เนื้อเรื่อง ตอน ล่าสุด เรื่อง นิยาย นิยายมาใหม่

 

 

 

 

CHAPTER 52:กลับไม่ได้….ไปไม่ถึง

 

            ภายในห้องผู้ป่วยพิเศษ แสงจากดวงจันทร์ลอดผ่านสาดทอเข้ามาภายในห้อง ผ้าม่านสีขาวพลิ้วไหว เมื่อสายลมยามค่ำพัดผ่าน ความเงียบสงัดนำพามาซึ่งบรรยากาศหม่นเศร้า ภายใต้ความเงียบซ่อนไว้ซึ่งคำสารภาพ  คำสารภาพที่แสนเจ็บปวด

“ผมกับคุณลิลลี่ เราเคยเป็นคนรักกัน”พชรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ความจริงซึ่งเป็นความลับที่ถูกเก็บซ่อน เปิดเผยออกมาต่อหน้าบุคคลที่ไม่ควรได้ยินมากที่สุด

“นี่เป็นคำสารภาพเหรอ”อาทิตย์ถามเสียงเบา เหมือนพูดกับตัวเอง เมื่อฤทธิ์จากยาชาระงับความรู้สึกหมดลงความเจ็บปวดจากกระดูกท่อนแขนหักค่อยๆแทรกซึมเข้าสู่ประสาทการรับรู้ อาทิตย์เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดใส่เหล็กดามกระดูกท่อนแขนที่หัก เขาใส่เฝือกหนา และสะพายแขนด้วยสลิง น่าแปลกที่ความเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บเป็นสิ่งที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับบาดแผลในใจ

“ผมกำลังบอกความจริง”

“นั่นเป็นทั้งหมดที่ผมควรรู้หรือเปล่า”อาทิตย์ละสายตาจากท้องฟ้ายามค่ำคืนภายนอกหน้าต่างแล้วหันมามองหน้าพชรโดยตรง ภายในห้องพักผู้ป่วย มีเพียงคนทั้งสองเท่านั้น

“ถึงผมไม่บอก คุณก็คงรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว”พชรจ้องมองใบหน้าอาทิตย์โดยตรง เขาไม่มีเหตุผลต้องหลบสายตาหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าหรือหนีความจริงอีกแล้ว พชรมั่นใจมาสักพักแล้วว่าอาทิตย์คงจะรู้เรื่องระหว่างเขากับลลนาไม่มากก็น้อย ทุกครั้งที่เขาไปหาลลนา พยาบาลพิเศษต้องรายงานอาทิตย์อย่างแน่นอน เขาจับสังเกตเธอได้ แต่เลือกที่จะวางเฉยและรอเวลา ก็แค่นั้น

“ผมดูเหมือนคนที่รู้เรื่องทุกอย่างเหรอ อะไรกันที่ทำให้คุณคิดว่าผมรู้ทุกอย่าง”อาทิตย์พยายามบังคับไม่ให้เสียงที่ถามออกไปพร่าสั่น เขากลัวพชรจะรู้ว่าตัวเองเก็บกดอารมณ์ทุกอย่างไว้มากมายเพียงใด

“ไม่สำคัญหรอกว่าทำไมผมถึงคิดว่าคุณรู้ เพราะมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว”

“ทำไมไม่เก็บความจริงนี้ไว้กับตัวละ แกล้งทำต่อไปเหมือนอย่างที่ทำมาตลอด”น้ำเสียงเหมือนกล่าวโทษพชร ในความเป็นจริงถ้าพชรเพียงแต่จะปล่อยให้มันเลยตามเลย ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วละคำอธิบายทุกอย่าง เขาก็จะยอมเป็นผู้ชายโง่งมต่อไป เพราะมันง่ายกว่าสิ่งที่เป็นอยู่เยอะทีเดียว

“เราอาจจะปกปิดหรือเก็บความลับมากมายไว้ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันแต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ความเจ็บปวดมันจะค่อยๆเปิดเผยตัวตนของเราออกมา และเมื่อถึงเวลานั้น ทุกอย่างจะไม่ใช่ความลับอีกต่อไป เพราะถ้าคุณอ่านผมออกนั่นก็หมายความว่า เรากำลังรู้สึกในสิ่งเดียวกัน และในเมื่อมันเป็นอย่างนั้นมันก็ไม่เหลือเหตุผลให้เราแกล้งทำอีกต่อไป”ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้าสู่หัวใจอีกแล้ว บางครั้งอาทิตย์ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ยาชาชนิดใดในโลกบ้างที่สามารถระงับความเจ็บปวดจากความรู้สึกนี้

“คุณคิดเหรอ ว่าถ้าเราเปิดเผยความจริงต่อกันแล้วทุกอย่างมันจะเปลี่ยนแปลงไป”

“ผมไม่รู้ เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมคาดหวัง นอกจากบอกความจริงกับคุณผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอะไรต่อไป ผมไม่รู้ว่าผมสามารถทำอะไรได้บ้าง ถ้าเป็นไปได้ ผมจะทำทุกอย่างทุกวีถีทางเพื่อไม่ให้ใครต้องเจ็บปวดอีก โดยเฉพาะกับลิลลี่”พชรสารภาพอย่างหมดเปลือก ท่าทีเข้มแข็งเริ่มอ่อนลง เมื่อนึกถึงลลนา

“ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป ผมจะบอกคุณให้ ปล่อยลิลลี่ไปซะ เธอเป็นของผม อย่ามอบความรู้สึกใดๆให้กับเธออีก แม้แต่ความสงสาร กลับไปใช้ชีวิตของคุณเหมือนอย่างที่เคยทำ โกหกตัวเองว่าเรื่องทั้งหมดไม่เคยเกิดขึ้น เพราะผมก็จะทำอย่างนั้นเหมือนกัน”อาทิตย์บอกอย่างเยือกเย็น เขาเกลียดตัวเองที่หาทางออกให้กับเรื่องนี้ไม่ได้ ทำได้ดีที่สุดก็แค่ปล่อยให้มันผ่านเลยไป

“ถ้าทำอย่างนั้นแล้วลิลลี่จะดีขึ้นมั้ย เธอสามารถมีชีวิตต่อไปได้หรือเปล่า เธอจะไม่เจ็บปวดและทุกข์ทรมานอีกใช่มั้ย ถ้าผมปล่อยมือเธอ ถ้าผมหันหลังให้กับทุกอย่างแล้วทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธฮจะมีความสุขมีชีวิตที่ดี ตอบผมทีสิ ”พชรตะเบงเสียงคาดคั้น ดวงตาสีนิลดำมืดสนิทมองอาทิตย์อย่างสิ้นหวัง ดวงตาอีกคู่จ้องมองกลับ มันช่างหดหู่และสิ้นหวังไม่แพ้กัน

“นั้นคุณก็จับมือเธอไว้พีช แล้วเรามาดูกันว่าคุณจะสูญเสียอะไรไปบ้างเพื่อแลกกับการมีเธอไว้”เป็นถ้อยประโยคที่เบา เบาเสียจนเสียงหวีดหวิวของสายลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างดังก้องสะท้อนไปทั้งห้อง

………………………………………………………………………………………

            ปณาลีเดินวนไปวนมาผุดลุกผุดนั่งตรงบริเวณโซฟารับรองญาติผู้ป่วยด้านหน้า หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายเธอตามทุกคนมายังโรงพยาบาล ลลนาถูกพาตัวกลับโรงพยาบาลทันที ตอนนี้แพทย์สมองกำลังตรวจดูอาการ หญิงสาวมีอาการมึนงงสับสน จดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้บ้างไม่ได้บ้างบางครั้งกรีดร้องโวยวายบางครั้งนิ่งเงียบไม่ยอมปริปากไม่ยอมเคลื่อนไหวคล้ายคนตาย  แพทย์ต้องให้ยาระงับอาการทางประสาทเพื่อให้สงบลง ตอนนี้เธอหลับไปแล้ว คาดว่าจะตื่นอีกครั้งหลังจากผ่านไปสิบสองชั่วโมง ฝ่ายอาทิตย์ถูกนำส่งโรงพยาบาลเดียวกับลลนา กระดูกแขนของเขาหัก ชายหนุ่มต้องเข้ารับการผ่าตัดทันที อาทิตย์ออกมาจากห้องผ่าตัดได้ไม่ถึงสามชั่วโมง พชรหายเข้าไปในห้องคนไข้เป็นนานสองนาน ปณาลีคาดเดาได้ว่าพชรคงจะบอกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขาและลลนาให้อาทิตย์รับรู้ และเมื่อความจริงเปิดเผย เธอไม่รู้เลยว่าพชรจะต้องเผชิญกับสิ่งใด ผิดกับชวัลซึ่งมาถึงโรงพยาบาลทันทีที่ทราบข่าวเขานั่งนิ่งอย่างคนใช้ความคิดอยู่ตรงมุมหนึ่งด้านหน้าห้องพักผู้ป่วย จ้องมองซองสีน้ำตาลซึ่งบรรจุความจริงบางอย่างที่ทำให้เขาตกตะลึง เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเขากลับบ้านไปเพื่อเก็บข้าวของให้อาทิตย์สำหรับอยู่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลในขณะที่กำลังเก็บเอกสารสำคัญบางอย่างเพื่อนำมาให้อาทิตย์ เขาบังเอิญค้นพบกับอะไรบางอย่างที่ทำให้รู้สึกเจ็บจุกแทนพี่ชาย

แกร๊ก !! พชรเปิดประตูออกมาจากห้องผู้ป่วยเดินผ่านชวัลซึ่งเงยหน้าขึ้นมองพชรอย่างไม่ละสายตา ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเข้าไปหาอาทิตย์ในห้องทันที เมื่อเปิดประตูเข้าไป ชวัลย์ต้องสะท้อนใจกับภาพตรงหน้า อาทิตย์พิงร่างไปบนหัวเตียงอย่างคนอ่อนแรง น้ำตาลูกผู้ชายรื้นปริ่มปรี่อยู่ตรงขอบตา ชวัลนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงก่อนจะวางซองสีน้ำตาลลงบนเตียง

“พี่รู้เรื่องนี้มานานเท่าไหร่แล้ว”คนเป็นน้องถามขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย อาทิตย์จ้องมองชวัลสลับกับซองสีน้ำตาลบนเตียง สายตาเหม่อลอยเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ก่อนจะใช้มือปัดซองสีน้ำตาลด้วยความกราดเกรี้ยว ของที่อยู่ในซองหล่นกระจัดกระจายลงบนพื้น สิ่งนั้นมันคือภาพถ่ายในอดีตระหว่างพชรกับลลนาพร้อมกับข้อมูลประวัติโดยละเอียดที่สืบย้อนไปหลายปีก่อน

“หลังงานวันเกิดลิลลี่ ฉันสงสัยในท่าทีที่บางอย่างของผู้หญิงคนนั้น จึงให้คนคอยสะกดรอยตามเธอไว้ แล้วฉันก็ต้องเซอร์ไพรครั้งใหญ่ เมื่อรู้ว่าลิลลี่แอบไปพบกับใคร”อาทิตย์ย้อนลำดับเหตุการณ์ ในหัวสมอง เขาระบายสิ่งเหล่านั้นให้คนเป็นน้องฟังด้วยความอัดอั้นตันใจ เริ่มตั้งแต่ที่เขาให้คนสะกดรอยตามลลนา จนรู้ว่าแฟนสาวของตัวเองแอบพบเจอกับศิลปินในค่าย อาทิตย์สั่งให้คนของเขาสืบประวัติความสัมพันธ์ในอดีตของคนทั้งสอง ยิ่งสืบลึกเข้าไปก็เหมือนกับการเฉือนหัวใจตัวเองทิ้ง เขารู้อดีตของลลนาก่อนที่จะมาเจอกับเขาก่อนที่เธอจะเป็นลิลลี่ ไชยกิจ ไม่ใช่ลลนา ไชยรัตน์ เขารู้ว่าเธอมีความสัมพันธ์กับพชรอย่างลึกซึ้ง และเจ็บปวดอย่างที่สุดเมื่อพบว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาความรักของเขาไม่สามารถลบล้างความรู้สึกที่เธอมีต่อเด็กหนุ่มคนนั้นได้ อาทิตย์ออกคำสั่งให้คนของเขาประกบติดความเคลื่อนไหวของลลนาทุกย่างก้าว และเมื่อเธอเริ่มรู้ตัวและเข้าใจผิดคิดว่ามีคนจ้องทำร้าย หลังจากนั้นลลนาพยายามสลัดการเกาะติดให้หลุดและระแวดระวังตัวมากขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ยอมตัดขาดกับพชร เขาจึงใช้วิธีการใหม่เพื่อเป็นการส่งสัญญาณเตือนให้เธอรู้ว่าความสัมพันธ์รักในครั้งเก่าไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไป อาทิตย์จึงส่งภาพถ่ายในอดีตระหว่างลลนากับพชรที่เขาได้มาจากบ้านหลังเก่าของเธอ เพราะหวังว่ามันจะช่วยเตือนสติไม่ให้หญิงสาวกล้าทำอะไรเกินเลย แต่มันผิดถนัด สิ่งนั้นกลับเป็นการกระตุ้นให้เธอจบเรื่องทุกอย่างเร็วขึ้น ลลนาบอกเลิกเขาและเลือกพชร เรื่องราวหลังจากนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เกินความคาดหมาย เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พชรประกาศเปิดตัวคบหากับผู้หญิงคนอื่น ลลนาพบกับความผิดหวังและสูญเสีย เธอจึงตัดสินใจขับรถพุ่งชนเพราะหวังว่าทุกอย่างจะจบลง ถ้าเธอรักผู้ชายคนนั้นจนถึงขนาดอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา แล้วความรักของเขาจะสำคัญอะไร เหตุการณ์ทุกอย่างพลิกผันอีกครั้งเมื่อลลนาสูญเสียความทรงจำ ความหวังจากความรักที่หลุดลอยกลับมาอีกครั้งและคราวนี้เขาจะไม่มีวันปล่อยมันไปอีก ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไร เขาจะไม่ยอมสูญเสียเธออีกแล้ว

“พี่บอกอะไรกับพีช”ชวัลย์ถามขึ้นเมื่ออาทิตย์เล่าทุกอย่างจบ

“ฉันบอกว่าเขาจะต้องสูญเสียทุกอย่างหากไม่ยอมปล่อยลิลลี่ไป”อาทิตย์บอกเสียงเหิ้ยมเกรียม รู้สึกเกลียดตัวเอง ที่ใช้วิธีบีบคั้นคนอื่น

“แล้วคุณลิลลี่ละครับ ต่อให้ตอนนี้เธอจำทุกอย่างไม่ได้ แต่วันนี้ก็พิสูจน์แล้ว ว่าเธอไม่ได้ใช้สมองจดจำแต่เธอใช้หัวใจจดจำทุกอย่าง และภาพความทรงจำนั้นมันชัดเจนเสียจนยากจะปฏิเสธ”ชวัลชี้ให้เห็นความเป็นจริง เขารู้สึกว่าพี่ชายกำลังทำเพื่อตัวเองโดยใช้ความรักเป็นข้ออ้าง อาทิตย์กลัวจะเจ็บปวดเมื่อต้องสูญเสียลลนา

“เพราะอย่างนั้นพชรถึงต้องหายไปจากชีวิตลิลลี่ไง”

“แล้วมันจะยังไงครับ ทุกอย่างจะวนกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง พี่มีเธอแต่ปราศจากความรัก”

“ชาร์ล แกคิดว่าพี่เห็นแก่ตัว ซึ่งมันอาจจะใช่ แต่ทั้งหมดนั้นพี่ทำเพื่อปกป้องลิลลี่”ชวัลย์มองลึกเข้าไปในดวงตาของพี่ชาย แล้วตั้งคำถาม

“ปกป้องเธอ จากอะไรครับ”

“ความผิดหวัง”ชวัลย์หรี่ตาอย่างสงสัย อาทิตย์เหมือนจะเข้าใจความคลางแคลงนั้น

“ความผิดหวัง จากใคร”

“จากผู้ชายที่ไม่ได้รักเธอแล้วนะสิ”

 

            พชรเดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้าที่เหมือนแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า ตรงสุดปลายทางของทางเดิน ปณาลียืนอยู่ตรงนั้น จ้องมองเขาด้วยสายตาที่ทำให้อยากเบือนหน้าหนี เขาก้าวช้าๆไปหาเธอ ก่อนจะจับมือคนตัวเล็กแล้วจูงเธอเดินออกไปจากโรงพยาบาล ออกไปจากสถานที่ที่ชวนหดหู่นี้เสียที

            พชรยืนอยู่กลางสนามหญ้าหลังบ้าน เงยหน้าจ้องมองท้องฟ้ายามราตรีอย่างใช้ความคิด ปณาลีเลื่อนประตูกระจกออกเดินไปหาพชร พร้อมกับเสื้อคลุมตัวหนาในมือ

“อากาศเริ่มหนาว เดี๋ยวคุณจะไม่สบาย”เธอเขย่งตัวเพื่อคลุมเสื้อกันหนาวให้พชร ชายหนุ่มถอนตัวออกจากความคิด หันไปมองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตากลมโตสะท้อนความรู้สึกอ่อนไหวของเธอ พชรรู้ว่าปณาลีรู้สึกกับเรื่องที่เกิดขึ้นยังไง แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังอยู่ตรงนี้ ตรงหน้าเขา

“พีช….”

ปณาลีเพียงแค่เรียกชื่อเขาอย่างแผ่วเบา พชรยกมือขึ้นปิดตาเธอไว้ เขาไม่อยากให้ปณาลีเห็นความรู้สึกที่ปรากฏฉายชัดอยู่ในแววตาเขา

“อย่ามองผมนะ ผมไม่อยากให้ปิณเห็นว่าผมอ่อนแอมากแค่ไหน และผมกลัวเหลือเกินว่าหากปิณรู้ว่าตอนนี้ผมรู้สึกยังไง ปิณจะจากผมไปอีก”เขาบอกเสียงสั่นเครือ ปณาลีสัมผัสได้ถึงความเย็นชื้นจากฝ่ามือของเขาที่ปิดตาเธออยู่ ปณาลียกมือสองข้างขึ้นเพื่อสัมผัสแก้มของชายหนุ่ม ใช้มือเล็กๆประคองหน้าเขาไว้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความอบอุ่นจากปลายนิ้วจะช่วยคลายความหนาวเหน็บในหัวใจเขาได้บ้าง

“ผมไม่กล้าหลับตาลงด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วปิณจะหายไปอีก”

“นั้นลองดูมั้ยละ”ปณาลีเลื่อนมือที่จับใบหน้าขึ้นไปปิดตาพชร ตอนนี้ความมืดมิดกลับเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เวลาผ่านไปแค่ชั่วครู่ ปณาลีเลื่อนมือที่ปิดตาลง และพชรก็ทำเช่นเดียวกัน

“เห็นมั้ยละ ฉันยังอยู่ตรงนี้ ต่อให้สายตาคุณหรือความรู้สึกของคุณจะทำให้ฉันเจ็บปวดแค่ไหน ฉันก็ยังจะยืนอยู่ตรงนี้ ฉันไม่ไปไหนอีกแล้ว คุณทิ้งโอกาสที่จะปล่อยมือฉันไปแล้วครั้งหนึ่ง ฉันบอกคุณแล้วว่าฉันจะเกาะติดไว้ตลอด ต่อให้คุณไล่ ฉันก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น ตอนนี้คุณเริ่มเสียใจแล้วหรือยัง ที่ไม่ทิ้งฉันเสียตั้งแต่ตอนนั้น”ดวงตากลมโตฉายแววมุ่งมั่นจริงจัง เธอไม่ละสายตาจากเขาและบอกด้วยเสียงหนักแน่น นั่นหมายความว่าเธอจะทำอย่างนั้นจริงๆ

“ทีนี้คงเป็นคุณนั่นแหละที่ต้องปิดตาซะ ฉันเองก็ไม่อยากให้คุณเห็นฉันในตอนนี้เหมือนกัน เพราะฉันได้กลายเป็นผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวไปแล้ว ถ้าลำบากใจที่จะไล่ฉันไปในตอนนี้ แล้วรอเวลาเพื่อที่ฉันจะเป็นฝ่ายล้มเลิกพ่ายแพ้ แล้วจากไปเสียเอง ฉันบอกคุณตรงนี้เลยว่าไม่มี…. ”ร่างบางลอยหวือเข้าไปอยู่ภายในอ้อมแขนของชายหนุ่ม พชรดึงเธอมากอดไว้แนบอก

“อย่าลืมสิ่งที่ปิณพูดไว้วันนี้นะ อย่าปล่อยผมไปให้ผู้หญิงคนอื่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ช่วยผมทีปิณ อยู่ข้างผม แม้ผมจะกลายเป็นอะไรก็ตามที่น่ารังเกียจและน่าขยะแขยง”พชรอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง เขาต่างหากที่เห็นแก่ตัว เขารู้ตัวดีว่าไม่อาจเพิกเฉยต่อลลนาได้ แต่ก็ไม่อาจทนต่อการสูญเสียปณาลีได้เช่นกัน

“อื้อ….จะไม่ปล่อยเด็ดขาดเลยละ”นั่นคือคำสัญญาของปณาลี

 

            แพทย์เจ้าของไข้ พยาบาล รวมถึงอาทิตย์ ยืนล้อมรอบเตียงผู้ป่วย ตั้งแต่วันเกิดเรื่องจนถึงตอนนี้ผ่านมาเป็นระยะเวลาสามวันแล้ว ร่างหญิงสาวนอนแน่นิ่งเบิกตาจ้องมองเพดานราวกับมีชีวิตแต่ไร้วิญาณอยู่บนเตียงนั้น ลลนาไม่ยอมขยับเขยื้อนร่างกาย ไม่พูดคุย ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมหรือผู้คน นายแพทย์เชิญอาทิตย์ปลีกตัวแยกออกมาเพื่ออธิบายทำความเข้าใจถึงสิ่งที่ผู้ป่วยกำลังเผชิญอยู่

“ตอนนี้คนไข้จะมีภาวะซึมเศร้า ภาวะทางจิตอยู่ในช่วงสับสน วิตกกังวล เหมือนกับคนที่ติดอยู่ในเขาวงกต หาทางออกไม่เจอ”นายแพทย์อธิบายด้วยภาษาที่ไม่เป็นทางการเพื่อให้อาทิตย์เข้าใจได้ง่าย

“เธอไม่ยอมพูด ไม่กิน ไม่นอน ผมไม่รู้เลยว่าเธอต้องการอะไร”อาทิตย์บอกด้วยสีหน้าอมทุกข์ ทั้งๆที่ตัวเองก็ยังบาดเจ็บและพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเช่นกัน แต่กลับคอยเป็นห่วงแต่ลลนา พลอยไม่ได้กินไม่ได้นอนไปด้วย

“ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลข้างเคียงของยาจิตเวชด้วย เราพบว่าที่ผ่านมาคนไข้ไม่ได้ทานยามาโดยตลอด”

“เป็นไปได้ยังไงครับ”

“คุณลิลลี่แกล้งทำเป็นทานยา แต่ที่จริงแล้วเธอแอบเอายาไปทิ้งตลอด”

“ถ้าเธอไม่ได้ทานยา แต่ทำไมตอนนั้นถึงมีอาการดีขึ้น เป็นปกติละครับ”อาทิตย์ถามอย่างสงสัย

“เรื่องนี้แหละครับที่ผมต้องทำความเข้าใจกับคุณ ผมคิดว่าอาการทางจิตก็ส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่มีผลต่อคนไข้จริงๆคือสภาวะทางจิตใจต่างหาก การที่เธอหนีออกจากโรงพยาบาลครั้งนี้ แล้วพบเจอกับเหตุการณ์ที่เลวร้าย คงจะเป็นการกระตุ้นความทรงจำหรือความรู้สึกในส่วนที่ต้องการเก็บซ่อนไว้ ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นความทรงจำที่ดีหรือไม่ดี แต่จากอาการแสดงของเธอ ผมไม่คิดว่าจะเป็นสิ่งที่ดีต่อคนไข้ ผมทราบว่าช่วงที่เธออาการดีขึ้น เป็นเพราะมีเพื่อนหรือคนที่สำคัญต่อเธอมากๆ คอยดูแลเป็นเพื่อน และที่เธอหนีออกจากโรงพยาบาล เพราะว่าอยากจะเจอคนๆนั้น ผมจึงคิดว่า มันจะดีกว่ามั้ย ถ้าให้คนๆนั้นมาคอยอยู่ใกล้ๆเธอ ร่วมมือช่วยกันฟื้นฟูสภาพจิตใจของเธออีกครั้ง ”เป็นอย่างที่อาทิตย์คิดไว้ไม่มีผิด สุดท้ายแล้วคนที่จะช่วยให้ลลนาพ้นสภาพนี้ ก็คงจะเป็นพชรคนเดียวเท่านั้น

“เราไม่มีทางเลือกอื่นเลยหรือครับ ยา วิทยาการรักษา อะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่คนๆนั้น”

“ถ้าเป็นด้านร่างกายเรามีวิธีจัดการได้ง่ายกว่านี้มาก แต่เมื่อพูดถึงสภาวะจิตใจ ผมคงต้องบอกตามตรงว่า เพื่อนคนนั้น สำคัญกับคนไข้ มากกว่าอะไรทั้งหมด”

            อาทิตย์นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงลลนาผ่านมาเป็นชั่วโมงแล้ว หญิงสาวยังคงลืมตาอย่างเหม่อลอย ไม่ยอมพูดคุยหรือสบตากับอาทิตย์ จะมีบ้างบางครั้งที่ขยับตัว แต่นั่นก็เพื่อหันหลังหนีหน้าเขา ชายหนุ่มจ้องมองแผ่นหลังของคนรักอย่างรวดร้าว ลลนากำลังฝังตัวเองไว้กับความซึมเศร้า เธอเหมือนดอกลิลลี่ที่รอวันร่วงโรย

“ลิลลี่ คุณจะไม่หันมามองผม ไม่พูดกับผมอีกแล้วเหรอ”อาทิตย์พูดกับแผ่นหลังของร่างบางที่นอนอยู่บนเตียง ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา

“อย่าทำแบบนี้ลิลลี่ ได้โปรด อย่าทำเหมือนคุณไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้”อาทิตย์รู้สึกว่าความอดทนของเขาเดินทางมาจนปลายสุด

“คุณได้ยินผม ผมรู้ว่าคุณเข้าใจและรับรู้ทุกอย่างแล้วคุณก็ยังรู้อีกว่า การทรมานตัวเองก็คือการทรมานผม ลุกขึ้นมาลิลลี่ หันมามองสิ่งที่คุณทำกับผม หันมาดูให้เห็นกับตาว่าผู้ชายคนนี้ถูกคุณทำร้ายมากมายขนาดไหน”อาทิตย์ใช้มือข้างปกติ กระชากแขนเล็กที่ไร้เรี่ยวแรงและการขัดขืน ดึงร่างบางที่เบาหวิว ให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา ตอนนี้ชายหนุ่มสติหลุดไปแล้ว  ที่เขาอยากทำมากที่สุดคือตะโกนใส่หน้าเธอ ก่นด่า ระบายความในใจที่แสนเจ็บปวดให้ผู้หญิงตรงหน้ารับรู้ แต่ก็นั่นแหละสิ่งที่เขาทำไปก็คงจะไร้ความหมาย สีหน้าของลลนาเรียบเฉยซีดขาวราวหน้ากระดาษ แม้แต่ประกายเพียงน้อยนิดในแววตา ก็ยังไม่มีเหลือ

“เลิกทำเหมือนคนตายสักที คุณแค่สูญเสียความทรงจำ แต่ยังหายใจอยู่ ยังมีชีวิต ยังมีผม มันจะสำคัญอะไรอีก แค่นี้มันยังไม่พออีกเหรอ มีอะไรที่ผมให้คุณไม่ได้อีกหรือไง ” อาทิตย์เขย่าร่างบาง จนสั่นไปทั้งตัว ลลนาน้ำตาไหลพราก อาทิตย์ตัวสั่นเทิ้มด้วยอารมณ์ที่หลากหลายที่พลุ่งพล่านยากจะควบคุม เขารู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน

“พูดสิ ผมบอกให้คุณพูดไง ลิลลี่ ลิลลี่ ลัล ลลนา!!!!”อาทิตย์แผดเสียงเรียกชื่อลลนาดังก้อง แววตาเหม่อลอยไร้แววไหววูบ เหมือนเปลวไฟปลายไม้ขีด ลลนาหมุนไหล่ออกจากมืออาทิตย์ แล้วเริ่มกรีดร้อง

“กรี้ดดดดดดดดดดดดดดด”ร่างบางล้มลงไปแดดิ้นอยู่บนเตียง จับศีรษะสองข้างสะบัดไปมา กรีดร้องอย่างคลุ้มคลั่ง ชวัลที่ยืนรออยู่หน้าห้องรีบเปิดประตูเข้าไป

“เกิดอะไรขึ้นพี่ซัน”ชวัลตกใจกับภาพตรงหน้า อาทิตย์เรียกสติตัวเองกลับคืนมารีบออกคำสั่งน้องชาย

“ชาร์ล ไปตามหมอมา เดี๋ยวนี้”ชวัลวิ่งออกไปตามแพทย์พยาบาล อาทิตย์เข้าไปรวบกอดร่างลลนาไว้ หญิงสาวกรีดร้องอย่างคุ้มคลั่ง ภาพในหัวพร่าเลือนเริ่มชัดเจนขึ้นทุกขณะ เธอเห็นตัวเองนั่งจมกองเลือด สองมือเต็มไปด้วยเลือดสีแดง ความรู้สึกในตอนนั้นเข้ามาครอบงำจนรู้สึกทรมาน

“ลิลลี่ ผมขอโทษ ผมขอโทษ”อาทิตย์พร่ำบอกคำขอโทษ เพราะสติเขาหลุดไป จึงทำให้แสดงความรู้สึกในด้านมืดต่อลลนา ชายหนุ่มกอดร่างบางที่ดิ้นไปมาไว้ได้อย่างยากลำบาก เพราะแขนข้างหนึ่งของเขาบาดเจ็บ ลลนาพยายามปัดป้องไม่อยากให้ใครเข้าใกล้ เธอรู้สึกหวาดกลัวไปทุกอย่างและเริ่มเห็นหน้าอาทิตย์เป็นผู้ชายลึกลับที่ใบหน้าเต็มไปด้วยบาดแผล ซึ่งก็คืออนันต์นั่นเอง

“กรี้ดดดดดดด ปล่อยนะ ออกไป ๆ อย่าเข้ามา”ลลนากระหน่ำทุบลงไปบนตัวอาทิตย์ บางครั้งถูกแขนข้างที่บาดเจ็บ แต่ถึงอย่างนั้นอาทิตย์ก็ยังไม่ยอมปล่อยร่างหญิงสาว

“โอ้ยอาทิตย์ร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อถูกลลนาทุบเข้าที่แผลซ้ำๆหลายต่อหลายครั้ง ทีมแพทย์และพยาบาลวิ่งเข้ามา ก่อนจะดึงตัวคนป่วยที่คุ้มคลั่งออกไปจากตัวอาทิตย์

“ญาติออกไปก่อนครับ”

ชวัลดึงพี่ชายออกไปจากห้อง ก่อนประตูจะปิดลง เขาเห็นลลนาแน่นิ่งหมดสติไป

 

            อาทิตย์กลับมาห้องพักตัวเอง เพื่อสงบสติอารมณ์ โดยมีชวัลอยู่เป็นเพื่อน น้องชายจ้องมองพี่ชายด้วยความรู้สึกสงสารอย่างจับใจ ผู้ชายดีๆและจริงใจอย่างอาทิตย์ควรจะได้รับความสุขจากรักแท้ ไม่ใช่ความรักที่ทรมานทุรนทุรายราวจะขาดใจอย่างที่เป็นอยู่

“พี่ซันทำอย่างที่หมอแนะนำเถอะครับ ให้พีชเข้ามาช่วยดูแลคุณลิลลี่ พี่ก็เห็นอยู่ว่าเธอแย่แค่ไหน”ชวัลเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าไม่มีหนทางใดจะสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ตอนนี้ได้ นอกจากทำอย่างที่แพทย์เจ้าของไข้เสนอ

“ไม่”อาทิตย์ปฏิเสธเสียงแข็ง

“แล้วพี่จะทำยังไงครับ ปล่อยให้เธอเป็นบ้าไปจริงๆ แล้วพี่จะได้กลายเป็นบ้าตามเธอนะเหรอ”ชวัลพูดอย่างคนมีอารมณ์ อาทิตย์เคยเป็นคนที่มีเหตุผล ยืดหยุ่นทุกอย่างได้ตามสถานการณ์ แต่ทำไมกับเรื่องนี้ เขาถึงยืนกรานปิดตายทางออกเพียงทางเดียวที่หลงเหลืออยู่

“ลิลลี่จะหายดี เธอจะกลับมาเป็นปกติ พี่จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเธอ ยกเว้นอย่างเดียว พชรจะไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้ลิลลี่อีก”น้ำเสียงของอาทิตย์แข็งกร้าว แววตาก็เช่นกัน ชวัลไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นพี่ชายตัวเองในอีกด้านหนึ่ง

 

            นิรินหอบดอกไม้พร้อมกับกระเช้าของบำรุงสุขภาพสำหรับเยี่ยมไข้อาทิตย์และลลนา เมื่อมาถึงหน้าห้องผู้ป่วยซึ่งอาทิตย์แอดมิดอยู่ ประตูห้องพักถูกผลักออก ร่างสูงทะมัดทะแมงของชวัลเก้าฉับๆออกมาจากห้องด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

“อ้าว นิ นี่คุณหอบอะไรมาเยอะแยะเนี่ย”ชวัลเข้าไปช่วยถือกระเช้าของบำรุงให้กับหญิงสาว

“ก็ของเยี่ยมของคุณซันกับคุณลิลลี่”

“ไม่ต้องเข้าไปในห้องหรอก ตอนนี้อยู่ในภาวะวิกฤติทางจิตวิญญาณกันทั้งนั้น งดเยี่ยม”ชวัลกระแทกน้ำเสียงอย่างประชดประชัน นิรินทำคิ้วย่นไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มสื่อสาร

“พูดอะไรของคุณ ตกลงว่างดเยี่ยมจริงหรือเปล่า”

“ไม่ต้องเยี่ยม มากับผมนี่”ชวัลดึงมือนิรินให้ตามเขาไป หญิงสาวทำหน้างุนงงแต่ก็ยอมเดินตามแต่โดยดี

“โอ้ย เบาๆหน่อยชาร์ลแขนนิจะหลุดอยู่แล้ว”นิรินโอดครวญ เมื่อถูกชวัลลากพาไปที่รถ

“ทิ้งของกับรถคุณไว้ที่นี่ แล้วไปกับผม”นิรินรีบสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมทันที ดวงตาคู่คมจ้องชวัลไม่กระพริบ

“นี่ มองผมอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ”

“นี่คุณชาร์ล จะมากไปละนะ ฉันเจอคุณที่โรงพยาบาลทีไร ตอนจบต้องถูกคุณลากพาขึ้นเตียงตลอด เห็นฉันเป็นอะไร ส้วมสาธารณะรึไง คิดอยากจะระบายถ่ายทุกข์ตอนไหนก็ได้”นิรินโพล่งออกมาอย่างหมดความอดทน หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นของเล่นของคนตรงหน้า ชวัลเอียงคอทำสีหน้าไม่เข้าใจ

“นี่คุณพุดเรื่องอะไรของคุณเนี่ย ผมแค่อยากให้คุณไปเป็นเพื่อนผมทำธุระนิดหน่อยเท่านั้นเอง”นิรินปรับสีหน้าแทบจะในทันที และรู้ตัวว่าตัวเองเข้าใจอะไรผิดไป

“นี่คุณคิดว่าผม….”ชวัลถอนหายใจแรงๆ รู้สึกโกรธที่หญิงสาวมีทัศนคติแบบนี้ต่อเขา ถ้าไม่ติดกับว่ามีเรื่องเร่งด่วนต้องจัดการ เขาจะลากเธอไปขึ้นเตียงแล้วสำเร็จโทษจริงๆตามที่คุณเธอมโนจินตนาการเอาไว้

“ไม่ต้องกลัวหรอกครับคุณหนูซุปตาร์ ต่อไปถ้าคุณไม่เต็มใจ ผมจะไม่แตะต้องคุณเลย”ชวัลพูดไปเพราะอารมณ์โกรธ อันที่จริงทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ นิรินหน้าเจื่อนไปในทันที ตอนนี้รู้สึกอยากร้องไห้เสียเต็มประดา

“วันนี้คุณมีงานอีเว้นคู่กับพีชใช่มั้ย ผมแค่อยากให้คุณพาไปเจอพีช เพราะผมมีธุระสำคัญจะคุยกับเค้าก็แค่นั้น”ชวัลยังคงเดินหน้าทำน้ำเสียงเคร่งเครียดคิ้วผูกโบต่อไป รู้สึกสะใจเล็กๆที่ได้เห็นสีหน้าเจื่อนๆของนิริน

“ทำไมคะ อยากไปเคลียร์เรื่องปณาลีรึไง ป่านนี้ยังตกลงกันไม่ได้อีกเหรอ”นิรินตวัดเสียงสูงประชดประชันบ้าง

“ใช่ จะไปเคลียร์เรื่องปิณ อยากแย่งเธอคืนมาจะแย่ แต่คิดว่าใช้วิธีเจรจาก่อนจะดีกว่า จะได้ไม่เกิดการนองเลือด”ชวัลแกล้งพูดโกหก อยากยั่วให้ยัยผู้หญิงช่างมโนแสดงความหึงหวงเขาเยอะๆ ร่างบางเชิดหน้าเปิดประตูรถเข้าไปนั่งด้านใน ชวัลส่ายหัวเบาๆให้กับความเอาแต่ใจและความคิดช่างจินตนาการของเธอ ก่อนจะเปิดประตูรถ แล้วขับออกไปด้วยความเร็ว

           

…………………………………………………………………………………………

            อีกหนึ่งชั่วโมงงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของเครื่องสำอางแบรนด์นอกจะเกิดขึ้น พชรมาถึงสถานที่จัดงานก่อนเวลาเพื่อเตรียมตัว โดยมีปณาลีตามมาดูแลเช่นเคย เออาร์สาวลอบมองนักร้องหนุ่มเป็นระยะ เธอรู้ดีว่าสองสามวันที่ผ่านมาพชรสั่งสมความเครียดไว้มากมายขนาดไหน เรื่องลลนาทำให้เขาวิตกกังวล แม้เวลาอยู่ต่อหน้าเธอเขาจะกลบเกลื่อนมันไว้ ไม่พยายามแสดงอะไรออกมาก็ตาม

“นี่รู้อะไรมั้ย ปิณทำตัวเหมือนเด็กม.ต้นที่แอบรักรุ่นพี่ม.ปลายสุดหล่อเลย”พชรใช้มือเท้าคาง จ้องมองปณาลีแล้วอมยิ้ม หญิงสาวเลิกคิ้วสูงมองตอบด้วยท่าทางไร้เดียงสา

“อะไรของพีช”

“ทุกห้านาที ปิณจะแอบมองผมด้วยหางตา จากนั้นก็ทำสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยสลับกับสีหน้าที่เป็นห่วงเป็นใย ปิณจะละสายตาจากผมไปสักแป๊บ แล้วก็กลับมาทำเหมือนเดิม ซ้ำๆกันอีก ทุกๆห้านาที ตลอดเวลาสามวันที่ผ่านมา ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นบุคลิกของเด็กม.ต้นที่กำลังตกหลุมรักรุ่นพี่ชัดๆ”พชรฉีกยิ้มกว้าง เขาคิดว่าสิ่งที่