ค้นหา
รวมเรื่องสั้น แบ่งกันอ่าน
 แอร์เย็นฉ่ำจนรู้สึกว่าเสื้อผ้าที่สวมใหญ่เย็นไปกับอุณหภูมิในห้อง...แต่ตอนนี้ร่างกายผมกลับกำลังร้อนผ่าวเพราะสายตาคนที่คล่อมอยู่จ้องมา...ทำไมถึงรู้สึกปั่นป่วนได้ขนาดนี้นะ...มือหนายื่นมาเกลี่ยปอยผมของผมที่ระใบหน้าออกอย่างแผ่วเบา และอ่อนโยน...ยิ่งทำให้หัวใจผมเต้นแรงและถี่ขึ้นไปอีก... “...แบมเป็นของเฮียอีกครั้งนะ..” ความรู้สึกต่าง ๆ ถาโถมเข้ามาหัวสมองคนที่แอบรักกว่าสิบปี...ใบหน้าหล่อเคลื่อนเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมา...มันตื่นเต้น..มันวาบหวิวไปหมดทั้งร่างกาย...ริมฝีปากหนาทาบทับเรียวปากสวย ไล่เลียแผ่วเบาก่อนจะบดขยี้แรงขึ้น...แบมแบมรู้สึกได้ว่าลมหายใจมันขาดช่วง แต่เพราะอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นเลยเผลอปล่อยไป... เริ่มต่อต้านเมื่อลิ้นร้อนแทรกเข้าไปโพรงปากพร้อมกับเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กเป็นการอ้อล้อ..เสียงดังจากการริมฝีปากของทั้งคู่เริ่มดังออกมาอย่างน่ายอาย.. “ฮึก พอ แล้ว” “....ถอดเสื้อผ้าเถอะ...” “...................”  ...แบมแบมมองคนที่ลุกขึ้นถอดเสื้อตัวเองออกอย่างชั่งใจ เขาคิดถูกแล้วใช่ไหมที่จะทำอย่างนี้....เลือกแล้วใช่ไหมว่าต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะยอมรับมัน...ดึงเสื้อยืดตัวเองออกทางหัว ก่อนจะปล่อยให้คนที่จัดการตัวเองเหลือเพียงกางเกงชั้นใน จัดการกางเกงของตัวเองให้...ตาคมจ้องที่ใบหน้าน่ารักนั่นตลอด...ยิ่งมองยิ่งรู้สึกละสายตาไม่ได้..ยิ่งมองหัวใจเขาก็ยิ่งเต้นแรงเหมือนกัน... ผ่านผู้หญิงมาก็มาก แต่หัวใจไม่เคยเต้นเหมือนอยากจะกลืนกินทั้งตัวขนาดนี้...ทั้งที่ความต้องการพุ่งสูงแต่ก็ไม่กล้าที่จะสัมผัสให้เกิดริ้วรอย ไม่อยากให้อีกคนเจ็บ...ไม่อยากแม้แต่จะให้รู้สึกว่าเขากำลังรังแกอยู่...ตากลมจ้องมองมา...ส่งสายตาที่ทำให้รู้ว่าแบมแบมรักเขามากแค่ไหน...อีกไม่นานหรอก...แค่รออีกนิดเดียว...แล้วทุกอย่างจะเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น... “อึก!” “...อย่า กลั้นเสียงสิ..” “..อืม อืออ...”  เสียงใสหลุดครางเมื่อมือหนาที่ปลดชั้นในปราการสุดท้ายจากร่างเล็กกำลังกอบกุมจุดกระสันส่วนล่าง คลึงเบา ๆ ตรงส่วนหัวแก่นกายสีสวย ทักทายและกระตุ้นให้เจ้าของปลดปล่อยความรู้สึกต่างๆ  ออกมา...นิ้วเรียวไล่คลึงจนร่างกายของคนที่นอนอยู่บิดเร่าเพราะแรงอารมณ์ที่อีกคนปรนเปรอ... “...จุ๊บ!....” “..อืม...”  แจ็คสันยกตัวขึ้นมาทาบทาบร่างแบมแบมอีกรอบทั้งที่มือยังไม่ปล่อยจากการรุกเร้าท่อนเนื้อด้านล่าง ปากหนาบรรจงจูบริมฝีปากสวยที่เผยอเย้ายวนอยู่อย่างน่าหลงไหล...แบมแบมจะรู้ตัวไหมว่าทุกส่วนในร่างกายล้วนแต่น่าสะดุดตา..ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยมีอารมณ์ปรารถนาอย่างนี้ยังเคยมองว่าเป็นผู้ชายที่น่ามองดี....แต่ติดที่น่ารำคาญตรงที่ชอบตามเขาเหมือนขี้ปลาทอง...แต่ตอนนี้ถ้าไม่ตามแจ็คสันคงเสียความเป็นตัวตนอยู่ไม่น้อย.... “อึก อือ หายใจ ไม่ออก” “กลั้น..หาย.ใจทำไมครับ..”  เสียงทุ้มกระเส่าแหบพร่า เมื่อคนตัวเล็กดันอกเขาออกหลังจากมอบจูบแสนหวานให้...สอนให้แบมแบมจูบมันคงยากพอ ๆ กับออกหาปลามาย่างเอง...เพราะอีกฝ่ายแค่เขาสัมผัสก็สั่นไปหมดแล้ว... “ก็...มัน..” “...อย่า กลั้นหายใจ..”  ตาคมจ้องตากลมระยะประชิด จมูกโด่งรั้นของสองคนชนกันอยู่...เรียวปากไอดอลรูปหล่อเริ่มคลอเคลียกับเรียวปากสวยน่าสัมผัสอีกรอบ...ก่อนจะจูบหนักขึ้นเพราะเริ่มทนอารมณ์ตัวเองไม่ไหว...ให้หยุดตอนนี้เขาคงจะได้เข้าไปอยู่ในห้องน้ำครึ่งวันแน่ ๆ... “..อืม..” “...จุ๊บ! อืม..จุ๊บ!..น่ารักจัง...”  เสียงดูดดุนและเสียงสัมผัสของปากกับปากดังออกมาอย่างต่อเนื่อง...แค่รู้สึกว่าแบมแบมเริ่มจะว่านอนสอนง่าย แต่ถึงอย่างนั้นมือเล็กก็ผลักอกเขาออกอีกครั้ง....แจ็คสันเริ่มไล่ลิ้นตามใบหน้าและสันกรามของคนใต้ร่าง มือที่ปรนเปรอยกขึ้นมือบดขยี้ยอดอกสีทับทิมนั่นเบา ๆ.... ลิ้นร้อนและเรียวปากยอมถอยจากริมฝีปากเรียวสวยแล้วไล่ลงไปที่ซอกคอจนถึงหลังใบหู...กระซิบชมคนที่ยกแขนขึ้นกอดคอเขาแน่น....ส่วนล่างที่เปลือยเปล่าบดเบียดกันไปมาจนแทบจะทนไม่ไหว... “..ฮ..ยอง...อือ...” “................”... ปากหนาเคลื่อนลงมาจากลำคอจนถึงยอดอก ลิ้นชื้นไล่เลียก่อนจะดูดกลืนเสียงดังเหมือนกับกระหายอยากสิ่งที่กำลังทำอยู่...ฝ่ามือลูบไล้ตามเรือนกายลื่นมือ จนถึงสะโพกกลมกลึงยิ่งได้สัมผัสอารมณ์ยิ่งใกล้ถึงจุดสิ้นสุด....แต่มันก็ง่ายไปไหมสำหรับแจ็คสัน หวัง... “...ลองดูไหม...” “...ลองอะไร...”  ...แบมแบมทำหน้าสงสัย หลังจากที่อีกคนยกตัวขึ้นมาสบตากับเขา.....สายตาที่ส่งมาขี้เล่นจนคนตัวเล็กย่นคิ้ว..ลองอะไร.. “ลองทำ ให้หน่อยสิ..ทำเหมือนกับที่เฮียทำให้แบมคราวก่อนอ่ะ..” “..อม..อะ..ไอ้..นั่น..” “..................”  ...พยักหน้าคอแทบหลุด เมื่อเห็นอีกคนพูดพร้อมกับเหลือบตาต่ำมองด้านล่าง...เข้าใจง่ายดีจัง...แต่ก็อดยิ้มเอ็นดูคนที่พูดไปด้วยเขินจนหน้าแดงระเรื่อไปหมด ..แบมแบมกัดปากตัวเองก่อนจะสบตาคมที่จ้องรอคำตอบ... “ ทำ ไม่ เก่ง” “ถ้าเก่งก็แปลกละ ไม่คิดว่าเคยทำหรอกนะถึงให้ทำ” “อย่า ว่านะ” “ไม่ว่า จุ๊บ!”  ถ้าไม่ติดว่าอยากได้รับสัมผัสจากอีกคนบ้าง ป่านนี้เขาคงจัดการเรียบร้อยแล้ว หน้าตาอิดออดอาย ๆ มันน่าหมั่นเขี้ยวน้อยที่ไหน จุ๊บปลายจมูกเล็กนั่นเบา ๆ ก่อนจะยิ้มกว้างให้... “...ลุกดิ...” “..ครับ...”  ยกยิ้มเท่ห์ ๆ แล้วหอมหน้าผากเนียนไปทีนึง...ก่อนจะลุกขึ้นจากที่คล่อมแบมแบมไปนอนพิงหัวติงกึ่งนอนกึ่งนั่งตาจ้องมองคนที่ลุกขึ้นแล้วหันมองซ้ายขวาแบบเก้ ๆ กัง ๆ ...นี่คือไอ้เด็กแก่แดดที่บางครั้งทำท่าเหมือนจะปล้ำเขาจริงรึเปล่า....เวลาแบบนี้มันเหมือนเด็กสาวแรกแย้มไม่มีผิด.... “ เริ่มสิ” “...............”  ...แบมแบมหันมองคนที่บอกให้เริ่มด้วยท่าทางอึกอัก แต่ก็คลานไปนั่งตรงหน้าระหว่างขาคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่...ตากลมเหลือกมองสิ่งที่ตั้งชูชันอยู่ตรงหน้าพร้อมกับกลืนน้ำลาย... ...นี่มันคือสิ่งที่เข้าไปในร่างกายเขางวดที่แล้วจริงรึเปล่า...ทำไมมันใหญ่โตอย่างนี้... “............” “............” ...เมื่อเห็นว่าอีกคนเลิกคิ้วรอเวลาอยู่ แบมแบมก็ตัดสินใจก้มลงไป...ในหัวก็คิดถึงว่าเมื่อครั้งที่แล้วถูกกระทำยังไงบ้าง บ้าหน่าจะยอมแพ้แจ็คสันฮยองได้ยังไง...เขาเป็นผู้ชายเขาก็ต้องรู้ว่าผู้ชายด้วยกันต้องการอะไร...แต่รู้แล้ว..มันทำยังไงฟระ.. “อึก! แบม แบม..” แจ็คสันยื่นมือไปจับหัวกลมที่โยกขึ้นลงตามจังหวะปากที่ครอบแก่นกายเขา...ยอมรับว่าตกใจ...ดูก็รู้ว่าแบมแบมไม่เคยคุ้นกับเรื่องพวกนี้..แต่ทันทีที่ลิ้นชื้นกับโพรงปากร้อนครอบแก่นกายเขา ใจก็กระตุกรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว..ไม่ได้ประสาอะไรมากมาย แต่ก็แสดงออกให้รู้ว่าพยายามทำให้ ไม่ให้เขาว่าได้ว่าอ่อนหัดหรือไม่ได้เรื่อง... “..อึก..เก็บฟัน..อืมม..”   ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เขาต้องการแบมแบมพยายามใช้ริมฝีปากกับท่อนเนื้อชูชันของเขาพยายามเก็บฟัน...ใช้แค่ริมฝีมาก รูดขึ้นลง ถึงแม้ว่าจะมีสะอึกคาย ๆ กลืน ๆ ลำบากบ้าง เพราะขนาดมัน...แต่ก็พยายามทำเรื่อย ๆ  มือเรียวจับที่โคนแก่นกาย ก่อนจะรูดขึ้นลงน้อย ๆ ตามปากตัวเอง น้ำลายชื้นแฉะไปทั่วแก่นกายของเขา...แค่นี้มันก็ใกล้เต็มทีแล้ว... “อืม..” “ อึก อา แบมแบม..พอ..”  ...มันรู้สึกดีจนเกินบรรยาย  ลิ้นเล็กไล่เลียตามน้องชายเขาอีกรอบ ก่อนจะอมไปทั้งลำแล้วรูดขึ้นลงอีกครั้ง....พอก่อนเพราะถ้ามากไปกว่านี้เขาจะทนไม่ไหว...จะพาลแตกใส่ปากเล็กนั่นก่อน... “................” “..ขึ้นมาสิ....”  แจ็คสันเลื่อนมือไปที่ลิ้นชักหัวเตียง...หยิบเจลใส่ผมที่ยังไม่ได้ใช้ออกมา พร้อมกับพยักหน้าเรียกคนที่นั่งอยู่ตรงหว่างขาเขา ปากแดงเล็กนั่นน่าจูบชะมัด ไหนจะแววตาอ่อน ๆ ที่เหมือนเหนื่อยซะเต็มประดากับการทำให้เขา... “...อ๊ะ!...เฮีย..คือ..” “...อย่ากลัว...”  แจ็คสันป้ายเจลใส่ผมใส่ช่องทางด้านหลังของคนที่คลานขึ้นมานั่งคล่อมบนตัว...  ปากหนาทาบทับดูดดุนยอดอกที่อยู่ตรงหน้า นิ้วเรียวแทรกพาเจลเข้าไปช่องทางด้านหลังของแบมแบมเพื่อเปิดทาง...มือเล็กจิกบ่าเขาแน่นเพราะทั้งกลัวและเกร็ง.. ร่างบางสั่นระริกจนแจ็คสันต้องใช้มืออีกข้างกดหัวกลมลงมารับจูบจากเขาอีกรอบ.... “อึก อืออ” “...ทำสิ...ควบคุมเฮีย..แบบที่แบมต้องการ.”  ...ควบคุมเฮีย...คุมยังไงล่ะ ...แต่เพราะแววตาท้าทายนิด ๆ ที่ส่งมาทำให้คนไม่ยอมแพ้ใครแบบแบมแบมค่อย ๆ ขยับตัวทับแก่นกายของอีกคน ...ยกตัวขึ้นแล้วย่อลง...กลืนกินแก่นกายแข็งขืน...แต่เนื้อเจลที่ทากับน้ำลายตัวเขาที่ฉาบอยู่กับท่อนเนื้ออีกคนมันไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก เพราะยังเจ็บอยู่เหมือนเดิม...แต่ก็ยอมรับว่ามือแจ็คสันที่ชักแก่นกายเขาด้านหน้าทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น จนกลั้นใจนั่งลงกลืนน้องชายของอีกคนจนหมด... “....เก่งมาก คนดีของเฮีย...พักเหนื่อย แล้วก็ขยับครับ...” “ อึก อือ..” เพราะคำสั่งที่กระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา มันเหมือนมนต์สะกดมากกว่า เพราะมือหนานั่นร่ายมนต์ใส่น้องชายเขาอยู่ทำให้ดึงอารมณ์แบมแบมไปได้ไม่ยาก..ร่างกายร้อนผะผ่าวไปหมด...แต่ก็ยอมขยับในที่สุด... “อึก อือ!” “ ดีแล้วครับ คนดี ดีแล้ว”  ...คำพูดหวานหู เสียงทุ้มแผ่วเบากระซิบแหบพร่า...มือข้างนึงปรนเปรอให้คนที่กำลังขยับเรื่อยบนร่างกายเขา อีกข้างอ้อมไปจับสะโพกแบมแบมเพื่อขยับขึ้นลง “ อ่า แจ็ค สัน อืม ฮยอง!” “ แบม แบม! ดี! อา”  สองเสียงสอดประสาน ส่งเสียงครางไม่ได้สรรพ ช่องทางด้านหลังดูดกลืนท่อนเนื้อแข็งขืนครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกอย่างที่แบมแบมทำมันกำลังหลอมละลายผู้ชายที่ชื่อแจ็คสัน...ข้างในของแบมแบมมันอุ่นจนร้อน ตอดรัด ซะจนเขาแทบจะทนไม่ได้...ปวดหนึบและหฤหรรษ์ขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อต้องการปลดปล่อย... “ อื้ออ อาส์!” “ อึก อืมม แรงอีก!..”  แบมแบมลืมความเจ็บปวดและลืมทุกสิ่ง เมื่อออารมณ์เขาก็เริ่มจะถึงขีดสุด ร่างบางยกร่างกายตัวเองและกระแทกขึ้นลงเร็วและแรงขึ้นตามลำดับของอารมณ์ เสียงลมหายใจ เสียงครางสอดประสานกัน กลิ่นเหงื่อ กลิ่นคาวน้ำรัก เริ่มปริ่มออกมา...ทุกอย่างรุนแรงขึ้นอย่างไม่กลัวแตกหัก...เสียงเนื้อกระทบเนื้อยิ่งเร้าอารมณ์คนได้ยิน... “แบมแบม อืมมม!!” “......ฮึก..อืออ.....” ความสุขสมถึงจุดสุดสิ้นสุดในตอนสุดท้าย...น้ำรักเปรอะเปื้อนหน้าอกของแจ็คสัน และช่องทางด้านหลังของแบมแบม...คนเหนื่อยอ่อนฟุบลงบนตัวของคนที่นอนหายใจระรัว...ตากลมค่อย ๆ หลับลงอย่างเหนื่อยอ่อน...แต่ก็รู้สึกถึงความอบอุ่นจากแขนแข็งแรง...ที่กำลังตระคองกอดและลูบหลังและผมเขาอย่างแผ่วเบา...พร้อมกับเสียงกระซิบก่อนที่แบมแบมจะดำดิ่งสู่ห้วงนิทรา.. ....คราวหน้า...เฮียจะทำให้สองรอบเลยดีไหม.....
อ่าน 273 / ตอบ 0 คน [ 19 ก.ค. 2557, 10:08 ]  เขียนโดย no apen name no apen name
 Part  jackson  20+ ผมจับเหวี่ยงไอ้เด็กแก่แดดลงบนเตียง เพราะความลีลาของมัน...บอกตรง ๆ ว่าตอนแรกอยากจะแค่เล่น ๆ  แต่มันจะรู้ตัวไหมว่ามือมันที่ถูกหน้าอกผม ถูกน้องชายผม มันทำผมสะดุ้งทุกครั้ง แต่เพราะตัวมันเอาแต่ตื่นเต้นจนเหงื่อไหลเป็นทาง เลยไม่สังเกตว่าผมเป็นยังไง... ....ผมพิสูจน์ได้แล้วว่า น้องไอ้จูเนียร์ แมร่งเก่งแต่ปาก... “พร้อมไหม” “บอกแล้วไงว่าจะไปห้องน้ำ ปละ ปล่อย ก่อน ได้แน่ ๆ ไม่ต้องกลัว!”  กูอยากจะหัวเราะให้ฟันซ้น!...ดูทำหน้าทำตา...นี่มันคิดว่ากำลังเล่นกับใครอยู่...ผมมีอะไรกับผู้หญิงตั้งแต่ 15 อาการแค่นี้จะดูไม่ออกรึไงว่าแบมแบมมันกำลังปอดแหก...พอจะรู้ว่ามันชอบผมตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยมีความคิดที่จะตอบรับอะไร...แต่คราวนี้มันเล่นบุกถึงห้อง... ...สั่งสอนให้รู้...ว่าการเล่นกับเสือน่ะ...มันเป็นยังไง... “ไม่ต้องหรอก..ไม่ต้องเข้า!” “ดะ เดี๋ยว!”  ผมไม่ฟังเสียงทัดทานของไอ้คนที่นอนอยู่ใต้ร่าง มือผมจัดการลูบไล้หน้าทองแบนราบ ร่างกายของคนที่ถอดเสื้อออก ถึงไม่ขาวเท่าผมแต่มันเนียนแล้วก็นุ่มมือมาก...จนรู้สึกเพลินที่ลูบไปมา... ฟุ่บ! “ ปล่อยก่อน!!” “ล้อเล่นกับกูเหรอแบมแบม! กูจะสอนให้มึงรู้ว่า...อย่าดีแต่ปาก!..”  กางเกงขาสั้นเสมอเข่าของมันถูกผมกระชากออกไปเหลือเพียงกางเกงในตัวจิ๋วสีขาว... ยกตัวขึ้นมองตั้งแต่หัวจรดเท้า...พึ่งรู้ว่าหุ่นแมร่ง...น่าฟัดเหมือนกันนะ...เอวสอบ สะโพกผาย..ช่วงขายาวเรียว.... “..เดี๋ยวดะ ได้ ไหม...” “..ปอดเหรอ...” “ ใครปอด!” “มึงไง ไอ้คนดีแต่ปาก ไม่มีอะไรน่าสนใจ!” “รู้ได้ยังไง!! เออ ทำเลย! ถ้าไม่อยากเหนื่อยก็นอนลง จะขึ้นเอง!!” “..ดีแล้ว...เดี๋ยวมึงได้ขึ้นแน่..” ผมก้มลงที่ซอคอของคนที่นอนอยู่ รับรู้แรงสะดุ้งยิ่งรู้สึกสนุก ร่างกายมันไม่ได้หอมหวนเหมือนของผู้หญิงพวกนั้น แต่มันกลับดึงดูดผมอย่างประหลาด จากที่คิดก่อนหน้าว่าจะเล่นให้มันรู้สึกตัวว่าไม่ควรมายุ่งกับ ผมแต่ตอนนี้ความคิดล่าสุดคือ...อยากเล่นด้วย...กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากครีมยี่ห้อเดียวกับผมเตะจมูก...แมร่งก๊อปแม้กระทั่งครีมทาผิว... “อื้อ!..” “จุ๊บ!”   กดแขนมันไว้หลังจากที่ปากผมไล่ละเลื่อยลงมาจากซอกคอ จนตอนนี้แตะลิ้นบนผิวเนื้อแล้วลากผ่านยอดอกลงมาที่กลางท้อง...แบมแบมกลั้นเสียง พร้อมกับเกร็งไปหมดทั้งตัว....ผมชักจะสนุกขึ้นมาจริงๆ  แล้วสิ...ความจริงก็ไม่ได้รังเกียจมันนะ หน้าตาน่ารักจนเพื่อนที่คณะขอเบอร์กับไอ้จูเนียร์...แต่ก็ถูกพี่มันตะเพิดเปิดเปิงไปหมด...ชอบมองผม...ชอบตาม...ชอบทำอะไรแปลก ๆ เพื่อเข้าใกล้ผม.... ...เป็นคนที่น่าสนใจมากต่างหากล่ะ....แต่ทำยังไงได้...ผมชอบผู้หญิง...แต่..ถ้า... “อึก! อยะ” “...อืม...”  ร่างกายสั่นระริกเพราะผมจงใจย้ายปากขึ้นไป ก่อนจะตวัดลิ้นทักทายยอดอกที่ชูชันอยู่....น่ารักเหมือนกันแฮะ...หลับตาปี๋เลย...เกร็งปลายเท้าจิก...ถึงตอนนี้จะให้ผมหยุดก็ทำได้นะ...แต่ความอยากเอาชนะคนของแบมแบมมันคือจุดอ่อนที่ผมจะใช้ลวนลามมันตอนนี้... จุ๊บ ๆ! “อ๊ะ หะ!” ตวัดลิ้นฉกยอดอกสีสดนั่นไปมาจนชื้นแฉะ พร้อมกับครอบปากเพื่อดูดดุนติ่งไตปุ่มแข็ง ส่วนล่างจงใจถูไถและเสียดสี  ตอนนี้ขึ้นทั้งของผมและของแบมแบม... “จะหยุดก็ได้นะ ไอ้เด็กปากดี” “ มะ ไม่!! ไม่ได้ ดีแต่ปาก!!” “ หึ!”  ...ใจสู้ดีจริง ๆ ...นี่แหละที่ต้องการ...หน้าสวยดุดันขึ้นเป็นสัญญาณบอกว่าไม่มีทางยอมแพ้ และอยากจะพิสูจน์ว่า...ไม่ได้มีดีแค่ปากจริง ๆ...ยกยิ้มใส่ใบหน้าน่ารักที่ขึ้นสีเพราะแรงอารมณ์ ก่อนจะก้มลงชิมยอดอกนั่นอีกรอบ ดูดจนแดงไปทั่วบริเวณ...และขยับด้านล่างให้เสียดสีกันไปมาโดยมีกางเกงชั้นในของผมกับมันกั้นอยู่... “อือ ..” “.............”  ยกตัวขึ้นเพื่อมอบจูบแห่งความประทับให้ไอ้ตัวดี ประกบปากที่ตอนแรกมันทำท่าจะเบี่ยงหนี.... พฤติกรรมไม่สอดคล้องกับคำพูดเลยนะมึง...ผมใช้มือที่ตรึงข้อมือมันไว้ตอนแรกมาจับคางมันไว้ ก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากที่ผมเคยมองว่า...มันมีเสน่ห์...จะว่าไปก็เคยแอบมองมันอยู่หรอก แต่ก็ไม่เยอะ เพราะส่วนมากเวลาเจอกันแบมแบมก็เอาแต่จ้องผม จนไม่กล้าจะมองมันตอบมากมาย...บดริมฝีมากให้แรงขึ้น พร้อมกับพยายามแทรกลิ้นเข้าไปภายใน จนในที่สุดมันก็ยอมเปิดปาก...ไม่เคยจูบสินะ...พูดถึงเรื่องจูบยิ่งทำให้ผมเจ็บใจตอนที่มันจูบตอนอยู่คลับนั่น...มันแค่เอาริมฝีปากมากดริมฝีปากผม...จนต้องสอนวิธีจูบที่ถูกวิธีให้ ทุกอย่างมันไม่เจ็บใจเท่ากับการที่ผมลืมไม่ลงว่าเคยทำอย่างนั้นกับไอ้เด็กนี่...และวันนี้ผมก็ได้ทำอีกครั้ง...ยอมรับว่า...ใจเต้น..และรู้สึกตื่นเต้น.... “อ่าส์! จะ ฆ่า กัน รึไง!” “หึ!”  ผมไม่ตอบอะไร ตั้งใจขยับส่วนล่างไปมาให้มากขึ้นเพื่อให้แรงเสียดสีนั่นปลุกเร้าอารมณ์คนที่นอนเกร็งอยู่...สนุกจนเริ่มจะหยุดตัวเองไม่ได้แล้วเหมือนกัน...ไล่พรมจูบตามซอกคอละเรื่อยลงมาที่ยอดอกอีกครั้ง...ร่างกายแบมแบมเริ่มบิดไปมาเพราะมือผมที่ยอมปล่อยคางและข้อมือมันข้างนึงเริ่มล้วงเข้าไปในกางเกงชั้นในของแบมแบม... “ จะ เอา..จริง...อ๊ะ!..” “..................”  จนถึงขนาดนี้แล้วยังจะถาม ไม่ตอบอะไร แต่กลับใช้มือคลำและบีบคลึงน้องชายแบมแบมไปมาอย่างเบามือ แก่นกายที่ชูชันนั่นท่าทางจะแข็งแรงไม่น้อย และก็คงจะเร็วตามประสาคนไม่คุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้... “เดี๋ยว...ฮยอง!” ตัดสินใจดึงปราการด่านสุดท้าของแบมแบมออกโดยไม่ฟังเสียงทัดทานหรือมือเรียวที่เอื้อมมาจับมือผมไว้...ก่อนจะยกตัวแล้วลุกขึ้นยืนตรงหว่างขาคนที่รีบดึงผ้าห่มมาปิดน้องชายตัวเอง...แต่ถึงอย่างนั้นตากลมโตก็จ้องมองผมที่ยืนอยู่...ท่าทางหวาดกลัว แต่ผมก็ยังเห็นแววตาที่หลงใหลในตัวผมอยู่...ชอบมากสินะ...ได้เดี๋ยวฮยองจะจัดการให้เห็นอะไรดี ๆ ... “...................” “...กลัวเหรอ....”  แบมแบมส่ายหัวช้า ๆ เมื่อผมถาม ไอ้เด็กหื่น...สายตามันไม่ละจากน้องชายผมที่ตะหง่านสู้สายตาหลังจากที่รูดกางเกงในตัวเองลงแล้วใช้เท้าสะบัดออกไป...ตาโต อ้าปากหวอ...กลืนน้ำลายลงคอ...แต่ก็ยังปากแข็ง...ว่าไม่กลัว...ได้..กลัวไม่กลัวจะได้รู้กัน... “...ไม่กลัวก็ดีแล้วเด็กดี...” “...............”  นั่งลงก่อนจะดึงผ้าห่มที่แบมแบมเอามาปิดออก แล้วเอื้อมมือไปลูบหน้าท้องราบอย่างเบามือ...ผิวมันนุ่มมือถึงแม้จะไม่เหมือนผู้หญิงแต่เวลาจับแล้วมันเนียน ๆ ก่อนจะเลื่อนลงมาที่น้องชายมันอีกรอบ...คนไม่กลัวได้แต่มองตามอย่างหวาด ๆ ก่อนจะตัดสินใจเอาผ้าห่มมาปิดหน้าตัวเองไว้เพื่อที่จะปล่อยให้ผมทำอย่างที่ต้องการ... “อ๊ะ! อือ..”  “...............” เงยหน้ามองเสียงที่เล็ดรอดออกมาจากผ้าห่มเมื่อผมกำแก่นกายสีพีชนั่นพร้อมกับรูดขึ้นลงเบา ๆ ตามจังหวะมือ...นิ้วโป้งเกลี่ยที่ปลายยอดแก่นชายไปมา สัมผัสได้กับน้ำใส ๆ ที่ปริ่มออกมา...คงจะเริ่มแล้วสินะ...แพราะผมก็อยากจะลองเหมือนกันว่ากับผู้ชายที่เคยได้ยินไอ้เพื่อนในวงมันบอกว่าเด็ดสุด ๆ  ยิ่งทำกับคนที่รักยิ่งมีความสุขมันเป็นยังไง...ถึงแม้ว่าแบมแบมจะไม่ได้เข้าข่ายแบบที่พวกมันพูดทั้งหมด...แต่ก็คงมีส่วนที่จะพิสูจน์ได้เหมือนกัน เมื่อเห็นว่าอีกคนน่าจะพร้อมกับกิจกรรมครั้งนี้...ก็รูดมือตัวเองขึ้นลงเร็วขึ้น..เสียงครางเล็ดออกมาเป็นระยะ ผมทายว่าตอนนี้มันกำลังใช้มือปิดปากตัวเองในผ้าห่มนั่นแน่... “อื้อออ!!” “ อืม” ... เปลี่ยนจากมือเป็นปาก...ไม่รู้หรอกว่าผู้ชายต้องทำยังไงกัน...แต่แค่คิดว่าผมอยากให้คนที่นอนด้วยทำยังไง...ผมก็ทำอย่างนั้น...การทำออรัลเซ็กส์เป็นพื้นฐานของคนจะมีเซ็กส์กัน...แต่คุณรู้ไหมว่า....ผมไม่เคยทำอย่างนี้กับผู้หญิงที่นอนด้วย...การทำรักด้วยปาก...ทำกับแบมแบมเป็นคนแรก...มันควรจะดีใจนะ...บอกไม่ถูกหรอกว่าทำไมถึงยอมทำ...ดึงผ้าห่มออกก็เห็นว่ามันใช้มือปิดปากอยู่จริงๆ  ด้วย ทั้งที่ร่างกายกำลังบิดไปมาเพราะผมกำลังใช้ปากรูดน้องชายมันขึ้นลง...ห่อลิ้นครูดผิวเนื้อนุ่มไปมาตามจังหวะปากที่รูดขึ้นลง...เสียงปากสัมผัสกับเนื้ออ่อนดังออกมายิ่งกระตุ้นความต้องการให้มากขึ้นไปอีก... “อึก ฮ ยอง! ฮืออ!”  “...น่ารักจริงนะ...”  ยกตัวขึ้นพร้อมกับเช็ดมุมปากตัวเองที่มีคราบน้ำรักของคนไม่มีความอดทนพุ่งใส่....แบมแบมละมือออกจากปากตัวเอง ใบหน้าแดงก่ำ หายใจหอบถี่...ตาปรือเพราะความโล่งที่ได้ปลดปล่อย...ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย.... ...เซ็กซี่...ทำไมผมถึงคิดอย่างนั้น...ใช้มือปาดน้ำสีขุ่นละเลงที่บริเวณช่องทางด้านหลัง คนที่นิ่งไปกลับสะดุ้งแล้วส่งหายตาอ้อนวอนมาหาผม...ขอมองผ่านละกันว่ามันมองทำไม...อยากทำต่อ หรือว่าอยากหยุด...รู้แค่ว่าตอนนี้ผมจะทนไม่ไหวแล้ว...อยากทำจนปวดหนึบที่น้องชาย...พอละเลงพอชุ่มฉ่ำ ก็คลานไปนั่งอยู่หัวเตียง... “ถึงตามึงละ ไหนบอกว่าจะขึ้นเอง” “ มะ ไม่” “ไม่แน่จริงเหรอ ได้เด็กอ่อนหัด!” “ไม่ได้ อ่อน หัด!”  ขนาดพูดยังฟังหอบ ๆ แต่ก็อวดดีจนพยุงตัวเองลุกมานั่งคุกเข่ามองผมที่นอนอ้าซ่าอวดทุกอย่างบนเรือนร่าง...ก็แค่ลุ้น ว่ามันจะทำหรือไม่ทำ... “งั้นก็ขึ้นมา นั่งลงให้ตรงจุด แค่นั้นเอง” “..............”  แบมแบมกลืนน้ำลายเป็นรอบที่ร้อย ตากลมจ้องหน้าผมสลับกับไอ้สิ่งที่มันโด่เด่อยู่...มีการยกมือขึ้นมากัดเล็บตัวเอง เกลือกตามองรอบ ๆ ห้อง... ...อะไรของมัน... “ตกลงว่าไง จะทำไม่ทำ ไม่ทำก็ออกจากห้องไปเลย” “...ถ้าได้แบมแล้ว ถึงเฮียจะรักหรือไม่รัก แต่ถ้าเฮียมีคนใหม่ ไม่สนใจแบม แบมจะฆ่าเฮีย!!” “งั้นเหรอ งั้นลองดู”  สรรพนามใหม่!  แต่ก็น่ารักดี...จะยอมเป็นเฮียให้ละกัน... แบมแบมคลานขึ้นมาหาผม รู้สึกว่าความอยากเอาชนะ จะทำให้ทำได้ทุกอย่างจริงๆ  ผมจับสะโพกแบมแบมให้มานั่งทับหน้าท้องตัวเองก่อน ก่อนจะค่อย ๆ  ยกสะโพกมันนั่นให้ลอยขึ้น... “ ดะ เดี๋ยว” “กดลงเองสิ แล้วจะไม่เจ็บ” “...............”.. แบมทำหน้าลำบากใจ แต่ก็ยอมลดสะโพกลงก่อนจะกดลงให้ช่องทางด้านหลังตัวเองตรงกับน้องชายของผม.... “โอ๊ย! ไหนว่า ไม่เจ็บ!” “เอาหน่า หรือจะไม่ทำ” “..............” ...ตวัดสายตามองผมหลังจากยกสะโพกขึ้นอีกครั้ง เพราะลงไปได้นิดเดียวก็สะดุ้ง...ไอ้เด็กสติแตก...กูก็หลอกมึงไปงั้นว่ามันไม่เจ็บ... “โอ๊ย! เชี่ย! อึก!” “อือม”  ทนไม่ไหวแล้ว...เข้ามาได้ครึ่งเดียว...แบมแบมกัดฟันก่อนจะกดลงอีก ใบหน้าสวยสะบัดขึ้นพร้อมกับแหกปากร้องเพราะความเจ็บ...แต่ก็ยังกดลงเรื่อย ๆ อย่างไม่ยอมแพ้... เพราะกลัวจะหาว่าอ่อนหัด...น่าเอ็นดูจริง ๆ... “ฮึก ฮือ เจ็บ ไอ้ ฮึก บ้า! บอก ว่า ฮือ ไม่เจ็บ!” “...................”  ...ลงจนสุดได้ในที่สุด ตอนนี้แก่นกายผมอยู่ในตัวของแบมแบมหมดแล้ว ร่างเล็กนั่นหยุดกดเมื่อสุด แล้วก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาอย่างน่าสงสาร ขาเรียวสั่นระริกเพราะความเจ็บปวด... “ ..ขอโทษครับ...ขยับสิ..” “ ฮึก ฮืออ เจ็บ!”   ขยับตัวขึ้นกอดคนที่นั่งทับผมอยู่ พร้อมกับจูบซับน้ำตานั่นให้...ใจผมอ่อนยวบลงเพราะน้ำตาและสีหน้าเจ็บปวดนั่น...ได้กลิ่นคาวเลือดคลุ้งขึ้นมาด้วย...แบมแบมนิ่งไปในอ้อมกอดผม... ...เริ่มทรมานเพราะต้องการ และปวดไปหมดเพราะอยากปลดปล่อย... “ อึก อืออ” “ดีมาก..เด็กดี..”  แบมแบมเริ่มขยับเอง ผมใช้มือจับและรูดน้องชายให้คนที่ขยับขึ้นลงไปด้วยตามจังหวะ...จากช้า ๆ เริ่มเร็วขึ้น... “อึก! แจ็ค สัน ฮยอง..ฮึก!” “ อา! แบมแบม! แบม...”  เสียงครางพร้อมกับเรียกชื่อสอดประสานกันขึ้นมา ความเจ็บปวด ปวดหนึบก่อนหน้านี้ทั้งผมและแบมแบม เริ่มเปลี่ยนเป็นความหรรษา หฤหรรษ์ ไปแล้ว...ร่างกายที่โยกขึ้นลงเร็วขึ้นเรื่อย ๆ  ปากเซ็กซี่นั่นซู้ดปากเพราะความเสียวกระสัน กับสิ่งที่ทำและสิ่งที่ผมปรนเปรอให้ น้ำรักและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปหมด  ผมแทบจะหลอมละลายไปกับรสรักที่พึ่งเคยสัมผัส... ผับ! ผับ! ผับ!   ...เสียงเนื้อที่กระทบกันและรสสัมผัสแปลกใหม่สำหรับผมจนหัวใจเต้นแรงมาก.....ขนาดผมยังไม่ได้รักแบมแบม ยังขนาดนี้... ...แล้วถ้ารักจะขนาดไหน... “อ่าส์! แบมแบม!” “ อึก ! อืออ”   พวกเราปลดปล่อยพร้อมกัน มือผมบีบสะโพกของคนที่โยกอยู่บนแก่นกายผมแน่น...แบมแบมโน้มตัวลงกอดผมแน่นทั้งที่แก่นกายผมที่แตกในยังคาอยู่.... “แบมเป็น ของ เฮีย และเฮียก็เป็นของ แบม” “ใครบอกมึง”   ผมพูดโต้ตอบคนที่รีบเด้งตัวขึ้น หลังจากที่พูดอู้อี้หอบ ๆ อยู่บนอกผม.... “เฮียได้แบมเป็นเมียแล้วนะ!” “ก็แล้วไง...อยากเป็นแบบไอ้มาร์คกับไอ้เตนล์ มึงก็พิสูจน์และทำให้กูรักมึงให้ได้สิ...” “ ไอ้เฮียยย!!”    ถึงจะโวยวาย...แต่ผมก็อดยิ้มไม่ได้ เมื่อมองเห็นแววตาที่ไม่ยอมแพ้ของแบมแบม...แววตาที่มาดมั่นและบ่งบอกออกมาว่าผมกำลังท้าทายอยู่...แววตาที่บอกว่า.. ..แบมแบมพร้อมจะใช้เสน่ห์และทำทุกอย่างเพื่อให้เฮียรักแบมแบมให้ได้....
อ่าน 218 / ตอบ 0 คน [ 19 ก.ค. 2557, 10:06 ]  เขียนโดย no apen name no apen name
 วันนี้วันพฤหัสสีส้ม ใครเกิดวันพฤหัสบดีบ้างงง (เค้าไงฮ่าๆ^_^) งั้นมาดูดวงประจำวันนี้กันเถอะ  ประจำวันศุกร์ ที่ 18 กรกฎาคม 2557 การงาน สถานการณ์เกี่ยวกับเรื่องการงานต้องใช้ความขยัน และการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ก่อให้เกิดผลดี มีความสำเร็จ มีผลงานดีขึ้น การเงิน ในเรื่องของเอกสารสัญญาทางด้านการเงินต้องตรวจตราดูให้ถ้วนถี่ก่อนลงนาม หรือก่อนเซ็นค้ำประกันให้ใครควรรอบคอบ ความรัก มีโอกาสพบคนที่ถูกใจ เขาเป็นคนดี มีความสามารถ มีเสน่ห์ หน้าที่การงานมีความมั่นคง นิสัยดี เด็กที่เกิดในวันนี้ ชอบการติดต่อ ปรับตัวเข้าหาคนอื่นได้ง่าย เป็นคนมั่นใจในตนเอง ขยัน มีผู้อุปถัมภ์ที่ดี หากรับราชการจะมีความมั่นคง และก้าวหน้า หรือทำกิจการของตนเองก็จะประสบความสำเร็จ แต่บริวารจะส่งผลทางด้านลบ ไม่ค่อยส่งเสริมเท่าที่ควร สิ่งมงคลที่ควรทำ เดินทางทำบุญ บูชาพระธาตุประจำราศีเกิด จะทำให้มีมงคลแต่ตนเอง มีโชค แคล้วคลาดปลอดภัย อัญมณีมงคล เพชร สีนำโชค สีบรอนซ์เงิน เลขนำโชค 1, 3, 4, 0, 2 พรุ่งนี้ไว้เอาดวงมาฝากอีกนะคะ หรือใครอยากดูวันเกิดของตัวเองก็เม้นท์ไว้นะ ไว้พรุ่งนี้จะเอามาฝาก ราตรีสวัสดิ์จ้าาา <3
อ่าน 59 / ตอบ 0 คน [ 18 ก.ค. 2557, 00:05 ]  เขียนโดย เจ้าหญิงโลกชมพู เจ้าหญิงโลกชมพู
    “รถกระบะสีเทา ทุ่มตรงนะครับ ติดฟิล์มมืดตามแบบที่พวกมันชอบทำกันนั่นล่ะสารวัตร” มันลอดผ่านมาทางหูโทรศัพท์มือถือ ธาสิทธิยังจำเสียงนั้นได้ขึ้นใจ เขาไม่มีทางลืมไอ้เด็กคนนั้นได้ ผู้ต้องหาคดียาเสพติด คนแรกและคนเดียว ที่ถึงขนาดปัสสาวะ และอุจจาระราด เมื่อถูกตำรวจควบคุมตัว น้ำเสียงนั้นแสดงถึงวัยผู้พูด บ่งว่าอายุไม่น่าเกินยี่สิบห้าปี     “มึงแน่ใจนะไอ้โรจน์ แล้วไม่มีข้อมูลอย่างอื่นเลยหรือ ยี่ห้อรถ เลขทะเบียน”    “ผมรู้มาแค่นี้ เพราะเห็นคนขับรถคันนี้เข้าออกบ้านเป้าหมายประจำ จากชื่อที่เรียกกันกับไอ้เอเย่นที่พักอยู่ที่บ้านนั้นก็ตรงตามที่สารวัตรร็มาจากสายอื่นนั่นแหละ ไอ้ผมก็โง่ ไม่ยอมสังเกตให้ดี”     “ชื่ออะไร”     “ม้าแดง..”    “รถกระบะที่ขับกี่ประตู สองหรือสี่วะ”     “น่าจะสอง”      ความจริงเขาไม่อยากเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับงานที่ไม่มีข้อมูลแน่นอนเลย หากแต่เมื่อได้ยินชื่อนั้น มันก็น่าเดิมพันหน่อย “ม้าแดง” คือรหัสชื่อเรียกพ่อค้ายาคนหนึ่ง ไม่มีคนรู้ว่ามันคือใคร แม้แต่พวกสายในวงการค้ายาเอง มันจะติดต่อซื้อขายทางโทรศัพท์ ทำตัวเป็นพ่อค้าคนกลางบ้าง โดยใช้วิธีพูดดัดเสียง เป็นตัวการหลักที่ผู้ใหญ่หลายๆคนหมายหัวไว้ อย่างไรก็ตาม ร้อยตำรวจเอกธาสิทธิไม่ประมาท เขาเช็คกล้องวีดีโอวงจรปิดตามตำแหน่งของบ้านผู้ค้าคนหนึ่ง จะยังจับมันไม่ได้ เพราะหากมันถูกจับ ไอ้ม้าแดงก็จะไหวตัว ต้องจับไอ้ม้าแดงที่ล่องหนเหมือนผีนี่ก่อน ส่วนไอ้คนที่อยู่กับที่ จับทีหลังก็ยังไม่สาย        “ห่า ไอ้มั่วเอ้ย!!” เขาสบถ        “มีอะไรหรือพี่” ผู้ที่ทำหน้าที่กดย้อนดูวีดีโอกล่าว เขาเองก็อยู่ในเครื่องแบบเช่นเดียวกับผู้มาขอร้องเรื่องกล้องวงจรปิด         “ป่าวหลอก สายมันรายงานข้อมูลผิดๆ ลองย้อนกลับไปดูรถกระบะ ICUCU สีเทาสี่ประตูนั่นใหม่หน่อย” เขากล่าว สี่ต่างหาก ไม่ใช่สองประตู         “ครับพี่ ผมก็สงสัยเหมือนกัน ไอ้คันนี้ผ่านบ่อยเหลือเกิน เวลาเดิมๆด้วย” ตัวเลขบนกล้องวงจรปิดแสดงเวลา 18.51น.          “ใช่แล้วหละ ติดฟิล์มมืดด้วย” นายตำรวจอุทานกับตัวเอง อันที่จริงรถกระบะถูกใช้อย่างแพร่หลาย ในสังคมที่มีพ่อค้าแม่ขายล้นหลาม ในเมืองหลวงเขตการค้านี้          .”พี่ขอบใจมากเว่ยทิน”           “ไม่เป็นไรครับพี่” บุคคลหนึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม ในห้องสี่เหล่ยมที่เต็มไปด้วยโทรทัศน์สีมากกว่า 8 เครื่อง ในขณะที่อีกคนหนึ่งเดินออกไปพร้อมความมั่นใจเต็มเปี่ยม            “ครั้งนี้พี่เสกไปกับผมใช่ไหมครับพี่” ธาสิทธิกล่าว เขายืนอยู่ข้างบุคคลที่มีรูปร่างใหญ่กว่าเขานิดหน่อย ทำให้ดูอ้วนท้วมไปบ้าง เพราะธาสิทธิเองเป็นคนรูปร่างสมส่วนอยู่แล้ว เสก หรือเสกสร ตำรวจอีกนายหนึ่ง..            “ไปสิวะ จับม้าแดง พี่ไม่ให้เอ็งได้ความดีความชอบไปคนเดียวแน่ๆ”คนที่ถูกเรียกว่าพี่กล่าว เป็นเชิงพูดทีเล่นทีจริง รอยยิ้มเดิมๆที่นายตำรวจผู้สนทนาเคยเห็นผุดขึ้นบนใบหน้านั้น             “ ฮ่าๆๆ เรื่องนั้นไม่ห่วงหลอกพี่ แต่ผมทำคนเดียวไม่ได้ ไม่ค่อยมีใครกล้าแหยมกับไอ้ห่านี่เท่าไหร่นัก”              “ไม่ต้องห่วงไอ้น้อง มือปราบตัวจริงอยู่นี่แล้ว” พูดพลางตบปืนลูกโม่ colt .357 ที่เหน็บอยู่ตรงซองด้านข้างเอว ด้ามจับไม้เงาวับตัดกับเหล็กสีดำ สื่อให้เด่นชัดถึงการถูกขัดทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ              “ฮ่าๆๆ ครับผม” แค่ตอบรับ เขาทำคนเดียวไม่ได้จริงๆตามที่พูด ม้าแดง มันไม่ใช่แค่เอเยนต์ค้ายารายใหญ่ แต่มันยังเคยฆ่าเจ้าหน้าที่ไปแล้วถึงสามคน จากแปดคนที่รวมเป็นชุดปฏิบัติการเข้าจับกุม นั่นเป็นครั้งที่เข้าใกล้ตัวมันได้มากที่สุด แต่สุดท้ายมันก็ฆ่าเจ้าหน้าที่สามคนดังกล่าว และหนีรอดไปได้อีกตามเคย             “อย่าเกร็งสิวะ ไม่สมชื่อพนักงานสืบสวนดีเด่นเลย นอกจากไอ้ชาแล้ว ก็มีเอ็งนี่แหละที่พี่ยอมรับ มั่นใจในตัวเองหน่อย” คนเป็นพี่ตบบ่า ชานั้นหมายถึง’อาชา’เพื่อนสนิทของเขา วันนี้มันลาพักร้อน รุ่นน้องได้แต่ยิ้มแหยๆ และตอบรับสั้นๆตามเดิม เหลือบมองปืนแมกกาซีนสีดำที่เหน็บข้างเอวตน เขาอาจเก่งด้านสืบสวน เก่งกว่าบุคคลผู้เป็นพี่ตรงหน้าด้วยซ้ำ แต่เรื่องการลงพื้นที่จริงซึ่งต้องปะทะกัน แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ก็ต้องตระหนักในตนเอง ว่าเขายังห่างชั้นจากายตำรวจที่เขร้องขอให้ไปร่วมปฏิบัติการด้วยคนนี้มาก                 ‘สงสัยใครนะเคยเห็นหน้า คลับคล้ายคลับคราเขาหน้าผิดไป ขอบคุณที่ทักนานนักก็พอจำได้ นึกว่าเป็นใคร คงสบายดีทุกเวลา..’ เพลงคนเคยเห็นหน้า ของชัชฎา ชินรัตน์ ดังขึ้นจากวิทยุ มีเพียงคนเดียวที่ดูชอบ และฮำตามเพลงไป ส่วนอีกคนหนึ่งดูไม่ถูกหูกับเพลงแนวนี้สักเท่าไหร่ ในที่สุดจึงเอ่ยเปิดบทสนทนาขึ้น หวังให้กลบเสียงเพลงนี่ เพราะไม่กล้าขัดอารมณ์สุนทรีย์ของเสกสรผู้เป็นรุ่นพี่ โดยการกดปิดวิทยุโดยตรง                “โทษนะครับพี่ ถึงจะแน่ใจระดับหนึ่งแต่ก็ยังไม่ชัวร์ เลยเอาคนมาเยอะไม่ได้ด้วย อาจทำพี่เสียเวลา” เขากล่าว สถานที่ถูกเปลี่ยนไปจากเดิม ขณะนี้เป็นในรถเก๋งสีดำคันหนึ่งซึ่งจอดชิดริมถนน มีผู้ขับและผู้โดยสารเพียงแค่สองคนที่อยู่ในรถ บุคคุลที่เอ่ยประโยคขึ้นก่อนนั้น นั่งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยรถนั่นเอง .              “ไม่เป็นไร เป้าหมายใหญ่มันน่าลองหวะ” เสกสรกล่าวตอบรุ่นน้อง เขาคิดเช่นเดียวกับเขาไม่มีผิด               “ครับผม” เช่นเดิม ขานรับ ละคำพูดต่างๆนานาไว้ จากนั้นหันมารำลึกคำพูดในใจกับตนเองดีกว่า เป็นบทสนทนาเกี่ยวกับแผนที่วางไว้กับรุ่นพี่นายตำรวจ ปล่อยให้มันเลยไปก่อน ไอ้ม้าแดงนี่ฉลาด รู้มาก มันหลบหลีกเส้นทางถนนที่มีกล้องวีดีโอวงจรปิด ไม่มีทางติดตามมันได้ตลอดรอดฝั่งเลย เขาสันนิษฐานว่ามันต้องทำการเปลี่ยนยานพาหนะในบริเวณที่ไม่มีกล้องวงจรไป หรือไม่ก็ต้องมีที่พักอาศัยอยู่ในชานเมือง ซึ่งเป็นถิ่นห่างไกลความเจริญและแสงสี                 นั่นไม่ใช่ปัญหา มันดีกับเขาทั้งสองทาง เขาจะจับกุมมันเมื่อมันลงจากกระบะสีเทานั้น เพื่อเปลี่ยนยานพาหนะ เป็นช่วงเวลาที่มันไร้โครงสร้างตัวรถกำบัง และต้องเปิดเผยตัวตน หรือหากมันออกนอกเมือง นั่นยิ่งดี เวลามืดค่ำเช่นนี้ ผู้คนและรถยนต์ตามท้องถนนบริเวณชานเมืองมีน้อยมาก ย่อมง่ายต่อการปฏิบัติงานเป็นที่สุด ยิงได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง   ’ลูกหลง’                  “เตรียมตัว!!” เสียงที่ผู้พูดูจริงจังมากขึ้นปลุกธาสิทธิให้ตื่นจากภวังค์แผนการ เขามองไปที่กระจกหลัง และข้างทันทีด้วยสัญชาติญาณ ปรากฏรถกระบะยี่ห้อม ICUCU สีเทา เหลือบมองอีกทีที่ป้ายทะเบียน ใช่แล้ว ตรงตามนั้น!!                  “ระวังนะ รักษาระยะห่างให้ดี” บอกับคนขับ เพราะเห็นว่าเขาเริ่มนำรถออกติดตามแล้ว มือเอื้อมไปกดปิดปุ่มวิทยุ ขณะนี้ต้องการความเงียบ และสมาธิเป็นที่สุด ผู้ฟังเพียงพยักหน้า สายตายังจับจ้องที่เป้าหมายไม่เปลี่ยน เขาเองรอบคอบอยู่แล้ว                   รถถูกขับมาเรื่อยๆ กระบะสีเทาไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน หรือเร่งความเร็วแปลกๆ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน มันแล่นไปพ้นเขตเมืองศิวิไลซ์ ตามคาด!! มันไปยังย่านชานเมือง แต่ไม่ใช่แค่นั้น รถคันสีเทาเลี้ยงเข้าข้างทาง เป็นทางซึ่งรกชัดไปด้วยป่า ถูกถางพอรถยนต์คันหนึ่งผ่านไป แต่ก็ไม่น่าจะสะดวกนัก เพราะทางเป็นดินแดง พวกธาสิทธิขับผ่านไปก่อน เพื่อไม่ให้เป็นที่น่าสงสัย แต่ก็ไม่ลืมที่จะเหลือบมองลึกเข้าไปเผื่อว่าจะเป็นแผนลวง วิธีนี้คนร้ายใช้บ่อย เวลาต้องการตรวจว่าถูกติดตามหรือเปล่า ปรากฏว่ามันยังไม่รู้ ทำไมนะหรือ เพราะเข้าเห็นชัดเจน รถอีกคันจอดอยู่ขริเวณลึกเข้าไปในป่า ทรงแบบรถยุโรปทำให้ยิ่งเตะตาสังเกตง่าย ‘มืออาชีพจริงๆ ‘มืออาชีพจริงๆ ใช้ทั้งสองแผน ออกนอกตัวเมืองด้วย เปลี่ยนพาหนะด้วย แถมพาหนะสองคันยังดูขัดกันมากจนไม่เป็นที่สงสัย ให้ติดตามต่อไปได้’ ธาสิทธิเผลอชมมันในใจ                  “เข้าไปเถอะ อาจไม่มีโอกาสดีกว่านี้แล้ว ยิ่งรถหรูนี่ ขับเร็วยิ่งกว่าฟ้าผ่า เดี๋ยวไหวตัวได้ขึ้นมาจะตามไม่ทัน” เสกสรพูด ผู้ขับไม่มีเหตุจำเป็นต้องคัดค้านแต่อย่างใด ชิดซ้าย ถอยรถ และตรงเข้าไปตามทาง                “เอาปืนเอ็งมาให้พี่ยืมหน่อย” เสกสรพูด ทั้งๆที่เอวเขาก็มีปืนลูกโม่คู่ใจอยู่                  “เอ่อ..อ้าว..” นายตำรวจอ้ำอึ้ง ไม่แปลก ปืนไม่ใช่สิ่งของที่จำให้ยืมกันง่ายๆ ด้วยกับคนที่มีปืนติดอยู่แล้วหนึ่งกระบอกด้วย มือทั้งสองข้างจึงยังจับพวงมาลัยมั่น ไม่ได้หยิบปืนที่ติดอยู่ในซองออกยื่นให้แต่อย่างใด                  “เฮ้ย!! จะระแวงอะไร กูเป็นพี่มึงนะ ไม่มีอะไร แค่เผื่อต้องยิงล้อไม่ให้มันขับหนี มึงก็รู้ไอ้เหี้ยนี่หนีเร็วอย่างกับผี ปืนกูก็มีแค่หกนัดเนี่ย !! ” เหมือนกับอ่านใจรุ่นน้องออก พูดจบเสกสรชักปืนลูกโม่ออก และวางบนตักธาสิทธิ ผู้ที่เขาเรียกว่าน้อง เพื่อเป็นหลักประกัน ตำรวจหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็ทำตามที่รุ่นพี่บอก ส่งปืนแมกกาซีนให้แต่โดยดี เพราะพอรู้ว่ายางรถยนต์ใช่ว่าจะยิงเพื่อหยุดยั้งไม่ให้วิ่งต่อได้ภายในนัดเดียว ต้องยิงซ้ำหลายนัดอยู่ ปืนเขามี 14 นัด มากกว่าของผู้เป็นพี่  cz 2075 rami เปลี่ยนมือเจ้าของ อย่างไรก็ตามไม่วายตัดพ้อในใจ’แล้วเลือกใช้ปืนลูกโม่กระสุนน้อยเองทำไมวะ’                 “หยุดก่อน!!” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องหยุด ระยะห่างระหว่างรถกระบะกับรถเก๋งที่เพิ่งเข้ามาใหม่อยู่ประมาณที่ครึ่งคอร์ทเทนนิส และจากรถกระบะไปถึงรถราคาแพงนั่นอีกครึ่งคอร์ทเทนนิสเช่นกัน มันรู้ตัวแล้ว เลยยังไม่ลงมาจากตัวห้องโดยสารกระบะเพื่อเปลี่ยนรถ กระจกของรถเก๋งถูกเปิดออกโดยผู้นั่งฝั่งนั้นเอง ทันใดปรากฏปืนในฝ่ามือของมือปราบ แม้จะไม่ใช่แบบที่ถนัดมากที่สุด แต่ด้วยประสบการณ์ เขาไม่พลาด!!                 “ปั่งๆๆๆๆๆๆๆ!!” กระสุนถูกเคลื่อนย้ายจากแมกกาซีนสู้รังเพลิง และไปสู่ลำกล้อง ในที่สุดก็ปักตัวลงที่เส้นยางรถยนต์ทั้งสอง ล้อหน้าสามนัด ล้อหลังห้านัด ไม่ใช่เพียงโชคที่ช่วยให้ได้ตำแหน่งการยิงที่ดี เพราะรถจอดเยื้องกันเท่านั้น แต่เป็นเพราะฝีมือของผู้ลั่นกระสุนด้วย แปดนัดไม่พลาด!! ยังเหลือกระสุนในแมกกาซีนอีกหกนัด ยางที่ถูกกระชากขาดปล่อยลมภายในออกมา แม้อาจจะพอวิ่งอยู่ได้ต่อบ้าง แต่คงไปไม่ไกล และคนขับเองก็คงไม่เสียง รถยังจอดนิ่งอยู่เช่นนั้น                 “เอาไงต่อดีพี่” ธาสิทธิกล่าว สมาธิตั้งมั่น                  “เอาปืนเอ็งไป!!” เสกสรกล่าว ยื่นปืนกลับคืนให้เจ้าของ ผ็รับเองก็ยื่นปืนลูกโม่ให้เช่นกัน อนุมานได้ว่าเป็นการแลกเปลี่ยนของสู่ที่เดิมที่ควรอยู่ เมื่อรับมาเสร็จ นายตำรวจหนุ่มปลดแมกกาซีนออก แม้จะยังมีลูกปืนอยู่ก็ตาม หยิบแมกสำรองซึ่งมีกระสุนเต็มที่คอนโซน รถซึ่งเขาเตรียมไว้ใส่เข้าใต้ด้ามจับ เพื่อความไม่ประมาท หากการปะทะเกิดขึ้น                 “มาแล้ว!!” ปฏิกิริยาโต้ตอบเกิดขึ้นทันที ธาสิทธิกระชับปืนตามผู้พูด ประตูรถเปิดออก ไม่ใช่รถเก๋ง แต่เป็นกระบะคันเดิม ประตูผู้โดยสารด้านหลังที่เขยื้อนออก เผยให้เห็นร่างคนสองร่าง                  “เฮ่ยย!!” ธาสิทธิเป็นฝ่ายอุทานก่อน ดูท่าจะตกใจกว่าเสกสร                   “ชิบหาย มันมาได้ไงวะ!!” ตกใจไม่แพ้กัน หากแต่ตั้งสติได้ก่อน                   “ออกจากรถๆ!! งานนี้ยาวแน่” เสกสรพูด สิทธิทำตามแต่โดยดี ประตูรถฝั่งคนขับถูกเปิดออก และร่างที่หลบไปอยู่ด้านหลังรถอย่างรวดเร็ว ตามที่เคยฝึกมาก่อน ตามด้วยอีกร่างที่เคลื่อนตัวผ่านข้ามเกียร์มาอีกฝั่ง เพราะประตูฝั่งเขาอยู่ในมุมยิงของคนร้าย                     “กูงงไปหมดแล้ว ไอ้โรจน์ มึงเป็นสายให้กูนะ นั่นเพื่อนกู บ้าอะไรของมึงเนี่ย!!” นายตำรวจหนุ่มตะโกนถามทันที หลังจากได้ที่กำบัง เพราะกั้นความสับสน และสงสัยถึงขีดสุดไว้ไม่ได้ โรจน์เด็กหนุ่มที่ทำให้เขารู้เบาะแสถึงม้าแดง และตามรถต้องสงสัยมาถึงที่นี่ได้ กลับอยู่ในรถคันนั้นเสียเอง ไม่เพียงแค่นั้น คนที่มันล๊อคคอไว้เป็นตัวประกันด้านในตัวรถ ณ ตอนนี้ กลับกลายเป็นเพื่อนสนิทของเขา ผู้ซึ่งขณะนี้ควรจะลาพักร้อนไปอยู่กับครอบครัว อาชา!!                       “กูไปเดินห้าง เห็นไอ้ห่านี่ท่าทางมีพิรุธเลยขอเข้าตรวจค้น แม่งฉวยโอกาสฟาดกูเต็มแรงจนแทบสลบตอนกูเผลอ พลั๊ก!! โอ้ย!!” ปืนถูกใช้เป็นอาวุธฟาดเข้าที่ปีกหลังของผู้ตะโกนเต็มแรง นัยว่าให้หยุดพูด                       “หยุดพูด ลงมา!!” มันบอกตัวประกัน โรจน์เปิดประตูด้านหลัง ลากตัวประกันลงจากรถ แม้มันจะมีร่างกายที่สูงใหญ่กว่า แต่ธาสิทธิไม่คิดว่าเพื่อนของตนจะพลาดท่าให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่ได้ แล้วอีกอย่างคือมันทำอย่างนี้ทำไมกัน โทรมาในโทรศัพท์ให้พวกเขาตามมาจับมันที่จี้เพื่อนของพวกเขาเป็นตัวประกันเอง เพื่ออะไร                    โรจน์ที่เขาเคยรู้จักเป็นเพียงแค่เด็กชายที่หลงผิดเข้ามาในวงการทุเรศๆนี้ มันไม่ใช่คนดุร้ายโดยนิสัยแท้จริง ตอนจับมันได้ครั้งแรก แค่ธาสิทธิชักปืนออกมา แล้วพูดขู่มันสี่ห้าคำ มันก็แทบจะเป็นลมตายแล้ว อย่างที่บอก ปัสสาวะอุจจาระราดเลยทีเดียว เห็นว่าไม่ใช่คนเลวโดยสันดาร จึงเอามาเป็นสาย เผื่อจะปรับตัวได้ ไม่คิดว่ามันจะบ้าดีเดือดได้ขนาดนี้ อาชาก็เช่นกัน เขาเป็นตำรวจฝีมือดี ระวังรอบคอบ ธาสิทธิรู้จักเพื่อนตนดี อันที่จริงมันเข้าขั้นระแวงตลอดเวลาเลยด้วยซ้ำ ปืนต้องอยู่ใกล้ตัวตลอดเวลา ว่าจะกิน หรือนอน โดนไอ้ห่านี่เล่นง่ายๆได้อย่างไรกัน                    “มึงต้องการอะไร ไอ้โรจน์!!” เหมือนรู้กัน ธาสิทธิเริ่มเจรจา ก่อนที่เพื่อนเขาอาจโดนมากกว่าปืนฟาด ทางด้านเสกสรก็เล็งปืนนิ่ง เป้าคือศีรษะของคนร้ายจี้ตัวประกัน พร้อมยิงตลอดเวลา ไม่น่าพลาด เพราะโชคดีที่ไอ้เด็กชื่อโรจน์นี่ตัวมันสูงใหญ่ ต่างจากตัวประกันที่มันใช้กำบังกายซึ่งมีรูปร่างสันทัด เป้ายิงเลยกว้าง                      “ให้กูขึ้นรถคันนั้นแล้วขับผ่านไป กูจะปล่อยไอ้ห่านี่อีก 500 เมตรข้างหน้า แล้วจบกัน” นั่นคือข้อเสนอของโรจน์ ตอนนี้เด็กหนุ่มไม่มีท่าทียำเกรงผู้เคยให้โอกาสตนเลย                       “ไอ้เด็กระยำ แล้วมึงจะให้พวกกูออกมาแต่แรกทำไม” เขาเผลอตะโกนถามออกไปโดยอัตโนมัติอย่างไม่รู้ตัว                      “ความจริงมันต้องมีแผนล่อ รถกระบะคันนี้ต้องไม่ใช่กูที่ขับ ต้องมีอีกคนหนึ่งขับล่อพวกมึงไปก่อน ที่จุดนัดพบ กูจะต้องถ่ายยาไปอีกคันหนึ่ง แล้วขับไปอีกทาง ทุกอย่างจะไปได้สวย ถ้าไอ้ห่านี่ไม่มาเจอเสียก่อน พลั๊ก!!” ทุบปืนอีกครั้งเข้าที่กลางหลังบริเวณจุดเดิน คราวนี้ร่างกายของตัวประกันทรุดลงไปอีก เสกสรกระชับปืน เห็นซึ่งโอกาส แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยง นิ้วของไอ้เด็กนี่อยู่ในโก่งไกปืน ยิงโดนร่างมันอาจกระตุก และเหนี่ยวไกจนกระสุนถูกยิงใส่อาชาโดยอุบัติติเหตุ ยังยิงไม่ได้ ปืนลูกโม่นั่น ปืนที่อยู่ในมือมัน คล้ายจะเป็น S&W สักรุ่น ระยะไกลเกินที่จะรู้                       “นั่นปืนใครกัน..” ธาสิทธิเอ่ย เมื่อสังเกตเห็นปืนมีราคา จากการที่มันใช้ทุบเพื่อนเขา                       “มึงมีปัญหาซื้อปืนแพงๆแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ” เขาพูด พลางมองไปที่คนทั้งสอง เพื่อนของเขา อาชา มันคงไม่ยอมค้นตัวคนร้ายโดยที่มันเองไม่มีปืนติดตัวอยู่เป็นแน่ ไอ้โรจน์เองที่เขารู้จักก็ขี้กลัวขี้ขลาดเข้าขึ้น อย่าว่าแต่หาปืนดีๆเลย แค่ถือปืนจี้คนมันก็คงจะไม่กล้าด้วยซ้ำ ถ้าเรื่องพอจะมีหลักมีผลเสียหน่อยที่จะเป็นไปได้ ปืนในมือมันที่จี้เพื่อนเขาอยู่ ควรจะเป็นปืนของเพื่อนเขาที่ถูกมันแย่งมา อาชาใช้ CZ 75B 9mm. สีดำคล้ายของเขา แต่กลับไม่มีปืนนั้น ไอ้โรจน์โยนมันทิ้งหรือ หรือว่ามันเลือกที่จะใช้ปืนของมันเอง ก็ไม่น่าใช่ ปืนต้องใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ เผชิญหน้ากับตำรวจสามคน ปืนแมกกาซีนที่บรรจุหลายนัด ย่อมดีกวาปืนลูกโม่ ไอ้โรจน์สวนเครื่องแต่งกายแบบที่มันชอบแต่ง กางเกงขาสั้นแบบมีเชือกผูกเอว และเสื้อยืดตัวบาง คงเพราะมันตัวใหญ่จึงขี้ร้อน ให้ใส่เสื้อหรือกางเกงขายาวคงลำบาก นั่นเป็นข้อดีสำหรับเขา ธาสิทธิพินิจย์แล้วว่ากางเกงของมันไม่สามารถเหน็บปืนไว้ด้วยได้แน่ ไม่มีเข็มขัด ไม่รัดรั้งด้านปืนได้พอ มันมีแค่ลูกโม่                         “กูว่ามันแปลกๆ” รุ่นพี่ผู้มีประสบการณ์มากกว่ากระซิบ เขาเองก็เริ่มรู้สึกเช่นกัน มันดูไม่ธรรมชาติเลย สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปืนในมือของทั้งคู่ยังกระชับอยู่ ไม่ทันที่จะคิดสิ่งใดได้ต่อ เกิดสั่นร้องด้วยความตกใจของคนร้ายขึ้น มันล้มลงไปด้านหลังรถ จังหวะเดียวกันที่อาชาวิ่งออกมาจากด้านหลังรถนั่น วิ่งมาหาพวกเขาได้ ก็เกิดอะไรขึ้น อาชาจัดการมันได้เหรอ เขาหลุดจากพันธนาการ และพาตัวเองวิ่งหนีออกมาหรือ วิ่งหนี เดี๋ยวก่อน!! เพื่อนที่เขาร็จักคนนี้ ไม่ใช่คนที่จะวิ่งหนีคนร้าย จัดการมันได้แล้วทำไมไม่ซ้ำ!!                       “หยุดอยู่กับที่เลยนะ ห้ามใครขยับ มึงทั้งคู่นั่นแหละ ไม่อย่างนั้นกูยิง!!” เป็นอาชาที่หยุดชะงักยืนหราอยู่ระหว่างกลาง ทำสีหน้าตกใจนิดๆ ศูนย์เล็งของ colt.357 ไม่สามารถส่องไปยังร่างที่นอนกับพื้นโดนมียางรถยนต์ที่แบนแฟบนั่นกำบังให้อยู่ได้ อย่างไรก็ตามมันจ่อไปที่ร่างของรุ่นน้องอีกคนที่เพิ่งรอดพ้นจากชะตากรรมร้ายมาได้ อาชาทำหน้าสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น                         “อะไรของพี่เนี่ยพี่เสก ผม..” พูดยังไม่ทันจบก็ถูกขัด                       “มึงหมุนตัวให้กูดูด้านหลังช้าๆไอ้ชา ส่วนมึงไอ้โรจน์ อย่าเงยหน้าขึ้นมานะ นิดเดียวก็ส่องมึงแน่รับรอง!!” เขาพูด ธาสิทธิเองก็สับสน ทำอะไรไม่ถูก ไอ้โรจน์ยังหมอบอยู่อย่างนั้น ไม่กระดิกตัว มันทำตามคำสั่งที่ได้ยินจากเสียงเหี้ยม เหลือก็แต่อาชา ที่ยังคงยืนนิ่ง คราวนี้  cz 2075 rami เองก็จ่อเล็งไปทางเพื่อนรักของเจ้าของมันเช่นกัน                        “ช้าๆนะมิง!! “ รุ่นพี่ตำรวจย้ำ ขึ้นนกปืนดังแกร๊ก! อาชายกมือทั้งสองข้างขึ้น ทำท่าทางจะหมุนตัวกลับให้ตรวจสอบ เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีน้ำตาล สวมกางเกงยีนสีฟ้าซีด เป็นชุดสบายๆ                        ทันใดนั้น!! ลำตัวถูกหนุนเร็วผิดประหลาดไปจากคำสั่ง อาชาย่อตัวลงกับพื้น มือขวาที่ตวัดไปด้านหลังตามแรงหมุนปรากฏปืน CZ 75B 9mm. สีดำทมิฬในครอบครอง ตามด้วยการจ้องเล็งฉับพลัน และไกที่เหนี่ยวด้วยความเร็ว เกิดเสียคำรามลั่นทั่วบริเวณ                         “ปั่งๆๆๆๆ!!” ห้านัด คือจำนวนกระสุนที่ถูกยิง สองนัดจากปืนลูกโม่และสามนัดจากแมกกาซีน แต่ไม่ใช่แมกกาซีนของธาสิทธิ เขายังไม่ได้ลั่นไก ร่างของตำรวจที่เขาเคารพล้มลงนอนคว่ำกับพื้น มีเลือดซึมผ่านเสื้อ เขามองดูเพื่อนของเขา มันแค่ทรุดลงไปนั่งเท่านั้น ยังไม่ถึงกับนอน ดูท่าจะบาดเจ็บเช่นกัน ธาสิทธิกระชีบปืนเล็งเตรียมยิงซ้ำอย่างไม่ลังเล แต่พริบตา กลับต้องเปลี่ยนเป้ายิงกะทันหัน ไอ้โรจน์โผล่หัวขึ้น เพราะเห็นว่าเสกสรล้มลงแล้ว ปืนในมือมัดตรงแหน่วมาด้านหน้า ไม่ได้ชี้ไปหาอาชา แต่เป็นเขา กระสุนลั่นอีกต่อเนื่อง                         “ปั่งๆๆๆ!!” น้อยกว่าเมื่อครู่หนึ่งครั้ง ปืนของธาสิทธิได้สำแดงเดชโดยเจ้าของมันแล้ว กระสุนสามนัดพุ่งไปตรงเป้าหมาย ไหล่ซ้ายของโรจน์กระตุกถอยหลัง เลือดซิบนิดๆที่ขอบใบหู อันที่จริงตัวมันตอนนี้ก็สั่นอยู่แล้วด้วยความกลัว ที่มันทำไปนั้นแค่สัญชาติญาณ แต่แค่โชคดีเท่านั้น ไม่โดนธาสิทธิยิงถูกจุดสำคัญ และยิ่งกว่านั้น มันเองกลับยิงโดนธาสิทธิ ตำรวจหนุ่มใช้มันสัมผัสบาดแผลบนร่าง ก้ำกึ่ง ไม่รู้ว่าถูกจุดสำคัญหรือเปล่า บริเวณระหว่างรักแร้กับหน้าอก ถ้าโดนน่าจะเป็นปอด เขามีอาการเจ็บมากก็จริง แต่ยังหายใจได้ปกติอยู่                           เหลือบมองใต้ท้องรถ ด้านข้างของรุ่นพี่ที่นอนแนบนิ่ง ผ่านไปเป็นภาพของผู้ร้ายสองคน ไอ้เลวโรจน์กลับไปหลบในที่กำบัง ส่วนไอ้เพื่อนทรยศหมอบลงกับพื้น คงจะเคลื่อนที่ไปไม่ไหว สองรุมหนึ่ง อย่างไรก็เสียเปรียบ                          “เอาแม่ง ยื้อไปก็เท่านั้น” อาชากล่าวเป็นเชิงคำสั่ง ไม่ผิดแน่ว่าพูดกับไอ้โรจน์ เขาค่อยๆคลานต่ำเข้ามาให้ เล็งปืนมายังใต้รถที่ธาสิทธิหมอบตัวอยู่ ส่วนไอ้คนรับคำสั่งก็ทำตาม มันค่อยๆออกจากที่กำบังด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ ปืนลูกโม่ในมือจ่อไปทางด้านหน้า ตรงเหนือตัวรถ เผื่อว่าศัตรูลุกขึ้นจากที่กำบัง มีกระสุนเหลืออยู่ในโม่อีกสี่นัด ที่แท้แม่งเป็นพวกเดียวกัน อาชามันแกล้งทำเป็นถูกจับ แล้วหลุดออกจากพัธนาการได้ ทำทีว่าจะวิ่งเข้ามาใกล้ๆ แล้วจ่อยิงเขากับเสกสร เคราะห์ดีที่รุ่นพี่ของเขามองออกก่อน ว่ามันซ่อนปืนไว้ด้านหลัง แต่ก็เป็นเคราะห์ร้ายอีกเช่นกัน ที่บัดนี้พี่ของเขานอนแนบนิ่งไปกับพื้นดินแล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่มีเวลาห่วงคนอื่น ตัวเขาเองก็ย่ำแย่                        ‘เอาวะ!!’ ธาสิทธิคิดในใจ เขาไม่ได้เป็นตำรวจเพื่อเกรงกลัว หรือหลบหนีผ็ร้าย ไม่ได้เป็นตำรวจเพื่อปล่อยให้ไอ้คนระยำทรยศหน้าที่รอดพ้นไปได้ และท้ายที่สุด ไม่ได้เป็นตำรวจเพื่อกลัวตาย!! ปืนสีดำทมิฬราวกับได้รับพลังจากเจ้านาย มันถูกบีบจับแน่นกว่าเดิม กระสุนเหลืออีก 11 นัด พอถมเถ มีอีกแมกในกระเป๋ษ เหลืออีก 6 นัด แต่คงไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยน แค่ที่มีอยู่ตอนนี้ก็คงตัดสินได้แล้ว พุ่งตัวออกไป ยืนให้สูง หมอบไม่ได้ ไอ้อาชาฝีมือดีกว่าไอ้โรจน์แน่นอน โรจน์มันมีหน้าที่เล็งสูง ดังนั้นยิงไอ้เวรตะไลอาชาให้กระจุยก่อน ตอนนั้นอาจโดนกระสันจากไอ้ห่าโรจน์ แต่มันยิงไม่แม่นมาก เขาอาจไม่ตาย แล้วพลิกกับมายิงมันคืนได้ แค่นี้ก็จบเกมส์              พอถึงตอนก่อนจะลงมือเขาฉุกคิด เหมือนนึกอะไรออก ‘อาชา’ ‘ม้าแดง’ ทำไมเขาถึงไม่เอะใจก่อนหน้านี้นะ ม้าแดงมันเก่งเกินโจรกระจอก เหมือนอ่านใจตำรวจได้ก่อนโดนจับกุมทุกที ที่แท้ มันก็คือตำรวจนี่เอง แถมยังเป็นคนใกล้ตัวเขา มิน่า ไอ้เพื่อนเวรนี่จึงให้เขาทำคดีนี้เพียงคนเดียว โดยอ้างว่าอยากให้เขาได้ความดีความชอบบ้าง ความแค้นในอกเริ่มหนาแน่นขึ้น มันถูกขับย้ายโดยเจ้าของร่าง ไปยังฝ่ามือ และนิ้วที่กระชับปืนแน่น ไม่มีอะไรต้องเสียไปมากกว่านี้แล้ว!!            “ฮึ่มม!!” เสียงกัดฟันข่มความเจ็บปวด ตำรวจหนุ่มเผยตัวจากที่กำบัง ใจมุ่งมั่นทำตามแผนที่คิดไว้ คนร้ายอีกสองคนก็เช่นกัน เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งแถบอย่างต่อเนื่อง             “ปั่งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!” เสียงปืนที่ดังราวกับเนิ่นนาน แต่เมื่อสิ้นผ่านไปแล้วทุกอย่างกลับเหมือนเร็วปานลมที่พัดหวน ร่างทั้งสี่นอนแนบนิ่งอยู่กับพื้น              “เละเทอะเลยวุ้ยย” เสียงหนึ่งพูดขึ้น มันเล็ดลอดผ่านแมกไม้ที่ข้นรกชัด บดบังทัศนวิสัยที่ควรจะสามารถมองผ่านแล้วเห็นได้โดยง่าย ร่างใหม่ที่ปราศจากไร้ซึ่งบาดแผลโผล่ขึ้น บุคคลที่ห้าปรากฏตัว ยืนตระหง่านเย้ยร่างทั้งสี่ที่นอนจมกองเลือดอย่างไม่ใยดี รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า ทั้งๆที่ไม่ควรน่ายินดีเลยก็ตาม กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น              “นายทินครับ ไม่สิ.. หัวหน้าม้าแดง..” เสียงหนึงพูดขึ้น ผู้ยืนเด่นหันไปทางต้นเสียงทันที เขาคุ้นเคยกับเสียงนี้ และรู้ว่าใครพูด              “ผมทำตามที่นายบอกแล้วครับนาย ผมล่อพกมันมาตายได้ทั้งหมดเลย คราวนี้ผมได้เป็นลูกน้องนายแล้วใช่ไหมครับ ม้าขาว.. ผมได้เป็น.. กิจการเฮโรอีนของนาย..” มันพูดด้วยท่าทางทรมาร บาดแผลทั่วร่างจากคมกระสุนขนาด 9 มม. ทำให้เลือดไหลไม่หยุด ถ้าไม่นับบุคคลที่ปรากฏตัวขึ้นใหม่นี้แล้ว วันนี้เห็นจะเป็นโรจน์ ที่โชคดีมากที่สุด แต่แม้กระสุนจะไม่ถูกจุดสำคัญเลยก็ตาม เลือดที่ไหลไม่หยุด ปล่อยไว้เช่นนี้ก็สามารถตายได้ มันจึงร้องอ้อนวอนต่อนายที่แท้จริงของมันนั่นเอง             “คนเรานี่ก็แปลกนะ..” เขาเริ่มพูด เดินไปปลดปืนในมือของร้างไร้วิญญาณออกมาถือไว้เสียเอง ปืนสีทมิฬ ตอนนี้มีเลือดแดงเปื้อนอยู่ด้วย จะชมว่างดงามกว่าเก่าคงไม่ผิด หากแต่จะเป็นการตอกย้ำความสูญเสียที่เกิดขึ้น  cz 2075 rami มันยังพอมีกระสุนเหลืออยู่บ้าง ไม่นัดก็สองนัด ถุงมือสีขาวสัมผัสเข้าไปในโก่งไก            ”แต่ละคนคิดกันไปคนละอย่าง ขาว ดำ เทา ปะปนกันมั่วไปหมด เลือกสักอย่างคงดี สู้ให้โลกลุกเป็นไฟไปเลย บางทีอาจไม่ต้องมีใครเสียใจก็ได้”            “นาย นายจะทำอะไรครับ ผมหักหลังไอ้ตำรวจขี้ยานี่แล้วไงครับ แกล้งทำเป็นเชื่อฟังตามคำสั่งมัน จนมันเชื่อใจ เล่าทุกอย่างให้นายฟังตลอดเกี่ยวกับพวกมันทุกตัว แล้วล่อมันมาในที่ที่นายต้องการ แถมยังฆ่าไอ้ตัวเหี้ยอุดมคติได้อีกตั้งสองตัวได้อีก นายสัญญาไว้กับผมแล้ว” มันเริ่มพร่ำเพ้อ พูดด้วยเสียงสั่น น้ำในตาคลอ ราวกับรู้ถึงชะตากรรมของตัวเอง ปืนลูกโม่ในมือไม่มีกระสุนเหลืออยู่แล้วสักนัด อันที่จริงมันมีแต่ปลอกกกระสุนเปล่า            “รู้ไหมคนแบบไหนที่ทำให้โลกยิ่งดูแปลกประหลาด..” พูดด้วยน้ำเสียงราวแฝงด้วยความตาย ขยับตัวเดินเข้ามาใกล้ ตอนนี้มาดเจ้าหน้าที่เรียบร้อยประจำกล้องวงจรปิดไม่เหลืออยู่เลย เขาไม่ได้แค่เฝ้ามองทุกอย่างแล้ววางแผนอีกต่อไป หากแต่ตอนนี้เป็นหมากในเกมตัวหนึ่งแล้ว         “คนแบบมึงไงล่ะ นกสองหัว ทำให้ส่วนผสมที่มันมั่วซั่วอยู่แล้วยิ่งเพี้ยนเข้าไปกันใหญ่..” กระชับปืนขึ้นเล็งไปยังร่างที่รอแร่ ลมหายใจรวยรินแนบติดอยู่กับพื้น มันไม่มีแม้เสียงจะร้องข้อชีวิตแล้วขนาดนี้ ใบหน้าบิดเบี้ยว น้ำตาอาบไปทั่วใบหน้า              “มึงตายๆไปซะเถอะ ส่วนกูจะเอาทุกอย่างไป..”กล่าวพลางเหลือบมองกล่องใบใหญ่ในตัว รถกระบะเพียงแค่สิ้นเสียงพูดเท่านั้น พรันคำรามลั่นอีกเสียง              “ปั่ง!!” เพียงนัดเดียว ร่างเซถลา รางนั้นเคยยืนเด่นอยู่ เนื้อตัวไปเปรอะเปื้อนฝุ่นหรือเลือดเลยแม้แต่น้อย หากแต่ตอนนี้ ชุดเครื่องแบบที่ใส่ อาบชุ่มไหลย้อยลงด้วยสีแดงฉาน ราวกับประกอบเป็นหนึ่งเดียวตามเจตนาของเขามัจจุราชผู้โหดเหี้ยมล้มลงก่อนจะลงมือสังหาร เหยื่อที่รอดชีวิตมองดูร่างของผู้ที่เป็นทั้งนักบุญ และปีศาจในคนเดียวกัน ก่อนที่จะหมดสติลง                        “มันเป็นอย่างนี้นี่เอง” ผู้เอ่ยคำพูดราวกระซิบแผ่วเบา ส่วนหนึ่งอาจเพราะเจ็บปวดจากบาดแผลเกินกว่าจะเค้นเสียง อีกส่วนเพราะความโกลาหลในจิตใจที่ถาโถมเข้ามา ปรายตามองศพที่มีเลือดพร่างพรูออกมาจากศีรษะด้านหลังด้วยความหดหู่ ร่างนั้นคือสุทิน เขารู้จักดี อาชาเขายังไม่แปลกใจ มันเป็นคนเก่ง บางก็ก็ดูฉลาดแกมโกงไปบ้าง แต่สุทิน เขายิ่งกว่าคาดไม่ถึงเสียอีก และแม้ทุกอย่างจะดูเหมือนจบลงแล้ว แต่ปืนลูกโม่คู่ใจที่เพิ่งปิดหนึ่งชีวิตไปในมือยังไม่ระวาง วันนี้เขาเจอเรื่องไม่คาดฝันมามากจนไม่อยากประมาทอีกต่อไป              “หืม..” เมื่อมองเข้าไปในรถกระบะ เสกสรเห็นกล่องใบใหญ่ พนันได้เลยว่าในนั้นไม่เป็นเงินสดก็ยาเสพติด ยาเสพติดเม็ดสีแดงประเภทยาบ้า มีรูปม้าพยศสลักอยู่ที่กลางวง มันไม่ต่างกันหลอก ต่อให้เป็นยา ถ้าเป็นของ’ม้าแดง’ หรือในที่นี้คือของ’สุทิน’ มันต้องเอาไปเปลี่ยนเป็นเงินมหาศาลได้แน่ๆ               ‘พอกันทีกับชีวิตตำรวจอุดมคติแข็งกล้าแต่เสี่ยงตายอย่างหมา ครั้งหน้ากูคงไม่โชคดีสลบจนเหตุการณ์จบแล้วแบบนี้แน่ คงตายเข้าสักครั้ง’ คิดในใจ นัยน์ตาจ้องมองไปยังของมีค่าในรถกระบะนั่น ร่างของไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่ ยิงเลยก็ตาย ทิ้งไว้ไม่ช่วยก็ตาย คงไม่มีพยานสักปาก แต่แล้วเหมือนมีอะไรสะกิด เขาหันกลับไปมองอีกร่างที่เคยร่วมทางมาด้วยกัน ธาสิทธิ ร่างไร้วิญญาณของรุ่นน้องดูบอบช้ำที่สุด ทั่วเนื้อตัวพรุนไปด้วยรอยกระสุน 9 มม. และ .38 ดูช่างน่าเวทนา             “ไอ้เวรเอ้ยย กูไม่อยากอยู่รับความดีความชอบคนเดียวนะโว้ย มันเขินน่ะ” พูดพลางน้ำตาคลอ เมื่อพินิจดูร่างนั้นแล้วต้องประหลาดใจ แม้ร่องรอยบาดแผลคร่าชีวิตทั้งตัวของรุ่นน้องจะดูเจ็บราวถูกไฟนรกแผด แต่ใบหน้าของมันกลับยิ้ม ยิ้มค้างไว้เช่นนั้น ดวงตาไม่ยอมปิด กายทอดกับพื้นแผ่หรา ราวกับประสบซึ่งสิ่งหวัง อิสระ ไม่ต้องดิ้นรนใดๆอีกต่อไปแล้ว            “รับสิวะ เดี๋ยวกูก็ตายอีกคนหลอก” ในที่สุดเขาก็ละจากภาพกล่องใบใหญ่ในรถกระบะ เดินผ่านร่างของโรจน์ที่หายใจแผ่วเบาไปยังร่างที่ไม่มีแม้ลมหายใจของธาสิทธิ มือถือโทรศัพท์มือถือที่กดโทรออก มั่นใจแล้วอีกศพตำรวจทรยศที่เดินผ่านก็ตายสนิท               “ผมร้อยเอกเสกสร เกิดการวิสามัญขึ้น มีเจ้าหน้าที่น่าจะตายแน่แล้วหนี่ง ผู้ร้ายในคราบเจ้าหน้าที่อีกสอง คนร้ายรอดชีวิตแต่ก็บาดเจ็บสาหัส นอกจากผมแล้วเขาคือพยานรู้เห็นเหตุการณ์คนเดียว แต่ผมเองก็แย่ไม่แพ้กัน อย่าเพิ่งถามอะไรเหลยครับ ส่งหน่วยพยาบาท กับพิสูจน์หลักฐานมาก่อนเถอะ ครับ.. ขอบคุณครับ..” พูดจบกดวางสาย แล้ววางมือถือลงข้างตัว ถัดจากร่างไร้วิญญาณ ใช้มือข้างเดิมลูบเปลือกตานั้นให้ปืดลง แม้ว่ารอยยิ้มเดิมจะยังอยู่ก็ตาม ถอนหายใจยาว น่งพิงอยู่ข้างร่างนั้นเพื่อรอเวลา                   “หลับให้สบายโว้ยไอ้น้อง...”
อ่าน 128 / ตอบ 4 คน [ 14 ก.ค. 2557, 21:35 ]  เขียนโดย วง วง
 หากคุณมีทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ กล้องถ่ายรูป แท็บเล็ต และอุปกรณ์อื่น ๆ ภายในบ้าน คุณคงมีปัญหาในการจัดเก็บสายต่าง ๆ แน่เลยค่ะ เพราะฉะนั้นเรามาเก็บสายและแกดเจ็ดต่างๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยไว้ในแหล่งชาร์จไฟสุดสวยด้วยไอเดียง่ายๆ เหล่านี้กันเถอะค่ะ ตกแต่งลิ้นชักด้วยตัวของคุณเอง เป็นเรื่องปกติที่คุณจะจัดเก็บแกดเจ็ดต่างๆ ไว้ตรงประตูเข้าบ้าน เพราะมันจะสะดวกในการหยิบเอามาใช้ในช่วงที่คุณรีบ ดังนั้น ให้คุณหาลิ้นชักที่โต๊ะใกล้ ๆ ประตูหรือชั้นเก็บของตรงทางเข้าบ้านมาทำเป็นที่สำหรับเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ของครอบครัวของคุณ โดยให้เจาะรูที่ด้านหลังของลิ้นชักดังกล่าวเพื่อให้สายไฟต่างๆ สามารถลอดผ่านได้ จากนั้นใช้ผ้าขนสัตว์หรือแผงที่ทำจากไม้ก๊อกคลุมพื้นลิ้นชักเพื่อป้องกันการเกิดรอยขีดข่วน สำหรับสายไฟก็ให้ต่อปลั๊กไว้ที่ด้านหลังของลิ้นชักซึ่งจะทำให้การเสียบปลั๊กไฟของอุปกรณ์ทำได้ง่ายสะดวกสบายโดยให้มีสายไฟเพียงสายเดียวอยู่ด้านหลังของโต๊ะคุณ พื้นที่ตู้และชั้นวางเสื้อผ้าตรงทางเข้าบ้านที่สามารถทำหน้าที่ได้สองอย่างด้วยกัน บริเวณที่แขวนเสื้อผ้าตรงทางเข้าบ้านจะมีประโยชน์มากขึ้นหากคุณแบ่งเป็นสัดเป็นส่วนสำหรับสมาชิกของครอบครัวแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางเสื้อนอก รองเท้าบูท และกระเป๋าไว้ด้านล่าง ส่วนอุปกรณ์อื่น ๆ ก็วางไว้ด้านบนของชั้นวาง แล้วให้คุณรูปถ่ายติดเอาไว้เพื่อเตือนให้ทุกคนทราบถึงสิ่งของเหล่านั้น ทั้งนี้ ยังสามารถวางปลั๊กต่อสายไฟไว้ด้านบนของตู้เพื่อให้สะดวกในการหยิบใช้ได้อีกด้วย เปลี่ยนกล่องสำหรับจัดเก็บเครื่องเขียนของคุณ กล่องสำหรับจัดเก็บเครื่องเขียนมักจะมีขนาดพอดีสำหรับการเป็นแหล่งชาร์จไฟ ดังนั้น ถ้าคุณมีที่จัดวางเครื่องเขียนที่ไม่ได้ใช้งานอยู่ในบ้าน คุณน่าจะลองนำมาดัดแปลงดู โดยให้เริ่มด้วยการใช้กรรไกรหรือมีดตัดแผงกั้นช่องเป็นรูหรือเจาะรูในกรณีที่วัสดุเป็นไม้เพื่อให้สายไฟสามารถลอดออกไปในด้านหลัง จากนั้น คุณก็จะสามารถจัดเก็บโทรศัพท์มือถือและแกดเจ็ดอื่น ๆ อย่างมีระเบียบเรียบร้อยได้ในช่องที่แบ่งไว้ของที่จัดวางเครื่องเขียน ซึ่งทำให้คุณมีทางเลือกที่จะจัดเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวไปบนโต๊ะทำงานอีกด้วย ปรับเปลี่ยนตู้ในครัวของคุณ คุณเคยสังเกตไหมว่าคุณมักจะใช้งานโทรศัพท์ในห้องครัว ถ้าเป็นอย่างนั้น คุณควรจะจัดให้ชั้นวางของในตู้ในครัวหนึ่งชั้นเป็นแหล่งชาร์จไฟ โดยให้เลือกใช้ตู้ที่อยู่ด้านบนซึ่งมีปลั๊กไฟอยู่ด้านล่างเพื่อให้การใช้งานสะดวกที่สุด วิธีการทำให้เริ่มจากการเจาะรูด้านล่างของตู้เพื่อให้สายไฟสามารถลอดผ่านได้ จากนั้น ให้ใช้ชั้นวางของแบบเคลื่อนย้ายได้ เพื่อให้คุณสามารถจัดระเบียบการจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งหมดให้เหมาะกับพื้นที่ ทั้งนี้ ให้คุณเอาปลั๊กต่อสายไฟไว้ด้านข้างเพื่อให้สะดวกในการเสียบต่อ จัดการกับชั้นวางรองเท้าของคุณให้ดูสดใส ชั้นวางรองเท้าที่สามารถเปิดแบบเอียงได้หรือแผงช่องใส่รองเท้าแบบที่สามารถแขวนบนบานประตูก็จะกลายเป็นอุปกรณ์ชั้นเยี่ยมในการนำมาดัดแปลงเป็นแหล่งชาร์จไฟสำหรับทุกคนในครอบครัวได้ ชั้นวางรองเท้าแบบชั้นเปิดเอียงจะดูเพรียวบางและยังดูเท่อีกด้วยถ้าคุณเปิดออกมา และในแผงช่องใส่รองเท้าก็จะพอดีการบริเวณที่คุณจะใช้สำหรับแขวนเสื้อผ้าตรงทางเข้าบ้านของคุณ ดัดแปลงแหล่งชาร์จไฟให้มีหน้าตาที่ไม่เหมือนใคร  แม้ว่าแหล่งชาร์จไฟแบบธรรมดาจะช่วยชาร์จไฟได้เหมือนกัน แต่วิธีการดัดแปลงแหล่งชาร์จไฟนี้ของคุณก็จะดูน่าสนุกสนานยิ่งขึ้นในการสร้างสรรค์ให้มันไม่เหมือนของใคร โดยให้คุณลองทาสีแหล่งชาร์จไฟของคุณ หรือจะใช้กระดาษวอลล์เปเปอร์ที่เหลือใช้มาตกแต่งด้านหน้าและด้านข้าง หรือจะใช้ไม้บรรทัดคัดลายตัวอักษรเพื่อเติมอักษรย่อของชื่อคุณลงไปก็ได้ทั้งนั้นเลย ให้คุณลองใช้แนวความคิดของคุณเองและคุณจะเพลิดเพลินไปกับมันคะ! เคล็ดลับในการจัดแยก: ให้แปะป้ายเอาไว้ ใช้สติ๊กเกอร์ที่มีสีสันสวยงามสำหรับการติดป้ายให้กับสายไฟเส้นต่าง ๆ ว่าใช้คู่กับอุปกรณ์ใดบ้าง เพื่อไม่ให้คุณต้องร้องตะโกนถามอีกว่า “สายชาร์จของฉันอยู่ที่ไหน” ดูเหมือนว่าจะเป็นการมองโลกในแง่ดีไปหน่อย ก็ไม่มีอะไรเสียหายถ้าคุณจะลองทำดูนะคะ
อ่าน 45 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 11:11 ]  เขียนโดย ยูโนว์ ยูโนว์
 เค้าว่ากันว่า มีตัวเลขอยู่สองชนิด ที่มีอานุภาพหลอกหลอนจนทำให้สาวๆหลายคนต้องตกเป็นทาส+ยอมแลกทุกอย่างเพื่อยังคงตัวเลขนั้นให้อยู่ในหลักน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ นั่นก็คือ “อายุ” และ “น้ำหนัก” แต่อย่างว่าแต่ละนาง ใจกลัวสุดขั้วแต่ปากนี่กินรัวไม่ยั้ง บ้างว่า "เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยลด" บ้างว่า"นั่นนิดนี่หน่อยร่างกายไม่รู้สึกหรอก" แต่สุดท้ายเห็นจบลงด้วยการเปิดเว็บดีล หาดีลรีดไขมัน ฉีดเมโส คาร์บอกซี่ กระทั่งถึง ดีลชุดกระชับสัดส่วนอูมามิ(นามสมมติ) กันมานักต่อนักค่ะ  เรามาดูกันเถอะค่ะ ว่าไอ้เจ้าความคิดแบบไหนที่มันกำลังเป็นทรราชย์ต่อน้ำหนักของเรา ที่มันพยายามกล่อมเราว่า "กินได้ไม่ผิด" หรือที่เราเรียกมันว่า “ข้ออ้างในการกิน!!” นั่นเอง 1. บอกตัวเองว่าเมนส์ใกล้มาแล้ว หิวเป็นเรื่องธรรมดา -  มันจะไม่ธรรมดาตรงที่กินยุบกินยิบตลอดเวลา แล้วพบว่าคำเล็กคำน้อยเหล่านั้นมันรวมตัวเป็นไขมันติดตัวไปไหนมาไหนด้วยนั่นแหละ!  2. มีเมนส์อยู่เสียเลือดเยอะ ต้องเพิ่มพลัง - เข้าใจอะไรผิดเปล่าคะ ประจำเดือนไม่ได้กลั่นออกมาจากกระเพาะนะคะ ถึงได้เติมได้ด้วยอาหาร ขนม ไอศครีม ชอคโกแลต อีกอย่างเลือดที่เสียออกไปปริมาณหน่วยเพียง cc. ค่ะ มิได้เป็นลิตร! คงไม่ต้องทดแทนจนถึงขั้นหนังท้องตึง หนังหย่อนหรอกค่ะ!!  3. ทำงานเครียดมากเลย ต้องกินน้ำตาล! เพิ่มอาหารสมอง!  - เฮลโลววว จริงอยู่ค่ะว่าเวลาเหนื่อยๆ เครียดๆ เนี่ยหาอะไรกินแล้วสดชื่นขึ้นอะไรขึ้น โดยเฉพาะของหวานๆ แต่มันน่าจะเกี่ยวกับการเติมเต็มทางจิตใจมากกว่าสมองนะคะ ได้ยินมาว่า หากสมองล้า ให้ทานโปรตีนจะดีกว่าคาร์โบไฮเดรตค่ะ (ส่วนทานอะไรดี ซุปจริง ซุปหลอก อาหารสมองยี่ห้อใด อันนี้ต้องรบกวนผู้รู้ให้ข้อมูลอย่างละเอียดนะคะ เดี๊ยนขออนุญาตตต)? ?4. เพิ่งออกกำลังกายเสร็จ เหงื่อออกแล้ว ต้องหาอะไร ”เบาๆ” ทดแทนซักหน่อย  - คือ เบิร์นไขมัน เรียกเหงื่อไปได้ซํักร้อยกว่าๆ แคล แต่เติมเข้าไปอีก หนึ่งพันสามร้อยแคลอย่างงี้ กินมันไปตั้งแต่แรกเลยดีกว่าค่ะ รวบรัด ตัดจบ ผลลัพธ์เสมอตัว เพราะจริงๆแล้วถ้าเรายิ่งกินหลังจากออกกำลังกายเนี่ย ร่างกายเซย์เฮลโหล เวลคัมทูไทยแลนด์ให้กับสารอาหารต่างๆที่เข้ามา ดูดซึมดียิ่งกว่าเดิมอีกนะเจ้าคะ  5. หิวมื้อดึก อยากหาอะไรง่ายๆ เบาๆ ไม่แป้ง ไม่มัน กินไม่น่าจะเป็นอะไร - อยากบอกว่าข้อนี้ใจไม่แข็งพออย่าได้เริ่มเลยค่ะ ลองได้เริ่มจากนม ผัก ผลไม้ นมถั่วเหลือง โลว์แฟต แล้วเป็นอันต้องจบด้วยฟูลคอร์สครบห้าหมู่ตอนตีสามทุกครั้งไป คอนเฟิมว่ามากกว่า 80% ของผู้หญิงเราเคยเจอกับเหตุการณ์นี้ ด้วยผลการวิจัยจากมหาวิทยาคิงคองเหล็ก แถมบางราย ทำโทษตัวเองโดยการไม่กล้านอนทันที ถ่างตารออีกสองชั่วโมงเพื่อรอย่อย นอกจากจะอ้วนแน่ๆแล้วยังทำให้ระบบเผาผลาญงง โลจิกเสียอีกด้วยค้าาาา  สุดท้ายนี้ ขอฝากไว้ว่า ร่างกายเรา ปากเรา ตัวเรา ทุกอย่างเกิดขึ้นจากตัวเราเอง เราเลือกได้ อย่างคำที่ว่า You are what you eat! จำไว้ง่ายๆว่า "เอาออกยากกว่าเอาเข้าหลายเท่าตัวค่ะ"
อ่าน 64 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 11:04 ]  เขียนโดย ยูโนว์ ยูโนว์
 พูดถึงเรื่องวิญญาณย่อมมีทั้งคนที่เชื่อว่า * มีจริง* และ * ไม่เชื่อว่ามีจริง * นอกจากสองคนกลุ่มนี้ยังมีอีกสองกลุ่มคือ * เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง * และ * ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ * แต่ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีทัศนะต่อผีต่อวิญญาณในกลุ่มไหนก็ตาม หากขอให้ไปเดินเล่นคนเดียวในป่าช้าตอนเที่ยงคืน เชื่อได้เลยว่าไม่มีใครเล่นด้วยเด็ดขาด.  บุคคลทั่วไปเชื่อว่าสถานที่ซึ่งควรจะเป็นที่ชุมนุมผีชมรมวิญญาณคือป่าช้าทั้งหลายนั่นเอง ดังนั้นป่าช้าจึงได้รับการยกย่องให้เป็นที่สยองขวัญระดับสุดยอดและดูเหมือนไม่เคยตกอันดับทุกยุคทุกสมัย  สถานที่สยองขวัญนอกจากป่าช้าแล้วก็ยังมีที่อื่นอีกกระจายไปทั่วทุกๆจังหวัด สำหรับสถานที่ใดได้รับการย่องให้เป็นอาณาบริเวณสยองขวัญชวนขนหัวลุกจะต้องมีมาตรฐาน ประการสำคัญนั่นคือ จะต้องมีผี หรือ วิญญาณปรากฏซ้ำซาก มีประวัติน่าหวาดเสียว ระทึกใจและต้องมีพยานรู้เห็นหลายครั้งหลายหนเป็นที่น่าเชื่อถือได้. 10 อันดับ สถานที่สยองขวัญ ในซอยรามคำแหง 32  ลึกเข้าไปในซอยรามคำแหง 32 ท่านจะพบบ้านทรงสเปนหลังหนึ่งรูปทรงสวยสง่าน่าอยู่ แต่บ้านนี้ไม่มีใครอยู่อาศัยนานกว่า 20 ปีแล้วปล่อยให้ทิ้ง ร้างเก่าคร่ำทรุดโทรมอย่างน่าใจหายประวัติของบ้านมีว่าเจ้าของบ้านเป็นชาวต่างชาติวันหนึ่งเจ้าของบ้านขับรถออกไปทำงานตามปกติที่บ้านมีสาวใช้อยู่ เพียงคนเดียว  คนร้ายไม่ทราบจำนวนซึ่งคงมาแอบสังเกตการณ์นานพอสมควร ฉวยโอกาสเข้าปล้นและฆ่าสาวใช้ตายคาที่  นับตั้งแต่นั้นมักจะได้ยินเสียงผู้หญิงร้องให้ช่วยดังโหยหวนน่าสยดสยอง และ ยังเห็นผู้หญิง (เข้าใจว่าเป็นสาวใช้ที่กฆ่าตาย ) เดินวนเวียนวูบวาบอยู่ในบ้าน เจ้าของบ้านทนอยู่ไม่ไหวต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นเล่ากันว่าหลังจากนั้นมีคนได้ยินเ สียงผู้หญิงร้องให้ช่วยดังมาจากบ้านร้างบ่อยๆ และ มีคนเห็นผู้หญิงลึกลับยืนอยู่หน้าบ้านเป็นประจำเมื่อเข้าไปใกล้ก็ หายไป.  วัดมหาบุศย์ พระโขนง ที่วัดมหาบุศย์ ยังมีศาลย่านาคตั้งอยู่ สืบเนื่องมาจากตำนานรักของแม่นาคพระโขนงที่รู้กันแพร่หลายเล่ากันว่าเมื่อผีแม่น าคอาลวาดหลอกหลอนจนชาวบ้านหาปกติสุขมิได้ เจ้าประคุณสมเด็จโต ( วัดระฆัง ) ได้มานำวิญญาณแม่นาคไปพร้อมกับกระดูกกระโหลกหน้าผากแล้วอบรมสั่งสอนให้รักษาศีลปฏิบัติธรรม นัยว่าแม่นาคเลื่อนภพเป็นเทพ หากยังมีผีวนเวียนที่วัดมหาบุศย์คงมิใช่วิญญาณแม่นาคอย่างแน่นอน. ในซอยสายหยุด อู่รถเมลล์เก่า  ที่นี่เป็นสุสานรถเมลล์ หรือรถโดยสารประจำทางที่ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงจนใช้การไม่ได้ ซากรถเมลล์แต่ละคันมีประวัติคนตายโหงคารถในสภาพสยด สยองมาแล้ว และเป็นที่เล่าลือกันว่าอยู่ดีๆ ไฟในรถกลับเปิดสว่างขึ้นมาเอง หรือ มีคนมายืนโบกรถหน้าอู่ แท๊กซี่จะเข้าไปจอดรับก็หายไปบางครั้งมีคนวิ่งตัด หน้าและ หายไปดื้อๆ.  ในซอยรอดอนันต์ 1 ถ.สุขาภิบาล1  เป็นบ้านร้างทรงไทยอยู่ริมบึงห่างไกลจากบ้านอื่นๆ ในระแวกนั้นบริเวณบ้านรกครึ้มด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยคุณยายเจ้าของบ้านเสียชีวิตที่บ้านหลังนี้ และ น่าเชื่อว่าวิญญาณของคุณยายไม่ยอมไปผุดไปเกิด ยังคงวนเวียนอยู่ในบ้านกระทั้งลูกหลานไม่กล้าอยู่ ต่างแยกย้ายไปอยู่ที่อื่นหมดปล่อยบ้านทิ้งร้างชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา และ ที่บ้านหลังนี้เล่าลือกันว่าผีดุนักคนอยู่ระแวกใกล้เคียงเคยเห็นผีคุณยายมายืนชี้นิ้วอยู่ที่หน้าบ้านเมื่อมีเด็กๆ วิ่งเล่นอยู่ในบริเวณหน้าบ้าน เคยมีคนใจกล้าเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงผู้หญิงแก่ๆ  ขู่ตะคอกจนต้องเผ่นออกมาแทบไม่ทัน.  รังสิต คลอง 13  จากถนนใหญ่เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร มีบ้านพักถูกไฟไหม้เกือบหมดทั้งหลังแต่ยังเหลือซากบ้านอยู่ส่วนหนึ่ง ข้อมูลบางกระแสเล่าว่ามีผู้หญิงตายในไฟ บ้านหลังนี้อยู่ในสวนมะขามหวานแต่ถูกทิ้งให้รกร้าง  คนในระแวกใกล้เคียงต่างยืนยันกันว่าตอนกลางคืน จะได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องโหยหวนมาจากซาก บ้านบ่อยๆ พร้อมกันนั้นเคยมีคนเห็นผีผู้หญิงในบริเวณซากบ้าน.  ในซอยมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ถ.พัฒนาการ  เป็นโรงงานร้างเมื่อก่อนนี้เป็นโรงงานทำปากกา และ เป็นโรงกลึงขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 80 ไร่  เหตุที่กลายเป็นโรงงานร้างชำรุดทรุดโทรมมีวัชพืช ขึ้นปกคลุมรกครึ้มเช่นทุกวันนี้ ว่ากันว่าเจ้าที่เจ้าทางแรงระหว่างที่ดำเนินงานอยู่มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหต หลายคน ผู้ลงทุนขาดทุนย่อยยับจนต้องเลิกกิจการ  หากเดินเข้าไปในอาณาเขตโรงงานร้างจะสัมผัสบรรยากาศยะเยือกผิดปกติ และ เล่าลือกันว่าหากไปเคาะแท้งก์น้ำซึ่งตั้งอยู่ 3 ใบ 3 ครั้งจะปรากฏเจ้าที่เจ้าทางออกมาให้เห็นทันที.  วัดปราสาท จ.นนทบุรี  เป็นวัดเก่าแก่โบราณ สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง เคยขุดพบกำแพงเมืองรอบอุโบสถอายุ 300 ปี  ด้านหลังอุโบสถมีคุ้มเก่าแก่ชำรุดทรุดโทรมว่ากันว่าเจ้าของสถานที่คือ พระนางอุษาวดีเทวี ชาวบ้านระแวกนั้นเรียกว่า "แม่"และ" เจ้าแม่ " เวลากลางคืนหากไปที่บริเวณคุ้มจะมีบรรยากาศวังเวงน่ากลัวมากผู้ใดไปแสดงกิริยาวา จาจ้วงจาบหยาบคายไม่เคารพผู้เป็นเจ้าของสถานที่มักจะพบกับ เหตุการณ์แปลกๆ  น่าขนหัวลุก.  โรงงานร้างอยู่ในอุตสาหกรรมบางปู (ฝั่งเดียวกับเมืองโบราณ)  สถานที่อยู่สุดซอย 2 เมื่อก่อนนี้เป็นโรงงานทำรองเท้า ขณะที่กิจการกำลังดำเนินงานไปด้วยดี ได้เกิดอุบัติเหตุร้างแรง คือ เครื่องปั้มลมเกิดระเบิดคน งานหลายคนเสียชีวิตสยองนับตั้งแต่นั้นคนงานที่ทำงานอยู่ถูกผีหลอกวิญญาณหลอนจนต้องทะยอยลาออกไปเรื่อยๆ จนหมดกิจการประสบความวินาศเจ้าของโรงงานยิงตัวตายในห้องทำงานชั้นบนของโรงงานและ กลายเป็นสถานที่รกร้างเรื่อยมาเล่าลือกันว่าผีดุมากปัจจุบันนี้ยังมีเศษรองเท้ากระจายเกลื่อนและปั้มลมมรณะก็ยังอยู่.  ในซอยวัชรพล เป็นบ้านทรงยุโรปหลังใหญ่ซึ่งยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ถูกทิ้งร้างค้างคาอยู่ในสภาพเดิม เวลากลางคืนดูน่ากลัวชวนขนลุกยิ่งและว่ากันว่ามีคนพบเห็นวิญญาณของชายหญิง และ เด็กปรากฏวูบวาบบ่อยๆ สาเหตุที่บ้านหรูหลังใหญ่กลายเป็นบ้านร้าง เนื่องจากเจ้าของบ้านหลังนี้พาครอบครัวขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตหมดทุกคน.  ในซอยวัชรพลเช่นกัน  เป็นหมู่บ้านร้างตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ชื่อ * หมู่บ้านปิยพร * คนเก่าคนแก่ในพื้นที่เล่าว่าที่ดินส่วนนี้เคยเป็นป่าช้ามาก่อน เจ้าของโครงงานไม่ได้ทำพิธีบอกกล่าวขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทาง ดังนั้นพอเริ่มงานก่อสร้างจึงพบกับอุปสรรคนานาประการ ต่อมามีคนงานเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุหลายคนในเขตหมู่บ้านมีบึงใหญ่อยู่แห่งหนึ่งก็มีเด็กตกไปตาย 2-3 คน ประกอบกับบ้านในโครงการไม่มีผู้สนใจอย่างที่ประเมินเอาไว้จึงต้องยุติโครงการกลายเป็นหมู่บ้านร้างกลางกรุง พร้อมกันนั้นก็มีเสียงเล่าลือว่า ผู้ที่เข้าไปในเขตหมู่บ้านยามวิกาล  มักจะพบวิญญาณแสดงตัวหลอกหลอนเล่นเอาขวัญหนีดีฝ่อไม่บังอาจกล้ำกลายเข้าไปอีก.
อ่าน 46 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 11:01 ]  เขียนโดย ยูโนว์ ยูโนว์
 สิวเกิดกับคนทุกเพศวัย แต่จะพบว่าผู้เป็นสิวมักอยู่ในช่วงวัยรุ่น อายุตั้งแต่ 13-25 ปี  คณาเวชคลินิกการแพทย์แผนไทย ให้ข้อมูลว่า สิว มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่ 1 สิวไม่อักเสบ และชนิดที่ 2 สิวอักเสบ เมื่อเกิดสิวชนิดนี้ผิวหน้าของเราจะมีอาการอักเสบ เจ็บ บวม และแดง โดยความรุนแรงอาจเป็นได้ตั้งแต่ตุ่มนูนแดง สิวหัวหนอง สิวอักเสบที่มีตุ่มนูนใหญ่ หรือมีลักษณะของถุงหนองขนาดใหญ่   สิวอักเสบนี้รักษาให้หายได้ แต่หากรักษาสิวไม่ถูกวิธี และไม่ต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดการดื้อยา รักษายาก กลับมาเป็นซ้ำ เกิดแผลเป็น  การรักษาสิวด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความสนใจในปัจจุบัน  ด้วยการฝังเข็มที่เริ่มมีตั้งแต่สมัยก่อนคริสต์ศักราช ในยุค "ชุนชิว" (770 ปีก่อนค.ศ.-453 ปีก่อนค.ศ.) ซึ่งการฝังเข็มไม่เพียงแต่จะกระตุ้นการไหลเวียนของลมปราณและเลือด ขจัดเลือดลมที่ติดขัด ยังช่วยปรับการทำงานของอวัยวะภายใน ปรับความสมดุลของหยินและหยาง กระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย ช่วยปรับการทำงานของสารคัดหลั่ง ซึ่งมีผลต่อการรักษาโรค  ปัจจุบันมีการศึกษาพบว่าการฝังเข็มทำให้เกิดการหลั่งสาร "แอนเดพฟาลีนและเอน ดอร์ฟิน" ที่ช่วยระงับปวด และสาร "ออโตคอย" ที่ช่วยลดการอักเสบได้ และได้นำการฝังเข็มมารักษาสิวด้วย  ตามหลักแพทย์แผนจีนสิวเกิดจากปอดเกิดไฟ โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นที่มีรูปแบบพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ชอบนอนดึก ทาน อาหารฟาสต์ฟู้ด การสะสมความเครียดในร่างกาย ก่อให้เกิดการสะสมไฟที่ปอด แต่ในบางคนอาจจะเกิดไฟที่หัวใจ ตับ เป็นต้น   นอกจากนี้ ยังฝังเข็มเพื่อช่วยในการ กระตุ้นระบบขับถ่าย ขับพิษออกทางอุจจาระ เมื่อเกิดการสะสมของไฟที่มากเกินปกติจะทำให้กลายเป็นพิษและขับออกมาในรูปแบบของสิวบนใบหน้า  การบำบัดสิวบนใบหน้า ตามหลักการแพทย์แผนจีนจะใช้การฝังเข็มควบคู่กับการครอบแก้ว ขั้นตอนแรกในการบำบัดสิว คือ ผู้เป็นสิวต้องได้รับการตรวจแมะ การจับชีพจรแบบจีน เพื่อตรวจประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะภายใน หรือสืบเสาะตำแหน่งที่เกิดไฟอุดตัน ก่อนฝังเข็มกระตุ้น 12 เส้นลมปราณ และใช้การครอบแก้วดูดเลือดพิษออกจากร่างกาย  การฝังเข็มยังมีประโยชน์ช่วยบำบัดโรคภูมิแพ้ ไข้หวัด ปวดกระเพาะ โรคกระเพาะ ท้องผูก ท้องเสีย ลดน้ำหนัก เคล็ดขัดยอก ปวดศีรษะ ปวดไมเกรน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ ปวดคอ ปวดหลัง ปวดเข่า ปวดข้อศอก รูมาตอยด์ หน้าเบี้ยว หน้ากระตุก นอนไม่หลับ อัมพฤกษ์ เป็นต้น 
อ่าน 40 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:59 ]  เขียนโดย ฮา.ฝุด.ฝุด ฮา.ฝุด.ฝุด
 สำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาสถานที่อันน่าตื่นเต้นระทึกใจ ในขณะเดียวกันก็เป็นสถานที่ที่เงียบสงบ เงียบจนกระทั่งได้ยินแม้เสียงลมหายใจของตัวเอง และเสียงนกที่อยู่ห่างออกไปไกลแสนไกล และแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาไพร์มไทม์ที่ผู้คนต้องเร่งรีบออกจากบ้านเพื่อไปให้ถึงที่ทำงานให้ทันเวลา แต่ที่นี่ถนนสายหลักทุกสายกลับว่างเปล่า ดูคล้ายกับฉากในซีรีย์เรื่องดังของฝั่งอเมริกาอย่าง The Walking Dead เสียอย่างนั้น โดยสถานที่สุดสะพรึงที่มัชรูมทราเวลอยากแนะนำให้ท่านได้รู้จักในครั้งนี้ไม่ใช่สวนสนุกที่ไหน หรือเมืองที่ถูกสร้างขึ้นใหม่แต่อย่างใด แต่ที่นี่คือเมืองพรีเพียต (Pripyat) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองผีของเชอร์โนบิล เนื่องจากมันถูกทิ้งร้างไว้เกือบ 3 ทศวรรษ นับตั้งแต่เหตุการณ์แกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 ของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลใกล้เมืองพรีเพียตที่อยู่ทางตอนเหนือของยูเครน เกิดการระเบิดขึ้นจากการทำงานผิดพลาดของวิศวกรและคนงาน ยังผลให้เกิดเถ้าถ่านและฝุ่นละอองของกัมมันตภาพรังสีปลิวฟุ้งกระจายไปทั่วท้องฟ้าทางตอนเหนือของสหภาพโซเวียตและยุโรปตะวันตก เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2529 ในเวลา 01.23 น. จนกระทั่งทางการยูเครน เบลารุส และรัสเซียต้องอพยพประชากรมากกว่า   336,000 คน ออกจากพื้นที่อย่างฉุกเฉิน ต่อมาในปี ค.ศ. 2005 สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ และองค์การอนามัยโลก ได้ประมาณการว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากการระเบิดโดยตรงมากกว่า 600,000 คน โดยมียอดของผู้เสียชีวิตทันทีหลังการเกิดระเบิดจำนวน 56 คน ส่วนผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งจากการสัมผัสกัมมันตรังสีในครั้งนี้อาจสูงถึง 4,000 คนเลยทีเดียว พรีเพียต (Pripyat) เมืองผีแห่งเชอร์โนบิล  เมื่อเครื่องปฏิกรณ์หมายเลข 4 แห่งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลเกิดการระเบิดขึ้นในเดือนเมษายนปี 1986 เมืองพรีเพียตซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเคียฟอันเป็นเมืองหลวงของยูเครนประมาณ 60 ไมล์ และตั้งอยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้าแห่งนี้มากที่สุดก็ได้กลายเป็นเมืองร้างนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งเมืองพรีเพียตมีประชากรอาศัยอยู่ทั้งหมดกว่า 50,000 คน ส่วนใหญ่เป็นคนงานที่ประกอบอาชีพภายในโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลนั่นเอง แต่หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญ ชาวเมืองทั้งหมดก็ได้ถูกอพยพออกไปอย่างฉุกเฉินภายในเวลา 36 ชั่วโมง โดยที่พวกเขาไม่ได้เตรียมตัวและเตรียมใจที่จะละทิ้งบ้านและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เอาไว้เบื้องหลังแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่ทราบมาก่อนเลยว่าพวกเขาจะไม่ได้กลับมาเยือนที่นี่อีกเลยจนกระทั่งปัจจุบันนี้ การท่องเที่ยวเชอร์โนบิลและความปลอดภัย  เมื่อเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านจนย่างเข้าสู่ปีที่ 25 ของอุบัติภัยครั้งร้ายแรงในประวัติศาสตร์โลก การท่องเที่ยวยูเครนก็ได้ออกประกาศว่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในการเสี่ยงภัยและต้องการเข้าไปเยี่ยมชมบรรยากาศภายในเขตพื้นที่เชอร์โนบิล สามารถเดินทางเข้าไปภายในเมืองพรีเพียตได้ในระยะเวลาสั้นๆ ทั้งนี้ยกเว้นในเขตพื้นที่ประมาณ 30 ไมล์ รอบๆ เครื่องปฏิกรณ์ที่เกิดระเบิดเท่านั้นที่ห้ามเข้าไปอย่างเด็ดขาด โดยทุกวันจะมีรถบัสคันเล็กๆ พานักท่องเที่ยวเข้าไปยังเขตหวงห้ามที่อนุญาตให้เข้าได้เฉพาะเจ้าหน้าที่เท่านั้น จากนั้นนักท่องเที่ยวจะได้รับเอกสารคนละหนึ่งชุดและต้องเซ็นรับทราบว่าจะปฏิบัติตามกฎข้อบังคับทุกอย่างเพื่อป้องกันการได้รับรังสีปนเปื้อนนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ห้ามรับประทานอาหารและสูบบุหรี่ข้างใน ห้ามแตะต้องของทุกอย่าง และห้ามนั่งหรือวางสิ่งของบนพื้น เป็นต้น โดยนิตยสารฟอร์บส์ซึ่งเป็นนิตยสารเกี่ยวกับธุรกิจและการเงินของสหรัฐอเมริกาได้ระบุว่า เชอร์โนบิลคือสถานที่พิเศษหนึ่งเดียวในโลกที่จะเปลี่ยนวิถีความคิดของผู้ที่ไปเยือนไปตลอดกาล ซึ่งในปีแรกของการท่องเที่ยวเชอร์โนบิลนั้นมียอดของนักท่องเที่ยวสูงถึง 7,500 คนเลยทีเดียว ซึ่งสนนราคาค่าทัวร์ต่อคนนั้นอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท สิ่งที่ท่องเที่ยวจะได้เห็นภายในเชอร์โนบิล เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางถึงที่หมายแล้ว สิ่งแรกที่เรียกความสนใจให้ทุกคนที่มาเยือนต่างยกกล้องถ่ายรูปคู่ใจบันทึกภาพจนมือเป็นระวิงก็คือ ภาพของเตาปฏิกรณ์ที่เคยเกิดการระเบิด จากนั้นทั้งหมดจึงมุ่งหน้าสู่เมืองพรีเพียตที่กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งในยูเครนซึ่งตั้งอยู่ห่างจากอดีตโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลเพียง 2 ไมล์เท่านั้น โดยปัจจุบันที่นี่ได้กลายเป็นเมืองร้างไปอย่างถาวร แม้ว่าสภาพของเมืองจะยังคงอยู่ในสภาพเดิมดังเช่นยี่สิบกว่าปีก่อนก็ตาม ด้วยป้ายในยุคโซเวียตที่ยังคงแขวนอยู่ตามตึกต่างๆ สวนสนุกซึ่งเครื่องเล่นสารพัดอย่างเขรอะไปด้วยสนิม หนังสือและของเล่นมากมายที่ถูกไว้ภายในอพาร์ตเมนต์ หน้ากากป้องกันแก๊สพิษจำนวนหลายพันชิ้นถูกทิ้งไว้เกลื่อนพื้นโรงอาหารของโรงเรียนที่ภายในชั้นเรียนยังคงติดโปสเตอร์โครงงานในวิชาต่างๆ ทั้งคณิตศาสตร์ ภาษารัสเซีย และวิทยาศาสตร์ไว้ตามฝาผนัง ส่วนในเรื่องของระบบนิเวศวิทยานั้น แม้พืชพรรณและสัตว์ป่าอาจจะไม่ได้รับผลกระทบ 100% เต็มเฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ แต่อำนาจของรังสีก็ทำให้สัตว์ป่าบางประเภทมีจำนวนลดลง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของสัตว์ป่า ณ บริเวณนี้ในระยะยาวอีกด้วย และบางประเภทก็อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม อย่างเช่นปลาดุกที่อยู่ในบ่อใกล้ๆ กับบริเวณที่เกิดระเบิดนั้นมีขนาดใหญ่โตราว 2 เมตร เป็นต้น  How to get there: เชอร์โนบิลอยู่ห่างจากเมืองเคียฟซึ่งเป็นเมืองหลวงของยูเครนประมาณ  70 กิโลเมตร จากเมืองหลวงของยูเครน ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่ระยะทางที่ไกลแต่ประการใด แต่สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปที่นั่นจำเป็นจะต้องติดต่อบริษัทที่ได้รับการอนุมัติจากทางการให้สามารถเข้าไปได้เท่านั้น โดยมีค่าใช้จ่ายอยู่ระหว่าง 100-300 เหรียญสหรัฐฯ โดยขึ้นอยู่กับจำนวนของกลุ่มที่เดินทางว่ามีมากหรือน้อยนั่นเอง
อ่าน 38 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:54 ]  เขียนโดย เทพีแห่งสงคราม เทพีแห่งสงคราม
 เรื่อง รอยนวล           แหมๆ คู่บ่าวสาวจะเข้าพิธีวิวาห์ทั้งทีถ้าขาดเจ้าสิ่งนี้ก็เหมือนขาดใจ อิอิ นั่นก็คือ "แหวน" แต่งงานนั่นเอง เพราะแหวนแทนใจถือว่าเป็นไฮไลท์สำคัญมากๆ ที่คู่บ่าวสาวต้องตระเตรียมและพิถีพิถันเป็นพิเศษ ขนาดของแหวนก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องใคร่ครวญคิด และนี่คือเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ 3 ข้อ สำหรับหนุ่มๆ สาวๆ ที่กำลังเล็งเลือกไซส์แหวนอยู่...มาฝากกันจ้า วัดไซส์ออนไลน์           เรื่องง่ายๆ สำหรับการค้นหาขนาดแหวน เพราะมีหลายเว็บไซต์ที่นำเสนอวิธีวัดนิ้วหาไซส์แหวน ลองเสิร์ชคำว่า "Online ring sizer" จะพบว่ามีมากมาย บางเว็บไซต์จะให้พิมพ์กระดาษรูปแหวนออกมา แล้วตัดกระดาษตามเส้น จากนั้นจึงนำกระดาษไปลองสวมใส่นิ้วดู เพื่อหาว่าขนาดใดที่พอดีกับนิ้ว แต่หากคิดจะสั่งซื้อแหวนผ่านทางเว็บไซต์ สิ่งที่ควรคำนึงคือ แต่ละประเทศจะเรียกขนาดแหวนแตกต่างกันออกไป เช่น ประเทศในแถบเอเชียใช้ตัวเลขเหมือนกันแต่ก็แตกต่าง เช่นแหวนไซส์ 7 ของเอเชียจะเท่ากับไซส์ 4 อเมริกัน เป็นต้น ดูลักษณะนิ้วด้วย           การวัดขนาดแหวนให้แม่นยำจะมีเรื่องรูปร่างของนิ้วเข้ามาเกี่ยวด้วย แหวนที่วัดออกมาพอดี เมื่อนำไปสวมจึงมักจะติดข้อนิ้ว หากเป็นแหวนที่ใส่พอดีกับข้อ ก็จะหลวมหรือเลื่อนไหลไปมาบนนิ้ว ขณะที่คนนิ้วใหญ่มักมีขนาดของโคนนิ้วใหญ่กว่าข้อนิ้วจึงอาจมีปัญหากับแหวนที่เลื่อนไหลผ่านข้อออกมา เรื่องนี้อาจจะแก้ไขได้ด้วยการเลือกรูปแบบของแหวนให้เหมาะกับลักษณะนิ้ว ใหญ่กว่าหรือเล็กกว่าดี           คนส่วนใหญ่เชื่อว่า เลือกแหวนขนาดใหญ่กว่านิ้ว 1 หรือ 2 ไซส์ดีกว่า เพราะการตัดลดขนาดแหวนง่ายกว่าไปเพิ่มขนาด แต่ถ้าหากนิ้วของเรามีขนาดระหว่างแหวน 2 ไซส์ให้เลือกขนาดที่ใหญ่กว่า จำไว้ว่านิ้วของคนเราจะเปลี่ยนขนาดตามอุณหภูมิคือ ถ้าอากาศหนาวจะหดตัว อากาศร้อนจะขยาย จึงควรพิจารณาเรื่องนี้ด้วย ทางที่ดีเลือกแหวนที่พอดีกับนิ้วดีที่สุด           เอ้าถ้ารู้เคล็ดลับแล้ว ก็วัดดีๆ เพื่อไซส์ (แหวน) ที่ใช่และแม่นยำจ้า
อ่าน 29 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:52 ]  เขียนโดย ก้อคนคนนึง ก้อคนคนนึง
 1. "รัก" เหมือนเรือน้อย เมื่อ เรือออกจากฝั่งก็เหมือนดั่งรักที่เพิ่งเริ่มต้น เมื่อเริ่มพายเรือ  ก็เหมือนกับการที่เราค่อยๆพัฒนาความรัก บางครั้งที่มีพายุ(อุปสรรค-คู่แข่ง)  เราก็ต้องประคองเรือนี้ ไม่ให้มันจมลง และรอคอยจนกว่าพายุจะสงบ  เมื่อใดที่เรือไปถึงจุดหมายปลายทาง ความรักนั้นก็เริ่มผลิบานขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  2. ความรักกับคณิตศาสตร์ ความ รักเกิดจากใจสองใจมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว  รักเราและรักเขาต่างเป็นรักที่บริสุทธิ์ เราให้เขาเขาให้เรา  เพิ่มพูนไปเรื่อยๆจนล้นปี่ แล้วสุดท้ายก็จบลงเป็นนิยามรักที่ว่า  ผลคูนของรักที่บริสุทธิ์สองดวง = รักของเราที่มีให้เขาxรักของเขาที่มีให้เรา  ซึ่งมันจะไม่มีอะไรที่จะมาหารได้ ไม่ว่าจะเป็นอาไรก็ตาม  มันจะมีแต่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยไปไม่มีวันจาง  3. รักดั่งจิ๊กซอว์ ความรักเหมือนกับจิ๊กซอว์ที่สองชิ้นไม่เหมือนกันเลย แต่ต่อกันลงตัวเป๊ะ  เอาไปต่อกับตัวที่ไม่ใช่คู่ก็ไม่ได้นะ ผิดลายผิดเหลี่ยม  4. ความเหงา บรรยาย..... ความรู้สึก  ราวกับว่าเจ้าความเหงาได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเราเสียแล้วเคยบ้าง ไหม  ในขณะที่มีใครต่อใครล้อมรอบอยู่มากมายแต่กลับรู้สึกเหงา..............  เคยบ้างไหม ในขณะที่สีหน้ายิ้มแย้ม หัวเราะร่าเริง แต่ลึกลงไปกลับว้าเหว่  ความเหงาแอบเข้ามาซุกตัวอยู่เงียบๆในใจ  5. ความรักคือสิ่งที่ไม่สิ้นสุด การ ที่เราจะรักใครสักคนมันไม่จำเป็นต้องเจาะจงหรือเฉพาะคำว่าแฟนแต่มันเป็น  สิ่งที่ทุกคนสามารถที่จะให้กันได้ขอเพียงแต่คนที่เรารักเขารักเราเท่านั้น  มันก็คงทำให้คำว่ารักมีความหมายและมีค่ามากกว่าคำบรรยายและความรักเป็นส่วน  ประกอบที่สำคัญของชีวิต...เปลี่ยนคนในฝันให้มีตัวตน....  6.รักคือ...ความสุขที่ได้ให้ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพียง แค่คิดจะทำอะไรบางอย่าง ให้ใครสักคนมีความสุข  คุณจะรู้สึกว่ายิ่งคุณคิดจะให้มากขึ้นเท่าใด คุณก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น  ...สำหรับฉัน แค่ลุ้นว่าเธอจะยิ้มหรือเปล่า ฉันมีความสุขนะ  7.ความรักคือสิ่งไม่ตาย ความ รักของคนเรานั้นแตกต่างกันไป มีทั้งดีและไม่ดี  ความรักของคนเรานั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมประกอบ  ความรักคนเรานั้นเป็นสิ่งที่ไม่เท่าเทียมกัน  แต่ยังไงความรักก็ยังเป็นสิ่งไม่ตาย  ความ รัก...สัมผัสไม่ได้แต่ต้องใช้ความรู้สึก ความรักก็เหมือนเส้นกราฟ  จะขึ้นจะลงเมื่อไหร่ก็ได้ ตัวเราเท่านั้นที่จะกําหนดมัน...ถ้าได้มันมาแล้ว  เก็บรักษามันไว้ให้ดี เพราะมันเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตเรา  ความรักคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต  
อ่าน 47 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:49 ]  เขียนโดย เจ้าหญิงยมทูต เจ้าหญิงยมทูต
 สาระความรู้ดีๆ ในฉบับนี้มาจากเว็บ "Whatphone.tv" เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากให้ สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตแบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรจะเป็น โดยจะมีอะไรบ้างนั้น เราไปดูกันเลย! 1. อย่าให้แบตเตอรี่ร้อนจัด เมื่อแบตฯ มีอุณหภูมิสูงเกินกว่ามาตรฐาน จะทำให้เซลล์พลังงานเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และยังทำให้แบตฯ คายประจุ ไวขึ้นซึ่งจะส่งผลต่อการใช้งาน เช่น เปิดเครื่องทิ้งไว้เฉยๆ หรือแม้แต่ปิดเครื่องก็เกิดอาการแบตฯ หมดไวขึ้น  วิธีการแก้ปัญหาก็ไม่ยาก เพียงแค่เวลาที่เราเล่นสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต เมื่อสัมผัสตัวเครื่องแล้วรู้สึกว่าตัวเครื่อง เริ่มร้อน หรือร้อนขึ้นผิดปกติ ก็ให้หยุดสักพัก รอจนความร้อนระบายออกไปจากตัวเครื่องก่อนค่อยใช้งานต่อ ทั้งนี้ การเปิด 3G หรือ Data ค้างไว้ก็จะส่งผลให้มีการโหลดข้อมูลอยู่โดยตลอด เครื่องก็จะร้อนไวกว่าปกติและร้อนกว่าตอนใช้งาน WiFi อีกด้วย การชาร์จแบตเตอรี่ไปเล่นไป เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมไวขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะเซลล์พลังงานทำงานหนักกว่าตอนใช้งานปกติ  2.อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง ในปัจจุบันแบตเตอรี่ประเภท Lithium-Ion (Polymer) ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ซึ่งมีคุณสมบัติที่สามารถชาร์จ ซ้ำได้ แต่หลายคนอาจจะคิดว่าเมื่อแบตเตอรี่หมดก็ชาร์จใหม่ก็ได้ น่าจะไม่มีปัญหาอะไร แต่นั่นคือปัญหาใหญ่เลยเพราะว่า แบตเตอรี่ประเภท Lithium-Ion (Polymer) ถ้าปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงบ่อยๆ แล้วชาร์จก็จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพได้ไวขึ้นและคายประจุออกไปเรื่อยๆ ซึ่งจะส่ง ผลให้ความจุแบตเตอรี่น้อยลงตามไปด้วย เพราะฉะนั้นถ้าแบตเตอรี่เหลือสักประมาณ 30-40% ก็สามารถเริ่มชาร์จได้แล้วนะครับ 3.อย่าใช้ที่ชาร์จปลอม ทั้งสายชาร์จและอแด็ปเตอร์ รวมไปถึง Powerbank ที่ไม่ได้มาตรฐาน  ข้อนี้สรุปสั้นๆ ไม่ยากเลยว่าที่ชาร์จปลอมนั้นจะจ่ายไฟได้ไม่นิ่งเท่ากับที่ชาร์จของแท้ เพราะกระแสไฟจะมากบ้างน้อยบ้างตามวัสดุและราคาของที่ชาร์จ เหตุผลนี้แหละที่เป็นอันตรายมาก และส่งผลเสียต่อแบตฯ หรืออาจเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุต่างๆ ฉะนั้น ควรพิจารณาที่ชาร์จให้ดีเสียก่อน เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน แถมยังเป็นการยืดอายุแบตเตอรี่อีกด้วย
อ่าน 46 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:48 ]  เขียนโดย กลับมาอีกครั้ง กลับมาอีกครั้ง
 พื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า? น้ำทะเล 1 หยด มีสิ่งมีชีวิตซ่อนอยู่ด้วยนะ ยิ่งถ้าได้เห็นภาพที่เรานำมาฝากกัน คงจะขนลุก!! ไปตามๆ กันแน่นอน เพราะไม่อยากคิดถึงตอนที่เราลงเล่นน้ำ หรือเผลอดื่มเข้าไปเลย… เล่ามาขนาดนี้ เริ่มอยากรู้แล้วใช่ไหมละคะ ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตแปลกๆอะไรในน้ำทะเลซ่อนอยู่บ้าง เรารีบไปติดตามพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ.. ก่อนอื่นเราต้องรู้กันก่อนว่า น้ำทะเล เป็นของเหลวที่ได้จากทะเลหรือมหาสมุทร โดยทั่วไปมหาสมุทรทั่วโลกมีความเค็มประมาณ 3.5% นั่นหมายความว่าในน้ำทะเลทุกๆ 1 กิโลกรัม จะพบเกลืออยู่ 35 กรัม  และน้ำทะเลมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำจืดเพราะน้ำทะเลมีความหนักของเกลือและ Electrostriction (ไฟฟ้าที่ไม่นำกระแส แต่อยู่ในเรื่องของสนามไฟฟ้า) อีกทั้งจุดเยือกแข็งของน้ำทะเลอยู่ที่อุณหภูมิ −2 องศาเซลเซียส ถึงแม้ว่าน้ำทะเลส่วนใหญ่จะมีปริมาณเกลืออยู่ที่ระหว่าง 3.1–3.8% แต่น้ำทะเลทั่วโลกก็ไม่ได้เหมือนกัน อาจมีการผสมกับน้ำจืดจากการไหลของแม่น้ำหรือแหล่งน้ำออกสู่ทะเล หรือจากการละลายของธารน้ำแข็ง จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ความเค็มของน้ำทะเลในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน และข้อมูลที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ทะเลเปิดที่มีความเค็มมากที่สุดคือ “ทะเลแดง” ค่ะ และสำหรับภาพชวนทึ่งนี้ เป็นฝีมือของ David Liittschwager ช่างภาพผู้กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย รวมถึงฝากผลงานเกี่ยวกับสัตว์น้ำไว้ใน National Geographic แบบคับคั่ง และ David ได้ถ่ายภาพสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ด้วยระดับกล้องจุลทรรศน์ ใช้กำลังขยายถึง 25 เท่าเพื่อถ่ายภาพน้ำทะเลเพียงแค่หยดเดียวเพื่อดูว่า ในนั้นมีสิ่งมีชีวิตอะไรอาศัยอยู่บ้าง ดังนี้ 1. Crab Larvae ตัวอ่อนปู เจ้าสัตว์เปลือกแข็งนี้ เริ่มต้นด้วยการเป็นแพลงก์ตอนสัตว์ขนาดจิ๋วที่ล่องลอยไปตามกระแสน้ำ และเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อาหารขั้นพื้นฐานของท้องทะเล 2. Cyanobacteria สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน หรือ ไซยาโนแบคทีเรีย หนึ่งในสิ่งมีชีวิตยุคแรกเริ่มที่อยู่มาจนถึงปัจจุบัน และจัดเป็นส่วนสำคัญในการผลิตออกซิเจนแห่งมหาสมุทร 3. Diatoms ไดอะตอม เป็นสาหร่ายเซลล์เดียว สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดเล็กจิ๋วที่มีจำนวนมากมายมหาศาลจนไม่สามารถระบุจำนวนได้ 4. Copepods แพลงก์ตอนชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญที่สุดในท้องทะเล แพลงก์ตอนสัตว์รูปร่างคล้ายกุ้งที่พบได้ทั่วไปในมหาสมุทรทั่วโลกและยังเป็นแหล่งอาหารพื้นฐานของห่วงโซ่แห่งท้องทะเล ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าพวกมันมีมากมายจนไม่สามารถระบุจำนวนได้ 5. Chaetognatha แพลงก์ตอนชนิดหนึ่ง ด้วยขนาดที่สามารถโตเต็มที่เกือบนิ้ว มันจัดเป็นแพลงก์ตอนที่มีขนาดใหญ่มาก แถมพวกมันยังมีวิวัฒนาการที่ไกลกว่าแพลงก์ตอนประเภทอื่นอีกด้วย เพราะ Chaetognatha นั้นมีทั้งระบบประสาทฟัน ครีบว่ายน้ำ และนักวิทยาศาสตร์บางคนยังเชื่อว่า พวกมันมีพิษที่ทำให้เหยื่อเป็นอัมพาตได้ด้วย 6. Fish eggs ไข่ปลา ปลาทะเลส่วนใหญ่มักวางไข่และปล่อยให้ไข่จำนวนมหาศาลของตัวเองเอาตัวรอดตามธรรมชาติ และหวังว่าในบรรดาไข่นับล้านฟองนั้นจะมีสัก 10 ฟองที่รอดจนโตเต็มวัย 7. Marine worm หนอนทะเล ยากที่จะระบุว่า มันเป็นสายพันธุ์ไหน เพราะมีพวกมันเยอะมากในน้ำทะเล และส่วนใหญ่เรามักมองไม่เห็นตัวมันซะด้วย โอ้ว้าว!O_o ตอนเห็นภาพครั้งแรก ดูน่ากลัวมากจนน่าขนลุก แต่พอได้รู้ข้อมูลว่าน้ำทะเลเพียงหนึ่งหยดยังมีเรื่องน่ารู้ซะขนาดนี้ แล้วถ้ามหาสมุทรจริงๆ จะมีความหลากหลายขนาดไหน เริ่มน่าสนใจขึ้นมากซะแล้ว แต่ก็อยากที่เรารู้ว่า น้ำทะเลในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน ดังนั้นสิ่งมีชีวิตในน้ำทะเลแต่ละที่ อาจจะไม่ได้มีสิ่งมีชีวิตที่เหมือนกันก็เป็นได้นะคะ เพราะภาพสิ่งมีชีวิตในน้ำทะเลที่เรานำเสนอนั้นเป็นทะเลของต่างประเทศค่ะ ถ้าอยากรู้ของบ้านเรา คงต้องนำน้ำมาส่องกล้องตรวจกันเองอีกทีว่าจะเหมือนหรือแตกต่างจากบ้านเขาไหม…
อ่าน 48 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:46 ]  เขียนโดย เทพีแห่งสงคราม เทพีแห่งสงคราม
 1. ยาคูลท์ขวดเล็กๆ มีส่วนผสม ของน้ำตาลทรายขาว 6 ช้อนชา 2. ร้านกาแฟโบราณรถเข็นที่ขายโอเลี้ยงและชาดำเย็น มีต้นทุนค่ากาแฟเย็นแก้วละ 3 บาท (ขณะที่มั่วๆ ขายเราแก้วละ 20-30 บาท ประหนึ่งว่าตัวเองเป็นร้านกาแฟสด) 3. ร้านขายน้ำส้มคั้นสดๆ ตามร้านริมถนนจะมีสวนผสมของยาฆ่าแมลงอยู่ด้วยเสมอจากผิวเปลือกส้ม ที่ไม่ได้ล้าง หรือล้างไม่สะอาด 4. 80% ของแม่ค้าขายของที่ใส่ถุงมือขายอาหาร จะใส่ถุงมือหยิบอาหาร และทอนเงิน 5. 90% ของร้านขายข้าวขาหมูจะเอาคะน้าที่ไม่ได้ล้างไปลวกให้สุกในน้ำขาหมูก่อนที่จะหั่นเนื้อ หันผัก และตักน้ำขาหมู มาราดข้าวให้เรา 6. 95% ของร้านที่ผ่าไข่ด้วยเชือกด้าย เช่น ร้านข้าวหมูแดง ร้านก๊วยจั๊บ เชือกด้ายนั้น ไม่เช็ค ไม่เคยล้าง ไม่เคยเปลี่ยน ตั้งแต่เปิดร้าน จนปิดร้าน 7. อาหารใส่ถุงที่ซื้อจากตลาดในตอนเช้าแล้วกลางวันบูด แสดงว่าอาหารสกปรกมีเชื้อแบคทีเรีย แต่ถ้าไว้ข้ามคืนและไม่ได้ใส่ตู้เย็นอาหารก็ยังไม่เสียแสดงว่าใส่สารกันบูด 8. โรตีอาบังที่เข็นรถขายตอนเย็นๆ กลางคืน เวลาบังปวดฉี่ บังจะไปยืนหลบๆต้นไม้ฉี่เสร็จ บังไม่ได้ล้างมือที่จับจู๋ฉี่ บังก็มาจับก้อนแป้งตบๆบี้ให้แบน เหวี่ยงให้เป็นแผ่นแล้วก็ทอดโรตีขายให้เรากิน 9. รถเข็นขายไส้กรอกอิสาน ขายจนดึกกลับที่พักก็จอดรถเข็นไว้หน้าที่พัก ห้องเช่า โดยไม่ได้เก็บที่ปิ้งย่างไส้กรอก ทิ้งไว้บนรถเข็น ตกดึกหนูก็จะมารุมแทะเศษหนังเศษมันของไส้กรอกทราติดอยู่ที่เหล็กบนเตาปิ้ง แถมฉี่ใส่อีกต่างหาก พอสายๆตื่นมาคนขายก็มาปัดๆ กวาดๆ แล้วก็เตรียมของที่จะไปขายต่อ กินกันเข้าไปเชื้อโรคทั้งนั้น  
อ่าน 30 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:42 ]  เขียนโดย กลับมาอีกครั้ง กลับมาอีกครั้ง
 สาวๆ ทั้งหลาย ได้เวลาลุกขึ้นมา แต่งตัว บริหารเสน่ห์ กันอีกแล้ว เพราะยังไงเสีย การทำให้ตัวเองดูดี ก็เป็นสิ่งสำคัญวันยังค่ำ ก็เราเป็นผู้หญิงนี่นา จะมัวปล่อยเนื้อ ปล่อยตัว ให้โทรม แล้วให้เขา ไปชมสาวอื่น ว่าแต่งตัวสวยอยู่ได้ไง  ต้องรู้จักใส่ใจ ตัวเองกันบ้าง แต่จำไว้อย่างหนึ่งว่า ผู้ชายเขาชอบผู้หญิง แต่งตัวเป็น ไม่ใช่ แต่งตัวจัด เสียจนลืมดูว่า มันเหมาะกับ เรารึเปล่า เลือกสไตล์ที่เหมาะกับบุคลิกและรูปร่าง คุณรู้สึกยังไง เวลาเห็นผู้ชาย แต่งตัวเชยๆ ประเภทอ้วนแล้ว ยังชอบ ใส่เสื้อลาย กางเกงขาลอยเต่อ แค่นึกภาพก็ยี้ไม่อยากเดิน ด้วยเลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจ ที่ผู้ชายก็อาจจะคิดแบบนั้น กับหญิงสาว อย่างเราได้  เพื่อหลีกเลี่ยงอะไรที่ดูไม่เข้าท่า คุณควรสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับรูปร่าง เช่น ในเมื่อคุณช่วงบนของคุณผอม แห้งและแบนไม่ค่อยจะมีหน้าอก ก็อย่า พยายามทำเซ็กซี่ ด้วยการใส่เสื้อเกาะอก เพราะมันจะดูน่าเวทนา ซะมากกว่า หรือถ้าคุณมีช่วงคอสั้น ลืมเสื้อคอเต่า เสื้อคอจีบฟูๆ คอปกพลีส ไปได้เลย เรื่องของบุคลิกก็สำคัญ อย่าพยายามเปรี้ยว ถ้าคุณไม่ใช่คน มั่นใจในตัวเอง และอย่าเสแสร้งแกล้งทำเป็นสาวหวาน ถ้าตัวตน ของคุณจริงๆ นั้น ไม่ใช่เลย กระโปรง จริงอยู่ตอนนี้มินิ กำลังอินเทรนด์ แต่อย่าลืมดูด้วยว่า รูปร่างคุณ เป็นยังไง หากคุณโชคดีเกิดมามีรูปร่างผอมบาง ขาเรียวยาว นุ่งไปเลยเพื่อ ความเซ็กซี่สะดุดตา แต่ถ้าคุณอวบอัดแถมขา ยังสั้นม้อต้ออีก ก็อย่าฝืนสังขาร ส่วนใครขาผอมเป็นตะเกียบ ก็อย่าเพิ่งดีใจ ใส่สั้น ๆ น่ะยิ่งน่าเกลียด ต้องกระโปรงยาว หน่อยถึงจะดี  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นสาวเป็นนาง จะนุ่งกระโปรงสั้น ก็ควรอยู่ใน ขอบเขต กันหน่อย ไม่ควรใส่สั้นเสียจนดูเหมือนว่ากำลังอ่อยเหยื่อ ให้มาติดกับอะไรทำนองนั้น เดี๋ยวชายหนุ่มจะเห็น เราเป็นอย่างอื่น ไปซะก่อน กางเกงขายาว แต่ถ้าบางโอกาสคุณสวมกางเกง ควรใช้สีเข้มๆ น่าจะดีกว่า และถ้าจะให้ดี ควรหลีกเลี่ยงกางเกงพลีสและกางเกงผ้า ตาสก็อตใหญ่ๆ แต่ถ้าจะให้เท่ต้องกางเกงยีน ช่วยเสริมบุคลิก ได้ดีกว่า อีกทั้งดูลำลอง สบายๆ และเป็นกันเองดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใครรู้ตัวว่า มีสะโพกกลมกลึง ยีนจะช่วย กระชับรูปร่าง และทำให้คุณแลดูเป็นสาวมั่นมากขึ้น ถ้าจำเป็น ต้องสวมกางเกงขายาวอื่นๆ ที่มิใช่ยีนแล้วละก็ ควรใช้สีขาว ครีม หรือดำ จะดีกว่าสีส้ม หรือสีเหลืองที่ดูฉูดฉาดเกินไป กางเกงขาสั้น ถามไถ่ผู้ชายมาหลายรายแล้ว น่าแปลกมาก ที่ส่วนใหญ่ผู้ชาย ชอบผู้หญิงสวมกางเกงขาสั้น ยิ่งสั้นเท่าไหร่ยิ่งดี เป็นไอเดียที่ดี แต่ก็ควรดูให้เหมาะสม กับกาลเทศะ และวัฒนธรรมการแต่งกาย ของแต่ละสังคมด้วยกางเกงขาสั้น จะทำให้การเดินเหิน ของคุณ ดูมีชีวิตชีวาขึ้น และที่สำคัญควรเลือกสีเข้มๆ และแบบง่ายๆ ไม่วิลิศมาหราจนเกินไป ชุดรัดรูป ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กางเกง หรือ เดรสสั้น คุณต้องมั่นใจ เสียก่อน ว่าหุ่นคุณดีจริงๆ ถึงใส่ได้ เพราะชุดแบบนี้มักจะ ทำให้ รู้สึกอึดอัด ทุกข์ทรมาน อย่างแสนสาหัส สำหรับคนที่ค่อนข้างจ้ำม้ำ ถ้าเป็น เช่นนั้นแล้ว ก็อย่าใส่เสียดีกว่า จะได้ไม่ต้องกังวลว่า จะทำให้คุณ ดูเป็นผู้หญิงร่างใหญ่ เหมือนนางยักษ์อะไรทำนองนั้น  บางทีคุณอาจจะดูดีกว่า ถ้าอยู่ในชุดธรรมดาสบายๆ แต่ขอบอกตาม ตรงว่า ต่อให้คุณดูผอมลงสัก 10 กิโลก็ตาม บางทีชุดสไตล์นี้ ก็ไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ เพราะอาจทำลายความรู้สึก ในแง่บวก ของผู้ชายลงได้ จนแทบไม่เหลืออะไรอยู่เลย ส่วนเสริมอื่นๆ นอกจากเสื้อผ้า ยังมีส่วนเสริมอื่นๆ อีกเช่น ถุงน่อง, การรักษา ความสะอาดทั้งกลิ่นตัว และกลิ่นเสื้อผ้า ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่ง ในการแต่งกาย ไม่ใช่ใส่ชุดซะหรูเริ่ดแต่กลิ่นเสื้อผ้างี้เหม็นอับ แถมขี้เต่าก็ฟุ้งอีกต่างหาก ต่อให้แต่งเซ็กซี่กว่าบริทนีย์ สเปียร์ ร้อยเท่า ก็ยังควานหาเสน่ห์ไม่เจอ เลือกสีให้เหมาะให้ควร ควรสวมเสื้อผ้าสีเข้มๆ หรืออย่างมากที่สุดควร เป็นผ้าลายห่างๆ หรือริ้วๆ ที่ดูไม่ขัดกับรูปร่างคุณ ไม่ควรใส่สีสันที่ฉูดฉาดเหมือนเกมจิ๊กซอว์ต่อภาพ หรือลายผ้า ที่ฉวัด เฉวียง มากเกินไป จนลายตามองไม่ออกว่าจริงๆ แล้วรูปร่างของคุณเป็นอย่างไร เพราะเป้าหมาย ในการใส่เสื้อผ้า ของคุณคือ เพื่อช่วยเสริมบุคลิกภาพ และเน้นให้เห็นจุดเด่นต่างๆ ในตัว เพราะฉะนั้นไม่จำเป็น ที่คุณต้องซ่อนสัดส่วน ที่แสดงความ เป็นหญิง ไว้ภายใต้สี หรือลายผ้าที่ดู ยุ่งเหยิงสับสนอีกต่อไป ถ้าไม่มั่นใจ ให้เลือกใส่สีพื้นๆ เป็นหลักเพราะช่วยเสริมบุคลิก ได้ดีที่สุด เช่น สีดำ ขาว ครีม เบจแดง เหลือง และน้ำเงิน แต่ควร หลีกเลี่ยงสีชมพูหวานแหวว เพราะทำให้ดูเป็นเด็ก ผู้หญิงมาก กว่าจะเป็นหญิงสาว เว้นแต่ว่าดีไซน์จะเก๋และออกแบบ มาอย่างดี ส่วนสีเขียว ส้ม และสีม่วงแดง มักจะดึงดูดความ สนใจได้ดี แต่สร้างเสน่ห์ได้น้อยกว่าสีพื้นๆ  
อ่าน 37 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:41 ]  เขียนโดย กลับมาอีกครั้ง กลับมาอีกครั้ง
 กลิ่นหอมรอบกายไม่จำเป็นต้องเกิดจากการฉีดพรมน้ำหอมตลอดทั้งวัน แต่การที่ชีวิตของคุณมีแต่ความหอมรอบกาย ย่อมทำให้คุณมีความสุขสดชื่นและผ่อนคลายมากขึ้น   1. เวลาที่คุณสระผมเสร็จใหม่ๆ ด้วยแชมพูหอมสดชื่น ก่อนจะเป่าผมให้แห้งก็ลองหามูสหอมๆ หรือน้ำมันหอมลูบไล้ที่ผมก่อน แล้วจึงเป่าผม 2. ซักเสื้อผ้าของคุณด้วยน้ำยาซักผ้าที่มีกลิ่นหอม หยดน้ำมันหอมระเหยหรือน้ำหอมกลิ่นที่คุณชอบลงบนถุงเท้า (ที่ซักแล้ว) 3. อบไอน้ำด้วยตัวเอง โดยหากาละมังใส่น้ำร้อน แล้วหยดน้ำมันหอมระเหย 15 หยดลงไป แล้วยื่นหน้าไปใกล้กับกาละมังห่างประมาณ 1 ฟุต แล้วสูดดมความหอมให้ชื่นใจ 4. ขณะที่คุณนอนหลับให้ดมยาหม่อง หรือนำมันวิกวาโปลับ ถ้าคุณชอบกลิ่นของมัน เพราะจะทำให้คุณหายใจคล่องและหลับสบายขึ้น ถ้าคุณไม่ชอบก็ให้ลองใช้น้ำมันหอมระเหยหยดที่บริเวณปลอกหมอน 5. จุดเทียนหอมหรือเตาหอมในห้องนอน หรือห้องทำงานของคุณ 6. หยดน้ำมันหอมระเหย ในกระเป๋าของคุณ หรือหยดในทิชชู ผ้าเช็ดหน้าที่คุณใช้บ่อยๆ
อ่าน 54 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:39 ]  เขียนโดย ก้อคนคนนึง ก้อคนคนนึง
 หลายท่าน ก็เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า จากการขับรถหรือนั่งรถระยะทางไกล ๆ  บางคนก็ปวดเมื่อยเนื้อตัวจากการตะลุยป่า หรือเล่นวอลเลย์บอลชายหาดหนักไปหน่อย...  วันนี้กลับสู่ความจริงกันแล้วนะค่ะ.. งานสูงท่วมหัว โบกมือหย็อย ๆ รอเคลียร์งาน อยู่บนโต๊ะ.. แต่ก่อนจะเริ่มลุยสะสางงาน คงต้อง ขจัด อาการ เมื่อยล้า โดยเฉพาะ ที่เท้าของคุณ นี้ออกเสียก่อน ดีกว่านะคะ.. Clove Oil Foot Rub น้ำมันกานพลู 1 ช้อนชา น้ำมันงา 1 ช้อนชา น้ำมันกานพลู มีคุณสมบัติเป็นยาชาอ่อน ๆ จะช่วยแบ่งเบา  ภาวะเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อได้อย่างดีเยี่ยม  และน้ำมันงายังช่วยลดอาการอักเสบ ซึ่งเมื่อผสมน้ำมัน ทั้งสองนี้เข้าด้วยกัน คุณจะได้น้ำมันนวดเท้าที่สมบูรณ์แบบ  ก่อนนอนใช้น้ำมันนี้นวดคลึงเบา ๆ ที่เท้าจนน้ำมัน  ซึมซาบเข้าสู่ใต้ผิวหนัง ใส่ถุงเท้านุ่ม ๆ ห่อไว้ทั้งคืน  ในตอนเช้าคุณจะพบว่า อาการเมื่อยล้าของ คุณดีขึ้น  และผิวหนังบริเวณเท้าก็ชุ่มชื้นด้วย Peppermint Oil Foot Rub เจลว่านหางจระเข้ 2 ช้อนโต๊ะ Peppermint 1/2 ช้อนโต๊ะ ผสมส่วนผสมทั้งสองให้เข้ากัน และใช้ชโลมนวดเท้าให้ทั่ว  Peppermint จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า  ในขณะเดียวกัน ความเย็นของเจล ว่านหางจระเข้  จะช่วยเสริมให้คุณรู้สึกเย็นสบายยิ่งขึ้นไปอีก  ใช้เป็นประจำหลังอาบน้ำ หรือช่วงพักผ่อนดูทีวี  ยิ่งจะช่วยให้คุณผ่อนคลายและสบายเท้าค่ะ Tea Tree Oil Foot Spray น้ำมะนาวคั้นสด 4 ช้อนโต๊ะ Vodka 5 ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด 4 ช้อนโต๊ะ Lemon essential oil 2 หยด Tea tree oil 5 หยด สูตรนี้ เป็นของแถมปิดท้าย  สำหรับ ผู้มีปัญหา เรื่องกลิ่น ไม่พึงประสงค์บริเวณเท้าค่ะ..  ผสม ทั้งหมดนี้ ลงในขวด หัวฉีดสะอาด เขย่าเบา ๆ ให้  ส่วนผสม เข้ากัน ใช้ฉีดที่ เท้าหลังทำความสะอาดแล้ว  และเขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้งค่ะ...
อ่าน 19 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:38 ]  เขียนโดย เทพีแห่งสงคราม เทพีแห่งสงคราม
 1. ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ตัวเราเอง 2. ความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอวดดี 3. การกระทำที่โง่เขลาที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การหลอกลวง 4. สิ่งที่แสนสาหัสที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอิจฉาริษยา 5. ความผิดพลาดมหันต์ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การยอมแพ้ตัวเอง 6. สิ่งที่เป็นอกุศลที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การหลอกลวงตัวเอง 7. สิ่งที่น่าสังเวชที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การถดถอยของตัวเอง 8. สิ่งที่น่าสรรเสริญที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความวิริยะ อุตสาหะ 9. ความล้มละลายที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การสิ้นหวัง 10. สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ สุขภาพที่แข็งแรง 11. หนี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ หนี้บุญคุญ 12. ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การให้อภัยและเมตตากรุณา 13. ข้อบกพร่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การมองโลกในแง่ร้ายและไร้เหตุผล 14. สิ่งที่ทำให้อิ่มอกอิ่มใจที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การให้ทาน
อ่าน 37 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:37 ]  เขียนโดย กลับมาอีกครั้ง กลับมาอีกครั้ง
 1.อาการไข้หวัดและกระเพาะปัสสาวะอักเสบ  หญิงวัย 42 ไปพบแพทย์ด้วยอาการไข้หวัดและกระเพาะปัสสาวะอักเสบ  หลังกินยารักษาอาการติดเชื้อที่หมอจัดให้อาการก็ดีขึ้น ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา  เธอปวดบริเวณเหงือกและมีเลือดออกตามไรฟัน  แต่คิดว่าคงเป็นอาการปวดจากฟันคุดจึงไปพบทันตแพทย์ หลังผ่าตัดฟันคุด  ทันตแพทย์สงสัยลักษณะผิดปกติบริเวณเหงือก  จึงตัดชิ้นเนื้อดังกล่าวส่งไปตรวจและแนะนำให้คนไข้ตรวจเลือดด้วย  วันต่อมา หมอแจ้งให้เธอรีบไปตรวจกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันทีเนื่องจากผลการตรวจชิ้นเนื้อ  ยืนยันว่าเธอเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว  ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตบางคนรีบไปพบแพทย์ทันทีที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย  แต่คนจำนวนมากกลับเพิกเฉยไม่สนใจเนื่องจากรู้เท่าไม่ถึงการณ์อายหรือกลัวหมอ  แม้เลือดออกตามไรฟันจะเป็นอาการเบื้องต้นของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่พบไม่บ่อยนัก  แต่คนส่วนใหญ่ก็มักมองข้ามอาการอื่นที่พบบ่อยกว่าอยู่เสมอ 2. เจ็บหน้าอก “เดี๋ยวก็หายเอง”  ผู้ป่วยหลายคนมักกล่าวเช่นนี้เมื่อมีอาการเจ็บหน้าอกโดยหารู้ไม่ว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย  ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ปี 2542  คนไทยเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด 42,288 คน  ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งทุกชนิดรวมกัน (36,091 คน)  เมื่อรู้สึกเจ็บหน้าอก คนทั่วไปมักคิดว่าเป็นเพราะอาหารไม่ย่อย  โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นขณะออกกำลัง  ผู้ป่วยโรคหัวใจมักบรรยายลักษณะอาการเจ็บหน้าอกว่ารู้สึกอึดอัดแน่นคล้ายโดนบีบหรือเจ็บแปลบหน้าอก  บางครั้งอาการเจ็บลามไปที่ขากรรไกร คอ หลัง หรือแขน  บางรายมีอาการหายใจตื้น เหงื่อออก หรือคลื่นไส้ร่วมด้วย  ผู้ที่มีน้ำหนักเกินระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง  เป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือเบาหวานมีโอกาสเกิดโรคได้รุนแรงกว่าดังนั้น  แม้เริ่มเจ็บหน้าอกเพียงเล็กน้อยก็ควรรีบไปพบแพทย์  หากเจ็บหน้าอกนานต่อเนื่องหลายนาทีควรตามรถพยาบาลฉุกเฉิน  อย่าขับรถไปโรงพยาบาลด้วยตนเองเพราะอาจเกิดอันตรายร้ายแรงได้ 3. เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ  สมรรถภาพทางเพศเป็นประเด็นที่แพทย์มักละเลยไม่ถามถึงเมื่อมีการตรวจร่างกาย  ทั้งนี้อาจเป็นเพราะรีบร้อนหรือผู้ป่วยไม่สะดวกใจหากต้องปรึกษาปัญหาทางเพศกับแพทย์  ปัญหานี้เป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยจากการใช้ยาคลายความซึมเศร้าและยาลดความดันโลหิต  “การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศเป็นอาการเริ่มต้นของโรคหลายชนิด”  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็น  “การหมดความต้องการทางเพศทั้งในผู้ชายและผู้หญิง  หรือภาวะองคชาตไม่แข็งตัวอาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคเบาหวาน ต่อมไทรอยด์  โรคซึมเศร้า และเนื้องอกบางชนิด” งานวิจัยล่าสุดพบว่า  ภาวะองคชาตไม่แข็งตัวเป็นเครื่องบ่งชี้ที่ดีว่าผู้ป่วยอาจเป็นโรคหัวใจระยะเริ่มต้น 4. การนอนหลับผิดปกติ  คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าการนอนไม่หลับหรือหลับมากผิดปกติเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนซึ่งมีภาระหน้าที่มาก  ความจริงแล้ว ลักษณะการนอนที่เปลี่ยนแปลงไปอาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคซึมเศร้า  บางคนมีโรคซึมเศร้าแอบแฝงอยู่โดยไม่รู้ตัว  ผู้ป่วยจึงไม่แสดงอาการผิดปกติและไม่ยอมรับว่าตนเองเป็นโรค  ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงตามมา เช่น ครอบครัวหรือหน้าที่การงานล้มเหลว  ติดสุราหรือสารเสพย์ติด เป็นโรคหัวใจ หรืออาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย  “แม้แต่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองป่วยก็ยังมองว่าการนอนเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ  หมอจึงมักถามคนไข้ว่านอนหลับดีหรือไม่” แพทย์อธิบาย  “คำถามนี้ช่วยให้วินิจฉัยคนไข้โรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลได้ดีขึ้น”  การนอนหลับที่ผิดปกติส่งผลให้เกิดความเครียด ติดสุราหรือกาแฟ  บางครั้งอาจเป็นอาการของโรคบางชนิด เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคไต หรือโรคเบาหวาน  ผู้ที่ต้องนอนหนุนหมอนสูงๆจึงจะหลับได้อาจมีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ  เพราะการนอนในท่านั้นทำให้เลือดไหลเวียนไปที่เท้ามากขึ้น  ผลข้างเคียงจากการใช้ยา ปวดศีรษะ คลื่นไส้ วิงเวียน ผื่นตามร่างกาย หายใจไม่สะดวก ฯลฯ  เหล่านี้อาจเป็นอาการของโรคหลายชนิด แต่คนส่วนใหญ่มักคิดไม่ถึงว่าจะเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยา  เมื่อคุณเริ่มใช้ยาชนิดใหม่และมีอาการข้างเคียงควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีและหากจะพบแพทย์ครั้งต่อไป จดรายชื่อยาทุกชนิดรวมถึงสมุนไพรที่คุณใช้เป็นประจำแนบไปด้วยเพื่อแจ้งให้แพทย์ทราบ 5. การขับถ่ายผิดปกติ  “การขับถ่ายอุจจาระของแต่ละคนมีความสม่ำเสมอแตกต่างกันบางคนถ่ายวันละครั้ง  บางคนบ่อยกว่า บางคนห่างกว่าซึ่งล้วนแต่ปกติทั้งสิ้น”  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าว “หากการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไปจากปกติหรือไม่สม่ำเสมอ  อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เช่นเดียวกับอาการถ่ายมีเลือดปนหรืออาการปวดท้อง”  บางครั้งโรคทางจิตเวชเช่นโรคซึมเศร้าหรือโรควิตกกังวลก็อาจทำให้การขับถ่ายผิดปกติได้เช่นกัน  ระบบทางเดินอาหารของผู้ป่วยอาจผิดปกติ เช่น ท้องเสีย ปวดท้อง ฯลฯ  กลุ่มอาการดังกล่าวเรียกโดยรวมว่า โรคเครียดลงลำไส้ (irritable bowel syndrome)  ซึ่งเป็นโรคที่มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางจิตใจ  ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยรายหนึ่งซึ่งก่อนออกจากบ้านจะต้องตรวจดูเตาแก๊สและประตูว่าปิดสนิทดี  หรือยังไม่ต่ำกว่า 15 ถึง 20 ครั้งเธอไปพบแพทย์เนื่องจากมีอาการอึดอัดในท้องทั้งที่จริงๆ แล้วมีปัญหาทางจิต สำคัญกว่านั่นคือโรคย้ำคิดย้ำทำ 6. ความเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนัง ผู้ป่วยรายหนึ่งไปพบแพทย์ด้วยปัญหาก้อนเนื้อบริเวณขาซึ่งกลายเป็นถุงน้ำ  ผู้ป่วยรายนี้มีปานดำอยู่ก่อนแล้ว แพทย์จึงขอตรวจดูผิวหนังทั้งตัว  “ตอนแรกผู้ป่วยบ่ายเบี่ยงไม่ยอมถอดเสื้อผ้าแต่พอทราบถึงความจำเป็นในการตรวจก็เข้าใจ”  หมอเล่า หมอตรวจพบปานสีน้ำตาลขอบไม่ชัดบริเวณหัวไหล่ซึ่งผู้ป่วยทราบอยู่แล้วและ  คิดว่าเป็นปานปกติ แต่หมอขอตัดชิ้นเนื้อไปเพื่อตรวจหามะเร็งผิวหนัง  มะเร็งผิวหนังเป็นมะเร็งที่พบบ่อยประเภทหนึ่ง “เมลาโนมา” คือปานดำที่กลายเป็นมะเร็งได้  และตรวจพบประมาณร้อยละสี่ของมะเร็งทั้งหมดแต่มีความรุนแรงสูง ร้อยละ 80  ของผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งผิวหนังเกิดจากเมลาโนมา ระหว่างปี 2516 ถึง 2540  จำนวนผู้ป่วยเมลาโนมารายใหม่ที่ตรวจพบในแต่ละปีเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่า  เมลาโนมามีทางรักษาให้หายขาดได้หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก  ซึ่งมะเร็งยังไม่แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น  ผลการตรวจชิ้นเนื้อของคนไข้รายนี้พบว่าเป็นมะเร็งผิวหนังชนิดหนึ่งที่มีความรุนแรงน้อยกว่าเมลาโนมา  ดังนั้น ทุกคนจึงควรตรวจดูร่างกายตนเองอย่างสม่ำเสมอ  หากพบว่าไฝหรือปานมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือสีเปลี่ยนไปควรปรึกษาแพทย์ทันที  หรือให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจผิวหนังทั้งร่างกายปีละครั้ง  ความอายและความกลัวเป็นปัญหาใหญ่พอๆกับการละเลยไม่ใส่ใจอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น  “การกลัวหมอ” หรือ “กลัวที่จะรู้ความจริง”  ทำให้หลายคนไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีแพทย์ส่วนใหญ่รู้จักความกลัวประเภทนี้ดี  แพทย์คนหนึ่งกล่าวว่า  “หลังตรวจเสร็จและกำลังจะเปิดประตูออกไปคนไข้จำนวนไม่น้อยมักนึกอะไรขึ้นได้และกล่าวว่า  “อ้อ อีกอย่างค่ะหมอ”  “อาการอีกอย่างที่ว่านี้มักร้ายแรงกว่าอาการที่นำพาคนไข้ให้ไปพบแพทย์”  คนไข้จำนวนมากเข้าข่ายนี้ จิตแพทย์คนหนึ่งให้ความเห็นว่า  “พฤติกรรมของผู้ป่วยมักสะท้อนถึงความกังวล  ความกระวนกระวายใจหรือความกลัวที่มีต่ออาการเจ็บป่วย”  ผู้ป่วยหลายคนพยายามสร้างทฤษฎีใหม่ขึ้นเองเพื่ออธิบายความเจ็บป่วยของตน  วิธีนี้ไม่ช่วยให้เข้าใจอาการเจ็บป่วยหรือลดความกลัวลงได้  วิทยาการในปัจจุบันสามารถรักษาโรคร้ายต่างๆให้หายขาดได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อสิบปีก่อน  โดยเฉพาะหากได้รับการรักษาตั้งแต่แรก ดังนั้น  ทุกครั้งที่ไปพบแพทย์จงกล้าพูด  อย่ากลัว และไม่ต้องรีบร้อน  เตรียมจดคำถามหรือหัวข้อที่ต้องการปรึกษาแพทย์ไว้ล่วงหน้า  เรื่องสำคัญที่สุดควรจัดไว้เป็นหัวข้อแรก  แพทย์หลายคนมีความเห็นตรงกันว่าอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นทุกชนิดล้วนมีความสำคัญ  แพทย์คนหนึ่งกล่าวว่า “คนส่วนใหญ่มักละเลยอาการเจ็บป่วยที่ตนเห็นว่าไม่สำคัญ  แต่คนไข้ไม่ควรตัดสินใจด้วยตนเองว่าอาการเจ็บป่วยใดสำคัญหรือไม่”  การกล่าวเช่นนี้ไม่ได้ต้องการให้ทุกคนตีตนไปก่อนไข้  แต่อยากให้มีสติในการไตร่ตรองและไม่มองข้ามเรื่องเล็กน้อย อย่างเช่น  หากคุณสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างของร่างกายในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา  ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยดีกว่ารอให้อาการลุกลามยิ่งขึ้น  กรณีของผู้ป่วยหญิงวัย 42 ที่กล่าวข้างต้นนั้น  เธอไม่ได้ละเลยกับอาการเล็กน้อย เช่น เลือดออกตามไรฟัน  แพทย์จึงวินิจฉัยพบโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวตั้งแต่ระยะต้น หกปีต่อมา  หลังได้รับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก เธอยังมีสุขภาพแข็งแรง  และเป็นหนึ่งในจำนวนร้อยละ 20 ถึง 30  ของคนไข้โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในผู้ใหญ่ที่มีช่วงปลอดโรคเป็นระยะเวลานาน  เธอประทับใจหมอที่ดูแลเป็นอย่างดีและไม่ได้รักษาเพียงอาการเล็กน้อยที่  ปรากฏ หากยังมองเห็นโรคร้ายที่แอบแฝงอยู่ด้วย
อ่าน 23 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:36 ]  เขียนโดย กลับมาอีกครั้ง กลับมาอีกครั้ง
 หลายคนคงเคยเจอกับปัญหา เรียนตก เรียนไม่เก่ง หัวไม่ดี กันมาทั้งนั้น แต่!เราจะมีวิธีแก้ไขมันยังไง ทำให้เราเป็นคนเรียนดี เรียนเก่งได้นั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย หากเพื่อนๆ มีความตั้งใจที่จะทำให้สำเร็จจริงๆ อย่าไปคิดว่าเราเป็นคนเรียนไม่ดี เรียนไม่เก่ง สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราท้อ และล้มเลิกความตั้งใตในการเรียน หรือจะทำสิ่งต่างๆก็ตาม ให้จำไว้ว่าคนเรียนเก่งนั้น ใันต้องเริ่มจากตัวเรา ถ้าเราขยัน หมั่นอ่านหนังสือทุกวัน ซึ่งไม่จำเป็นเลยว่าจะต้องอ่านทีละเยอะๆ อ่านนานๆ แค่เรารู้จักแบ่งเวลา จัดตารางอ่านหนังสือ แค่นี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วที่เราจะสามารถกลายเป็นคนเรียนเก่ง ^^ ถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ลองมาดู 10 เทคนิคเรียน ให้เป็นคนเรียนเก่ง กันค่ะ ^^ 1. คนเรียนเก่ง แบ่งเวลาเป็น เคล็ดลับข้อแรก ถึงแม้ว่าเราจะชอบเล่นเกมส์ อ่านการ์ตูน เล่นกีฬา ดูหนัง ฟังเพลง ช้อปปิ้ง ฯลฯ ขอแค่เราแบ่งเวลาให้เป็น เวลาไหนเล่นก็เล่น เวลาไหนเรียนก็เรียน จะเล่นวันละกี่ชั่วโมงก็ได้ แต่ขอเจียดเวลามาเรียนนอกเหนือจากในห้องเรียนสักวันละ 30 นาที ? 1 ชั่วโมงก็พอแล้ว (เสาร์-อาทิตย์ไม่ต้องก็ได้) ทำง่ายๆแต่ได้ผลชงัดนัก 2. คนเรียนเก่ง ทบทวนล่วงหน้า-หลังเรียน เข้าหัวไม่ต้องจำ เชื่อว่าข้อนี้ถูกใจคนขี้เกียจจำไม่น้อย (นายติวฟรีเองก็ด้วย หึหึ) เคล็ดลับง่ายๆ อ่านล่วงหน้าก่อนเข้าห้องเรียนสัก 10-15 นาที อ่านผ่านๆแค่หัวข้อก็พอว่าวันนี้เราจะเรียนอะไรบ้าง พอตกเย็น ก็อ่านทบทวนผ่านๆอีกรอบว่าวันนี้เราเรียนอะไรไป วันต่อวัน มันจะเข้าไปอยู่ในหัวเองไม่ต้องออกแรงจำให้เมื่อย แถมทำบ่อยๆมันจะประติดประต่อกันเองทั้งเทอม โอ้ สบายเลย 3. คนเรียนเก่ง ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง แม้หลายๆคนจะรู้อยู่ว่าดินพอกหางหมูไม่ดี แต่ก็เชื่อว่าทุกๆคนก็เคย หรือยังมีดินพอกหางหมูอยู่ทั้งนั้น นายติวฟรีเองเคยพอกนานถึงสองเดือนด้วยซ้ำ มันลำบากมากที่ต้องมาตามแก้ดินพอกหางหมู บางครั้งใช้เวลามากกว่าเดิม 3 เท่าบ้าง 4 เท่าบ้าง รู้งี้ทำซะเลยไม่ปล่อยให้พอกก็ดีหรอก T_T 4. คนเรียนเก่ง ไม่เรียนอัดก่อนสอบ ข้อนี้ตามสองข้อที่แล้วมาติดๆ ถ้าน้องปล่อยพอกไว้ตั้งแต่ต้นเทอม ยันปลายเทอม แล้วมาอัดอ่านทีเดียวก่อนสอบ มันจะไม่ทันเอา หลายเรื่อง หลายวิชา ถ้าใครเคยเรียนอัดก่อนสอบคงรู้ดี (นายติวฟรีก็เคยทำ) ว่า อ่านบทแรกก็ยังโออยู่ แต่พออ่านบทสอง ดั๊นลืมบทแรก พออ่านบทสาม ดั๊นลืมบทสอง ฯลฯ แบบนี้เรียกว่า ได้หน้าลืมหลัง มาดูตัวอย่างสดๆกันตรงนี้เลย นายติวฟรีถามว่า เคล็ดลับข้อแรกคืออะไร (ห้ามย้อนกลับไปอ่านนะ) เชื่อว่าตอบไม่ได้กันเกินครึ่ง อิอิ จริงๆแล้วมันมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนอยู่นะว่า สมองของคนเรา จะสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆได้ดีโดยค่อยๆจดค่อยๆจำสะสมไปเรื่อยๆ ถ้ามาพยามจดจำในระยะเวลาสั้นๆมันจะไม่เข้าหัว ขนาดไอน์สไตน์ฉลาดเป็นกรด ก็ยังจำเยอะๆในเวลาสั้นๆไม่ไหวเลย 5. คนเรียนเก่ง ลงมือทำโจทย์ แบบฝึกหัด การบ้าน น้องๆหลายคนมองข้ามการทำโจทย์และแบบฝึกหัดต่างๆไปโดยสิ้นเชิง แล้วกลับไปให้ความสำคัญกับการเรียนเนื้อหา หรือทฤษฎีต่างๆ หลายๆคนหนักข้อ แบบฝึกหัดข้อแรกที่ได้ทำคือในห้องสอบนั่นเอง แล้วมันจะทำได้ยังไง T_T พอออกมาจากห้องสอบก็น้ำตาตกในทำไม่เป็น นักฟุตบอลเก่งๆอย่างเมสซี่ เขามีความลับในความเก่งซ่อนอยู่ นั่นคือ เขาใช้เวลาเรียนทฤษฎีนิดเดียว เอาให้ได้ครบสักรอบสองรอบก็พอ แล้วใช้เวลาที่เหลือไปทุ่มเทให้กับการซ้อมในสนาม (ทำแบบฝีกหัด) อย่างหนักทุกวันๆ ถ้าอยากเรียนเก่งเหมือนเมสซี่เล่นบอลเก่ง เราก็ต้องขยันทำแบบฝึกหัดเยอะๆเข้าไว้ ^^ 6. คนเรียนเก่ง ทำ mindmap เรียนรู้จากภาพใหญ่ไปภาพเล็ก มันจะง่ายกว่าเยอะมากถ้าเรามองความสัมพันธ์ของเนื้อหาทั้งหมดโดยรวม ว่ามันเกี่ยวข้องกับอะไร แล้วมีหัวข้ออะไรบ้าง แต่ละหัวข้อเกี่ยวข้องกันอย่างไร อย่างการทำ mindmap นั้นช่วยได้มากๆ ที่สำคัญทำง่ายด้วย ไม่ต้องคิดว่ามันเป็นเรื่องยาก แค่มีกระดาษกะปากกา ก็สามารถทำเองได้แล้ว 7. คนเรียนเก่ง ทำสรุป/ช้อตโน้ตด้วยตัวเอง การทำสรุปหรือช้อตโน้ตจะเป็นเสมือนการทบทวนและสรุปเนื้อหาด้วยตัวเอง น้องๆจะมีสรุปของเพื่อนที่เก่งๆก็ได้ แต่สำคัญคือ ให้ทำเวอร์ชันของตัวเองด้วย (เขียนสรุปจากสรุปของเพื่อนก็ได้นะ) แค่การทำก็เหมือนว่าได้ทบทวนไปแล้วรอบนึง ที่สำคัญคือ เมื่อตัวเองมาอ่านสรุปของตัวเองแล้วนั้น มันจะจำได้ชัดเจนมากกว่าการอ่านสรุปของคนอื่นมากๆ ยิ่งถ้าเขียนสรุปด้วยปากกาหลายสี วาดรุปน่ารักๆลงไป บางครั้งในห้องสอบ จำได้ด้วยแน่ะ ว่าตรงนี้เราสรุปด้วยปากกาสีอะไร วาดรูปอะไรลงไป 8. คนเรียนเก่ง ติวเป็นกลุ่มกับเพื่อน ผลัดกันถาม ผลัดกันตอบ การอ่านคนเดียวบางครั้งเราก็มองข้ามเรื่องสำคัญบางเรื่องไป การจับกลุ่มกะเพื่อน ติว หรือผลัดกันถามตอบ ก่อนสอบ จะทำให้เราได้ในส่วนที่เรามองข้ามไป ถึงบางอ้อหลายจุด บางครั้งการจับกลุ่มถามตอบก่อนเข้าห้องสอบไม่กี่ชั่วโมงก็ทำให้เราจำอะไรดีๆได้มากกว่าที่คิดอีกนะ 9. มั่นใจในตัวเอง อย่าคิดว่าตัวเองไม่เก่งเรียนยังไงก็ไม่ได้ ข้อห้ามที่สำคัญมากๆ ห้ามคิดว่าตัวเองไม่เก่งแล้วไม่สามารถทำได้เด็ดขาด เด็กไม่เก่งก็มีวิธีเรียนดีของเด็กไม่เก่งเหมือนกัน ท้อได้แต่ห้ามยอมแพ้เด็ดขาด! 10. คนเรียนเก่ง ดูแลตัวเอง กินให้พอ นอนให้พอ หลายๆคนคิดว่า นี่คือเคล็ดลับตรงไหนเนี่ย แต่ที่จริงแล้ว มันเป็นสุดยอดเคล็ดลับ ที่ทำให้น้องเก่งจากภายใน ร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ กินอิ่มนอนหลับ จะส่งผลให้ สมองปลอดโปร่งตามไปด้วย พอสมองปลอดโปร่ง จะแล่นมาก จำอะไรได้ง่ายกว่า เร็วกว่า เยอะกว่า ไม่ลองไม่รู้นะเออ
อ่าน 26 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:35 ]  เขียนโดย กลับมาอีกครั้ง กลับมาอีกครั้ง
 วันทานาบาตะ เป็นวันเทศกาลของญี่ปุ่น ตรงกับวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี (ทานาบาตะ แปลว่า ยามเย็นของวันที่เจ็ด)  เทศกาลทานาบาตะนี้ ชาวญี่ปุ่นจะเขียนคำอธิษฐานลงบนกระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้า 5 สี ที่เรียกว่า "ทังซะขุ" (Tanzaku) แล้วนำไปห้อยบนกิ่งไผ่ พร้อมด้วยของประดับอื่นๆ เช่น กระดาษตัดเป็นรูปคล้ายๆ โซ่แทนสัญลักษณ์ของทางช้างเผือก วันรุ่งขึ้นก็จะนำกระดาษอธิษฐานเหล่านี้ไปลอยน้ำ พอเข้าหน้าร้อน งานเทศกาลสุดป๊อบของชาวญี่ปุ่นงานหนึ่งก็คงหนีไม่พ้น เทศกาลทานาบะตะ (Tanabata) หรือที่รู้จักกันว่าเป็นเทศกาลแห่งดวงดาว เทศกาลดวงดาว (Tanabata Matsuri) ซึ่งตามตำนานเชื่อกันว่า เป็นวันที่ดาวเจ้าหญิงทอผ้าโคจรข้ามทางช้างเผือกมาพบกับดาวคนเลี้ยงวัวที่เป็นชายคนรัก ในวันนี้ผู้คนจะพากันเขียนคำอธิษฐานลงบนแถบกระดาษ 5 สี แล้วแขวนบนกิ่งไผ่ พอวันรุ่งขึ้นก็จะนำไปลอยน้ำ พร้อมกับพับนกกระเรียนกระดาษประดับในสวน เพื่ออธิษฐานขอพรให้เขียนหนังสือและทำการฝีมือเก่งๆ เทศกาลนี้จะจัดอย่างใหญ่โต โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานทะนะบะตะของเมืองเซนได(Sendai) ในจังหวัดมิยะงิ(Miyagi) และฮิระทสึขะ(Hiratsuka) ในจังหวัดคะนะงะวะ(Kanagawa) ที่มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปชมงานกันมากมายจนกลายเป็นจุดส่งเสริมการท่องเที่ยว เทศกาลทานาบาตะ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนในสมัยโบราณ เมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน เข้ามาสู่ประเทศญี่ปุ่นในสมัยนาระ(พ.ศ.1253-1337) แต่เพิ่งได้รับความสนใจในสมัยเฮอัน(พ.ศ.1337-1728) จนมาถึงสมัยเอโดะ(พ.ศ.2143-2410) ซึ่งเป็นยุคสมัยที่อิทธิพลจากประเทศในซีกโลกตะวันตกเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น เด็กผู้หญิงมักจะขอพรให้ทอผ้าและทำงานฝีมือเก่ง ส่วนเด็กผู้ชายก็มักจะขอพรให้เรียนหนังสือเก่งๆ และได้เป็นคนใหญ่คนโต เทศกาลทานาบาตะ เป็นเทศกาลของชาวตะวันออก คือประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี (เวียดนามด้วย) สำหรับคนไทยเราอาจจะเป็นแค่เทศกาลธรรมดาไม่มีความสำคัญไปมากกว่าเทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ หรือแม้แต่วันวาเลนไทน์ แต่สำหรับที่นั่นถือว่าเป็นเทศกาลที่สำคัญมากๆๆๆๆ ถึงมากที่สุด เป็นเทศกาลเก่าแก่ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ จัดทีไรมีความสุขทุกที วันทานาบาตะ..คือวันแห่งความรักและความ สุขสมหวังของดวงดาว 2 ดวง ดวงแรกมีนามว่า "โอริ ฮิเมะ" และดวงที่สองมีนามว่า "ฮิโกโบชิ" ตามความ เชื่อของคนญี่ปุ่นที่ได้เล่ากันต่อ ๆกันมาว่า ดวงดาวสองดวงนี้ต้อง พลัดพราก จากกันโดยมีทางช้างเผือก หรือที่คนญี่ปุ่นสมัยโบราณตั้งชื่อให้ว่า "อามาโน่ คาวา" ตามจินตนาการของคนสมัยโบราณจะมองเห็น ทางช้างเผือกที่มีดวงดาวนับร้อยนับพันดวงมารวมกันเป็นทางยาวนั้นเขามอง เห็นเป็นเหมือน แม่น้ำสายใหญ่และตั้งชื่อให้ว่า "อามาโน่ คาวา"ซึ่งแปลตาม ศัพท์ตรง ๆว่า" แม่น้ำแห่งสวรรค์" และแม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำสายที่ขวางกั้น ดวงดาวสองดวงให้ต้องพลัดพรากจากกัน แต่ในทุก ๆ ปี ของวันที่ 7 เดือน 7 (กรกฏาคม) ซึ่งเป็นวันที่ทางช้างเผือกจะออกมาปรากฏบนท้องฟ้าของ ประเทศ ญี่ปุ่นให้ได้เห็นกันในทุก ๆปีนั้น..จะเป็นวันที่ดวงดาวสองดวงคือ "โอริ ฮิเมะ" กับ "ฮิโกโบชิ" จะได้มีโอกาสได้มาพบกันสมดังใจที่คิดถึงและปรารถนาของทั้งสอง และในวันนี้ก็เป็นวันที่ให้กำเนิดพิธี "ทานาบาตะ" ขึ้นมาคนญี่ปุ่นจะเชื่อถือและเล่ากันต่อ ๆมาสู่ลูก ๆหลาน ๆว่า"ให้ไปตัดต้นไผ่ นำมาปักไว้ในรั้ว บ้าน และให้เขียนคำอธิษฐานใส่กระดาษ นำไปผูกไว้ที่ต้นไผ่ที่ ตัดมา แล้วคำอธิษฐานอันนั้นก็อาจ จะได้ผลสมประสงค์สมดังใจปรารถนาเหมือน ๆ กับ"โอริ ฮิเมะ" และ "ฮิโกโบชิ"ที่ได้สมหวัง และได้พบกันในวันนั้น..
อ่าน 18 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:33 ]  เขียนโดย กลับมาอีกครั้ง กลับมาอีกครั้ง
 1. พุงจอมขี้เกียจ : คนที่มีพุงแบบนี้มักมีไขมันเกิดจากการออกกำลังกายน้อยและชอบกินขนมหวานและแป้ง มักจะมีไขมันสะสมบริเวณต้นขาและสะโพกแต่โชคดีที่ลดง่าย >> ทางที่ดีลดของหวาน, แป้ง และหัดเดินวันละ 45 นาที หรือฝึกโยคะง่ายๆ ที่บ้านนะคะ 2. พุงจอมเครียด : ใครที่กินอาหารไม่ตรงเวลา, ชอบดื่มกาแฟ, กินฟาส์ตฟู้ดเป็นประจำ หรืออกกำลังกายมากเกินไประวังจะเครียดลงพุง! >> ถ้าไม่อยากให้พุงเครียดลองหาเวลาเข้าสปา,ไปนวดผ่อนคลายหรือออกกำลังแบบเบาๆ ดู นะคะ 3. พุงยื่น : มักเกิดกับคนที่เพิ่งคลอดบุตรและไม่มีเวลาดูแลตัวเอง หรือดูแลตัวเองผิดวิธี >> วิธีแก้ คือ เมื่อครบ 2-3 เดือนหลังคลอด รอจนร่างกายพร้อมแล้วค่อยเริ่มทำกายบริหารในท่านอนจะฝึกโยคะหรือพิลาทิสก็ไม่ว่ากันจ้า 4. พุงอืด : พุงแบบนี้จะแบนเรียบในช่วงเช้าแต่มาป่องระหว่างวัน อาจเกิดจากการแพ้หรือไม่ถูกกับอาหารบางชนิด อาหารเลยไม่ย่อยเกิดแก๊ซในท้อง >> ให้ลองทานอาหารช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด เลี่ยงพวกเค้ก ขนมปังและอย่ากินมื้อดึกจะช่วยให้พุงหายอืดได้จ้า
อ่าน 26 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:30 ]  เขียนโดย กลับมาอีกครั้ง กลับมาอีกครั้ง
 สีขาว กางเกงและกระโปรงสีขาวที่สวมเป็นประจำจะบอกให้รู้ว่าผู้สวมเป็นคนตัดสินตัวเองว่าเป็นผู้ที่ดีเลิศแล้ว แต่คนที่ตัดสินตัวเองเช่นนี้ก็มักจะตัดสินคนอื่นได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ผู้ที่สวมสีขาวต้องการให้คนอื่นชื่นชมและเคารพในความงามทางร่างกายของตนหรือในความสำเร็จของตน แต่ไม่ต้องการให้คนอื่นเข้ามาใกล้เพราะอาจจะทำลายจินตนาการของตนหรือท้าทายความรู้สึกในเรื่อง ความเลอเลิศซึ่งให้สร้างให้ตนเองมีความมั่นคงทางอารมณ์ขึ้นมา พวกเขาเป็นคนกระฉับกระเฉงและปรับตัวให้มากกว่า คนส่วนใหญ่เขาจะสามารถเป็นอะไรก็ได้ตามความต้องการ เพื่อที่จะได้มาเพื่อความชื่นชมสรรเสริญที่ตัวเขาต้องการ และมีชีวิตอยู่ได้ด้วยสิ่งนี้ ถ้าใช้สีนี้บางครั้งบางคราวก็กล่าวว่าคุณต้องการให้คนรู้จักตัวคุณและรับรู้ถึงความสำเร็จของตัวคุณ  คุณหวังที่จะรักษาผลประโยชน์ของตัวเองที่คนรอบด้านให้มากกว่านี้ได้รับการยอมรับในความสำเร็จมากกว่านี้  หรือได้รับความสนใจมากกว่านี้ เพราะคุณรู้สึกว่าคุณเริ่มจะถูกมองข้ามแล้ว สีแดง ถ้าคุณชอบสวมสีแดงเป็นประจำ คุณกำลังบอกคนอื่นว่าคุณพร้อมที่จะมีความสัมพันธ์ทางเพศ มากกว่านี้ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นเราะคู่ของคุณจะห่างเหินคุณไป หรือเพราะคุณมีอารมณ์ก็ตาม สีแดงไม่ใช่สีของกิจกรรมทางเพศอย่างเดียว แต่มันสามารถสะท้อนถึงความก้าวหน้าทางร่างกายตลอดชีวิต และแปลความหมายร่วมกับสีที่อยู่รอบตัวเพื่อให้ได้แนวทางที่ถูกต้อง สีแดงสามารถจะเป็นพลังในการทำลายขั้นดี  ไม่ว่าจะเกิดกับผู้สวมเอง หรือเกิดกับคนอื่นที่อยู่ตรงข้ามกับผู้สวมก็ตาม เมื่อถูกปลดปล่อยออกมามันก็จะกลายเป็นพลังที่เข้มแข็งที่สุดจนยากที่จะควบคุมไว้ได้ ถ้าคุณสวมกางเกงและกระโปรงสีแดงเป็นบางครั้ง  ก็ทายว่าคุณกำลังพยายามที่จะสื่อสารให้คนรอบตัวรู้ว่าคุณต้องการที่จะผจญภัยและ กระฉับกระเฉงมากกว่านี้และต้องการใครสักคนที่จะมาร่วมใช้พลังนี้ด้วย ผู้สวมเสื้อผ้าสีแดงต้องการความสนุกสนาน และการสัมผัสทางร่างกายกว่าจะป้องกันตัวจากสภาพแวดล้อม  หรืออารมณ์ของมมันอย่างเด็ดเดี่ยว ถ้าสวมสีนี้กับสีฟ้า  อย่าขุ่นเคืองคนที่สวมเสื้อผ้าสีนี้ เพราะพวกเขามักจะควบคุมตัวเองไม่ได้และหงุดหงิดง่ายเมื่อสวมสีนี้ สีชมพู ความอบอุ่นและความกรุณาของสีชมพูจะสะท้อนออกมาทางส่วนต่างๆที่ควบคุมได้ด้วยจิตสำนึกของร่างกาย  เป็นภาวะที่ผู้สวมรู้สึกสงบหรือมีบางสิ่งที่จะมอบให้แก่สภาพแวดล้อมทางร่างกาย  กล่าวให้เห็นความปรารถนาที่จะมีความสัมพันธ์ทางร่างกายอย่างสงบสุขกับใครสักคนที่คุณรัก หรือความสามารถหรือความต้องการจะให้ผู้อื่นมีส่วนร่วมในด้านที่ดีกว่า สีชมพูที่ยิ่งอ่อนมากเท่าไหร่ก็จะทายว่าผู้สวมมีความสามรถในการควบคุมแรงกระตุ้นทางร่างกายได้มาก แต่ถ้ายิ่งสีเข้มมากเท่าไหร่อารมณ์ก็จะเข้ามามีส่วนในการตัดสินทางร่างกายมากขึ้นเท่านั้น ถ้าใช้สีนี้บ่อยๆกับร่างกายตอนส่วนภายนอก คุณก็กำลังจะบอกว่าคุณมีความสามารถให้คนอื่นเข้ามามีส่วนร่วมในสิ่งที่คุณเป็นเจ้าของ เพราะคุณคิดว่าพวกเขามีค่าพอที่คุณจะไว้ใจได้ คุณกำลังบอกให้คนรอบตัวของคุณรู้ว่า พร้อมและต้องการที่จะคบหากับพวกเขาในระดับที่รู้สึกว่าทำให้คุณสงบสุขได้มากกว่าเดิม ถ้าคุณใช้สีนี้และคุณยังเป็นโสด คุณก็กำลังจะบอกคนรอบตัวคุณว่าต้องการให้คนอื่นมามีส่วนร่วมในส่วนร่วมในสิ่งที่คุณมีอยู่  พร้อมกับบอกว่าคุณกำลังเหงาและต้องการมีสิ่งพิเศษสำหรับชีวิต ถ้าคุณใช้สีนี้บางครั้งบางคราว คุณก็จะแสดงออกทางร่างกายหรือแทนความใว้วางใจคนอื่นน้อยกว่า ซึ่งคุณทำได้ง่ายอย่างที่คิดไว้  คุณต้องการให้คนอื่นมองเห็นมองเห็นความดีที่คุณมีอยู่แต่ก็ต้องการให้พวกเขา พิสูจน์ความมีคุณค่าของพวกเขาเสียก่อนที่คุณจะให้เขารู้ว่าคุณจะให้อะไรกับพวกเขา สีส้ม ตัวของสีส้มถูกนำมาเป็นสีของกางเกงและกระโปรงจะบอกให้รู้ว่าจิตใจได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับ ทิศทางการแสดงออกทางร่างกายชนิดที่เต็มอกเต็มใจทีเดียว ผู้สวมต้องการกระตุ้นทั้งทางร่างกายและ จิตใจเพื่อตอบสนองต่อความอยากรู้อยากเห็นของเขา  สีนี้จะบอกถึงความปรารถนาของผู้สวมว่าอยากจะรู้ในสิ่งที่ไม่รู้ ต้องการจะเข้ากับสภาพแวดล้อมให้ได้  และควบคุมแนวทางชีวิตของตนเองได้มากขึ้น ถ้าคุณสวมสีนี้กับร่างกายตอนล่างด้านนอกบ่อยๆ คุณมักจะเป็นผู้นำมากกว่าจะถูกผู้อื่นนำ  คุณจะถามข้อข้องใจในขณะที่คนอื่นนั่งเงียบและมักจะสงสัยในการกระทำ และการตัดสินใจของตัวเองเสมอ ถ้าคุณใช้สีนี้บ่อยๆ คุณอาจจะไม่มีความสุขกับสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหรือไม่พอใจกับ การระบายพลังงานของระบบของตัวเอง คุณอาจจะมีความคิดนอกรีตนอกรอย โดยต้องการให้โลกและคนรอบข้างยอมรับในความเป็นเลิศของคุณ โดยหวังว่าจะเป็นทางแก้ปัญหาให้เกิดความปรองดองได้ คุณจะเป็นผู้สื่อสารทางความคิดที่ยิ่งใหญ่กว่ามักจะเป็นทางด้านอารมณ์มากกว่า ถ้าคุณสวมสีนี้เป็นบางครั้ง คุณก็คือผู้ที่จะได้รับผลดีจากความคิดในการหาแนวทางที่คุณต้องการให้ชีวิตเป็นไปได้มากขึ้น คุณอาจจะได้รับคำแนะนำในการเปลี่ยนแปลงความต้องการจากคนรอบข้างและเบื่อหน่ายกับคนที่ไม่ฟังคุณพูดเลย  คุณต้องการกระทำมากกว่าคำพูด สีส้มเป็นสีของความเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านดีและเลว  และคนที่สวมสีนี้คุณคือผู้ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงทั้งต่อสังคมและคนที่แวดล้อมคุณด้วย สีเหลือง ถ้าคุณใช้สีเหลืองบ่อยๆ คุณจะเป็นคนที่ต้องการเหตุผลในการทำสิ่งที่ต้องการ  คุณจะสนใจกับลูกนกตัวเดียวในกำมือมากกว่าลูกนก 2 ตัวบนกิ่งไม้ อีกทั้งยังไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นจึงหงุดหงิดง่าย เมื่อมีทางแก้ปัญหาส่วนใหญ่ด้วยวิธีทางปรัชญา ในด้านดี คุณจะเป็นคนกระตือรือร้นสามารถวางแผน การส่งเสริม และทำตามความคิด และความทะเยอทะยานของคุณ ในด้านลบคุณจะหวังให้คนอื่นเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ สีเหลืองจะสะท้อนให้เห็นถึงความปราดเปรียวอย่างสูงของมนุษย์ และเมื่อนำมาเป็นสีของกางเกงและกระโปรงก็จะไม่เคยรู้สึกสบายเหมือนอยู่บ้านเลย เพราะผู้สวมสีเหลืองจะไม่ยอมให้ตัวเองเป็นอิสระทางร่างกายโดยใช้ขอบเขตของสีแทน  ชมพู ขาว และอื่นๆ อีกทั้งยังต้องการเหตุผลในการทำสิ่งต่างๆ ผู้ที่สวมสีเหลืองมักจะกำหนดเวลาให้ตัวเองอย่างเข้มงวดไม่ยืดหยุ่น  ผู้ที่สวมสีเหลืองตัดสินตัวเองว่าเลอเลิศ แต่จะฟาดมือใส่คนที่มาตัดสินตัวเขา เพราะรู้สึกว่าไม่มีสิทธิ์จะทำเช่นนั้น เมื่อคุณสวมสีเหลือง คุณชอบที่จะได้รับคำแนะนำหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตอย่างเป็นภาวะวิสัย ต้องการจะหางานอดิเรกหรือทางออกให้แก่พลังทางร่างกายและสมอง  โดยการกระตุ้นมากขึ้นหรือทำอะไรต่ออะไรมากขึ้นกว่าเดิมในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ ด้านลบของสีเหลืองก็คือ การทำลายหรือมีความคิดที่ตำหนิติเตียนคนอื่น และตัวเองซึ่งอาจเป็นผลให้การปรึกษาหารืออย่างประชาธิปไตยกลายเป็นการโต้เถียงอย่างเผ็ดร้อนจนนำไปสู่การแตกแยกได้ สีเขียว สีเขียวถูกสวมเป็นครั้งเป็นคราว เมื่อเรากำลังรวบรวมพลังงานของเราก่อนจะก้าวต่อไป สีนี้เป็นสีของการรักษาเยียวยาของธรรมชาติซึ่งทำให้เราได้พักผ่อนเพื่อที่จะได้มีเรี่ยวแรงถ้าต้องสู้อีกครั้ง  รวมทั้งปรับปรุงพลังงานและความว่องไวขึ้นมาใหม่ด้วย ถ้าคุณสวมสีเขียวบ่อยๆก็เท่ากับคุณมีความเกี่ยวพันกับธรรมชาติ มีความสุขกับความสงบและความราบเรียบของวันหยุด อีกทั้งชอบอยู่ตามลำพังบ้างเพื่อจะได้อยู่กับความคิดของตัวเอง คุณมักจะชอบสัตว์เลี้ยงหรือปลูกต้นไม้  อาศัยอยู่ตามชนบทหรือสนใจเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อมนุษย์และสัตว์ หรือชีวิตกลางแจ้งเป็นต้น  คุณจะมีความสามารถในการรักษาธรรมชาติ ด้านลบ ก็คือคุณอาจจะรู้สึกว่าร่างกายทรุดโทรมและต้องการความช่วยเหลือมากกว่าเดิม  หรือต้องการให้คนอื่นมาช่วย บางทีคุณอาจจะคิดว่าไม่มีใครทำได้ดีกว่าตัวเอง  จนคุณพยายามเรียกความแข็งแรงกลับคืนมาจนสามารถทำสิ่งที่ต้องการได้ ถ้าสวมสีนี้เป็นบางครั้งคุณก็อาจจะรู้สึกเหนื่อยและหมดแรงจนต้องการเวลาพักผ่อนหรือยู่ห่างจากความเครียดที่เกิดจากชีวิตประจำวัน ถ้าคู่ของคุณหรือเพื่อนฝูงสวมสีเขียวในส่วนนี้ของร่างกายคุณต้องให้ความช่วยเหลือแก่เขา ให้คำชมเชยเมื่อควรชมเชย และตามระดับความต้องการของคุณ สักระยะหนึ่ง เพราะผู้ที่สวมสีเขียวต้องการเพียงเวลาในช่วงสั้นเพื่อเติมพลังงานใหม่ ผู้ที่สวมสีเขียวต้องการจะให้และมีส่วนร่วมในพลังของเขากับคนอื่น รวมทั้งต้องการการชื่นชมเพียงเล็กน้อยเพื่อแสดงว่าความพยายามของเขาคุ้มค่า  สีเขียวคือสีที่คอยส่งเสริมสีน้ำตาลของดินและสีผสมของดอกไม้และความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ สีน้ำตาล ถ้าคุณสวมกางเกงหรือกระโปรงสีน้ำตาลคุณกำลังแสงออกถึงความปรารถนาทางร่างกายในการหาความมั่งมี ซึ่งคุณสามารถหาพบและรักษามันไว้ได้ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐกิจหรืออารมณ์  สีน้ำตาลคือสีตามธรรมชาติของดินที่ประกอบด้วยธาตุต่างๆ เพื่อการเจริญเติบโตไม่ใช่การเกิด คุณกำลังสะท้อนให้คนอื่นเห็นด้านที่จริงจังมากขึ้นของธรรมชาติของคุณที่ต้องการความมั่นคงทางการเงิน  และวิตกก่อนว่าจะวางแผนและสร้างความทะยอทะยานให้เกิดเป็นจริงขึ้นมาถ้าคุณสวมสีนี้บ่อยๆ  คุณต้องการให้คนรอบข้างทำอย่างที่ต้องการเพราะมีสิ่งต่างๆที่จะให้กับคนรอบข้างมากมาย แต่คุณไม่รู้วิธีที่จะให้ คุณอาจจะเป็นคนอนุรักษ์นิยมสักหน่อย หรือวางหรือปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันได้ช้า เพราะคุณชอบที่จะพยายามและลองดูก่อนนั่นเอง ด้านดีของสีนี้ก็คือ เป็นคนใจกว้างและร่าเริง แต่ในด้านความรู้สึกคับแคบของคุณที่คิดว่าสิ่งต่างๆ อาจไม่ทำตัวและสามารถเป็นสาเหตุของความล่าช้า ถ้าคุณสวมสีนี้เป็นบางครั้งก็จะสะท้อนความต้องการทางร่างกายของคุณในการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขฐานะทางการเงินของคุณ  คุณอาจะต้องชำระค่าใบเสร็จต่างๆหรือต้องการเพียงประหยัดมากขึ้นสักหน่อย  เพื่อจะสะสมไว้ใช้ในโอกาสสำคัญเมื่อได้เวลาพักร้อน สีนี้ไม่ใช่สีของความดีหรือเลวแต่เป็นสีที่สะท้อนว่าเรารู้สึกอย่างไรในเรื่องที่เกี่ยวกับแผนการของเราทั้งหมดในด้านการปรับปรุงแก้ไขตัวเอง ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องการเงินเพียงอย่างเดียว เพราะบางคนต้องการเงินในการขยายกิจการ  ในขณะที่คนอื่นต้องการเพียงความรัก สีน้ำตาลจะบอกให้เรารู้ว่า เมื่อเรา สวมมันกับส่วนนี้ของร่างกาย เราจะต้องการอะไรบางอย่างเพียงเล็กน้อยในการทำให้เรารู้สึกมั่นคง ไม่ว่าจะทำเพื่อให้รอดพ้นจากความยุ่งยากที่เกิดในปัจจุบัน หรือสร้างความก้าวหน้าให้กับคนอื่น สีม่วง ถ้าคุณสวมสีม่วงกับส่วนนี้ของร่างกายอยู่เสมอ คุณมักจะเป็นคนที่ชอบการเข้าญาณมีความคิดทางปรัชญาอย่างลึกซึ้งหรือกลายเป็นคนที่สนใจ การเคลื่อนไหวหรือศาสนาใหม่ที่มีความแปลกประหลาด และไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไรก็มักจะส่งผลต่อคนอื่น  แต่คุณจะเลือกทางที่ดีที่สุดเพราะคุณต้องการจะให้โลกหรือสิ่งต่างๆที่คุณนึกสงสารมีความปลอดภัย  ทั้งที่ความจริงแล้วคุณต้องการให้ตัวเองรู้สึกมั่นคงมากกว่า ถ้าคุณสวมสีม่วงเป็นบางครั้ง คุณก็จะเป็นคนที่สนใจต่อความต้องการคนอื่นมากกว่า มักจะคิดหาเหตุผลว่าทำไมต้องการทำอย่างนี้ อะไรคือจุดมุ่งหมายของชีวิตในปัจจุบัน  หรือแค่รู้สึกว่าคุณจะมีแนวทางสุขมากกว่ากับการเป็นตัวของตัวเอง และจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ สีฟ้า เมื่อนำสีฟ้ามาสวมกับร่างกายตอนล่างภายนอกก็แสดงว่าเรารู้สึกถึงความต้องการของตัวเอง  ในการตอบสนองและมีความสัมพันธ์ทางอารมณ์กับคนอื่นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกสงบเยือกเย็นมากขึ้น อีกทั้งยังบอกได้ว่าร่างกายของเราพร้อมที่จะทำเช่นนั้นด้วย ถ้าคุณสวมสีฟ้ากับส่วนนี้ของร่างกายเป็นประจำคุณจะต้องการความมั่นใจทางอารมณ์มากขึ้น  เพื่อสร้างความสำราญใจกับสภาพแวดล้อมของคุณเป็นความมั่นใจที่ต้องแสดงออกทุกวัน  คุณอาจจะรู้สึกว่าขอเพียงให้เขาแสดงออกมาว่าคุณมีตัวตนอยู่เท่านั้นก็พอ แต่ถ้าคุณสวมสีฟ้าเป็นครั้งคราว ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าความรู้สึกทางอารมณ์ของคุณกำลังถูกกระตุ้นมากเกินไป  และขาดสิ่งที่หล่อเลี้ยงในช่วงเวลานั้น คุณจึงต้องการแสงสว่าทางอารมณ์และจิตใจ ถ้าคุณต้อก้าวออกไปตามทางในปัจจุบัน ผลกระทบที่ทำให้เกิดความสงบของสีฟ้าจะช่วยให้คุณประเมินสภาพแวดล้อมทางร่างกายและ อารมณ์ในปัจจุบันได้อีกครั้งว่าคุณยืนอยู่ที่จุดไหนและต้องการจะทำอะไรกับมัน สีฟ้ายังคงเป็นสีของความเห็นอกเห็นใจ ความห่วงใย ถ้าคุณสวมสีฟ้า หรือหลงรักมันมากคุณจะเป็นคนที่อ่อนโยนมากกว่าที่พยายามจะเป็น และควรรู้จักแสดงอารมณ์ของคุณด้วยความมั่นใจมากขึ้น ถ้าคุณกำลังมองหาความมั่นคงทางร่างกายตามความปรารถนา สีดำ สีดำที่นำมาสวมกับร่างกายภายนอกส่วนล่างจะบอกถึงความไม่แน่นอนของผู้สวมใส่โดยไม่รู้ว่าตัวเอง กำลังจะไปไหนหรือมาจากไหนไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม แต่ความมืดก็สามารถซ่อนเร้นความกลัวและ ความคงทนซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน เพราะความกลัวของผู้ที่สวมสีดำคือ ความกลัวที่จะต้องยอมรับว่าพวกเขามีความปรารถนา ถ้าคุณมักจะสวมสีดำกับส่วนนี้ของร่างกายอยู่เสมอ ก็มักจะแสดงว่าคุณกำลังวางแผนให้คนอื่นทำบางอย่างที่ต้องการ แต่มันเป็นไปไม่ได้ซึ่งอาจจะทำให้คุณตรอมใจมากขึ้น ด้วยการยัดเยียดความกลัวให้คนอื่น เพื่อให้เขาออกพ้นทางของคุณ  หรือเพื่อปกปิดความกลัวที่คุณสร้างขึ้นมาเองคุณจะปกป้องและปิดบังตัวเองหรือกลายเป็นคนอวดดี ที่ต้องการให้คนอื่นยอมรับตามเรื่องราวต่างๆที่คุณแต่งขึ้นมาจนตัวเองก็เริ่มจะเชื่อในเรื่องมันด้วย ในด้านดีก็คือสีดำทำให้ผู้สวมใส่สามารถถูกซับความแปลกที่ได้รับครั้งแล้วครั้งเล่า และไม่สนใจต่อการคัดค้านของคนอื่น สีดำไม่ใช่สีของความดีหรือเลว ความบริสุทธิ์หรือความสกปรก แต่มันสะท้อนสิ่งที่ตัวมันซึมซับไว้ได้เท่านั้น ถ้าคุณสวมสีนี้นานๆครั้ง ก็แสดงว่าคุณต้องการจะให้ตนเองหลุดพ้นจากความผิดและความถูกต้องที่เกิดกับชีวิต สีดำที่อยู่กับส่วนนี้ของร่างกายจะคอยยับยั้งการคัดค้านความไม่พอใจ  การสูญเสียและจะยอมทำในสิ่งที่ตนเองคิดว่าจะทำได้ดีเท่านั้น สีดำคือตัวดูดซับทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวและจะตอบแทนด้วยสิ่งที่มันรู้สึกว่าจะสร้างความประทับใจที่ดี  และให้ตัวมันเองรอดมาได้เท่านั้น จะทำดีกับคนที่ดี สวมสีดำไว้แล้วเขาจะดีกับคุณ แต่จะขุ่นเคืองผู้ที่สวมสีดำในขณะที่คุณตกอยู่ในอันตราย
อ่าน 24 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:28 ]  เขียนโดย กลับมาอีกครั้ง กลับมาอีกครั้ง
 อัญมณีสีสวยล้ำค่า เป็นที่ติดตาต้องใจของเราแทบทุกคน ชนิดนั้นก็สวยชนิดนี้ก็งามเลือกไม่ถูกว่าจะซื้อชนิดใดดี  ลองมาซื้ออัญมณีตามเดือนเกิดดู ซื้อให้ตัวเองได้แล้วยังซื้อเป็นของขวัญให้คนพิเศษได้ด้วย มกราคม  คุณที่เกิดเดือนมกราคม เหมาะกับ พลอยการ์เนต หรือ พลอยโกเมน ที่มีสีแดง ตามตำราท่านว่าพลอยชนิดนี้เป็นพลอยแห่งสุขภาพ และ ความมั่นคง กุมภาพันธ์  คุณที่เกิดเดือนกุมภาพันธ์ อัญมณีที่เหมาะกับคุณคือ แอเมทิสต์ หรือ โป่งข่าม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความมีสติรอบคอบและความสมบูรณ์เป็นเลิศ มีนาคม  คุณผู้หญิงที่เกิดเดือนมีนาคม เหมาะกับเครื่องประดับพลอย อะความารีน  พลอยสีน้ำเงิน หรือสีน้ำทะเล ส่วนพลอย ฮีลีโอโทรป หรือ หินเลือด ชื่ออาจจะฟังน่ากลัวไปหน่อย แต่ก็เหมาะกับสุภาพบุรุษที่เกิดในเดือนนี้ เมษายน  คุณที่เกิดเดือนเมษายน มี เพชร อัญมณีอันอมตะของผู้หญิง เป็นอัญมณีประจำกาย  อันเป็นเครื่องหมายแห่งความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา และความรักอันเป็นนิรันดร์ พฤษภาคม  คุณที่เกิดเดือนพฤษภาคม เหมาะกับเครื่องประดับที่มี มรกต เป็นส่วนประกอบ สีเขียวของมรกตเป็นสัญลักษณ์แห่งความสวยงาม มิถุนายน  คุณที่เกิดเดือนมิถุนายน เครื่องประดับประจำตัวคือ ไข่มุก อันบ่งบอกถึงความบริสุทธิ์กรกฎาคม  คุณที่เกิดเดือนกรกฎาคม มากับ ทับทิม ซึ่งเป็นเครื่องประดับแห่งเกียรติยศ  สีแดงของทับทิมนำความมีพลานามัยดี ความมั่นคง มาสู่ผู้สวมใส่ สิงหาคม  คุณที่เกิดเดือนสิงหาคม เหมาะกับอัญมณีที่มีชื่อว่า เพอริดอต พลอยสีเขียว และ ซาร์โดนิกซ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคี กันยายน  เครื่องประดับประจำกายของคุณที่เกิดเดือนกันยายน คือ แซฟไฟร์ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคงและแข็งแรง ตุลาคม  คุณที่เกิดเดือนตุลาคม มีอัญมณีคู่กายคือ โอปอล ซึ่งมีประกายเจิดจ้าดั่งสีของสายรุ้ง  เป็นอัญมณีแห่งความหวัง และเป็นเครื่องประดับสำหรับชาวตุลย์ พฤศจิกายน  คุณที่เกิดเดือนพฤศจิกายน เครื่องประดับประจำราศีคือ บุษราคัม สีเหลืองสดใสของอัญมณีชนิดนี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ ธันวาคม  คุณที่เกิดเดือนธันวาคม เหมาะกับ เทอร์ควอยส์ และ เพทาย ซึ่งเป็นพลอยที่มีสีฟ้าทั้ง 2 ชนิด  
อ่าน 27 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:25 ]  เขียนโดย เจ้าหญิงยมทูต เจ้าหญิงยมทูต
 ผู้หญิงเราเดี๋ยวนี้จะให้สวยอย่างเดียวคงไม่ได้แล้ว แต่ต้องแข็งแรง สดใส และมองโลกในแง่ดีตลอดเวลาอีกด้วย เราอยากให้ผู้หยิงทุกคนมีความสุข มีพลังแบ่งปันสิ่งดีดีให้กับคนอื่นอยู่เสมอ และนี่คือเคล็ดลับที่เรานำมาฝาก 1. พกขวดน้ำติดตัวตลอดเวลา และไม่ลืมที่จะดื่มน้ำบ่อยๆ 2.ให้การออกกำลังกายเป็นความบันเทิงของชวิต ไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่อ น่าลำคาญ 3.คิดให้ดีสัก 2 ครั้ง ก่อนสั่งอาหาร ให้แน่ใจว่ารายการนั้นมีประโยชน์และมีสารอาหารให้กินครบทุกหมู่ 4.อย่ากินอาหารตามอารมณ์ เช่น หิวมาก กินมาก แต่ให้ดูว่าวันนี้มีกิจกรรมอะไรบ้าง ให้กินมากถ้าใช้แรงมาก 5.แก้ปัญหาด้วยการลงมือทำ อย่าใช้อาหารเป็นตัวยารักษา...เพราะจะอ้วนแบบไม่รู้ตัว 6.เริ่มต้นเช้าวันใหม่ของทุกวันด้วยมื้อเช้าที่มีสัดส่วนอาหารแบบพอดี 7.เริ่มต้นแต่ละวันด้วยสิ่งที่มำให้อารมณ์ดีไปทั้งวัน อย่างเช่นเสียงเพลงเพราะอ่านหนังสือเรื่องเบาๆ 8.ดื่มคาแฟอีนแต่น้อย ใส่น้ำหรือนมในกาแฟให้มากหน่อยก็จะดี 9.มีแผนดูแลสุขภาพให้เตือนตัวเองแบบระยะยาว และลงมือทำได้จริงๆ  10.ใส่ใจกัยแผนออกกำลังกายระยะสั้นและทำตามกำหนดในแต่ละวัน 11.ใช้วิธีบำบัดแบบธรรมชาติบ้าง อย่างนวดคลายเล้น ใช้กลิ่นหอมบำบัดความเครียด 12.เขียนสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เพื่อที่จะตอบตัวเองได้ว่า มีอะไรที่ทำไปแล้วและเหลืออะไรที่ยังไม่ได้ทำ 13.ก่อนนอนทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำไปเพื่อดูว่ามีอะไรต้องทำอีกในวันต่อไป 14หาเวลาผ่อนคลายและให้รางวัลตัวเองอยู่ประจำ 15.ช่วงวันหยุดพักร้อน อย่าตามใจตัวเอง ตามใจปาก ทำอะไรที่เป็นการทำร้ายสุขภาพนัก 16.เมื่อจัดความสำคัญในชีวิต ต้องมีเรื่องสุขภาพมาเป็นอันดับต้น 17.ใช้ชีวิตอย่างมีจุดมุ่งหมาย ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้ตัวว่า..วันนี้ต้องทำอะไร? 18.หาเพื่อนร่วมขบวนการรักตัวเองชวนเพื่อนไปออกกำลังกายสม่ำเสมอ 19.หาวิธีออกกำลังกายใหม่ๆ มาลองเล่นอยู่เรื่อยๆ 20.เวลาไปออกกำลังกาย อย่าแต่งตัวสไตล์เดียวหรือแบเดิมๆ ทุกวัน
อ่าน 17 / ตอบ 0 คน [ 14 ก.ค. 2557, 10:23 ]  เขียนโดย ดูตัวเองก่อนดูเขา ดูตัวเองก่อนดูเขา
เรื่องสั้นยอดนิยม
...กับพี่ข้างบ้าน
 ... มีต่อ »
อ่าน 74915 / เม้น 1 คน แต่งโดย no apen name
รักหมดใจคุนชายหน้าหื่น
  ... มีต่อ »
อ่าน 16738 / เม้น 32 คน แต่งโดย no apen name
sex
 อ่านแล้วเม้นด้วยนะจ๊ะ... มีต่อ »
อ่าน 16197 / เม้น 10 คน แต่งโดย no apen name