ค้นหา
 อยากขอบคุณครั้งหนึ่งซึ่งได้รัก ได้ประจักษ์ความหวานดั่งเคยฝัน แม้สัมผัสรสรักเพียงจำนรร ทุกถ้อยคำพร่ำวอนอ้อนความใน วสันต์ผ่านราตรีล่วงทิวาลับ ล้วนสดับในรักมั่นพลันถนอม เธอเอื้อนเอ่ยคำรักหวังเคียงครอง ปักใจปองชมชื่นทุกคืนวัน มาวันนี้ทุกอย่างพลันแปรเปลี่ยน เธอแชเชือนหยุดรักหยุดวาดฝัน ไม่อาลัยสิ้นสวาทสิ้นผูกพัน คนใจดำทิ้งความฝันลืมสัญญา อันคำชายเชื่อได้อย่าได้คิด ยิ่งตามติดยิ่งต้องการยิ่งห่างหาย แย่งช่วงชิงจวบสิ้นชีวาวาย ก็อย่าหมายได้เป็นหนึ่งในใจเธอ ................................................................. ยังรัก และจะรัก ตลอดไป แม้เป็นได้เพียงในฝัน ตะวันยาดา
อ่าน 8 / ตอบ 0 คน [ 19 ส.ค. 2557, 23:41 ]  เขียนโดย
 ชีวิตของเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้    แต่เราสามารถทำปัจจุบันให้ดีที่สุดได้
อ่าน 35 / ตอบ 0 คน [ 14 ส.ค. 2557, 22:41 ]  เขียนโดย
 การไล่ตามความฝันนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใหญ่จะมากำหนดเส้นทางไว้ เเต่เป็นสิ่งที่เรานั้นเลือกที่จะฝันมันเองต่างหาก เมื่อเลือกเเล้วก็จงอย่าเสียใจภายหลังจงทุ่มเทมันให้ดีที่สุด เเละสิ่งที่สนุกยิ่งกว่าก็คือ..............การทำให้ฝันนั้นเป็นจริงต่างหาก.....    
อ่าน 23 / ตอบ 0 คน [ 14 ส.ค. 2557, 20:45 ]  เขียนโดย
 ความสนุกของการเดินทางนั้นไม่ใช่จุดหมายของการเดินทางหรอก เเต่เป็นช่วงเวลาที่กำลังเดินทางต่างหากเพราะเรานั้นไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะมีเรื่องใดบ้างที่จะผ่านเข้ามา
อ่าน 25 / ตอบ 0 คน [ 14 ส.ค. 2557, 20:39 ]  เขียนโดย
 โอ้พระจันทร์ทอแสงนวลนวล  ให้คร่ำครวญถึงรักที่หักหาย ผิดเพียงครั้งพี่มิอาจให้อภัย  น้ำใจชายช่างร้ายนักลืมภักดี มาวันนี้สุดซึ้งถึงความหมาย  แทบวางวายหมดรักพาลหลีกหนี สิ้นเยื่อใยความพันผูกทั้งชีวี  ดวงฤดีนี้ตรอมตรมระทมทรวง ....................................... จบตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม  
อ่าน 38 / ตอบ 0 คน [ 11 ส.ค. 2557, 16:38 ]  เขียนโดย
 แค่กระซิบกับฉัน คืนนี้ฉันมายืนชื่นชมจันทร์และหมู่ดาว ที่พราวพร่างอยู่บนราตรี มาให้เสรีภาพแด่อารมณ์ ได้ซึมซับกับบรรยากาศอันหนาวเย็น มาคอยตั้งใจ อธิษฐาน ให้สมดั่งดวงหทัย ปรารถนา มาดูผอง เพื่อนมวลหมู่ชาวหิงห้อย เปล่งแสงเป็นสกาวพราว อยู่ที่ต้นลำพู มาฟังเสียงจิ้งหรีดเรไรประสานศัพท์ อันช่างออดอ้อนออเซาะกับน้ำค้าง ที่พร่างพรมไป ทั่วใบไม้ใบหญ้า มาสดับเรื่องราวของความรัก จาก กิ่งไม้ใบไม้ที่ไหวสั่น ระบายความในใจ กระซิบ กระซาบกัน แต่ถ้าหากว่าในคืนนี้ มีเสียงกระซิบ เบาๆ เจือผสมกับแรงลมหายใจของเธอ กระซิบที่ ข้างๆดวงใจของฉัน ว่า... “สุดที่รัก ณ เวลานี้ ฉันมีความสุขมาก” ฉันคงจะสุขใจไม่น้อยเชียว!...
อ่าน 31 / ตอบ 0 คน [ 9 ส.ค. 2557, 13:56 ]  เขียนโดย
 พิณบรรเลง วังเวง วิเวกแว่ว ว่าค่ำแล้ว ตะวันกลับ ลับเหลี่ยมผา ระนาดเอก รัวเร้า เย้ยจันทรา หมู่ดารา หลงทิศ ผิดค่ำคืน รักเอยรัก รักแล้ว ก็อยากพบ ดุจผะอบ กล่องใจ ร้องไห้หวล... หนึ่งหทัย ห่างไกล ร้อยเรียงครวญ โอ้ลำดวน อยู่ไหน กลอยใจรอ เสียงขลุ่ยผิว พริ้วมา ดุจสาปส่ง ม่านปิดลง ระครเล่ เห่ไม่ไหว เป็นจำอวด อยากเล่น ใครเห็นใจ ช่างกระไร รักเจ้า เราไม่เจียม ขอลาแล้ว ลาไป กับเสียงกรับ เคล้าฉิ่งฉับ รำมะนา หาเข้าไม่ น้ำตานอง สองแก้ม แทบขาดใจ จะติใคร ใจเรา รักเจ้าเอง .................................................. ขอบคุณจันทรา...ดวงใจ...ตะวันยาดา
อ่าน 39 / ตอบ 0 คน [ 9 ส.ค. 2557, 13:06 ]  เขียนโดย
 พิณบรรเลง วังเวง วิเวกแว่ว ว่าค่ำแล้ว ตะวันกลับ ลับเหลี่ยมผา ระนาดเอก รัวเร้า เย้ยจันทรา หมู่ดารา หลงทิศ ผิดค่ำคืน รักเอยรัก รักแล้ว ก็อยากพบ ดุจผะอบ กล่องใจ ร้องไห้หวล... หนึ่งหทัย ห่างไกล ร้อยเรียงครวญ โอ้ลำดวน อยู่ไหน กลอยใจรอ เสียงขลุ่ยผิว พริ้วมา ดุจสาปส่ง ม่านปิดลง ระครเล่ เห่ไม่ไหว เป็นจำอวด อยากเล่น ใครเห็นใจ ช่างกระไร รักเจ้า เราไม่เจียม ขอลาแล้ว ลาไป กับเสียงกรับ เคล้าฉิ่งฉับ รำมะนา หาเข้าไม่ น้ำตานอง สองแก้ม แทบขาดใจ จะติใคร ใจเรา รักเจ้าเอง .................................................. ขอบคุณจันทรา...ดวงใจ...ะวันยาดา
อ่าน 30 / ตอบ 0 คน [ 9 ส.ค. 2557, 13:05 ]  เขียนโดย
               เหนื่อยจริงๆเลยนะ ฉันรู้ว่าเธอเหนื่อย เหนื่อยมากกว่าฉัน เพราะเธอต้องดิ้นรนฟันฝ่านำพาชีวิต อยู่ถึง 11 ชั่วโมง ในวันวัน เป็นห่วงเธอเหมือนกัน             ฉันยินดียิ่งที่จะเป็นแรงใจให้แด่เธอ อยู่ทุกลมหายใจรังสรรค์ชีวิต ดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานในใจของฉัน ดอกนี้ ถ้าทำให้เธอสุขสดชื่นได้ ฉันขอมอบให้เธอ ขอให้เธอคิดเสียว่า เธอยังมีฉันในยามที่เธอรู้สึกว่าต้องครุ่นคิดอยู่เพียงลำพัง ขอให้เธอคิดเสียว่า ในโลกใบนี้เธอไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีฉันอยู่ด้วยคนหนึ่ง แล้วฉันจะขออยู่ใกล้ๆเธอ             ถ้าวันนี้เป็นวันที่ขมขื่น พรุ่งนี้ย่อมเป็นวันที่สดใสฉันใด อดีตความทรงจำอันรันทดที่ได้ผ่านไป จะต้องมีความหวังกับอนาคตที่แจ่มใส และร่าเริงไปกับแสงตะวันในยามเช้าฉันนั้น   อรุณส่องฟ้าสกุณาร่ายปีกกินลม เมฆาคืนคลายขม จำกลายเกล็ดดุจสำลี กลิ่นทิพย์พันธุ์พฤษาบนอาณาปัฐพี ถ้วนธุลีนี้เป็นที่สุดรองบาทนาง ในทางน้องเธอย่างพลันบันดาลพืชอุดม ภมรร่วมเสพสมพลิกผืนดินสิ้นแสนเข็ญ ยินดีโอษฐ์นางแย้ม ได้สิ้นแล้วความลำเค็ญ ถ้วนหน้ามิมีเว้น ปริ่มเปี่ยมสุขในหมู่ชน ร่วมแรงทุ่มแรงใจ หมายมั่นไว้ใจประสาน ภาระกิจการงาน ปลูกอาหารเลี้ยงชุมชน ดุจห้วงทะเลกว้าง รักแห่งนางแน่นกมล มีไว้แด่หมู่ชน และตัวข้าเคียงบาทนาง
อ่าน 35 / ตอบ 0 คน [ 9 ส.ค. 2557, 09:01 ]  เขียนโดย
 ในทุกผู้ มักมี ที่รักหลาย แต่ใช่หมาย มักมาก หลายรักล้น ขึ้นอยู่กับ รักใด ในกมล    รักใดยล อยากอยู่ คู่ชมเชย หนึ่งในรัก นั้นคือ มโนภาพ    จินตฺวาด การให้ หมายจะสม ดั่งมนต์เศก ร่ายเวทย์ สลักกล    เพียงได้ยล นางอัปสร ก็ชื่นใจ อีกหนึ่งรัก หมายซึ่ง แค่ปองจิต    แค่ได้คิด ต้องกัน ก็หวั่นไหว เป็นรักที่ รู้กัน แต่ข้างใน    แค่ว่ากาย มิอาจคว้า จะมาครอง รักอีกแบบ สุดแปลก แค่เอาขำ    เขียนถึงกัน ปันอารมย์ สมถวิล รักกันอยู่ เพียงแค่ เป็นอาจินต์    ร้อยถวิล ร้อยอักษร ไว้ย้อมทรวง รักที่เจ็บ แปลบแปลบ แสบสนิท    คือที่คิด รักเขา มีเจ้าของ รักข้างเดียว แห้งเหี่ยว เหนือใจปอง    น้ำตานอง ปองรัก หนักคนเดียว รักหนอรัก รักเอย เผยสักนิด    รักตรึงจิต เตือนใจ ไม่มีสอง คือรักหนึ่ง นวลน้อง หวังครอบครอง    ทั้งใจปอง กายให้ ใฝ่รักเอย
อ่าน 25 / ตอบ 0 คน [ 8 ส.ค. 2557, 23:39 ]  เขียนโดย
 ทุกถ้อยถ้วน ล้วนคำ เสกสรรหวัง ว่าสักวัน จะได้พบ สบสมร ประคองกอด เกี่ยวก้อย กับบังอร อรชร บ่ายเบี่ยง เลี่ยงเรื่อยไป จากวันคืน เคลื่อนคล้อย ลอยล่องผ่าน รัตติกาล เวียนว่าย ไปข้างหน้า แสงตะวัน ผ่านลับ กับเวลา ดวงดารา หลบเร้น ไม่เห็นเลย ณ ตรงนี้ ที่พี่ ยืนคอยเจ้า แต่ใครเล่า มองมา คล้ายห่างเหิน รักอย่างไร คิดแล้ว ดังส่วนเกิน ที่บังเอิญ ผ่านพบ ประสบกัน
อ่าน 29 / ตอบ 0 คน [ 8 ส.ค. 2557, 23:36 ]  เขียนโดย
  มืดหรือสว่าง ยังมีทาง ของนักฝัน ฉุดตะวัน ยื้อจันทรา ไว้หน้าเขา สายลมฝัน พัดผ่าน มาเบาเบา ช่วยบรรเทา ความร้อน รุมล้อมกาย ฉันจะไป เดินไป บนถนน... แม้นต้องทน เหนื่อยล้า ไม่อ้าบ่น จะปีนป่าย ภูผา สู่เบื้องบน เพื่อไปยล สายรุ้ง รุ่งชีวี ฉันจะไป ไขว้คว้า ตามหาฝัน ดวงตะวัน ขวัญจันทรา ว่าอยู่ไหม ที่ปลายฟ้า สุดทาง ของหัวใจ ได้ยินไหม เสียงเพรียก เรียกรักเธอ
อ่าน 33 / ตอบ 0 คน [ 8 ส.ค. 2557, 23:34 ]  เขียนโดย
 ในเงามืด ในคืน ไร้แสงจันทร์ แม้นกลางวัน สุริยัน ยังหลับไหล สองข้างทาง เปลี่ยวเหงา ไร้แสงไฟ และในใจ มืดหม่น อนธกาล เหมือนถูกกัก ขังไว้ ไม่ให้รู้ ว่ายอดชู้ คู่ชื่น อยู่ที่ไหน วังเวงแว่ว วิเวกว่าง หว่างหทัย รักอย่างไร มิอาจ จะพบกัน นั่งคนเดียว ทบทวน หวลความหลัง ความทรงจำ ในรัก สิเน่หา เจ้าปล่อยพี่ ครวญคร่ำ หลั่งน้ำตา โอ้ยาดา อยู่ไหน ไม่รู้เอย
อ่าน 25 / ตอบ 0 คน [ 8 ส.ค. 2557, 23:11 ]  เขียนโดย
 ไม่ดีเลิศ แต่มี เท่าที่เห็น ไม่โดดเด่น ดับแสง คนอื่นเขา แต่ฉันมี ความฝัน อันยืนยาว นำเรื่องราว วลีร้อย เป็นบทความ นิยายรัก ร้อนแรง แค้นเสน่หา ทรงคุณค่า ในชีวิต ในความฝัน สร้างความสุข ในใจ ชั่วนิรันดร์ นำศักดิ์ศรี มั่นใจ ใส่ตัวเอง ฝันในรัก ในงาน สร้างความสุข ทิ้งความทุกข์ ถาโถม จู่โจมหา หลบเรื่องร้อน เรื่องจริง ที่ผ่านมา หาชายคา ความสงบ บังบดตน ถามว่าภาพ ที่มองเห็น เป็นไฉน ตอบว่าใช่ นั่นแหละชื่อ คือตัวฉัน ตะวันยาดา เกิดมาพร้อม ทะเลบัน อัศจรรย์ อันนามนี้ คือที่มา หากถามว่า แล้วตัวจริง จริงแค่ไหน อย่าใส่ใจ สืบประวัติ หนักสมอง เปิดตรงหน้า ให้เห็น ครวญไตร่ตรอง ไม่ผยอง เหย่อหยิ่ง ปิดบังตน หากชอบฉัน ชอบที่งาน ใช่ใบหน้า เห็นคุณค่า เนื้อหา นำเสนอ ตัวละคร ปั้นแต่ง ให้พบเจอ คือตัวเธอ ผู้สร้างสรรค์ นาม...ตะวันยาดา
อ่าน 23 / ตอบ 0 คน [ 7 ส.ค. 2557, 18:14 ]  เขียนโดย
 จันทรา...ของดวงตะวัน ใกล้กันเพียงเอื้อม เหมือนสุดเอื้อมฟากฟ้าสุลาลัย ชิดกันทั้งดวงใจ ดุจห่างไกลนิจนิรันดร์ ความรักเหมือนไร้ค่า ด้วยกายว่ามิผูกพัน เหลือเพียงเสี้ยวความฝัน หล่อเลี้ยงกันไปวันวัน สุดท้ายต้องจากกัน ดั่งตะวัน กับ จันทรา   ขอบคุณจันทรา...
อ่าน 49 / ตอบ 0 คน [ 2 ส.ค. 2557, 13:47 ]  เขียนโดย
 ถอดความอ่านใจ             ร้าวอุรากับความทรงจำ บาดแผลที่ยังมิหายดี นึกถึงทีไรก็กำเริบเจ็บร้าวลึกลง ในห้วงหทัยอยากวิงวอนต่อเธอ ได้โปรดต่อลมหายใจให้ฉัน ได้โปรดเดินเข้ามา สมานรอยแผลกลบอดีต ที่เจ็บปวดคราวนั้นให้ผ่อนคลาย ไม่รู้เหมือนกันว่า เธอจะเผื่อใจเมตตาฉันบ้างไหม             ห้วงลึกแห่งหัวใจในน้ำเนื้อในกายเธอ เป็นสิ่งที่อ่านยากจากในแววตานั้น ถวิลคิดคำนึง เธอคิดอะไรอยู่เวลาที่เธอสงบเงียบเฉย ทำให้ฉันหวั่นไหวไม่เป็นสุข ฉันเป็นอะไรไป ฉันพยายามที่จะใช้สมาธิในการอ่านบริบทของเธอ แต่ก็ถอดความแห่งภาพนั้นยังมิออกสักที ทำให้สมองของฉันเต็มไปด้วยภาพชีวิตของเธอ ที่เอ่อล้นอุดตันอันมิอาจอ่านอดีตอันเจ็บร้าว
อ่าน 44 / ตอบ 0 คน [ 29 ก.ค. 2557, 21:00 ]  เขียนโดย
 ประสบการณ์บางประสบการณ์  มันมีค่ายิ่งกว่าหนังสือบางเล่มอีกนะ . ประสบการณ์....หาได้ไม่ยาก  แต่คนเรามักจะไม่รู้ ว่ามันคือสิ่งที่มีค่า...... . . เหตุใดความรักที่พร้อมทุกอย่าง 'บางสิ่งกลับดูขาดหาย'  และสุดท้ายก็หาไม่เจอ !!~ . . . เพื่อนของเธอเคยถามใช่ไหม? ว่าฉันเคยรักใครไหม? ในตอนนั้นฉันอาจจะบอกว่าฉันเคยรักใครคนหนึ่ง... แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันเวลาที่ผ่านมามันทำให้ฉันได้คิด คิดว่าฉันเคยรักใครไหม...ซึ่งในวันนี้ฉันก็ได้รู้ซักที... ว่าฉันไม่เคยรักใครแม้แต่ตัวของฉันเอง ฉันได้รู้แล้วล่ะว่า ฉัน...มันมีหัวใจที่ไร้ความรู้สึก.. . . . . ถ้าท้อแท้ ทำไมไม่ลองมองออกไปจากหน้าต่างดูล่ะ ผมเชื่อนะครับ ว่าทุกคนจะต้องเห็นท้องฟ้าที่กว้างไกล ไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนกันกับ จินตนาการของเรา ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ตราบเท่าที่เรายังมีชีวิต และ ความคิดที่เป็นของตัวเราเอง เชื่อผมสิครับ . . . . . อย่าลืมนะ ว่าของที่อยู่ใกล้ตัวเราบางทีมันก็มีค่ามากกว่าของที่เรากำลังตามหาอยู่ อย่ามัวแต่มองหาจนพลาดนะ เพราะ บางครั้งสิ่งที่เราเฝ้าหา อาจจะหายไปโดยไม่มีวันกลับมา ก็เป็นไปได้นะ . . . . . . พยายามลืมแทบตาย...แต่สุดท้าย...ก็ลืมไม่ลง . . . . . . . ความแตกต่างระหว่างเพื่อนสนิท กับ เพื่อน เพื่อนสนิท จะคอยอยู่ข้างเราในวันที่เราท้อแท้ หมดหวัง อกหัก ทะเลาะกับครอบครัว ทะเลาะกับเพื่อนที่โรงเรียน และ คอยห้ามปรามเราเวลาที่เราคิดจะทำอะไรที่ไม่ดี เพื่อนสนิท...ก็เป็นเหมือนกระสอบทรายเมื่อเราอยากมีเรื่องกับใคร เป็นเหมือนห้องน้ำ เมื่ออยากระบาย เป็นเหมือนผ้าเช็ดหน้า เมื่อเราอยากร้องไห้ เป็นเพื่อน เมื่อเราเหงา เป็นพ่อแม่ เมื่อเราทำผิด เป็นมิตร ในทุกๆเวลา และ เพื่อนสนิท ไม่เคยหายไป...ตามกาลเวลา... เพื่อน  จะคอยอยู่ข้างๆเราเวลาเราท้อ และ หมดกำลังใจ แต่ซักวันหนึ่งก็จะหายไป...ตามกาลเวลา... . . . . . . . . เพื่อนถึงมีน้อย...ดีกว่ามีเพื่อนเป็นร้อย...ที่คิดแต่ริษยากัน นะครับ . . . . . . . . . ความแตกต่างระหว่างเพื่อน กับ แฟน เพื่อน = จะคอยอยู่ข้างเราในวันที่เราท้อ แฟน = พร้อมจะจากเราไปทุกเวลาที่เราหมดประโยชน์ . . . . . . . . . . อยากให้เธอจำไว้นะ ว่าที่ฉันรอ มันไม่ได้หมายความว่า ฉันไม่เคยท้อนะ แต่เพราะฉันเคยท้อ จึงทำให้ฉันพร้อมที่จะรอ จนกว่าเธอจะกลับมา #ความทรงจำในอดีต . . . . . . . . . . . ถ้าซักวันหนึ่ง... เธอต้องการเหตุผล... ที่ฉันยังรอเธออยู่... ฉันก็คงทำได้แค่ยิ้ม... เพราะมันเป็นการรอที่ไร้ซึ่ง... เหตุและผล...ของฉันเอง... . . . . . . . . . . . . นานแค่ไหนแล้วนะ... ที่เราปล่อยมือจากกัน... ทั้งๆที่เรา....ยังรักกันอยู่... แต่มันก็ดีแล้วล่ะ... กับการปล่อยมือจากเธอในครั้งนี้.... อย่างน้อยมันก็ทำให้เธอเจอคนใหม่... ที่ดีกว่าฉัน... . . . . . . . . . . . . . อยากถามเธอจัง... ว่าเธอเหนื่อยไหม? แต่คงทำไมได้... เพราะยังไงเธอก็ยังมีเขา... งั้นเราก็ขออยู่อย่างนี้ซักพักได้ไหม? อย่างน้อยก็ขอกอด... เป็นครั้งสุดท้าย... ก่อนที่เรา... จะกลายเป็นคนไม่รู้จักกัน... . . . . . . . . . . . . . สิ่งที่ได้ทำลงไปอะ... เคยหันกลับมาถามตัวเองไหม? ว่าทำลงไปได้ยังไง...? . . . . . . . . . . . . . . มันคงสายไปแล้ว... ไม่บอกก็รู้อยู่หรอก... ว่ามันสายจนเกินไป... กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม.... ฉันจะไม่ถามออกไป.... เพราะรู้อยู่แก่ใจ... ว่ามันก็คง... เป็นไปไม่ได้....  
อ่าน 47 / ตอบ 0 คน [ 26 ก.ค. 2557, 23:13 ]  เขียนโดย
           ก็รอเธออยู่ รอเธออยู่ทุกอรุณที่มาเยือน รอที่จะได้พบกัน ฉันมีวาจามากมายที่จะเอื้อนเอ่ยกับเธอในเวลาอันน้อยนิดนี้ จะสนทนากับเธอให้มากที่สุด และจะรับฟังเธอระบายความในใจให้มากที่สุด ในเวลาอันน้อยนิดนี้             เธอคงเหนื่อยกับการต่อสู้ชีวิต หากว่าฉันจะทำให้เธอหายเหนื่อยได้ ถ้าเธอมิรังเกียจ ฉันปรารถนาทำให้เธอหายเหนื่อย เธออย่าจมปรักอยู่กับความหลังมากเกินไป ภาพแห่งความหลังจะทำให้เธอรันทดสลดหทัย ฉันคือปัจจุบัน จะทำให้ดวงใจของเธอสดใสไปกับอนาคต             และฉันจะรอเธออยู่ตรงนี้ ตรงชายคาอันกว้างใหญ่ ฉันจะรอเธอ
อ่าน 65 / ตอบ 0 คน [ 24 ก.ค. 2557, 06:32 ]  เขียนโดย
 หลังจากสอดบัตรเข้าทำงาน ณ เวลา 06.24 น. ก็เริ่มที่จะลิขิตขีดเขียนถึงเธอ             ในห้วงคำนึงจำได้ว่าพบเธอครั้งแรก ในแผนกของเธอ แล้วเรื่องแรกที่เราสอง สนทนาเจรจาต่อกัน คือเรื่องเหลี่ยมมุมของความรักที่ชักนำเข้ามาสู่หัวใจ เป็นอะไรที่ฉันเริ่มที่จะใส่ใจในตัวเธอ เป็นแรงผลักดันให้หัวใจอยู่เฉยมิได้ ฉันมิได้มีความแข็งแกร่งเพียงพอ ในการทวนกระแสความเย้ายวนในดวงตาหวาน น้ำเสียงอันไพเราะ ดวงหน้าซึ่งพราวดุจนางฟ้า ขอโทษด้วยนะที่สายใยแห่งความคิดถึงยังถักทออยู่อย่างไม่ขาดสาย ใยไหมนั้นได้สุมไฟแห่งความสุขสว่างขึ้นแล้ว             มีกำแพงหนึ่ง ที่มีความใสมองทะลุไปได้ไกล แต่ทว่า...ไม่สามารถ มองทะลุความเงียบสงบของเธอ เธอคงไม่มีภาพของฉัน แจ่มกระจ่างในห้วงคำนึง สำหรับฉัน ภาพของเธอประทับอยู่อย่างยั่งยืน
อ่าน 57 / ตอบ 1 คน [ 23 ก.ค. 2557, 11:53 ]  เขียนโดย
   อับแสงคลายพลบค่ำ     ระทมช้ำจำอำลา โศกถ้อยพรรณนา           จอมขวัญตาร้าวอารมณ์ เนตรน้องคลอน้ำตา         ดุจดาราพราวราตรี แสงไล้ฉายน้องพี่             เพลานี้มิคลายครวญ นวลปรางเคล้าแสงไต้     ดื่มหทัยให้ขื่นขม กล้ำตรอมปลอบห่มลม      แม้นมิสมจงข่มใจ (กาพย์ญาณี 11)                 ผมจำช่วงเวลานั้นไม่ได้แล้วว่าตรงกับช่วงเวลาไหนของวัยอายุในอดีต หลังเวลาที่ดวงอาทิตย์ลับหลืบหลบซ่อนลงแผ่นดิน ผมยังจำน้ำเสียงนั้นของแม่ ที่ขับขานบทเพลงอันไพเราะให้ฟัง เป็นเพลงที่ไพเราะโศกสลดซาบซึ้งสะเทือนใจ แม้จะผ่านสมัยนั้นมาแล้วก็ตาม ก็ยังไม่คลายมนต์เสน่ห์แห่งสายน้ำ อันถูกถ่ายทอดวิถีชีวิตมาสู่บทเพลง และบทเพลงที่ว่านั้นมีชื่อว่า ‘น้ำตาแสงไต้’                 แม่ทบทวนความหลังครั้งเป็นสาว ถึงเพลงน้ำตาแสงไต้ เคยได้ใช้ประกอบละครเรื่อง ‘พันท้ายนรสิงห์’ ในอดีตที่ผ่านมา และระหว่างที่ผมกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับบทเพลง ก็ทำให้ระลึกถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ในช่วง สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ครองกรุงศรีอยุธยา                 กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี ก็มีท่านด้วยนี่แหละ ถึงแม้ยศศักดิ์จะมิได้สูงส่งเพียงใด แต่ความดีที่กระทำยิ่งใหญ่เสมอ ซึ่งเป็นความคิดอยู่ในห้วงดวงหทัยของคนดี แม้สิ้นเชื้อจบชีวิตไปแล้วก็ยังถูกจาลึกหรือเล่าขาน ให้คนรุ่นหลังได้จดจำเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป                 คนดีที่จากไปทิ้งไว้ด้วยความอาลัยจากหลายๆคน ซึ่งสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ ทรงเสียพระราชหฤทัยในการที่พันท้ายนรสิงห์ได้เสียสละชีวิตเพื่อผดุงไว้ซึ่งพระอัยการบทมณเฑียรบาล อันมีมาแต่เก่าก่อน                 บทเพลงที่ประพันธ์จากคนรุ่นก่อน จุดประกายให้ผมคิดต่อไปว่า พันท้ายนรสิงห์คงมิได้กลัวความตายจากอาญากฎหมาย แต่กลัวและเสียใจที่จำต้องจำพรากจากยอดรักของท่านเอง และแม่นวลภรรยาของท่านก็เศร้าอาดูรย์มิแพ้กัน คิดคำนึงว่าความโศกเศร้าของหญิงสาว เป็นเรื่องรุนแรงอันยิ่งใหญ่ สำหรับลูกผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งของชีวิต จะรักผู้ชายได้เพียงครั้งเดียวคนเดียวอย่างเธอ และเสียงสะอื้นครวญของเธอนั้นยังคง เคลื่อนแผ่วให้ผมพลอยได้ยิน มันอาจจะเป็น ความรู้สึกเห็นใจคนทั้งสองที่ผมสะเทือนอยู่ในใจ และมองเห็นความรักของชายหญิงคู่นี้สวยงามยิ่งใหญ่ ดุจความรักของชาวสวรรค์                 สำหรับผมแล้วไม่อยากจะบอกว่า รักใครได้ครั้งเดียวคนเดียว เผยออกมาอย่างนี้ก็คงจะคิดว่าผมผิดหวังในความรักมาอย่างมากมาย มันก็ไม่เชิง เพียงแต่สังคมปัจจุบันนั้น แตกต่างจากในสมัยกรุงศรีอยุธยามาก ความรักที่สวยงามจริงๆนั้นยากยิ่งที่จะแสวงหา และก็เป็นความฝันที่อยากจะให้สิ่งที่ยากที่จะแสวงหานั้นเป็นความจริง แต่จะไม่รอให้ถูกถามว่า ในเวลานี้ รู้สึกรักใครได้เพียงครั้งเดียวคนเดียวหรือยัง                 ใช่ ขอสารภาพ ผมกำลังติดบ่วงแห่งความรัก เธอเป็นหญิงสาวคนเดียวที่ จะสร้างความทุกข์อย่างมหันต์ เมื่อผมจำต้องพรากจากอย่างไม่เต็มใจ ซึ่งสาเหตุนั้นจะเป็นอะไรก็ได้ที่มีอานุภาพเพียงพอ ที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของผมและเธอ                 มันสำคัญอยู่ที่ว่า เมื่อรู้ชะตาชีวิตของตัวเองแล้ว จะปลอบโยนหัวใจอันบอบบางของเธอนั้นอย่างไร ให้ดีที่สุด จากผู้ชายที่เธอรู้ว่า รักเธออย่างมากมาย แต่ทว่าความทุกข์ที่ว่านั้น ยังมิได้เกิดขึ้น เป็นเพียงแต่ตั้งคำถาม ที่ถามกับหัวใจของตัวเองเท่านั้น                 เธอคงจะเข้าใจว่า ผมรักเธอเพราะความสวยที่พราวไปทั้งเรือนร่าง ผมยอมรับว่านั่นเป็นส่วนหนึ่ง และก็เป็นการหยั่งความคาดคิดถูกต้องตามที่เธอเข้าใจ และเธอก็ยังเข้าใจดีว่า ที่สำคัญกว่านั้น เธอเองคือคนเดียวที่อยู่ในห้วงหัวใจของผม ไม่มีเปลี่ยนแปลง                 ผมไม่เคยสนทนากับเธอเกี่ยวกับเหลี่ยมมุมในเรื่องของชีวิตรัก ระหว่างพันท้ายนรสิงห์กับแม่นวล เธอคงจะไม่เข้าใจในเรื่องที่เป็นโบราณนัก หรือว่าผมอาจจะไม่เข้าใจเธอดีพอ...                 เมื่อประตูบานไม้ถูกผลักด้วยมือของผม เสียงบานพับประตู ทำให้เธอหันเรือนกายออกจากกระจกสะท้อนเรือนร่างนางงาม ทอดสายตามาทางผม เหยียดเรือนกายยืนขึ้นพร้อมพรายยิ้มเดินเข้ามาหา ผมมารบกวนการเติมแป้งบนดวงหน้าของเธอหรือเปล่า นั่นคือสิ่งที่อยู่ในใจที่ผมอยากจะถามเธอ                 แต่รอยยิ้มนั้นที่ฉาบด้วยสีแดง ก็เป็นเสมือนคำตอบที่ทำให้ผมคลายในสิ่งที่กังวลอยู่ในใจ หญิงสาวที่มีดวงหน้าสวย เมื่อถูกประทินไปด้วยเครื่องสำอางอย่างครบเครื่อง ก็สามารถละลายหัวใจของผม ให้สลายไปกับกองไฟในดวงตาคมวาวคู่นั้น                 ผมโอบกอดเธอไว้แนบชิดติดหัวใจ ตามที่เธอร้องขอ เมื่อเธอเงยสีหน้ามองสบนัยน์ตา ผมคลายนิ้วมือที่ถือหวีไว้ของเธอ ขอหวีนั้น มาทำการจัดแต่งเรือนผมตรงดำขลับให้อยู่ในทรงสวยงาม เส้นผมของเธอนั้นนุ่มดุจสายน้ำที่ไหลเอื่อยไปหาหมู่ชน เพื่อเลี้ยงชีวิตเหล่านั้น                 เธอบอกกับผมว่า แม้จะเป็นคำถามที่ถามซ้ำซาก แต่ก็ถามอยู่เสมอว่า รักเธอหรือเปล่า ผมไม่รู้สึกรำคาญกับคำถามนั้น และให้คำตอบด้วยความจริงใจกับเธอว่า อย่าได้เป็นกังวลไปเลย ผมนั้นรักเธออย่างมากมายเสมอ                 และเธอก็บอกเหมือนทุกครั้งว่า เธอเชื่อแล้วในคำบอกรักจากผม ซึ่งผมก็ได้ยินเธอบอกอย่างนี้มาแล้วหลายครั้ง และไม่มีวันเบื่อที่จะฟังคำบอกซ้ำๆอีกหลายครั้งเหมือนกัน                 จากห้วงเวลาที่ผ่านมาที่เราได้รู้จักกัน มีกี่คำ กี่สิบคำ กี่ร้อยกี่พันหรือหมื่นคำ ที่ผ่านสายตาของผมจากทบกวี คือสิ่งที่เธอถาม และอยากจะดื่มด่ำภาษากวีจากชายอันเป็นที่รักของเธอ กล่อมให้ลืมเวลาที่เดินผ่านด้วยบทกวี อันกลั่นออกมาจากใจของผม                 ผมเป็นผู้ด้อยประสบการณ์การกวี อ่านหนังสือบ่มความรู้ไม่ถึงหนึ่งร้อยเล่ม เกรงว่าการกล่อมเธอด้วยภาษากวี จะกลายเป็นว่าเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน นั่นคือสิ่งที่ผมบอกกับเธอ                 เธออิดเอื้อนครางเสียงอือ ไม่ฟังความวาจาอธิบายนั้น ตวัดวงแขนโอบรอบกอดผมไว้ และเขย่าตัวคะยั้นคะยอ ผมจึงเอ่ยขึ้น “คลอเคลียเคียงอยู่สองเรา รุมเร้าเร่าร้อนผ่อนคลาย กรีดกรายหมายปองหมองหมาย สัมผัสปลายรายรื่นชื่นเกศา”                 เธอยิ้มพราวขึ้นมาได้ แต่ยังไม่อิ่มเอมกับความสุนทรีย์ตรงนี้ และขอให้ผมว่าต่อ “รับรู้สึกจากคำจำนรรจา เจรจาไพเราะเสนาะทรวง ดั่งน้ำทิพย์ในน้ำคำจากแดนสรวง อันร่วงพลิ้วจากพระหัตถ์เทพธิดา”                 มีเพียงคำเจรจาเท่านั้นหรือที่ผมรู้สึกถึงความไพเราะ เธอถามขึ้นมา ไฉนเลยมีสิ่งอื่นใดหรือไม่ ที่ทำให้หัวใจของผมหวั่นไหว ผมกล่าวขึ้นว่า “ กลิ่นเนื้อนวลน้องก่อนำพา ตอกอุราให้ตกมนต์ขลัง ไร้กำลังขืนขัดจากภวังค์ กลัวสิ้นหวังจากนวลน้องให้ร้าวทรวง”                 เธอระบายความรู้สึกให้ผมฟังว่า เธอรู้แล้วว่าแม่นวลมีความสุขมากเพียงใด ยามเมื่ออยู่ใกล้พันท้ายนรสิงห์ คงจะมีความสุขเหมือนกับเธอในเวลานี้ ที่เธอเผยออกมาอย่างนี้เป็นเพราะว่า เธอเคยเห็นผมปล่อยตัวเองเฉยนิ่งเหมือนคนสิ้นสติ ไปกับบทเพลงน้ำตาแสงไต้                 และเธอก็รู้อีกว่าแม่นวลปวดร้าวอย่างทบทวี เมื่อต้องจำพรากจากคนรักนั้นเป็นอย่างไร แม้ว่าความรู้สึกของเธอจะเทียบไม่ได้กับของแม่นวล แต่ในฐานะของลูกผู้หญิงสิ่งนี้ที่อยู่ในใจมันยิ่งใหญ่เสมอ ความรู้สึกของเธอด้วยเข้าใจเอาเองว่า วงแขนที่กอดรัดผมไว้นั้นมันได้สร้างความสุขและความอบอุ่นอย่างมากมายให้เธอ หากว่าคลายวงแขนนั้นเล่า คงปวดร้าวมิแพ้แม่นวลในยามนั้นเลยทีเดียว                 คงจะไม่มีใครที่จะบรรยายความรู้สึกนี้ ได้ละเอียดลึกซึ้งเกินผม คนที่ยังไม่มีความรักหรือรู้จักรัก จะไม่เข้าใจรายละเอียดเหล่านี้ดีพอ                 เหตุเพียงเพราะว่า ผมใช้เวลาในการถักทอใยไหมแห่งอารมณ์เหล่านี้ของเธอ เพื่อให้ได้รายละเอียดแม้เพียงเศษเสี้ยวของวินาทีก็มิให้หดหาย และบทกวีแม้เป็นเพียงกลอนแปดพื้นๆ อาจจะไม่ซาบซึ้งกินใจ แต่ผมใส่ความตั้งใจให้กับเธออย่างดีที่สุด                 ชีวิตนี้แม้จะไม่ยืนยาวนัก เธอเท่านั้นคือทุกสิ่งทุกอย่างแห่งความสุขที่ผมมี ชั่วนิจนิรันดร์  
อ่าน 51 / ตอบ 0 คน [ 23 ก.ค. 2557, 11:49 ]  เขียนโดย
 หากรักแล้วไม่แคล้วต้องเจ็บปวด          ไม่อาจอวดให้เห็นความเป็นไป ว่าจะเจ็บทุกข์ตรมสักแค่ไหน                ทั้งดวงใจปวดร้าวเกินบรรยาย แม้ไม่รักก็เหงาแสนอ้างว้าง                 ขอสักทางให้สมอารมณ์หมาย เพียงสักคนไม่ว่าหญิงหรือชาย             อยู่เคียงกายคู่กันไม่จากจร คนแอบรักยิ่งเจ็บยิ่งทุกข์ใจ                  ทำเช่นไรเขาไม่รักเราแน่นอน เฝ้าคร่ำครวญเฝ้ารักเฝ้าอ้อนวอน           เฝ้าเห่าหอนเขายังไม่เมียงมอง โอ้ความรักเจ้านั้นช่างน่ากลัว                ดีหรือชั่วสุดแต่ใจจะใฝ่ปอง เหมื่อนยาบ้าที่ใครได้ลิ้มลอง                  มิอาจครองจิตตนให้ทนได้ ขอความรักเจ้านั้นจงเมตตา                   ให้ตัวข้ามีสุขไม่ทุกข์ใจ ให้ตัวข้ามีรักที่สดใส                            ดังที่ใฝ่หมายปองขอลองที.............
อ่าน 116 / ตอบ 0 คน [ 15 ก.ค. 2557, 22:55 ]  เขียนโดย
 มีเพื่อนดีคบไปใจสุขสม                   ไม่ทุกข์ตรมพาใจให้เบิกบาน อยู่ด้วยกันสุขสันต์ทุกวันวาน            แสนสำราณเบิกบานชื่นหทัย มีเพื่อนชั่วพามั่วทุกข์อบาย              ทั้งหญิงชายชักนำพาจัญไร จะคบเพื่อนควรดูใครเป็นใคร          จึงจะใคร่สุขสมอารมณ์ปอง
อ่าน 104 / ตอบ 0 คน [ 15 ก.ค. 2557, 22:27 ]  เขียนโดย
 ศัลยกรรม ศัลยกรรมทำแล้วดีก็น่าทำ      ศัลยกรรมทำพังมีถมเถ ศัลยกรรมทำไปไม่โอเค          ศัลยกรรมจำเจพาเพพัง ศัลยกรรมทำไปทำไมกัน        ไม่กี่วันมันเสียไม่คุ้มตังค์ ศัลยกรรมเราท่านจงหยุดยั้ง     งามสะพรั่งยังแพ้จิตดีงาม.........
อ่าน 84 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 22:34 ]  เขียนโดย
 #ความรัก มิตรภาพ และรอยยิ้ม  ความสุขปริ่มหัวใจใช่ว่าหาย แม้ต้องโศกต้องเศร้า “เรา”ข้างกาย  ไม่เคยห่างหายไปไกลจากกัน #ทะเลาะบ้างบางครั้ง เรายังอยู่  เดินเคียงคู่กันไปไม่แปรผัน วันคืนผันผ่านยิ่งสร้างความผูกพัน  รักเรานั้นมั่นคงนิรันดร      
อ่าน 85 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 22:32 ]  เขียนโดย
 ชีวิต เป็นของเธอ…ทุกลมหายใจ   ให้เธอเป็นแค่ใคร…บนพื้นโลก แต่คือสายลมเย็นที่พัดโบก ..ยามอ่อนล้า ให้คนอื่นมองเธอ…ใจด้านชา แต่สำหรับฉัน….เธอคือคนที่มีค่า…ของหัวใจ ไม่ต้องมองฉัน เหนือคนอื่น ไม่ต้องหยิบยื่น อะไรมาให้ แต่ขอเป็นคน…ที่นอกใจ ที่ข้างใน….มีแต่เธอ เพราะเธอ ไม่ใช่คนสำคัญ แต่ทุกคืนวัน…เป็นของเธอเสมอ เ ป็ น เ พี ย ง แ ค่ ใ ค ร ที่ ผ่ า น ม า เ จ อ แต่ชีวิต เป็นของเธอ…ทุกลมหายใจ  
อ่าน 63 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 11:10 ]  เขียนโดย
บทกลอนยอดนิยม
กลอนกวนๆ
โดย พลอยซัง เมื่อ 1 ม.ค. 2513, 07:00
กลอนรัก รัก
โดย pompamlove เมื่อ 1 ม.ค. 2513, 07:00
กลอนเศณษฐกิจพอเพียง
โดย hamoney เมื่อ 1 ม.ค. 2513, 07:00
กลอนอกหัก
โดย จรุวรรณ เมื่อ 1 ม.ค. 2513, 07:00
การรักษาความสะอาด
โดย bb_kz เมื่อ 1 ม.ค. 2513, 07:00
กลอนรัก...หมดหัวใจ…ฉันให้เธอ
โดย onlytan07 เมื่อ 1 ม.ค. 2513, 07:00
ความแตกต่างของเพื่อนกับแฟน
โดย ple1222 เมื่อ 1 ม.ค. 2513, 07:00
กลอนหวานๆๆ
โดย นู๋หวาน เมื่อ 1 ม.ค. 2513, 07:00
กลอนคิดถึง
โดย จรุวรรณ เมื่อ 1 ม.ค. 2513, 07:00
กลอนด่าผู้หญิง
โดย paerlove เมื่อ 1 ม.ค. 2513, 07:00