญิงสาววัยดรุณี[2] ดูจากสถานการณ์แล้วผู้ชายคนนั้นคงกำลังจะฉกฉวยเอาทรัพย์สินหรือประสงค์ร้ายเป็นแน่ เขาจึงรีบเข้าไปช่วยด้วยการดึงร่างเล็กๆ ของเธอเข้ามาหาเพื่อหลบหลีกให้พ้นจากพวกมิจฉาชีพ

“นี่เธอระวัง!”

“ว้ายทำอะไรน่ะ!”

และยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยอะไร จู่ๆ หญิงสาวคนนั้นก็โวยวายดังลั่นขึ้นเสียก่อน

“ไอ้บ้า! ไอ้โรคจิต! นี่แกลวนลามฉันเหรอ”

พลวัชรได้แต่ทำหน้าอิหลักอิเหลื่อกำลังจะอ้าปากอธิบาย หากแต่ดอกแก้วกลับยิ่งร้องแรกแหกกระเชอหนักกว่าเดิม

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! เจ้าข้าเอ๊ย ไอ้ผู้ชายที่แต่งตัวแบบผู้ดีคนนี้ มันคิดจะลวนลามฉัน!”

ได้ผลอย่างรวดเร็ว! สายตาหลายสิบคู่ของคนในตลาดต่างหันมามองเขาเป็นตาเดียวกัน และอีกไม่กี่อึดใจต่อมา ผักบ้าง ผลไม้บ้าง ของสดจิปาถะนานับชนิดก็ถูกระดมปาใส่เขา จนชายหนุ่มต้องรีบเผ่นหนีแทบไม่ทัน ทั้งเจ็บใจ ทั้งอับอายเป็นอย่างมาก

เขาได้แต่มองหน้ายัยผู้หญิงตัวแสบอย่างโกรธแค้นและชิงชัง เพราะนอกจากจะไม่รู้จักบุญคุณคนแล้ว ยังทำให้เขาอับอายขายหน้ายิ่งกว่าเดิม...

หม่อมราชวงศ์หนุ่มสลัดความคิดนั้นทิ้งก่อนจะควบม้าลัดเลาะเข้าสู่อาณาเขตของวังแสงจันทร์ พลางกระตุกบังเหียนให้ม้าหยุดวิ่งเมื่อถึงคอกม้า ร่างสูงสง่ากระโดดลงอย่างคล่องแคล่วพร้อมกับยื่นสายแส้ส่งต่อไปยังคนเฝ้าคอก มือหนาขยับเสื้อสเวตเตอร์สีเขียวขี้ม้าที่ทำจากไหมพรมขนแกะเข้าหากันเล็กน้อย แล้วเดินสาวเท้ายาวๆ เข้าไปในตัววังอย่างอารมณ์ดี

หม่อมสร้อยฟ้าที่กำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาดเครื่องทองหยองก็ต้องหรี่ตามองลูกชายตัวเองอย่างแปลกใจหลังเห็นเดินเข้ามาด้วยอาการสุขสราญเปรมปรีดิ์ สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเป็นพิเศษ

“ถูกใจอะไรมาล่ะชายวัชร ถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ราวกับทศกัณฐ์เห็นนางสีดายังไงยังงั้น...”

เมื่อได้ยินประโยคสัพยอกของผู้เป็นมารดา พลวัชรจึงคลี่ยิ้มกว้างๆ แล้วไพล่สองมือไปด้านหลังพร้อมกับยืดอกตึงผึ่งผายขึ้นทันที

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับหม่อมแม่ แค่ไปจัดการขับไล่พวกหัวขโมยที่ชอบแอบเข้ามาหาผลประโยชน์ส่วนตัวในอาณาเขตวังของเราเท่านั้นเอง”

คิ้วเรียวทั้งสองข้างของหญิงสูงวัยขมวดจนชิดกัน งุนงงคล้ายจะถาม ชายหนุ่มจึงยิ้มหวานแล้วเอ่ยต่อ

“ก็ยัยแสบดอกแก้วนั่นไงครับ วันนี้แอบเข้ามาเก็บผักบุ้งที่อยู่ริมคลองน้ำท้ายวังของเราอีกแล้ว ชายเลยต้องไปสั่งสอนเพื่อให้หลาบจำเสียบ้าง ไม่อย่างนั้นก็คงจะได้ใจกันพอดี”

พลวัชรเล่าวีรกรรมที่น่ายินดีของตนเองพร้อมกับเดินไปนั่งพอยต์เท้าไขว่ห้างลงบนเบาะกำมะหยี่สีเลือดนกตัวยาวซึ่งอยู่ตรงข้ามกับหม่อมสร้อยฟ้า

“ตายจริง! ชายวัชรนี่ ไปกลัวอะไรไม่เข้าท่า”

“ก็ต้องกลัวไว้ก่อนสิครับหม่อมแม่ ครั้งนี้อาจจะเป็นผักบุ้ง แต่ครั้งหน้าอาจจะมาฉกฉวยเอาทรัพย์สินในวังของเราก็ได้ ใครจะไปรู้...”

ได้ยินเช่นนั้น หม่อมสร้อยฟ้าก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ กับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของคนเป็นลูก นางรู้ดีว่าพลวัชรถ้าได้ลองโกรธหรือเกลียดใครสักคนหนึ่ง คงไม่มีวันเลิกราเป็นแน่ ยิ่งโดยเฉพาะกับดอกแก้วผู้ซึ่งทำให้เขาอับอายขายหน้ามาแล้ว ก็ยิ่งไม่มีทางจะลดราวาศอกเลยแม้แต่น้อย

“เอาเถอะลูก อย่าไปรังแกเด็กแก้วเขาเลย เรื่องมันแล้วไปแล้ว เขาออกจะน่าสงสารเสียด้วยซ้ำ ความเป็นอยู่ก็อัตคัดขัดสน ต้องหาเช้ากินค่ำ” ผู้เป็นแม่พูดปรามลูกชายเอาไว้

พลวัชรตีหน้าขรึม เสมองไปทางอื่นครู่หนึ่งแล้วจึงเบือนหน้ากลับมาพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“ก็หม่อมแม่ให้ท้ายอย่างนี้นะสิครับ นังไพร่คนนั้นถึงได้กำเริบเสิบสานเข้าไปใหญ่” ดวงตาสีดำขลับดั่งนิลกาลของชายหนุ่มเป็นประกายแสงวาวโรจน์อย่างมีอารมณ์ เมื่อคิดว่าผู้เป็นมารดากำลังเมตตางูเห่าที่อาจจะมาแว้งกัดเอาได้ภายหลัง ร่างสูงสง่าจึงลุกพรวดขึ้นจากเบาะกำมะหยี่โดยแรง แล้วเดินลงส้นเท้าหนักๆ อย่างฉุนเฉียวไปยังห้องนั่งเล่นที่อยู่ปีกตึกด้านซ้าย

เขากระแทกกายแกร่งลงนั่งบนโซฟาตัวนุ่มด้วยสีหน้าขึงจัด พลางเสสายตามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทำไมเวลาที่เห็นหน้ายัยแสบนั่น เขาต้องรู้สึกหงุดหงิดและมีอารมณ์โกรธกรุ่นทุกที ใบหน้าอันจิ้มลิ้มบวกกับดวงตากลมโตแป๋วแหววเสมือนลูกกวางป่าที่กำลังหลงทาง เห็นแล้วมันน่าเข้าไปขย้ำคอให้แหลกสลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเสียจริงๆ!

มือหนาเกร็งแกร่งเอื้อมไปหยิบไปป์[3] ซึ่งวางไว้อยู่บนโต๊ะตรงหน้า ก่อนที่มืออีกข้างจะหยิบยาเส้นจากกล่องใบเล็กยัดใส่ลงไปในไปป์นั้นครึ่งหนึ่ง แล้วจุดไฟสูบลมผ่านไปป์เบาๆ เพื่อให้เกิดการเผาไหม้ทีละน้อย ไปป์คือสิ่งที่หม่อมราชวงศ์หนุ่มใช้มันเพื่อผ่อนคลายคราเมื่ออารมณ์หงุดหงิดหรือขุ่นเคืองใจอะไรสักอย่าง...

ร่างสูงสง่าลุกจากโซฟาเดินตรงไปยังหน้าต่าง พลางพ่นควันออกฉุยๆ พร้อมกับทอดสายตามองไปรอบๆ บริเวณสวนดอกไม้ ขณะนั้นรถโฟล์คสีไข่ไก่คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบตรงหน้าตึกใหญ่ ตามมาด้วยร่างโปร่งระหงสมส่วนดุจนางพญาของวิรัญญาในชุดกระโปรงยาวมินิสเกิร์ตสีปีกแมงทับ หญิงสาวขยับแว่นกันแดดอันโตขึ้นเหนือศีรษะ สยายผมไปด้านหลัง ก่อนจะเชิดหน้าตั้งก้าวฉับๆ เข้ามาในตัวตึก

พลวัชรรู้จักกับวิรัญญาตั้งแต่ไปร่ำเรียนอยู่ที่เมืองนอก ทั้งคู่สนิทสนมกันเป็นอย่างมาก จนใครหลายๆ คนเชียร์ให้คบกัน แต่จนแล้วจนรอดกระทั่งเรียนจบ พลวัชรก็ยังคงขีดเส้นความสัมพันธ์กับเธอไว้เพียงแค่เพื่อนเท่านั้น หาได้รู้ไม่ว่าวิรัญญามีใจให้เขามาโดยตลอดและนับวันความรู้สึกนั้นก็ยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งกลับกลายเป็นหึงหวง ไม่ว่าอิสตรีคนไหนที่เข้าใกล้ชายหนุ่ม มีหวังโดนเธอตะเพิดแหกกระเจิงไปทุกราย...

“สวัสดีค่ะหม่อมป้า”

วิรัญญากล่าวทักทายหม่อมสร้อยฟ้าพร้อมกับย่อตัวไหว้อย่างประดิดประดอยให้ดูดี หลังเดินเฉิดฉายเข้ามาถึงห้องโถงใหญ่ของวังแสงจันทร์

“สวัสดีหนูวิ” หญิงสูงวัยยิ้มละไมให้ แล้วผายมือไปยังเบาะกำมะหยี่ตรงหน้าตน “เชิญนั่งจ้ะ”

วิรัญญายกมือขึ้นไหว้เป็นเชิงขอบคุณอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้ามานั่งด้วยท่าทางสำรวม

“ไปไงมาไงจ๊ะหนูวิ” หม่อมสร้อยฟ้าเอ่ยถามเสียงนุ่ม

“วิมาหาคุณชายวัชรนะคะ”

เสียงหวานตอบ หากทว่าดวงตากลับแอบลุกวาวเมื่อเหลือบไปเห็นสร้อยทอง จี้เพชร ต่างหู รวมถึงแหวนวงน้อยวงใหญ่ของหม่อมสร้อยฟ้าที่กำลังจัดแจงทำความสะอาดอยู่

วิรัญญาจับจ้องมองด้วยความตระการตา ซึ่งพอจะคะเนออกว่า เพชรนิลจินดาเหล่านั้นมีมูลค่ามหาศาลเพียงใด โดยหาได้รู้ไม่ว่าการกระทำเช่นนั้น ตกอยู่ในเป้าสายตาอันเฉียบคมของหม่อมสร้อยฟ้าที่ลอบสังเกตปฏิกิริยาของหญิงสาวตลอดเวลา

“เดี๋ยวจะให้คนไปตามชายวัชรให้นะ” หม่อมสร้อยฟ้าบอกยิ้มๆ พลางวางสีหน้าเรียบเฉยโดยไม่ให้วิรัญญาล่วงรู้ว่านางรู้เท่าทัน

“ขอบคุณค่ะหม่อมป้า”

จากนั้นหญิงสูงศักดิ์ก็กวักมือเรียกสาวใช้ให้ไปตามหม่อมราชวงศ์พลวัชรออกมาหาวิรัญญา

“รอสักครู่นะจ๊ะ” นางหันมาบอกหลังจากสั่งคนใช้เรียบร้อยแล้ว อีกครู่ต่อมาร่างสง่างามของพลวัชรก็เดินออกมาจากตัวตึกด้านซ้าย

“อ้าว... วิ...” ชายหนุ่มเอ่ยทัก

“ยังจำวิได้อีกเหรอคะ” วิรัญญาทำหน้ากระเง้ากระงอดใส่

พลวัชรมีสีหน้าอึกอักเพราะขัดเขินกับการแสดงออกเชิงชู้สาวต่อหน้าผู้เป็นมารดา โดยลืมเตือนหญิงสาวไปว่านี่คือเมืองไทย กิริยาที่กระทำอยู่นั้นออกจะล่อแหลมในสายตาของคนรอบข้างที่ไม่ใช่ญาติหรือเพื่อนสนิท

“เชิญทางโน้นดีกว่าครับวิ”

ว่าแล้วหม่อมราชวงศ์หนุ่มก็เดินนำสาวสังคมชั้นสูงไปยังห้องนั่งเล่น ก่อนที่สาวผู้ปราดเปรียวจะรีบก้าวฉับๆ ตามไปอย่างไม่รีรอ

เมื่ออยู่ในที่รโหฐานสองต่อสอง วิรัญญาก็ไม่รอช้าที่จะโผเข้าซบอกแกร่งกำยำซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามของพลวัชรพร้อมกับออเซาะฉอเลาะ

“คิดถึงคุณชายจังเลยค่ะ ไม่ไปหาวิบ้างเลยนะ...” เสียงหวานออดอ้อนปนจริตนิดๆ

“ผมยุ่งๆ ครับวิ พอดีช่วงนี้ต้องดูแลไร่และกิจการต่างๆ ของหม่อมแม่”

“แหม บ่าวไพร่ตั้งเยอะตั้งแยะไม่เห็นคุณชายต้องไปทำเองให้เหนื่อยเลยนี่คะ”

พลวัชรระบายลมหายใจออกมาก่อนจะยกมือไปเชยคางมนของหญิงสาวขึ้น “ไม่ได้หรอกครับวิ ของๆ เราถ้าไม่ดูแลด้วยตัวเองเดี๋ยวก็อาจจะมีพวกไม่หวังดีมาแอบฉกชิงไปสิครับ”

จบประโยคนั้นใบหน้าขะมุกขะมอมของดอกแก้วก็แว้บเข้ามาในหัวของหม่อมราชวงศ์หนุ่มอีกครั้ง ซึ่งพลวัชรก็ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองเหมือนกันว่าทำไมช่วงนี้ยัยนั่นต้องมามีอิทธิพลกับเขานัก และนับวันความรู้สึกแบบนั้นก็ยิ่งทวีคูณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนอยากจะระงับเอาไว้

“ใครจะกล้าคะคุณชาย ถ้ามีจริงๆ คุณชายก็ให้ตำรวจจับมันเข้าซังเตไปเลยสิคะ”

“ประมาทไม่ได้ครับวิ สมัยนี้ไว้ใจใครไม่ได้จริงๆ โดยเฉพาะพวกทำหน้าใสซื่อแต่ลับหลังกลับร้ายยิ่งกว่างูพิษ”

“แล้วคุณชายจะยุ่งอย่างนี้อีกนานมั้ยคะ” วิรัญญาตีหน้ามุ่ยเป็นจวักตักแกง “วิมาทีไรคุณชายก็บอกไม่ว่างทุกที”

“ก็คงอีกสักพักใหญ่แหละครับวิ”

“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้เราไปหาเพลงฟังที่ไนต์คลับกันไหมคะ คุณชายจะได้ผ่อนคลายไปในตัวด้วย” หญิงสาวช้อนตามองพร้อมกับออดอ้อนกระเซาะกระแซะ

“ได้สิครับ” พลวัชรพยักหน้าตกลง

วิรัญญาคลี่ยิ้มกว้างจนหน้าบานเป็นกระด้ง

“ถ้าอย่างนั้น... วิจะรอที่บ้านนะคะอย่าลืมไปรับวิล่ะ” นิ้วเรียวสวยยกขึ้นไปแตะที่ปลายคางของชายหนุ่มเบาๆ ก่อนจะไล้ลูบอย่างเชิญชวนพร้อมๆ กับที่ดวงตากลมโตสุกสกาววาววับไปด้วยแรงเสน่หา

“ครับวิ” ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ

หญิงสาวจึงเขย่งปลายเท้าขึ้นหอมแก้มอย่างให้รางวัลฟอดใหญ่ แล้วขอตัวกลับเพื่อไปแต่งองค์ทรงเครื่องให้พร้อมที่จะไปเที่ยวราตรีกับหม่อมราชวงศ์หนุ่มในคืนนี้...

____________

[1] จามจุรี หรือ ก้ามปู หรือ ฉำฉา เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีกิ่งก้านสาขามาก มีใบขนาดเล็ก ดอกสีชมพู มีผลเป็นฝัก เมล็ดแข็ง เป็นพืชพื้นเมืองของเม็กซิโก, บราซิล และเปรู ต่อมาได้ถูกนำเข้ามาเผยแพร่ในเอเชียใต้, เอเชียอาคเนย์, หมู่เกาะแปซิฟิก และฮาวาย โดยจามจุรีต้นแรกในประเทศไทยปลูกอยู่ภายในโรงเรียนอัสสัมชัญ โดยบาทหลวงรอมิเอล ซึ่งเป็นนักบวชที่อยู่ในวัดอัสสัมชัญ เป็นผู้นำพันธุ์มาจากเมืองไซง่อน ประเทศเวียดนาม ต่อมาภายหลังก็เป็นที่แพร่หลายและนิยมนำมาปลูกเป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่เพื่อให้ร่มเงา

[2] วัยดรุณี คือ เด็กหญิงในวัยรุ่นหรือวัยสาว

[3] ไปป์ คือ อุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่เอาไว้สูบยาเส้น ทำจากไม้ ที่นิยมมากคือไม้รากกุหลาบ ‘Briar wood’ ซึ่งมีลวดลายไม้สวยงามและมีความคงทน ราคาของไปป์ก็ราวๆ พันกว่าบาทขึ้นไป

ลำดับชื่อตอนupdateอ่านคอมเม้นต์
1ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
2ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
3ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
4ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน
5ตอน ชื่อตอน ล่าสุด อ่าน

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ชอบเรื่องนี้มอบ Cool ให้เลย

ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เว็บเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@NiYay.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ


สงวนลิขสิทธิ์ © 2014 NIYAY.COM